เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
  พิมพ์  
อ่าน: 13817 พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ กับงานบุกเบิกทางการทูตของสยามในยุโรป
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 22 มี.ค. 16, 12:05

เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี เสนาบดีต่างประเทศของสยามก็มีหนังสือราชการกำกับไปด้วย ความว่า พระเจ้าจักรพรรด์ไกเซอร์แห่งเยอรมันนี ทรงมีพระราชหัตถเลขาไปถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องที่พระราชโอรสจะทรงอภิเษกสมรส และ พระเจ้าจักรพรรดิ์แห่งออสเตรียก็ทรงมีพระราชหัตถเลขาไปถวายพระเจ้าอยู่หัวเช่นเดียวกัน ในเรื่องที่มงกุฏราชกุมารของพระองค์จะทรงอภิเษกสมรส

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯให้หม่อมเจ้าปฤษฎางค์อัญเชิญพระราชหัตถเลขาของพระองค์  พร้อมทั้งเครื่องบรรณาการของขวัญไปพระราชทานเจ้าฟ้าทั้งสองพระองค์

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชบัญชาให้หม่อมเจ้าปฤษฎางค์เข้าพบท่านประธานาธิบดีแห่งประเทศฝรั่งเศสเพื่อแสดงพระราชไมตรีอันดีของพระองค์  และตัวท่านเองได้มอบหนังสือแนะนำหม่อมเจ้าปฤษฎางค์ต่อรัฐมนตรีต่างประเทศมาให้ด้วย ความตามสำเนาที่แนบมาพร้อมกัน

ตามด้วยข้อความข้างล่างครับ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 22 มี.ค. 16, 12:08

ผมชอบภาษาของท่านตรงนี้มาก แต่จะแปลแบบนุ่มๆสักหน่อยนะครับ

เมื่อหม่อมเจ้าปฤษฎางค์ถึงปารีสแล้ว ขอท่านปฏิบัติอย่างดีที่สุดเพื่อแนะนำพระองค์ต่อท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ  เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีหาโอกาสนัดหมายให้หม่อมเจ้าปฤษฎางค์ได้เข้าพบท่านประธานาธิบดี เพื่อแสดงพระราชกระแสรับสั่งดังกล่าว
และข้าพเจ้าขอให้สำนักงานของท่าน ช่วยเหลือตามความเหมาะสมในสิ่งใดที่หม่อมเจ้าปฤษฎางค์อาจจะทรงต้องการ ระหว่างที่ทรงประทับในปารีสด้วย

ตามสำนวนภาษาอังกฤษนั้น ท่านสั่งแบบนายสั่งลูกน้องจริงๆ นับถือ ๆ
บันทึกการเข้า
kui045
มัจฉานุ
**
ตอบ: 84


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 22 มี.ค. 16, 15:38

ขออนุญาตเข้าห้องครับ
ขอนั่งแถวหลังตรงกลางครับ
 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 500


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 22 มี.ค. 16, 22:11

มาสาย ย่องไปนั่งแถวหลังสุดดีกว่า ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 23 มี.ค. 16, 09:19

ในปารีส พระสยามธุรานุรักษ์(M. Gréhan) กงสุลสยามสามารถจัดให้หม่อมเจ้าปฤษฎางค์ได้เข้าเยี่ยมคำนับรัฐมนตรีต่างประเทศ แต่ไม่มีโอกาสได้พบกับท่านประธานาธิบดี เพราะท่านเพิ่งชนะการเลือกตั้งได้ครองตำแหน่งแทนคนเดิมในเวลาเพียงเดือนสองเดือนก่อนหน้านั้นนั่นเอง  คงยังไม่พร้อมรับแขก มิน่า หนังสือของฝ่ายไทยเวลากล่าวถึงท่านประธานาธิบดีจึงมิได้ระบุชื่อ เพียงแต่เรียกตำแหน่งลอยๆไว้ผิดธรรมเนียมปฏิบัติ  เพราะช่วงที่ออกหนังสือยังไม่รู้ใครจะเป็นหมู่เป็นจ่า นี่ผมเข้าไปค้นหาในเน็ตเข้าจึงได้ทราบ

ฝรั่งเศสจัดให้ท่านได้พบกับรัฐมนตรีว่าการสงคราม (Minister of War) และรัฐมนตรีว่าการทหารเรือ (Minister of Marine) แทน ผมคิดว่านี่เป็นการบอกใบ้นิดๆด้วยนะครับ ฝรั่งเศสกับสยามยามนั้นมีเขตแดนติดกันไปแล้ว เมื่อเขาเข้ามาฮุบเขมรและลาวไปหลังได้ญวณเป็นเมืองขึ้นไปแล้ว และชักจะมีปัญหากันอยู่บ้างแล้ว ต้องตัดไม้ข่มนามกันก่อน

โปรดสังเกตุนะครับ กระทรวงที่เกี่ยวกับการสงครามนี่ ปกติกระทรวงกลาโหม จะใช้ภาษาอังกฤษว่า(Ministry of Defense) ตามความหมายตรงๆว่าเพื่อการป้องกันประเทศ แต่สมัยนั้นมหาอำนาจจะใช้คำว่า(Minister of War)เป็นการเบ่งกล้ามกันตรงๆ

ภาพข้างล่างคือนาย Leon Gambetta ประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่เพิ่งครองตำแหน่งดังกล่าว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 23 มี.ค. 16, 10:02

หม่อมเจ้าปฤษฎางค์จึงอยู่ในปารีสแค่ ๓ วัน แล้วพาคณะนักเรียนไทยไปอังกฤษต่อ

ลอร์ดแกรนวิลล์ (Granville Leveson-Gower) รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษมิได้อยู่ในลอนดอนระหว่างนั้น ท่านจึงมอบหมายให้ปลัดกระทรวงไปรับรองและเชิญเจ้านายทั้งสองพระองค์ไปพำนักที่ Walmer Castle ปราสาทส่วนตัวของท่านลอร์ด

การเดินทางไปที่นั่นสะดวกสบายมาก ขึ้นรถไฟที่สถานี Charing Cross ในลอนดอนไปเพียงสามชั่วโมงก็ถึง ท่านลอร์ดได้ส่งรถม้าไปรอรับที่สถานี Walmer แล้ววิ่งไปอีกไม่กี่นาทีก็ถึงตัวปราสาท

ผมอยากเห็นภาพของปราสาทนี้ หาอยู่นานจึงจะเจอ เพราะหม่อมเจ้าปฤษฎางค์ท่านเขียนชื่อปราสาทผิดไปว่า Wamour Castle



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 23 มี.ค. 16, 10:14

Walmer Castle อยู่ชายทะเล บรรยากาศแสนจะรื่นรมณ์  ท่านลอร์ดได้มายืนรอต้อนรับการมาเยือนของเจ้าชายจากเมืองสยามอันไกลโพ้นอยู่ถึงหน้าประตูปราสาท เสียดายสมัยนั้นยังไม่มีฮอลิคอปเตอร์ มิฉะนั้นเจ้าบ้านคงจะจัดให้ทั้งสองท่านได้เสด็จขึ้นไปสำรวจปราสาทของท่านเยี่ยงวิหกเหิรหาว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 23 มี.ค. 16, 11:01

ใกล้เวลาอาหารกลางวันแล้ว ท่านลอร์ดจึงนำอาคันตุกะทั้งสององค์ไปสู่ห้องเลี้ยงรับรอง และแนะนำกับบรรดาสหายของท่านที่ได้รับเชิญมาร่วมต้อนรับด้วยในครั้งนี้ เคาน์เตสแกรนวิลล์ ภรรยาท่านลอร์ดได้จูงพระหัตถ์ของพระองค์เจ้าสวัสดิโสภณไปประทับนั่งใกล้กับท่าน  จะพูดคุยอะไรกันบ้างไม่ทราบแต่หลังจากอาหารแล้วทั้งสองได้ออกไปเล่นเทนนิสกัน  ผมอ่านๆเขียนๆถึงตรงนี้ยังรู้สึกจุกถึงหน้าอกไปด้วย

ลอร์ดแกรนวิลล์พาหม่อมเจ้าปฤษฎางค์ไปนั่งกับท่านเสียอีกทางหนึ่งเพื่อจะพูดธุระกัน  เรื่องก็มีประเด็นที่จะขอใช้เส้นก๋วยจั๊บของท่านฝากพระองค์เจ้าสวัสดิโสภณให้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยดีๆหน่อย แล้วจึงปรึกษาความอันสำคัญเรื่องที่สยามอยากจะขอแก้สนธิสัญญาทางราชไมตรีเกี่ยวกับการค้าสุรา ซึ่งฝ่ายไทยเสียเปรียบอยู่ กับเรื่องเกี่ยวกับคนในบังคับของอังกฤษและสิทธิคุ้มครองที่คนพวกนี้ได้รับ รวมถึงเรื่องที่สยามอยากจะเพิ่มสัมพันธภาพกับอังกฤษ ด้วยการเปิดสถานทูตในลอนดอนและส่งคนมาประจำในฐานะอัครราชทูต ซึ่งอังกฤษจะต้องยกความสัมพันธ์จากระดับกงสุลมาอยู่ระดับเดียวกันด้วย  ทั้งหมดนี้ลอร์ดแกรนวิลล์จะขอรับไปพิจารณา แล้วหันไปบอกลอร์ดสเปนเซอร์  รัฐมนตรีศึกษาธิการให้ช่วยรับเรื่องการศึกษาของพระองค์เจ้าสวัสดิโสภณไปจัดการแทนให้ท่าน

ไม่ทราบว่าทรงพระสำราญหรือเครียด แต่ทั้งสองพระองค์กว่าจะเสด็จกลับถึงลอนดอนได้ก็เวลาประมาณสองทุ่ม

ภาพล่างลอร์ดแกรนวิลล์ได้เลื่อนขึ้นเป็นท่านเอิร์ลแล้วนะครับ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 23 มี.ค. 16, 11:56

ในหนังสือกล่าวสรุปว่า นักเรียนไทยอีกเก้าคนที่ไปด้วยกันในคณะนี้ สองคนไปเรียนที่กรีนิช  สามคนไปเรียนที่แฮมสเตด สองในปารีส และอีกสองได้เรียนที่เดียวกันกับพระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ ทำให้ได้ช่วยเหลือพระองค์ในระหว่างการศึกษาเล่าเรียนด้วย

คงทราบกันแล้วนะครับ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณทรงได้เข้าศึกษากฎหมายจากเบลเลียลคอลเลจ ของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด แต่ยังไม่ทันจะจบการศึกษา พระองค์ต้องเสด็จกลับประเทศไทย ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 24 มี.ค. 16, 07:50

ปัญญาเกี่ยวกับกงสุลต่างชาติในกรุงเทพ

เมื่อกระทำสญธิสัญญาทางพระราชไมตรีกับสยามไปแล้ว นานาประเทศส่วนใหญ่ก็มาตั้งสถานกงสุลของตนขึ้นในกรุงเทพ ชาติมหาอำนาจที่มีอาณานิคมแถวนี้ก็ใช้สถานกงสุลเป็นที่แสดงบารมีของตน  เช่น อังกฤษที่ยึดครองสิงคโปร ปีนัง และรัฐมลายูเข้าไปกว่าครึ่งแล้ว รวมถึงพม่าใต้ที่มีย่างกุ้งเป็นเมืองหลวง แล้วกำลังทางผนวกพม่าที่หนีไปตั้งราชอาณาจักรใหม่ทางเหนือด้วย ฝรั่งเศสก็ยึดครองญวนและดินแดนส่วนหนึ่งของลาวและเขมรที่อ้างว่าเป็นเมืองขึ้นของญวน ดัชท์มีอาณานิคมในชวา และปอร์ตุเกตมีอาณานิคมในมาเก๊า ประชาชนของเมืองขึ้นเหล่านี้ถือว่าเป็นคนในบังคับของชาติผู้ปกครอง

ปอร์ตุเกตได้เริ่มต้นรู้มากขึ้นก่อนเพราะคนจีนจากมาเก๊ามาอยู่เมืองไทยไม่มากนัก จึงรับเอาพวกจีนอพยพไม่เลือกหน้ามาเข้าสังกัด อังกฤษฝรั่งเศสก็เลยเอาอย่างบ้าง แม้กระทั่งสหรัฐอเมริกา
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 24 มี.ค. 16, 07:57

เมื่อรัฐบาลสยามประท้วงว่าคนจีนจำนวนมากมิได้เข้ามาจากเขตอาณานิคมของชาติเหล่านั้น ทั้งอเมริกาก็ไม่มีอาณานิคมในจีนเลย เรื่องนี้กงสุลอเมริกันก็ตอบหน้าตายง่ายๆว่าก็ประเทศจีนไม่มีกงสุลในสยาม แต่เมื่อจีนกับอเมริกาเป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกัน คนจีนจึงต้องได้รับความคุ้มครองจากอเมริกันด้วย

ส่วนลูกจีนที่ทำมาค้าขายในเมืองไทยอยู่ แม้คนที่เกิดที่นี่ แต่ก็เห็นช่องทางที่จะได้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษบางประการ  และเห็นเกราะป้องกันมิให้ถูกเจ้าหน้าที่รีดไถเช่นแต่เคยมา ก็พากันไปสมัครเข้าเป็นคนในบังคับของชาติมหาอำนาจ โดยยอมเสียค่าธรรมเนียมที่คำนวณแล้วถูกกว่าที่จะต้องจ่ายภาษีให้สยาม แล้วยังไม่ต้องถูกหมายเกณฑ์ หลบเลี่ยงการจับกุม และไม่ต้องขึ้นศาลไทย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 24 มี.ค. 16, 17:05

การค้าสุราก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง แต่ก่อนแต่ไรมารัฐบาลผูกขาดการกลั่นและการขายเหล้า นำมาซึ่งรายได้แผ่นดินจำนวนมหาศาลทุกปี ฝรั่งเศสและอังกฤษไม่สามารถจะนำเข้าไวน์และวิสกี้มาขายแข่งขันได้ ด้วยราคาที่แพงสุดโต่งเพราะค่าขนส่ง  แต่ไม่ช้าไม่นานพวกกงสุลก็ค้นพบว่าเหล้าโรงที่กลั่นกันในอินโดจีนและชวาถูกกว่าและแรงกว่าเหล้าไทย การนำเหล้าพวกนี้เข้ามาขายก็ยอมแค่เสียภาษีตามสัญญาร้อยชักสามตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อรัฐบาลสยามไม่ตกลงให้สิทธิคนต่างด้าวในเรื่องการค้าสุรา  พวกเขาก็พริ้วไปออกทะเบียนและและหนังสือรับรองให้การคุ้มครองให้แก่คนในบังคับของตนแทน ในกิจการค้าขายสุรา รัฐบาลก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้ เนื่องจากไม่มีอำนาจที่จะจับกุมคนในบังคับกงสุลต่างชาติ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 24 มี.ค. 16, 17:40

แย่ยิ่งกว่านั้นอีก เพราะไม่ว่าอะไรที่รัฐบาลอยากจะทำ พวกกงสุลก็คอยแต่จะคัดค้าน อ้างว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้ระบุไว้ในสัญญา และกล่าวกับรัฐบาลไทยเป็นนัยๆ ประมาณว่าจะออกกฏหมายใดๆโดยไม่ได้รับความเห็นชอบของกงสุลก่อนไม่ได้ เพราะกฏหมายเหล่านั้นอาจส่งผลกระทบต่อชาวต่างประเทศที่พำนักอาศัยในสยาม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 25 มี.ค. 16, 07:45

นายนิวแมน ผู้ที่ตามอ่านเรื่องที่ผมเขียนคงรู้จักนายคนนี้นะครับ ม.ล.มานิจท่านเขียนว่าเป็นกงสุลอังกฤษ แต่ความจริงน่าจะยังเพียงรักษาการกงสุลระหว่างที่นายน๊อกซ์ถูกเรียกไปปลดออกจากตำแหน่ง และรอนายวิลเลียม พัลเกรฟซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่บัลกาเรียให้มาเป็นกงสุลแทน
นายนิวแมนโกรธรัฐบาลมากที่ออกกฏหมายว่าด้วยการพนันออกมา กระทบถึงคนในบังคับอังกฤษที่นำเกมเสี่ยงโชคมาตั้งล่อชาวบ้านชาวเมืองกันข้างถนนหนทาง เกมที่ว่านี้เป็นเกมโยนห่วงที่พ่อค้าอังกฤษนำเข้าโต๊ะมาขายให้คนจีนในบังคับ นำไปวางข้างถนน ล่อให้คนจ่ายเงินซื้อห่วงนำไปโยนให้คล้องลงบนเดือยไม้เล็กๆให้ได้ เพื่อชิงรางวัล  คนไทยไม่เคยเห็นเกมอย่างนี้มาก่อนก็แห่กันไปมุง เล่นกันจนกระเป๋าแห้ง เงินไปตุงอยู่ในกระเป๋าของอาเฮียเจ้าของโต๊ะ  แล้วไปจ่ายค่าต๋งให้กงสุลอังกฤษอีกที

เมื่อกระทรวงพระคลังออกกฏหมายฉบับใหม่ ห้ามมิให้เล่นเกมเสี่ยงโชคกันบนพื้นข้างถนน เข้าข่ายพระราชบัญญัติการพนัน นายนิวแมนก็ประท้วงว่าการห้ามเช่นนี้ไม่ได้ตกลงกันมาก่อนตามความในสญธิสัญญาทางพระราชไมตรี และกงสุลอังกฤษมิใด้รับแจ้งล่วงหน้า เขาจึงมีความเห็นว่ากฏหมายฉบับนี้เป็นโมฆะ ใช้บังคับไม่ได้ และเตือนเจ้าพนักงานตำรวจ ไม่ให้จับกุมคนในบังคับอังกฤษอย่างเด็ดขาด


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 26 มี.ค. 16, 08:34

เรื่องข้างบนมิได้เป็นเหตุยั่วยุกรณีย์เดียว  การคุ้มครองสิทธิ์ที่เกินกว่าเหตุของชาวต่างชาติจะเกิดขึ้นทุกครั้งในคดีความระหว่างคนไทยกับคนในบังคับของกงสุล ซึ่งศาลกงสุลจะตัดสินให้คนของเขาเป็นฝ่ายชนะคดีทุกครั้ง และเมื่อรัฐบาลอุทธรณ์ ศาลก็จะวินิจฉัยไม่รับอุทธรณ์โดยอ้างว่าคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว และไม่ใช่ธุระของรัฐบาลที่จะเข้าแทรกแซงในคดีความส่วนบุคคลของประชาชน

เมื่อรัฐบาลสยามประท้วงเรื่องไปยังรัฐบาลของกงสุลเหล่านั้น เรื่องก็ต้องยื่นผ่านสถานกงสุลอีก กงสุลก็จะทำข้อแก้ตัวประกบไปยังรัฐบาลของตัวแบบเยาะเย้ยความเห็นของรัฐบาลสยามไปด้วย จึงไม่จำเป็นต้องกล่าวต่อที่คดีความจะทั้งหลายจะตกไปทุกคดี

ฝรั่งทำอย่างนี้กับทุกชาติที่ยังไม่ได้ถูกยึดครองเป็นเมืองขึ้นโดยสมบูรณ์ แต่จำเป็นต้องยอมให้ฝรั่งมีสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ภาพข้างล่างคือศาลกงสุลในเมืองจีน


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.067 วินาที กับ 19 คำสั่ง