เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7
  พิมพ์  
อ่าน: 10774 ผู้หญิงของสุนทรภู่
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10885



ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 06 พ.ค. 16, 09:51

มาไขปริศนากันดีกว่า ว่าวัดไหนที่ท่านเห็น     ที่มี "พระศิลาขาวล้ำดังสาลี"
เชิญดูรูปค่ะ




เชิญนักเรียนในชั้นช่วยกันตอบ ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31156

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 06 พ.ค. 16, 09:57

พระพุทธรูปองค์นี้  เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยเชียงแสนผสมสุโขทัย ปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร จำหลักด้วยศิลายวง สีขาวบริสุทธิ์
มีพระนามทางการว่า พระพุทธเทววิลาส   แต่ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อขาว  ประวัติความเป็นมาไม่ปรากฎ  ทราบว่าเดิมอยู่ในพระบรมมหาราชวัง     
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดให้กรมหมื่นภูมินทรภักดี (พระองค์เจ้าชาย ลดาวัลย์ ต้นราชสกุลลดาวัลย์) เป็นแม่กองสร้างวัดเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงวิลาศ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ เดิมชื่อว่าวัดพระยาไกรสวนหลวง สร้างเสร็จเมื่อพุทธศักราช ๒๓๘๒ พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดเทพธิดาราม" ซึ่งหมายถึงกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ  โปรดให้อัญเชิญพระพุทธรูปจำหลักด้วยศิลาขาว จาก พระบรมมหาราชวังมาเป็นพระปฏิมากรประธาน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31156

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 06 พ.ค. 16, 10:00

ทั้งพระทองสององค์ล้วนทรงเครื่อง                  แลเลื่อมเหลืองเรืองจำรัสรัศมี

คือพระพุทธรูปทรงเครื่อง 2 องค์ ประดิษฐานอยู่ซ้ายขวา "หลวงพ่อขาว" ในพระอุโบสถวัดเทพธิดาราม


บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 462


ความคิดเห็นที่ 78  เมื่อ 06 พ.ค. 16, 10:26

พอจะเดาได้ว่านางฟ้าองค์นี้เป็นใคร แต่รออาจารย์เฉลยดีกว่าค่ะ เพราะไม่แน่ใจว่าหนูจะเดาผิดหรือเปล่า  ฮืม
ท่านสุนทรภู่ มีวิญญาณศิลปินเต็มตัว จึงไม่มีขีดจำกัดใดมากั้นจินตนาการของท่านได้
จนต้องปลดปล่อยออกมาเป็นบทกวีให้แจ่มแจ้งเป็นรูปธรรม
สตรีต่างๆระดับในแผ่นดินท่านได้ผ่านมาหมดแล้ว (ความเป็นชายชาววังมีส่วนเอื้อโอกาสให้ท่าน)
ยังเหลือแต่ระดับเทพธิดา ที่ท่านมีโอกาสเฉียดใกล้ (ผ้าเหลืองมีส่วนเอื้อท่าน)
 
เสียวหัวแทนท่านจริงๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31156

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 79  เมื่อ 06 พ.ค. 16, 11:00

ที่เอกองค์ทรงศรีฉวีวรรณ                    ดั่งดวงจันทร์แจ่มฟ้าไม่ราคี
ทั้งคมขำล้ำนางสำอางสะอาด            โอษฐ์เหมือนชาดจิ้มเจิมเฉลิมศรี
ใส่เครื่องทรงมงกุฎดังบุตรี                    แก้วมณีเนาวรัตน์จำรัสเรือง
รูปจริตพิศไหนวิไลเลิศ                    เหมือนหุ่นเชิดโฉมแช่มแฉล้มเหลือง
พอแลสบหลบชะม้ายชายชำเลือง            ดูปลดเปลื้องเปล่งปลั่งกำลังโลม
ลำพระกรอ่อนชดประณตน้อม              แลละม่อมเหมือนหนึ่งเขียนวิเชียรโฉม
หรือชาวสวรรค์ชั้นฟ้านภาโพยม            มาประโลมโลกาให้อาวรณ์
แปลกมนุษย์ผุดผ่องละอองพักตร์            วิไลลักษณ์ล้ำเลิศประเสริฐสมร
ครั้นปราศรัยไถ่ถามนามกร                    ก็เคืองค้อนขามเขินสะเทินที

