เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 34206 อยากทราบเรื่องเขมร...สมัยยุคสงครามเวียดนามและเขมรแดงครับ
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
 เมื่อ 21 ส.ค. 01, 14:07

เกิดความสงสัยเรื่องเกี่ยวกับเขมรยุดก่อนที่เขมรแดงจะเรื่องอำนาจน่ะครับ

คือสงสัยว่าช่วงสงครามเวียดนามนั้น กัมพูชาอยู่ฝ่ายใดกันครับ
ทำไมอเมริกาถึงต้องบอมส์กัมพูชาซะมากมาย ก็สมัยนั้นเขมรเป็นคอมมิวนิสต์หรือครับ

เคยมีคนเล่าให้ผมฟังว่าตอนนั้นกัมพูชามีกลุ่มการเมืองด้วยกันหลายกลุ่ม
รู้สึกว่าจะมีกลุ่มที่เป็นกษัตริย์อยู่ กับกลุ่มอื่นๆ รวมทั้งกลุ่มเขมรแดงด้วย
ผมก็เลยสงสัยเข้าไปใหญ่ว่า เขมรแดงซึ่งโหดร้ายนักโหดร้ายหนา
ทำไมถึงมีอำนาจขึ้นมาได้ ทั้งๆที่ดูแล้วน่าจะเสียเปรียบกว่ากลุ่มอื่นๆ
หรือว่าเป็นเพราะเขมรโดนอเมริกาบอมส์ซะเละ
ประชาชนเขมรเลยแค้นไปเข้ากับฝ่ายเขมรแดงครับ(อันนี้ผมเดา)

วานผู้พอทราบช่วยเล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ครับ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 03 ก.ค. 01, 05:14

เรื่องเขมรตอนนั้นน่าปวดหัวครับ อย่าว่าแต่คุณจ้อเลย ผมก็งงๆ



จำได้เลาๆ ว่า สมัยสงครามเวียดนามนั้นช่วงหนึ่งกัมพูชาอยู่ภายใต้พระเจ้าสีหนุ ซึ่งตอนโน้นยังทรงเป็นหนุ่ม และพระเศียรติดจะรุนแรง (แฮะๆ... ไม่รู้ราชาศัพท์ของคำว่าหัวรุนแรงครับ) ไม่มีใครเหมือน ไม่เหมือนใคร เดาพระทัยไม่ค่อยถูก พระเจ้าสีหนุตอนนั้นทรงเป็นกษัตริย์ที่ไม่ค่อยธรรมดา เพราะทรงเป็นเจ้าแต่ทรงมีไมตรีดีกับจีนแดง กับเกาหลีเหนือ และในเมืองเขมรเองก็ทรงพระเล่นการเมืองด้วย นโยบายของพระองค์เรียกเป็นภาษาขแมร์ถอดเป็นไทยว่า "สังคมราษฎร์นิยม"  - ซึ่งฟังคล้ายๆ people's socialism - สมเด็จพระสีหนุโปรดการเมืองถึงขนาดที่มีอยู่ช่วงหนึ่งทรงเห็นว่าเป็นพระเจ้าอยู่หัวของกัมพูชาเล่นการเมืองได้ไม่สะพระทัย ก็สละราชสมบัติถวายพระราชบิดาของพระองค์ ทรงพระโดดลงมาเล่นการเมืองเต็มองค์อยู่พักหนึ่ง แล้วก็กลับขึ้นไปเป็นกษัตริย์ใหม่



เท่าที่ไปเกี่ยวกับไอ้กันและสงครามเวียดนามนั้น ที่ผมจำได้ ดูเหมือนพระเจ้าสีหนุจะทรงประกาศให้กัมพูชาเป็นกลางในการตีกันระหว่างญวนขาว ญวนแดง คอมมิวนิสต์และมริกัน ทรงบอกว่ากัมพูชาไม่เกี่ยว ไม่ยุ่งไม่ตีกะเขาด้วย และทรงหันไปร่วมคบหากับผู้ก่อตั้งกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดรุ่นแรก ตั้งแต่ครั้งการประชุมบันดุง อย่างซูการ์โนของอินโด ติโต้ของยูโก เนห์รูของอินเดีย นัสเซอร์ของอียิปต์ และรวมทั้งโจวเอินไหลของจีนแดงด้วย กลุ่มเหล่านี้แม้จะบอกว่าไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดก็ดี แต่ในสายตาของอเมริกันก็ย่อมจะหมั่นใส้อยู่และเห็นว่าที่จริงแล้วเป็นพวกค่อนข้างหัวรุนแรงต่อต้านมะกันทั้งนั้น ดังนั้นมะกันก็มีเหตุที่จะไม่ชอบกัมพูชาอยู่ สีหนุทรงเคยกล่าวหาด้วยว่า อเมริกาเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของกัมพูชา (ผมว่าน่าจะมีส่วนจริง) และทำให้พระองค์ต้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อรักษาเอกราช อิสรภาพและอธิปไตยของกัมพูชาไว้ จนต้องประพฤติองค์เป็นกษัตริย์แหวกแนวไปคบคอมมิวนิสต์อย่างว่า เพื่อประโยชน์ของชาติ (เมื่อเขมรแตกแล้วหลังปี 1975 สีหนุเคยนิพนธ์หนังสือเล่มหนึ่งชือ My War with the CIA)

นอกจากนั้น ในทางยุทธศาสตร์ยุทธวิธีทางทหาร อเมริกาอ้างว่า กัมพูชาของสีหนุตีหน้าแถลงนโยบายเป็นกลางหลอกฝรั่งไปวันๆ ยังงั้นแหละ แต่ที่จริงแอบให้การสนับสนุนเวียดนามเหนือและเวียดกงในสงครามเวียดนาม ดูเหมือนจะมีสิ่งที่เรียกว่า "โฮจิมินห์เทรล" เส้นทางเดินทัพของโฮจิมินห์ ทอดผ่านเข้ามาในแดนกัมพูชาด้วยแล้วรัฐบาลสีหนุก็รู้เห็นเป็นใจ จึงทำให้เวียดนามใต้และอเมริการบไม่ชนะสักที โอเค รัฐบาลเขมรอาจจะไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์ (เป็น "สังคมราษฎร์นิยม /สีหนุนิยม")  แต่ก็มีความเห็นใจคอมมิวนิสต์ และมีกลุ่มคอมมิวนิสต์ในป่าเขมรติดต่อกันอยู่ อเมริกันว่ายังงั้น ก็เลยต้องบอมบ์เมืองเขมรด้วย จะได้ตัดทางลำเลียง



สมัยนั้นเขมรกับไทยไม่ถูกกันอย่างแรง สาเหตุส่วนหนึ่งก็เพราะไทยสมัยท่านจอมพลสฤษฎ์เข้าข้างอเมริกาค่อนข้างเต็มตัว ขณะที่เขมรสีหนุท่านไม่ชอบหน้าอเมริกา ตอนที่ท่านจอมพลสฤษฎ์ตายนั้น ทางเขมรพระเจ้าสีหนุประกาศหยุดงานฉลองทั่วประเทศ 3 วัน ว่าศัตรูของกัมพูชาตายแล้ว ยังงี้ก็มี...



แล้วยังไงอีกไม่รู้ ในที่สุดอเมริกาก็ให้ท้ายให้ทหารเขมรปฏิวัติ โค่นพระองค์สีหนุเสียตั้งรัฐบาลจอมพล ลอน นอล ขึ้นมาแทน จะได้คุยกับอเมริกาได้รู้เรื่องหน่อย แต่ในที่สุดของที่สุดอีกที ญวนใต้ก็แตก ลาวแตก และกัมพูชาก็แตก รัฐบาลลอนนอลก็อยู่ไม่ได้เปลี่ยนกลายเป็นขแมร์กะฮอมหรือเขมรแดงครองเมือง แล้วในที่สุดของที่สุดของที่สุด ...



เอาตัดตอนไว้แค่นี้ก่อนดีไหมครับ แค่จบสงครามเวียดนามก่อน ยิ่งผมเขียนมากก็ยิ่งมั่วมาก ยิ่งผิดมากครับ ประวัติศาสตร์ตอนนั้น โดยเฉพาะพระราชพฤติกรรมของสีหนุก็น่างงด้วยจริงๆ ครับ ผมไม่มีตำราอยู่ตรงนี้ ว่าสดๆ จากความจำอาจจะผิด ใครตรวจข้อมูลให้ได้ช่วยกรุณาหน่อยครับ
บันทึกการเข้า
ด.เด็ก
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 03 ก.ค. 01, 08:03

แหม ถ้าคุณ นกข.งงแล้ว คนอื่นไม่แย่รึครับ
บันทึกการเข้า
วรณัย
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 03 ก.ค. 01, 14:24

ต่อพี่ นกข.ซะหน่อย
รัฐบาลหุ่นลอนนอล จักรวรรดิ์นิยมอเมริกาเชิดอยู่ข้างหลัง ในวลานั้นเจ้าสีหนุหันไปร่วมมือกับปักกิ่งและเขมรแดง พอลพต เฮียงสารีอย่างออกนอกหน้าสงครามกลางเมืองของเขมรจึงเริ่มขึ้น เขมรแดงที่ใช้ยุทธวิธีป่าล้อมเมืองก็ทำสงครามชนะทหารลอนนอล ที่มีการสนับสนุนทางอาวุธและที่ปรึกษาทางทหารอเมริกัน อย่างลับ ๆ  เมื่อกรีฑาทัพเข้าสู่กรุงพนมเปญ ตำนานการฆ่าและทำลายล้างประชาชนกัมพูชากว่า 3 ล้านคน(Killing Field) จึงเกิดขึ้น
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 04 ก.ค. 01, 00:25

อ่านพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ฝรั่งแว่บๆ เมื่อไม่กี่วันก่อน ยังไม่ได้อ่านรายละเอียด บอกว่า หลุมฝังศพตาม็อกหรือเขียวสัมพัน หรือใครสักคนที่เป็นเขมรแดงตัวใหญ่ ตอนนี้กลายเป็นเจ้าพ่อใบ้หวยไปแล้ว ข่าวว่าคนเขมรไปขอหวย เกิดถูกขึ้นมา ก็เลยดังใหญ่ หนังสือพิมพ์ฝรั่งสรุปว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลง นจากตอนเป็นๆ ที่ทารุณโหดร้ายกับประชาชน ตอนตายแล้วกลายเป็นผีหรือเจ้าพ่อใจดีมีเมตตาช่วยคนจนแทน

....เป็นอะไรที่ เป็นไทยๆ ดีจังครับ แปลว่าคนเขมรกับคนไทยนี่ญาติกันจริงๆ คิดเหมือนกันเลย...
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 04 ก.ค. 01, 00:56

ฮ่าๆๆ ข่าวนี้เด็ดจริงๆ ครับ

นึกถึงภาพยนต์เรื่อง นิกสัน มีฉากหนึ่งพูดถึงกัมพูชาด้วยครับ
เป็นตอนที่นิกสันส่ังบอมส์เขมร ผมจำเหตุผลในภาพยนต์ไม่ได้... ว่าทำไมต้องบอมส์
รู้สึกว่าจะเกี่ยวกับการเมืองภายในอะไรซักอย่าง?
แต่เคยอ่านคอลัมน์หนังสือพิมพ์ภาษาไทย เขาว่าเป็นเพราะตอนนั้นนิกสัน
กำลังโดนคดีวอร์เตอร์เกต เลยหาทางเลี่ยงความสนใจของประชาชน
บังเอิญมีกรณีเรือประมงของเขมรไปยิงเรือทหารของอเมริกันเข้า
ก็เลยหาเหตุบอมส์เขมรซะเลย ... ผิดถูกอย่างไรไม่ทราบได้ครับ
ตอนนั้นผมยังไม่เกิดเลย แหะๆๆ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 04 ก.ค. 01, 02:26

Sorry, I can't type Thai right now.



The Americans bomped Cambodia because the Vietcong escaped into Cambodia border after assaulting the GIs.  The Amercan's accusation is true.  There's big Viesnamese community in S. California and recently, there're a many reconciliatory activities between the old GIs and Vietcong.  So the newspapers interviewed both sides.



It was wartime, and war-time rationalisation sometimes or a lot of the time doesn't seem to make any sense.
บันทึกการเข้า
เด็กชน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 04 ก.ค. 01, 08:36

สนใจเรื่องสงครามพวกนี้เช่นกันก็มาขออ่านด้วยคนค่ะ
บันทึกการเข้า
เบิ้ม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 13 ก.ค. 01, 12:54

จำเรื่องเส้นทางโฮจิมินห์ได้ครับ
ไอ้เจ้าเส้นทางนี้เป็นทางลำลองธรรมดานั่นแหละ ใช้ส่งยุทธปัจจัยจากเวียดนามเหนือ
ไปเวียดนามใต้ เส้นทางนี้อเมริกาพยายามทำลายเท่าใดก็ไม่สำเร็จ เพราะมันไม่ใช่
ถนนจริงๆ มันเป็นถางพงไปตามป่า ตรงไหนโดนทิ้งระเบิดก็ซ่อมลวกๆแป๊ปเดียวก็ใช้
งานได้อีก แต่ก็เล่นเอาเวียดนามเหนืออ่วมไปเหมือนกัน เลยฉลาด เลี้ยวเส้นทางเข้า
ลาวกับเขมร แล้วค่อยมาวกเข้าเวียดนามใต้ทีหลัง กะว่าอเมริกาคงทำอะไรไม่ได้
เพราะสองประเทศนั้นเขาไม่ได้รบกับอเมริกาด้วย ที่ไหนได้อเมริกาตามไปบอมบ์ซะกระจุย
สองประเทศนั้นเลยต้องทำศึกกับอเมริกาไปด้วย เข้าทำนองชักศึกเข้าบ้าน
ไอ้ฝนเหลืองอะไรที่เอาไปโปรย ก็เอาไปโปรยให้ต้นไม้ตามเส้นทางโฮจิมินห์ตาย
จะได้มองเห็นจากทางเครื่องบินได้นั่นแหละครับ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 16 ส.ค. 01, 17:14

อ่านเจอบทความเกี่ยวกับสีหนุในคอลัมน์ข้ามโขงของมติชนสุดสัปดาห์เลยคัดบางส่วนมาครับ

เริ่มจากตอนปี พ.ศ. 2497 มีการเจรจาัญหาอินโดจีนที่กรุงเจนีวา หลังจากที่ฝ่ายของ
โฮจีมินถล่มฝรั่งเศสซะยับเยินในสมรภูมิเดียนเบียนฟู ที่ประชุมนอกจากจะให้การยอมรับ
เอกราชสมบรูณ์ของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม (เวียตนามเหนือ)
แล้วยังได้ตกลงกันว่าสำหรับลาวนั้นก็ให้กองกำลังของฝ่าย แเทดลาว อยู่ใน ซำเหนือ
และ พงศาลี จนกว่ารัฐบาลแห่งราชอาณาจักรลาว และฝ่ายขบวนการปเทดลาว
จะได้บรรลุถึงความเป็นเอกภาพของประเทศ

หันมาดูทางฝ่ายกัมพูชา พรรคประชาชนปฎิวัติกัมพูชา ภายใตการนำของ ซอน ง็อก มินห์
ซึ่งเป็นพวกเดียวกับพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ก็ได้อ้างถึงเขตปลดปล่อยของตนทางภาคอีสานของประเทศ
แต่สีหนุไม่ยอม จนในที่สุดสีหนุก็ทำให้ที่ประชุมได้ยอมตกลงให้กัมพูชาเป็นประเทศเดียว
และตนเองได้ขึ้นเป็นกษััตริย์ได้สำเร็จ ฝ่ายฝรั่งเศสที่เป็นเจ้าอณานิคมเก่านั้นก็ไม่อาจฝืนกระแส
ยอมให้เอกราชอันสมบูรณ์แก่กัมพูชาในเวลาต่อมา

รู้สึกว่าสีหนุจะมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลสมัยจอมพล ป.
ในมิติชนบอกไว้ว่า เมื่อครั้ง จอมพล ป. พิบูลสงคราม ถูกผู้บัญชาการทหารบก
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำการรัฎประหารยึดอำนาจ ในปี พ.ศ. 2500 นั้น
จอมพล ป. หนีอย่างสดชีวิตผ่านจังหวัดตราด เข้าไปในประเทศกัมพูชา
ซึ่งเจ้าสีหนุได้ ได้ให้การดูแลต้อนรับอย่างดีด้วยเคยให้การช่วยเหลื่อเกื้อกูลกันมาก่อน
แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่ปรากฎชัด จอมพล ป. ก็ต้องออกจากกัมพูชา
ไปพำนักที่ประเทศญี่ปุ่น จนถึงแก่อสัญกรรมที่นั้น

กล่าวถึงจอมพลสฤษฎ์นั้น มิติชนบอกว่า บบิดาของจอมพลสฤษดิ์ เป็นนายทหารไทยและมีบรรดาศักดิ์
เป็นหลวง เป็นผู้มีความรู้ภาษาเขมรอย่างดีเยี่ยม และ เป็นผู้เชี่ยวชาญเขมรในสัมกัดของ
เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อยู่ในคณะผู้ทำงานปักปันเขตแดนในสมัยรัชกาลที่ 5
ส่วนตัวจอมพลสฤษฎ์นั้นไม่แน่ใจว่าจะรู้ภาษาเขมรหรือไม่
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 16 ส.ค. 01, 17:21

กล่าวถึงเจ้าพระยาอภัยภูเบตเสียเล็กน้อย
ท่านเป็นข้าหลวงต่างพระเนตรพระกรรณ คนสุดท้าย
ที่ต้องถอนตัวออกมาจากเมืองพระตะบอง เมื่อไทยต้องเสียดินแดนให้กับฝรั่งเศส

ท่านเป็นต้นตะกูลอภัยวงศ์ บุตรชายคนหนึ่งของท่าน คือ นายควง อภัยวงศ์
เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย

เท่าที่ทราบหลังจากที่ท่านต้องอพยบออกมาจากเมืองพระตะบอง
ได้พำนับอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี และ ยังได้สร้างบ้านหลังใหญ่ไว้หลังหนึ่ง
เพื่อให้ในหลวงรัชกาลที่ 5 ไว้ประทับ เวลาเสด็จประพาสต้น
บ้านหลังนั้น ปัจจุบัน ลูกหลานของท่านได้ยกให้รัฐบาลและดัดแปลงเป็น
โรงพยาบาล (ผมจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร คิดว่าชื่อ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบต?)
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 16 ส.ค. 01, 17:49

กลับไปที่เขมรใหม่ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 เป็นต้นมา ในช่วง 10 ปีแรก
สีหนุได้รับการยอมรับนับถือจากประชาชนชาวเชมรอย่างมาก
จนพวกเขมรอื่นๆ อย่างคอมมิวนิสต์ ซอน ง็อก มินห์ กับพวกของ
นาย ซา รอธ ซาร์ ( อาจารย์วิทยาลัย ซึ่งต่อมาคือ พล พต ผู้นำเขมรแดง )
ต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังมิให้ทางฝ่ายสีหนุล่วงรู้พฤติกรรม

ชาวคอมมิวนิสต์เขมรคนอื่นๆ รวมทั้งผู้สงสัยว่ามีส่วนร่วมกับขบวนการฝ่ายซ้าย
ได้ถูกกำลังตำรวจลับของสีหนุ และกำลังทหารของลอนนอล นายพลคู่ใจสีหนุ
เข่น ฆ่า สังหารโหด เป็นจำนวนไม่น้อย

ผู้นำเขมรอิสระที่เคยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีพอสมควรคือ นายดาบชวน เข็มเพชร
ซึ่งมีผู้สันนิฐานว่าเคยเป็นทหารไทยได้รับยศนายดาบมาก่อน เท็จจริงอย่างไรทราบได้
บุคคลผู้นี้หลังเขมรได้เอกราชแล้วก็มีกองกำลังของตนอยู่บริเวณเมืองเสียมราฐ
ในขั้นตนเข้ากันได้ดีกับสีหนุ แต่ต่อมาถูกกล่าวหาว่ากบฎ เลยถูกเก็บซะ

มติชนวิเคราห์ะว่า สีหนุนั้นดำเนนงานทางการเมืองประหนึ่งว่า "รัฐคือตวข้าเอง"
มีการถวายราชสมบัติให้พระราชบิดาครองราชย์ ตัวสีหนุมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
บริหารประเทศด้วยแนวนโยบายแห่ง "ราชสังคมนิยม" ปราบปรามคู่แข่งทางการเมือง
ด้วยวิธีรุนแรงด้วยการเก็บเงียบ ยิงทิ้งโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมใดๆ
(* เท็จจริงอย่างไรไม่ทราบครับ ผมลอกเขามาอีกที จากมิติชนสุดสัปดาห์
คอลัมน์ข้ามโขง โดย คุณชัย สมานจิต )

สำหรับเหตุการณ์ที่เกี่ยกับเพื่อนบ้านทางทิศตะวันออก คือ เวียดนามเหนือนั้น
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 เวียดนามเหนือได้เตรียมกำลังรบเพื่อการปลดปล่อย
เวียดนามใต้ เส้นทางส่งกำลังบำรุงให้แก่กองทัพเวียดนามเหนือสู่เวียดนามใต้นั้นเป็นที่
รู้จักกันดีในชื่อ "เส้นทางโฮจิมนห์"

ส่วนหนึ่งต้องลัดเลาะตัดผ่านเข้าไหในดินแดนของกัมพูชา จึงทำให้สีหนุเองมีความจำเป็นที่
จะต้องรักษาสมดุลด้วยความลำบากใจพอสมควรเพราะไม่อย่างไรเสียทางฝ่ายอเมริกา
ย่อมไม่พอใจแน่นอน นโยบายต่างประเทศของสีหนุในระยะนั้นก็คือ การรักษาสถานะ
กับเวียดนามเหนือ รวมทั้งอาศัยการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ส่วนสัมพันธภาพกับ
อเมริกา และ เวียดนามใต้ อยู่ในฐานะที่ไม่สู้จะดีนัก

ส่วนไทยในยุคนั้น ถือนโยบาย ตามอเมริกา
( ไม่แน่ใจว่าอยู่ในช่วงใด อาจเป็นช่วงรัฐบาลของจอมพล ถนอม )

และแล้วในปี พ.ศ. 2513 ด้วยความสนับสนุนอย่างลับๆ (แต่เป็นที่รู้กัน ) จากอเมริกา
นายพลลอนนอลขุนพลคู่ใจของสีหนุก็ทำการรัฐประหารยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ
ในขณะที่เจ้าสีหนุ และ ชายาหญิงโมนิก อยู่ระหว่างการพักร้อนในต่างประเทศ
การรัฐประหารครั้งนี้ถือว่า เซอร์ไพลซ์ เจ้าสีหนุมากเพราะไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะถูก
ขุนพลคู่ใจหักหลัง

หลังจากนั้น อเมริกา ก็บอมส์ เขมร อย่างที่กล่าวมาแล้ว ทำให้คะแนนนิยมของ
ลอนนอนตกลง และ ฝ่ายเขมรแดงได้เปรียบ และในที่สุดก็สามารถมียึดครองประเทศได้
เมื่อเขมรแดงมีอำนาจก็สร้างตำนาน ท่งสังหาร อย่างที่เราท่านทราบกัน

ด้วยเหตุใดไม่ทราบเหมือนกัน เขมรแดงสังหารชาวเวียดนามที่เข้าไปทำมาหากิน
อยู่ในกัมพูชาเป็นจำนวนมาก ทำให้เวียดนามส่งทหารบุกกัมพูชาอีกทีหนึ่ง
แล้วก็ขับไล่เขมรแดงมาติดชายแดนไทย ทางฝ่ายเวียดนามก็ได้จัดตั้งรัฐบาลหุ่น
เฮงสัมรินขึ้น ซึ่งต่อมาก็เมื่อเวียดนามถอนทหารออกไปแล้วผู้นำจากกลุ่มนี้
ที่ขึ้นเป็นนายกฯ หนึ่งในนายกสองคนของเขมร ก็คือนาย ฮุนเซนนั่นเอง
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 22 ส.ค. 01, 01:37

มาต่อบทความเกี่ยวกับสีหนุ และ การเมืองเขมรครับ (ลอกมาจากมติชนสุดฯ เช่นเดิม
ฉบับวันที่ 30 กรกฎาคม 2544 ปีที่ 21 ฉบับที่ 1093 ราคา 35 บาท ... ฮ่าๆๆ
คอลัมน์ ข้ามโขง ของ ชัย สมานจิต )

... พ.ศ. 2513 เป็นปีที่กัมพูชาได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชนิดพลิกแผ่นดินด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่
ของอเมริกา บงการให้ นายพลลอนนอย รมต.กลาโหม เข้าทำรัฐประหารยึดอำนาจจากสีหนุ
กองทัพอเมริกาเองก็ยังได้ส่งกำลังรวมทั้งรถถังบุกเข้ามาในกัมพูชาในบริเวณ"ปากนกแก้ว"
เขตชายแดนตะวันออกเฉียงใต้ติดต่อกับเวียดนามใต้ เพื่อกำจัดปราบปรามกองกำลังเวียดนามเหนือ
ซึ่งฝ่ายอเมริกันเรียกว่าพวก "เวียดกง"

กล่าวกันว่าเมื่อถูกรัฐประหารแล้ว เจ้าสีหนุชักจะเริ่มถอดใจคิดว่าจะลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส
แต่ด้วยแรงหนุนและกำลังใจของพระชายา(เรียกว่าแรงลมหมอน) ทำให้เจ้าสีหนุฮึดขึ้นมา
และพอดีกับทางจีน และโซเวียตให้การสนับสนุน ช่วยจัดการให้ทางเวียดนามและสีหนุจับมือกัน
สู้กับอเมริกา

ฝ่ายลอนนอย ซึ่งก็คือฝ่ายขวาภายใต้การอุปถัมภ์อุ้มชูจากอเมริกา ทีแรกทำท่าว่าจะไปได้สวย
แต่การที่เข้าไปปราบปรามชาวเขมรตามชนบทที่เห็นว่าเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือฝ่ายซ้าย
กลับทำให้ฝ่ายเขมรแดงมีกำลังเพิ่มมากขี้น และประกอบกับทางเวียดนามเหนือ ก็เข้ามา
ฝึกอบรมการสู้รบให้เขมรแดง นอกจากนั้นยังได้รับอาวุธแบบไม่อั้นจากจีน ผ่านมาทางเวียดนาม
เขมรแดงกลับแข้มแข็งขึ้นทุกที รัฐประหารของลอนนอนจึงไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขอมอเมริกา

ส่วนสีหนุถึงแม้จะได้รับการยกย่องแต่งตั้งให้อยู่ในฐานะผู้นำขบวนการต่อสู้ของชาวเขมร
ซึ่งถือว่าเป็นขบวนการร่วมระหว่าง เวียดนาม ลาว และ เขมร แต่ก็ไม่ได้มีบทบาทอะไรมากนัก
เนื่องจากไม่มีกองกำลังอยู่ในมือ จึงอยู่ในสถานะที่คล้ายกับว่าเป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น

เพื่อเป็นส่วนประกอบในการต่อสู้ ในฐานะที่สีหนุ มีความสามารถในการประพันธ์เพลง
เจ้าสีหนุจึงได้ประพัมธ์เพลงทั้งเนื้อร้องทำนองสำรับปรุกใจมีชื่อเพลงว่า "สามชาติอินโดจีน"

ส่วนหนึ่งของเนื้อร้องคือ "พวกเราสามชาติ อินโดจีนที่วีระอาจหาญ เราร่วมกันต่อสู้ศัตรูผู้รุกราน
จนเสร็จสิ้นทั้ง เวียดนาม ลาว เขมร ร้องเพลงร่วมกัน"
ว่ากันว่าเป็นเพลงที่มีความหมายดี แต่เมื่อใส่ทำนองเข้าไปแล้ว ฟังเพลงนี้แทนที่จะจับปืนเข้าต่อสู้
ก็คงจะเอาดอกไม้มาปักไว้ปลายปากกระบอกปืนมากกว่า เพราะหวานมาก
(เท็จจริงอย่างไรไม่ทราบครับ เพราะว่าไม่เคยฟัง คงเป็นภาษาเขมร )
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 22 ส.ค. 01, 01:50

เขมรแดงได้ยาตราทัพเข้าปลดปล่อยกรุงพนมเปญในกลางปี พ.ศ. 2518 ก่อนที่กองทัพประชาชนเวียดนาม
เข้าปลดปล่อยกรุงไซ่ง่อนเพียงไม่กี่สัปดาห์ เขมรแดงได้ทำการบีบบังคับให้ชาวเมืองอพยพเคลื่อนย้าย
ไปทำนาในชนบท การแก้แค้นกวาดล้างผู้เป็นปฎิปกษ์อย่างทารุณโหดเหี้ยมโดยฝ่ายเขมรแดง ถูกจารึกลงใน
ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติ ชื่อผู้นำเขมรแดง อันได้แก่ พล พต, เอียง ซารี, เขียว สัมพัน, ได้ถูกประณาม
จากชาวโลก

สำหรับตัวลอน นอย เองนั้นล้มป่วบเป็นโรคอัมพฤกษ์อย่างกะทันหัน ก่อนกรุงพนมเปญแตกเพียงไม่กี่วัน
ลอนนอย พร้อมครอบครัวบริวารจำนวนหนึ่งได้เดินทางไปลี้ภัยที่ฮาวาย และให้รองนายกฯ คือ
เจ้าศรีสวัสดิ์ สิริมาตัก ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายเจ้าสีหนุ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทน ซึ่งในขณะที่เขมรแดง
เข้ายึดกรุงพนมเปญนั้น เจ้าสิริมาตัง ได้พยายามเข้าไปลี้ภัยในสถานทูตฝรั่งเศส แต่ไม่ได้รับการต้อนรับ
จึงต้องพบจุดจบ สาบสูญไปเมื่อเขมรแดงได้ครองอำนาจ

ส่วนตัวเจ้าสีหนุนั้นแม้ว่าจะได้กลับคืนสู่พนมเปญ และประทับในพระราชวังหลวง แต่ก็ต้องถูกจำกับบริเวณ
และควบคุมทางอ้อม แต่สีหนุยังมีจีนเป็นเกราะกำบังทำให้เขมรแดงไม่กล้าที่จะทำอันตราย แต่สำหรับโอรส
และธิดาของเจ้าสีหนุก็หายสาบสูญไประหว่างเขมรแดงครองอำนาจ โอรสองค์หนึ่งคือ เจ้านโรดม รณฤทธิ์
ศึกษาวิชากฎหมายในฝรั่งเศสสามารถหลุดรอดไปได้ เมื่อจบการศึกษาได้รับปรรจุเป็นอาจารย์ประจำ
ณ. มหาวิทยาลัย เอ็กซ์ ออง โปรวองซ์ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ทำหน้าที่สอนวิชากฎหมาย ก่อนที่จะกลับมา
มีบทบาทในการเมืองกัมพูชาในปัจจุบัน ในนามสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ ประธานรัฐสภา
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 22 ส.ค. 01, 02:07

ต่อมาเหตุการณ์ได้แปรผันไปอีก เมื่อเขมรแดงดำเนินนโยบายซ้ายตัด และมีจีนให้การหนุนหลัง
เวียดนามเองก็มีความขัดแย้งในทางความคิดกับจีน เนื่องด้วยว่าจีนเห็นว่าเวียดนามเอนเอียง
ไปอยู่ข้างโซเวียต อีกทั้งชาวเวียดนามนับหมื่นคนได้ถูกสังหารอย่างทารุณจากฝ่ายเขมรแดง
เรียกว่าเป็นการล้างเผ่าพันธู์ทางเชื้อชาติ เวียดนามจึงได้ตัดสินใจส่งกำลังเข้ากัมพูชาเพื่อขับไล่
เขมรแดง และอาศัยอดีตกองกำลังส่วนหนึ่งของเขมรแดงที่เคยอยู่ในอิทธิพลของตนอันได้แก่
กองกำลังของ เฮง สัมริน

ทางด้านไทยก็เห้นว่าอิทธิพลของเวียดนามจะเป็นอันตราย จึงมีความเห็นที่ตรงกับนโยบาย
อุ้มชูเขมรแดงของจีน อาวุธยุทโธปกรณ์ที่จีนให้การช่วยเหลือเขมรแดง ส่วนหนึ่งผ่านจาก
เมืองไทยภายใต้การรับผิดชอบของนายทหารยศพลตรีในขณะนั้น ดูแลรับผิดชอบจัดการขนถ่าย
ให้เขมรแดง (มติชนกล่าวว่า นายทหารผู้นี้ ต่อมาเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด และเคยเป็นผู้บริหาร
สูงสุดของประเทศ )

ในที่สุดเขมรแดงก็ถูกตีถอยร่นมาทางทัศตะวันตก เหลือที่มั่นเพียงไม่กี่แห่งเข่น ที่เมืองไพลิน
ซึ่งเป็นแหล่งบ่อพลอยทีค่า ติดชายแดนด้านจังหวัดจันทบุรี และกลายเป็นแหล่งทำรายได้ให้เขมรแดง
รวมทั้งอนุญาตให้สัมปทานป่าไม้แก่พ่อค้าไม้ชาวไทย

หลังจากได้มีการเจรจายุติศึก อำนาจของรัฐบาลกัมพูชา นำโดย สมเด็จฮุน เซน มีความมั่นคงมากขึ้น
ราชอณาจักรกัมพูชาได้รับการสถาปนาขึ้นอีกครั้ง โดยมี สมเด็จพระเจ้านโรดม สีหนุ เป็นประมุข

จีนได้ให้การสนับสนุนแก่เจ้าสีหนุอย่างต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายส่วนพระองค์ในทุกด้าน จีนเป็นผู้ดูแลทั้งสิ้น
เจ้าสีหนุมีที่ประทับในจีน โดยทางการจีนจัดถวาย ทรงพระเกษมสำราญเป็นอย่างยิ่ง บางครั้งมีการ
ออกค่าใ้จายเชิญนักร้องนักดนตรีจากไทยไปบรรเลง เป็นที่สนุกสนาน
นอกจากนี้ ประธาน คิม อิล ซุง แห่งเกาหลีเหนือ ก็เป็นมิตรที่ดีของพระเงค์ และได้จัดตำหนักที่พัก
ที่เมืองเปียงยางเมืองหลวง

เมื่ออำนาจเขมรแดงถูกทำลายลง และ กองทัพเวียดนามถอนตัวออกไป
ก็มีหน่วยงานของสหประชาชาติเข้ามาช่วยดูแลการเลือกตั้ง และรักษาเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง