เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 6403 วันนี้วันชาติอเมริกา...มาคุยเรื่องอเมริกันกันดีกว่าครับ
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
 เมื่อ 03 ก.ค. 02, 09:28

วันนี้วันที่ 4 กรกฎาคม วันชาติอเมริกัน
เชิญทุกท่านมาคุยเรื่องอเมริกากันดีกว่า 
( ที่ไม่เกี่ยวกับการเมืองนะ แหะๆๆ ยกให้ 1 วัน)

คำถามคือ เมื่อพูดถึงอเมริกา คุณนึกถึงอะไรสนุกๆ หรือ ที่ประทับใจบ้าง
มาเล่าให้สู่กันฟัง

... สำหรับผม...นึกถึงอเมริกาทุกครั้งที่กินมันฝรั่งครับ...
ถ้าชาวยุโรปไม่ค้นพบอเมริกา ก็คงไม่มีมันฝรั่งไว้รัปประทานกัน
อ้อ... ไม่มีไก่งวงกินด้วยแฮะ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 04 ก.ค. 01, 22:49

ผมนึกถึงส้วม American Standard
บันทึกการเข้า
การะเกด
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 04 ก.ค. 01, 23:46

ผมนึกถึง อินเดียแดง นึกถึงสิทธิเสรีภาพ ที่ถูกคนขาวลิดรอน ในประเทศที่อ้างว่าเป็นประเทศที่มีเสรี
บันทึกการเข้า
ส้มหวาน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 04 ก.ค. 01, 23:47

นึกถึง peanut butter ค่ะ อร่อย!
บันทึกการเข้า
เปี้ยว
พาลี
****
ตอบ: 321

วิชาการ.คอม, อาจารย์ภาคฟิสิกส์ มหิดล


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 05 ก.ค. 01, 00:19

นึกถึงตอนที่ดูทีวี
เปลี่ยนช่องไหนก็เจอแต่รายการเอาคนมาแย่งสามีแย่งภรรยา ด่ากันในทีวี อย่างของ Jerry Springer อะไรนั่น ไม่รู้สะกดถูกปล่าว
พอถึงตอนโฆษณาก็ก็เจอแต่โฆษณาแฮมเบอเกอร์ขนาดใหญ่ยักษ์ กะยาลดความอ้วน
แล้วหลังจากนั้นก็จะเป็นข่าวคนยิงกันโดยไม่มีสาเหตอะไรทุกๆวัน...

เป็นอย่างนี้เกือบทุกคืน ผมกะเพื่อนก็พักอยู่นอกเมือง รถก็ไม่มีขับ public transport ไม่ต้องพูดถึง กลางคืนไม่มีอะไรทำก็นั่งดูทีวีนั่น ... ยังเซ็งจนทุกวันนี้ ขอบอกๆ
บันทึกการเข้า
นวล
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 05 ก.ค. 01, 00:59

ประทับใจกับการหลงตัวเองของคนอเมริกัน
ที่สถานฑูต ตอนไปขอวีซ่า (ด้วยความจำเป็น
ต้องไป) แล้วถูกซักถาม
ถาม: เคยไปอเมริกาไหม
ตอบ: ไม่เคย
ถาม: ไม่เคยไปเรียนด้วยหรือ
ตอบ: ไม่เคย
ถาม: แล้วทำไมพูดอังกฤษคล่อง (พร้อมกับจ้องหน้าจับพิรุธ)
ตอบ: (อึ้งไปประมาณแค่ตากระพริบ) คุณนึกว่าอเมริกาเป็น
ประเทศเดียวที่พูดอังกฤษหรือ

ประทับใจจริงๆ ไม่เคยคิดอยากกลับไปอีกเลย
แต่เอ้อ... เวลา sale ของขายถูกดีเน่อะ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 05 ก.ค. 01, 01:50

สะใจครับ...
เอ กระทู้นี้เป็นกระทู้ถล่มอเมริกันฉลองวันชาติหรือเปล่านี่

คนของประเทศใหญ่ๆ หลงตัวเองยังงี้เหมือนกันหมดหรือเปล่าไม่รู้ คงไม่เหมือนกันหมด แต่คนหลงตัวคงมีทุกชาติ มีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งของผมเรียนหนังสือที่เมืองจีน พูดจีนกลางได้ดี วันหนึ่งก็ถูก ตม. จีนคนหนึ่ง ถามว่า ชื่อภาษาจีนชื่ออะไร แกก็บอกว่า ไม่มี มีแต่ชื่อไทยตามพาสปอร์ตน่ะแหละ ตม.จีนก็บอกว่า เป็นไปได้ไง คนไทยทุกคนมีชื่อจีนทั้งนั้นแหละ (แกคงเห็นคนไทยเชื้อสายจีนที่เขามีทั้งชื่อจีนและชื่อไทยจริงๆ) พี่เขาก็บอกไม่มี แกก็ไม่ว่าอะไร คืนพาสปอร์ตมา พี่เขาเลยบอกว่า ขอบใจนะ โรเบิร์ต - เท่านั้นแหละแกยั๊วะ บอกว่าแกไม่ได้ชื่อโรเบิร์ต พี่เขาก็เลยขอโทษ บอกว่า ก็ไม่รู้นี่ นึกว่าคนจีนทุกคนต้องมีชื่อภาษาฝรั่งด้วย...
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 05 ก.ค. 01, 03:43

เอิ๊กๆๆ เอาอีก ครับ เอาอีก ... ชอบๆๆๆ

ว่าแต่ขอเสียงเพื่อนๆ พี่ๆ ที่อยู่อเมริกาหน่อยครับ
อยู่มาหลายปีอะไรประทับใจที่สุด เรื่องดีหรือไม่ดีก็ได้ไม่ว่ากัน
ยกเว้นเรื่องการเมืองขอเว้น 1 วัน
บันทึกการเข้า
้อ้อมรัก
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 05 ก.ค. 01, 09:05

เคยไปเรียนที่เมืองเล็กๆมีต้นไม้ร่มรื่นทั้งเมือง   เป็นเมืองมหาวิทยาลัย ไม่มีตึกระฟ้าเลยสักหลังเดียว   ส่วนใหญ่เป็นบ้านชั้นเดียว สร้างน่ารัก เป็นระเบียบ ผู้คนเป็นมิตร อัธยาศัยคล้ายๆคนไทยในชนบท

เจ้าของบ้านไม่รังเกียจนักเรียนไทย เพราะเราไม่เคยไปทำเรื่องเสียหายให้เขา   แต่มักจะใจกว้าง  ทำอาหารการกินก็เอาไปเผื่อแผ่ให้คุณยายเจ้าของบ้านกินด้วย  ถ้าไม่ผัดพริกหรือเจียวกระเทียมเสียอย่าง คุณยายชอบอกชอบใจทั้งนั้น     เรายังติดต่อส่งข่าวถึงกันอยู่แม้ว่ากลับมาเมืองไทยนานแล้ว



แต่เมืองใหญ่จะไม่เป็นอย่างนี้   ผู้คนอยู่แบบตัวใครตัวมัน อาชญากรรมชุกชม   ขนาดล็อครถ ยังถูกงัดเอาของไป



เท่าที่เจอจากเพื่อนอเมริกัน จะแบ่งได้เป็น ๒ แบบ

ชีวิตส่วนตัว- มักจะมีปัญหาเรื่องความรัก/แต่งงาน  หย่าร้างกันง่าย  ลูกเจอปัญหาขาดพ่อหรือขาดแม่

กว่าจะลงตัวก็แต่งงานครั้งที่สาม  ตอนนั้นอยู่กันยืดเพราะแก่เกินกว่าจะต้องการอะไรนอกจากเพื่อน

พวกเขามีความคิดอ่านและการวิเคราะห์ดี มีเหตุผล  เป็นผลจากระบบการศึกษาที่กระตุ้นให้เด็กคิด มากกว่าท่องจำ  เรียนรู้ที่จะดิ้นรนช่วยตัวเอง ไม่พึ่งพาพ่อแม่เป็นลูกแหง่    แต่จะเปราะบางด้านจิตใจ และค่อนข้างตามใจตัวเอง โดยเฉพาะความต้องการทางกาย



สมัยเรียน เคยถูกเพื่อนสาวอเมริกันถามว่า...เธออยู่มาได้ยังไงจนอายุ ๒๐ กว่าแล้วไม่เคยเดทใคร  (คือไม่มีประสบการณ์ทางเพศ) ไม่เก็บกดบ้างหรือ?