สาวสวรรค์ชั้นฟ้าองค์นี้ มีชื่อที่นางเมขลาบอกไว้ว่า

ว่านวลหงส์องค์นี้อยู่ชั้นฟ้า                    ชื่อโฉมเทพธิดามิ่งมารศรี
บันทึกการเข้า
นางมารน้อย
พาลี
****
ตอบ: 297


ทำงานแล้วค่ะ


ความคิดเห็นที่ 80  เมื่อ 06 พ.ค. 16, 13:38

จริงๆก้เคยอ่านเจออยู่ว่ามีคนตีความว่าท่านเอกกวีคนนี้แอบใฝ่ปองผู้ใด แต่รอให้ท่านอ.เทาชมพูเฉลยดีกว่า


เคยไปกราบหลวงพ่อศิลาขา บุษบกท่านงามมากๆค่ะ
บันทึกการเข้า

สวัสดีทุกๆท่านค่ะ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31156

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 81  เมื่อ 06 พ.ค. 16, 16:46

สงสัยนักเรียนพวกนี้อ่านบทจบกันหมดแล้ว   ต้องรีบปิดคอร์ส

กรมหมื่นอัปสรสุตาเทพ นอกจากมีพระโฉมงามเลิศล้ำแล้ว ยังทรงเฉลียวฉลาด  โปรดหนังสือ และการกวี ทรงชุบเลี้ยงกวี อย่างสุนทรภู่เองเมื่อบวชอยู่ที่วัดเทพธิดาก็อยู่ในพระอุปถัมภ์   โปรดให้แต่งกลอนถวาย   ว่ากันว่าคือนิทานเรื่องสิงหไกรภพ   และประทานรางวัลให้เลี้ยงชีพ  จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในพศ. 2388  คือ 3 ปีหลังสุนทรภู่แต่ง รำพันพิลาป

กลับมาที่รำพันพิลาป
ถ้าบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญก็บังเอิญมากไปหน่อย   ว่าเทพธิดาโฉมงามที่สุนทรภู่ฝันเห็นนั้น มีนามว่า " เทพธิดา" ซึ่งเป็นคำแปลของพระนามกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ

ไหนๆก็ไหนๆ แล้ว    ในเมื่อนักเรียนส่วนใหญ่หรือทั้งหมดก็เคยอ่านมาแล้วว่าเทพธิดาองค์นี้ สุนทรภู่หมายถึงใคร    ก็จะไม่กล่าวย้ำให้เสียเวลาละค่ะ   แต่มาดูขั้นต่อไปกันเลยดีกว่า  ว่ากลอนต่อไปนี้ สะท้อนความในใจฝ่ายเดียว หรือความสัมพันธ์อันมีพื้นฐานอยู่บนความจริงบ้าง

ยังนึกเห็นเช่นโฉมประโลมโลก                    ยิ่งเศร้าโศกแสนสวาทปรารถนา
ได้แนบชมสมคะเนสักเวลา                            ถึงชีวาม้วยไม่อาลัยเลย
อยู่หลัดหลัดพลัดพรากไปฟากฟ้า                    ให้ดิ้นโดยโหยหานิจจาเอ๋ย
ถึงชาตินี้พี่มิได้บุญไม่เคย                            ขอชื่นเชยชาติหน้าด้วยอาวรณ์
แม้นรู้เหาะก็จะได้ตามไปด้วย                            สู้มอดม้วยมิได้ทิ้งมิ่งสมร
เสมอเนตรเชษฐาเวลานอน                            จะกล่าวกลอนกล่อมประทับไว้กับทรวง
สายสุดใจไม่หลับจะรับขวัญ                            ร้องโอดพันพัดชาช้าลูกหลวง
ประโลมแก้วแววตาสุดาดวง                            ให้อุ่นทรวงไสยาสน์ไม่คลาดคลาย
ยามกลางวันบรรทมจะชมโฉม                    ขับประโลมข้างที่พัดวีถวาย
แม้นไม่ยิ้มหงิมเหงาจะเล่านิยาย                    เรื่องกระต่ายตื่นตูมเหลือมูมมาม
ไม่รู้เหาะก็มิได้ขึ้นไปเห็น                            แม้นเหมือนเช่นชาวสุธาภาษาสยาม
ถ้ารับรักจักอุตส่าห์พยายาม                            ไปตามความคิดคงได้ปลงทอง
    
สุนทรภู่รู้ขนาดว่า เทพธิดาองค์นี้ โปรดฟังกลอนก่อนบรรทม    ถ้าหากว่าขับเพลงกล่อม ก็คือเพลงพัดชา เพลงช้าลูกหลวง ซึ่งเป็นเพลงเห่กล่อมพระบรรทม       
รู้ว่าตอนกลางวัน เทพธิดาโปรดบรรทมด้วยเช่นกัน     แม้ว่าวันไหนเทพธิดานึกเหงา ไม่เบิกบานใจ  ก็ชอบที่จะฟังนิทาน   เรียกว่ารู้อัธยาศัยกัน
ความรู้ข้อนี้  นักเรียนในชั้นคิดว่าเกิดจากการเดา  หรือว่ามีการติดต่อสนทนากันบ้าง  อาจจะโดยตรงหรือผ่านทางนางข้าหลวงและสตรีที่สุนทรภู่เรียกว่า "นางเมขลา" ซึ่งเป็นสตรีสูงศักดิ์ นับญาติเป็นพี่น้องกับเทพธิดาในฝันของท่าน  มีวิมานหรือควรจะเรียกว่าตำหนักอยู่เคียงกัน
สรุปว่า มีสตรีสูงศักดิ์ระดับนางฟ้า เกี่ยวข้องกับสุนทรภู่อยู่ถึง 2 องค์ ไม่ใช่องค์เดียว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31156

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 82  เมื่อ 06 พ.ค. 16, 17:34

ความในใจของสุนทรภู่ต่อเทพธิดา  เป็นอย่างไร เชิญอ่านในกลอนต่อไปนี้

เหมือนบุปผาปาริกชาติชื่น                    สุดจะยื่นหยิบได้มีไม้สอย
ด้วยเดชะพระกุศลให้หล่นลอย            ลงมาหน่อยหนึ่งเถิดนะจะประคอง
มิให้เคืองเปลื้องปลดเสียยศศักดิ์            สนอมรักร้อยปีไม่มีหมอง
แม้นมั่งมีพี่จะจ้างพวกช่างทอง            หล่อจำลองรูปวางไว้ข้างเคียง

คือใฝ่ฝันจะให้ดอกฟ้าร่วงลงมาสู่มือเลยทีเดียว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31156

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 83  เมื่อ 06 พ.ค. 16, 17:38

ดูฝีปากเกี้ยวดอกฟ้าของพระภู่ในวัย 56 ปีบ้าง

ขอเดชะพระอุมารักษาสวาท                       ให้ผุดผาดเพียงพักตร์พระลักษมี
วิมานแก้วแววฟ้าฝูงนารี                       คอยพัดวีแวดล้อมอยู่พร้อมเพรียง ๚
ขอเดชะพระอินทร์ดีดพิณแก้ว               ให้เจื้อยแจ้วจับใจแจ่มใสเสียง
สาวสุรางค์นางรำระบำเรียง                       คอยขับกล่อมพร้อมเพรียงเคียงประคอง
ขอพระจันทร์กรุณารักษาศรี                       ให้เหมือนมณีนพเก้าอย่าเศร้าหมอง
เหมือนหุ่นเชิดเลิศล้วนนวลละออง               ให้ผุดผ่องผิวพรรณเพียงจันทรา ๚
ขอพระพายชายเชยรำเพยพัด               ให้ศรีสวัสดิ์สว่างจิตขนิษฐา
หอมดอกไม้ในทวีปกลีบผกา                       ให้หอมชื่นรื่นวิญญาณ์นิทรารมณ์ ๚
ขอเดชะพระคงคารักษาสนอม               อย่าให้มอมมีระคายเท่าปลายผม
ให้เย็นเรื่อยเฉื่อยฉ่ำเช่นน้ำลม               กล่อมประทมโสมนัสสวัสดี
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10885



ความคิดเห็นที่ 84  เมื่อ 07 พ.ค. 16, 07:40

กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพเป็นที่เลื่องลือกันมากในเรื่องของความงาม ดังปรากฏในข้อความที่ พระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) ได้บันทึกไว้ในพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ตอนหนึ่งว่า

กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพเป็นถึงพระราชบุตรีโปรดปรานมาก คนที่เข้าพึ่งพระบารมีทั้งแผ่นดิน และสิ่งที่เชิดชูพระนามของกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพให้เลื่องลือไปทั่วแผ่นดินนั้น อีกประการหนึ่งก็คือพระสิริโฉมของพระองค์ ซึ่งลือกันว่า งามเลิศหาใครเสมอเหมือนได้ยาก

ภาพวาดในพระอุโบสถ วัดเทพธิดาราม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31156

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 85  เมื่อ 07 พ.ค. 16, 09:03

มาฟังคำฝากรักของพระภู่ในตอนท้าย ที่กล่าวถึงเทพธิดา

ด้วยเดิมฉันฝันได้ยลวิมลพักตร์                  สุดแสนรักลักประโลมโฉมฉวี
ถวิลหวังตั้งแต่นั้นจนวันนี้                          ขออย่ามีโทษโปรดยกโทษกรณ์
ด้วยเกิดเป็นเช่นมนุษย์บุรุษราช                  มาหมายมาดนางสวรรค์ร่วมบรรจถรณ์
ขอษมาการุญพระสุนทร                          ให้ถาพรภิญโญเดโชชัย

ความตรงนี้บอกกันตรงๆเลยว่า  ตั้งแต่เห็นหน้าเทพธิดา  ก็เกิดหลงรักขึ้นมาตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้      ความรู้สึกนั้นก็ไม่ใช่แค่เพ้อๆ ชื่นชมรูปโฉมเหมือนพวกเราที่อาจจะเคยไปยืนกะเย้อกะแหย่ง แหวกกลุ่มนักท่องเที่ยวในพระราชวังลูฟว์เพื่อชมภาพโมนาลิซ่า กันมาแล้ว    กล่าวคือไม่มีใครคิดถึงขั้นจะไปขโมยโมนาลิซ่ามาครอบครองไว้ที่บ้าน  แค่ดูสักพักก็ปลื้มถมเถไป
แต่พระภู่นั้นบอกตามตรงเลยว่า ขอประทานอภัยโทษที่คิดอย่างผู้ชาย ว่าหมายมาดเทพธิดามาร่วมเรียงเคียงหมอนกันเลยทีเดียว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31156

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 86  เมื่อ 07 พ.ค. 16, 09:04

ต่อไปนี้ก็ถึงการบ้านให้นักเรียนที่หนีหายกันไปหมดในวันหยุดยาว  เหลือคุณครูเพ็ญช่วยเฝ้าชั้นเรียนอยู่คนเดียว

การบ้านประเภทอัตนัย ต้องเขียนตอบยาวๆคงไม่มีนักเรียนเรือนไทยทำกันอยู่แล้ว    เพราะงั้นเพื่อให้ทันยุคทันเหตุการณ์ ออกการบ้านแบบโหวต yes โหวต no  กันดีกว่าค่ะ

คำถามก็คือ   รำพันพิลาปนี้  นักเรียนคิดว่าสุนทรภู่เขียนไว้แล้วซุกซ่อนอ่านคนเดียว ไม่แพร่งพรายให้ใครรู้  เพราะเป็นความในใจที่ให้รู้ถึงบุคคลภายนอกไม่ได้  ผ้าเหลืองจะหลุด หัวจะขาด   เพราะบังอาจคิดจะไปเอื้อมเด็ดดอกฟ้าพระราชธิดาพระเจ้าแผ่นดิน
หรือ
รำพันพิลาปนี้  สุนทรภู่ส่งให้บุคคลที่สอง(ซึ่งรวมคนที่สามสี่ห้าด้วยก็ได้) ได้อ่าน   กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพก็อาจอยู่ในข่ายที่ได้อ่านด้วย

ถ้าหาก เห็นว่าสุนทรภู่เขียนไว้เพื่ออ่านคนเดียว  ตามประสา "นักเลงกลอนนอนฝันเป็นสันดาน" อย่างที่ท่่านออกตัวไว้ท้ายๆเรื่อง

ได้ครวญคร่ำร่ำเรื่องเป็นเครื่องสูง                 พอพยุงยกย่องให้ผ่องใส
ทั้งสาวแก่แม่ลูกอ่อนลาวมอญไทย                 เด็กผู้ใหญ่อย่าเฉลียวว่าเกี้ยวพาน
พระภู่แต่งแกล้งกล่าวสาวสาวเอ๋ย                 อย่าถือเลยเคยเจนเหมือนเหลนหลาน
นักเลงกลอนนอนฝันเป็นสันดาน                 เคยเขียนอ่านอดใจมิใคร่ฟัง

ก็ขอให้นักเรียน โหวต yes

แต่..
ถ้าหากว่าเห็นว่าสุนทรภู่เขียนเพื่อส่งความในใจ และปล่อยให้บุคคลที่สอง (หรือสามหรือสี่) รู้     รวมทั้งกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพด้วย
ก็ขอให้นักเรียน โหวต  no

แต่..อีกหน
ถ้าหากว่านักเรียนสมองดีมาก  สามารถคิดเป็นอย่างอื่นได้นอกจาก yes และ no    ก็สามารถจะตอบเป็นข้อที่สามได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 462


ความคิดเห็นที่ 87  เมื่อ 07 พ.ค. 16, 10:02

ท่านอาจารย์ใหญ่ ทันสมัยจัง"ขอเสียงหน่อย" เช็กประชามตินักเรียน
นัเกเรียนขอเวลาทบทวนแป๊บ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31156

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 88  เมื่อ 07 พ.ค. 16, 12:20

๏ แล้วร่ำภาวนาในพระไตรลักษณ์                      ประหารรักหนักหน่วงตัดห่วงหาย
หอมกลิ่นธูปงูบระงับหลับสบาย                      ฝันว่าว่ายสายชะเลอยู่เอกา
สิ้นกำลังยังมีนารีรุ่น                                      รูปเหมือนหุ่นเหาะเร่ร่อนเวหา
ช่วยจูงไปไว้ที่วัดได้ทัศนา                              พระศิลาขาวล้ำดังสำลี
ทั้งพระทองสององค์ล้วนทรงเครื่อง                      แลเลื่อมเหลืองเรืองจำรัสรัศมี
พอเสียงแซ่แลหาเห็นนารี                              ล้วนสอดสีสาวน้อยนับร้อยพัน
ล้วนใส่ช้องป้องพักตร์ดูลักขณะ                      เหมือนนางสะสวยสมล้วนคมสัน
ที่เอกองค์ทรงศรีฉวีวรรณ                              ดั่งดวงจันทร์แจ่มฟ้าไม่ราคี
ทั้งคมขำล้ำนางสำอางสะอาด                      โอษฐ์เหมือนชาดจิ้มเจิมเฉลิมศรี
ใส่เครื่องทรงมงกุฎดังบุตรี                              แก้วมณีเนาวรัตน์จำรัสเรือง
รูปจริตพิศไหนวิไลเลิศ                              เหมือนหุ่นเชิดโฉมแช่มแฉล้มเหลือง
พอแลสบหลบชะม้ายชายชำเลือง                      ดูปลดเปลื้องเปล่งปลั่งกำลังโลม
ลำพระกรอ่อนชดประณตน้อม                      แลละม่อมเหมือนหนึ่งเขียนวิเชียรโฉม
หรือชาวสวรรค์ชั้นฟ้านภาโพยม                      มาประโลมโลกาให้อาวรณ์
แปลกมนุษย์ผุดผ่องละอองพักตร์                      วิไลลักษณ์ล้ำเลิศประเสริฐสมร
ครั้นปราศรัยไถ่ถามนามกร                              ก็เคืองค้อนขามเขินสะเทินที
ขืนถามอีกหลีกเลี่ยงหลบเมียงม่าย                      เหมือนอายชายเฉยเมินดำเนินหนี
นางน้อยน้อยพลอยตามงามงามดี                      เก็บมาลีเลือกถวายไว้หลายพรรณ
แล้วชวนว่าอย่าอยู่ชมพูทวีป                              นิมนต์รีบไปสำราญวิมานสวรรค์
แล้วทรงรถกลดกั้นนางทั้งนั้น                      นั่งที่ชั้นลดล้อมน้อมคำนับ
ที่นั่งทิพย์ลิบเลื่อนคล้อยเคลื่อนคล้าย              พรรณรายพรายเรืองเครื่องประดับ
ประเดี๋ยวเดียวเฉียวฉิบแลลิบลับ                       จนลมจับวับใจอาลัยลานฯ
    
๏ ซึ่งสั่งให้ไปสวรรค์หรือชันษา                       จะมรณาในปีนี้เป็นปีขาล
แม้นเหมือนปากอยากใคร่ตายหมายวิมาน               ขอพบพานภัคินีของพี่ยา
ยังนึกเห็นเช่นโฉมประโลมโลก                       ยิ่งเศร้าโศกแสนสวาทปรารถนา
ได้แนบชมสมคะเนสักเวลา                               ถึงชีวาม้วยไม่อาลัยเลย
อยู่หลัดหลัดพลัดพรากไปฟากฟ้า                       ให้ดิ้นโดยโหยหานิจจาเอ๋ย
ถึงชาตินี้พี่มิได้บุญไม่เคย                               ขอชื่นเชยชาติหน้าด้วยอาวรณ์
แม้นรู้เหาะก็จะได้ตามไปด้วย                       สู้มอดม้วยมิได้ทิ้งมิ่งสมร
เสมอเนตรเชษฐาเวลานอน                               จะกล่าวกลอนกล่อมประทับไว้กับทรวง
สายสุดใจไม่หลับจะรับขวัญ                               ร้องโอดพันพัดชาช้าลูกหลวง
ประโลมแก้วแววตาสุดาดวง                               ให้อุ่นทรวงไสยาสน์ไม่คลาดคลาย
ยามกลางวันบรรทมจะชมโฉม                       ขับประโลมข้างที่พัดวีถวาย
แม้นไม่ยิ้มหงิมเหงาจะเล่านิยาย                       เรื่องกระต่ายตื่นตูมเหลือมูมมาม
ไม่รู้เหาะก็มิได้ขึ้นไปเห็น                               แม้นเหมือนเช่นชาวสุธาภาษาสยาม
ถ้ารับรักจักอุตส่าห์พยายาม                              ไปตามความคิดคงได้ปลงทองฯ
http://www.toursabuy.com/soontornpoo/rampanpilap.asp
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31156

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 89  เมื่อ 07 พ.ค. 16, 12:23

๏ นี่จนใจไม่รู้จักที่หลักแหล่ง                          สุดแสวงสวาทหมายไม่วายหมอง
เมื่อยามฝันนั้นว่านึกนั่งตรึกตรอง                          เดือนหงายส่องแสงสว่างดังกลางวัน
เห็นโฉมยงองค์เอกเมขลา                                  ชูจินดาดวงสว่างมากลางสวรรค์
รัศมีสีเปล่งดังเพ็งจันทร์                                  พระรำพันกรุณาด้วยปรานี
ว่านวลหงส์องค์นี้อยู่ชั้นฟ้า                                  ชื่อโฉมเทพธิดามิ่งมารศรี
วิมานเรียงเคียงกันทุกวันนี้                                  เหมือนหนึ่งพี่น้องสนิทร่วมจิตใจ
จะให้แก้วแล้วก็ว่าไปหาเถิด                                  มิให้เกิดการระแวงแหนงไฉน
ที่ขัดข้องหมองหมางเป็นอย่างไร                          จะผันแปรแก้ไขด้วยใกล้เคียงฯ
    
๏ สดับคำฉ่ำชื่นจะยื่นแก้ว                                  แล้วคลาดแคล้วคลับคล้ายเคลิ้มหายเสียง
ทรงปักษาการเวกแฝงเมฆเมียง                          จึ่งหมายเสี่ยงวาสนาอุตส่าห์คอย
เหมือนบุปผาปาริกชาติชื่น                                  สุดจะยื่นหยิบได้มีไม้สอย
ด้วยเดชะพระกุศลให้หล่นลอย                          ลงมาหน่อยหนึ่งเถิดนะจะประคอง
มิให้เคืองเปลื้องปลดเสียยศศักดิ์                          สนอมรักร้อยปีไม่มีหมอง
แม้นมั่งมีพี่จะจ้างพวกช่างทอง                          หล่อจำลองรูปวางไว้ข้างเคียงฯ
    
๏ คิดจนตื่นฟื้นฟังระฆังฆ้อง                                  กลองหอกลองทึ้มทึ้มกระหึ่มเสียง
โกกิลากาแกแซ่สำเนียง                                  โอ้นึกเพียงขวัญหายไม่วายวัน
วิสัยเราเล่าก็ไม่สู้ใฝ่สูง                                  นางฟ้าฝูงไหนเล่ามาเข้าฝัน
ให้เฟือนจิตกิจกรมพรหมจรรย์                          ฤๅสาวสวรรค์นั้นจะใคร่ลองใจเรา
ให้รักรูปซูบผอมตรมตรอมจิต                          เสียจริตคิดขยิ่มง่วงหงิมเหงา
จะได้หัวเราะเยาะเล่นทุกเย็นเช้า                          จึงแกล้งเข้าฝันเห็นเหมือนเช่นนี้
แม้นนางอื่นหมื่นแสนแดนมนุษย์                           นึกกลัวสุดแสนกลัวเอาตัวหนี
สู้นิ่งนั่งตั้งมั่นถือขันตี                                           อยู่กระฎีดั่งสันดานนิพพานพรหม
รักษาพรตปลดปละสละรัก                                   เพราะน้ำผักต้มหวานน้ำตาลขม
คิดรังเกียจเกลียดรักหักอารมณ์                           ไม่นิยมสมสวาทเป็นขาดรอนฯ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.064 วินาที กับ 19 คำสั่ง