คนตอบก็ร้องจ๊ากไปเท่านั้นเอง    มันตรงข้ามกับสุภาษิตสอนหญิงอะไรปานนั้น



ความเป็นพลเมือง - สวัสดิการเขาดี   คนมีรายได้ มีการศึกษา   ไม่ว่าส่วนตัวจะล้มเหลวยังไง ก็ประคองชีวิตไปได้เพราะรัฐค้ำไว้ไม่ให้ล้ม      พวก homeless มีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับอัตราประชากรทั้งหมดที่ดำรงชีวิตได้ไม่ขาดแคลนทางวัตถุ

ศาสนาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ยึดจิตใจพวกเขาได้มาก   เขาจะเชื่อในสิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้นในชีวิต   ยังมีความหวังในทางดี ไม่ว่าจะเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายหรืออะไรก็ตาม

หนุ่มสาวจะติดยากันง่าย แต่พออายุมากขึ้นก็เลิก  สถานบำบัดของเขามีมากพอ   สวัสดิการด้านนี้ดีมาก





ดิฉันชอบสิ่งดีๆที่เห็นในอเมริกา  แต่ในที่สุดเรียนจบก็กลับบ้าน  

ตั้งใจว่าจะเอาเรื่องสวัสดิการ/ระบบการศึกษาแบบคิดและวิเคราะห์/ ความมีระเบียบและสะอาดที่เห็นมาใช้กับสังคมเรา ให้เป็นประโยชน์มากกว่าจะชื่นชมศูนย์การค้าใหญ่ๆ ของเขา

แต่พบว่าเมื่อกลับมาบ้าน คนอเมริกีนในไทยโดยเฉพาะคนในตำแหน่งการงานสูงๆค่อนข้างจะดูถูกคนไทย   คล้ายความรู้สึกของชาวอังกฤษยุควิกตอเรียนต่ออาณานิคม

อย่างหนึ่งคือเราพูดภาษาได้ไม่เก่งเท่าเขา  ถ้าคนไหนพูดได้เขาก็เขยิบเกรดให้ขึ้นไปนิดหน่อย   ดิฉันก็เคยเจอคล้ายๆคุณนวลเจอ  แต่คนละสถานการณ์



นึกถึงพระบรมปัจฉิมโอวาทในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่า  

" การงานสิ่งใดของเขาที่คิดควรจะเรียนเอาไว้ก็ให้เอาอย่างเขา   แต่อย่าให้นับถือเลื่อมใสไปทีเดียว"



จนบัดนี้ก็ยังชอบ       แต่ไม่เลื่อมใสค่ะ
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW679x008.gif'>
บันทึกการเข้า
อยู่ แอลเอ(ร้อยเอ็ด)
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 05 ก.ค. 01, 09:17

ดิฉันนึกถึงพวกFBI ,NASA,นึกได้เท่านี้เองจริงๆแล้วนึกถึงเยอะเหมือนกันแต่เลือกไม่ถูก
บันทึกการเข้า
เรไร
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 05 ก.ค. 01, 11:01

นึกถึงระบบการศึกษาค่ะ
ชอบระบบการเรียนการสอนหนังสือของเด็ก ๆ ที่เด็กนักเรียนไม่ต้องตื่นเช้ามืด  กระหืดกระหอบไปเรียน  ไม่ต้องท่องแบบนกแก้วนกขุนทอง ไม่ต้องเรียนพิเศษหามรุ่งหามค่ำ  ไม่ต้องแต่งเครื่องแบบ   พอบ่ายสาม  ก็พากันเดินกลับบ้านที่มักจะอยู่แถวนั้น  ไม่ไกลกันข้ามเขตข้ามห้วย  เหมือนเด็กกรุงเทพฯ  ที่พ่อแม่มักจะดันทุรังเอาลูกไปเข้าเรียนโรงเรียนดัง ๆ  คนละมุมเมือง   ขนาดมีการจำกัดเขตที่อยู่แล้ว   ก็ยังย้ายบ้านย้ายทะเบียนกันวุ่นวายไปหมด

ชอบไอติม ฮากินแดส

ชอบสวนสนุก และเครื่องเล่นต่าง ๆ  ดิสนีย์แลนด์  ยูนิเวอร์แซล  เมจิคเมาเท่น  ฯลฯ  ถึงจะสนุกแบบหัวใจเกือบวายก็เถอะ

แต่ที่ไม่ชอบเลย คือ บิล คลินตัน
บันทึกการเข้า
วรณัย
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 05 ก.ค. 01, 11:47

นึกถึงภาพยนต์ครับ..............
มากมายจริง กับการยกยอปอปั้น...ลั่นคุยกัน
ถึงวีรกรรมของ" อเมิกา" ในทุก ๆช่วงเวลา
เริ่มต้นจากป้อมปืนนาวาโรน
ยุทธภูมิมิดเวย์ ตามมาด้วยโตรา โตรา ดตรา
จวบจนปัจจุบันAmerican บิวตี้ อมาเกดอน
แรมโบ้ ฟอร์เรส กัมพ์ เซฟวิ่ง ไพรเวล ไรอัน
แพ็ตทิออด ......................................
โอ้ยมากมายจริง ๆ อเมริกา....เนี่ย
ล่าสุดก็ Parl Harbor ....
มิน่าล่ะ วิญญานอเมริกันจึงฝังรากในคนไทยเรา ซะมากมายจริง ๆ...........เฮ้อ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 05 ก.ค. 01, 14:37

พยายามวกมาขึ้นเรือนไทย
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราเสด็จขึ้นรองราชสมบัตินั้น พระองค์ทรงทำสถิติว่าเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวของโลก (ในขณะนั้น) ที่ครองราชย์อยู่จริงๆ (พวกอดีตกษัตริย์ไม่นับ เช่นพวกกษัตริย์ฮาวาย) ที่ได้ทรงมีพระราชสมภพบนผืนแผ่นดินอเมริกัน เมื่อเสด็จสหรัฐฯ เป็นทางการปี 2503 สถิตินี้ก็ยังจริงอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป 73 ปีเท่าพระชนมายุแล้ว ( ... ขอจงทรงพระเจริญ ..) นี่ จะยังมีกษัตริย์องค์อื่นของประเทศอื่นเกิดในสหรัฐอีกหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 06 ก.ค. 01, 02:00

นึกให้เข้าเรื่องไทยคงต้องนึกถึงพวกมิชชันนารีอเมริกัน
ซึ่งเข้ามามีบทบาทในสังคมไทยมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสิน ประมาณรัชกาลที่ 3
( อืม... จะมาก่อนนั้นก็คงไม่ได้เพราะอเมริกันยังไม่เกิดเลย ฮ่าๆๆๆๆๆ )

จุดมุ่งหมายแท้จริงของเหล่ามิชชันนารีนั้นแฝงการเมืองด้วยหรือเปล่าไม่ทราบได้
แต่มิชชันนารีเหล่านี้ก็มีส่วนนำความเจริญ และวิวัฒนาการสมัยใหม่มาสู่ประเทศไทย
อย่างเช่นคุณหมอบรัดเลย์ หรือ นายแพทย์ แดน บีช แบรดลีย์
ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะนำการปลูกฝี และ การแพทย์สมัยใหม่เข้ามาในสยาม
แถมยังนำเครื่องพิมพ์เข้ามาใช้เป็นครั้งแรก ทำให้ความรู้แพร่หลายสู่สามัญชนมากขึ้น
เพราะเมื่อก่อนมีต้องมานั่งคัดลายมือ เขียนหนังสือกัน ทำให้มีแต่พวกเจ้านายที่พอจะมีหนังสืออ่าน

คุณหมอบรัดเลย์ น่าจะเป็นตัวอย่างของคนอเมริกันที่น่ารักคนหนึ่งนะครับ
บันทึกการเข้า
สตาร์
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 06 ก.ค. 01, 02:07

นานๆ จะมาเขียน ขอคุยบ้าง
เรื่องการสัมภาษณ์ในที่ต่างๆ ยิ่งที่สถานทูตแล้ว
เพิ่งเข้าใจเมื่อไม่นานมานี้ค่ะ (ความรู้สึกช้ามาก)
คงจะได้เจอกันทุกคน น่าเป็นการทดสอบความพร้อมของอารมณ์
เพื่อจะได้ไม่ไปสร้างปัญหาให้เขาเมื่อเจอปัญหาบีบคั้นภายหน้า
หลานชายตัวโตมากๆ ก็ถูกว่าโกงอายุหรือเปล่า
ส่วนตัวข้าพเจ้าเองนั้น เขามองช่องที่ลงรายการศึกษา
(ปริญญายังไม่ถึง 17 ใบแน่ อิ อิ)
แล้วจ้องหน้า ถามว่า คิดว่าเธอจะไปหางานทำได้สำเร็จหรือ ?
น้ำเสียง สีหน้า และแววตา ผู้ถามก็ไม่ได้ไปด้วยกันเท่าไหร่ แปลกๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง