เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 1430 คนเกาหลีเเละคนจีนที่เเท้มีเชื้อสายร่วมกัน
ภ.รัตนากร
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


 เมื่อ 10 มี.ค. 16, 02:57

 ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ ในบันทึก สือจี้ (史记) ที่ซือหม่าเชียน (司马迁) นักประวัติศาสตร์จีนเขียนเอาไว้ โชซอนโบราณหรือ โคโชซอน (KOCHOSUN) เป็นอาณาจักรในตำนาน อายุ 3,000 ปี สถาปนาขึ้นโดย กลุ่มชาวจีนที่ถูกเนรเทศ มีผู้นำชื่อ จีอื้อ หรือ กีเซ (Ki Tse) ตามบันทึกทั้งทางจีนเเละเกาหลี ชื่อโชซอนมีความหมายว่า “ ดินแดนแห่งยามเช้าที่สงบสุข” (Land of the Morning Calm)
ส่วนในเรื่อง นิทานปรัมปรา (Myth) หนึ่งก็เชื่อว่า อาณาจักรโชซอนโบราณ สถาปนาขึ้นโดยปฐกษัตริย์ “ตันกุน” (Dungun) เมื่อประมาณ 4,300 ปี ตันกุนเป็นกษัตริย์ในเทพนิยาย ปกครองแผ่นดินโคโชซอนนานกว่า 1,000 ปี จึงสวรรคต ราชโอรสปกครองต่อแต่ก็มาปราชัยให้กับกีเซ อันนี้ผมอ่านดูค้นคว้าปรากฎว่าไม่มีหลักฐานจีนรองรับเลยครับ ในเกาหลีก็ไม่มีอีกทั้งนักประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ก็ไม่ได้ให้ความเชื่อถือเพราะสิ่งนี้เป็นตำนานความเชื่อตามหลักเทวดา สวรรค์ ซึ่งหากพระเจ้าทันกุง มีจริงจะมีอยู่ในช่วง 2333 ปี ก่อนคริสต์กาลซึ่งเป็นไปไม่ได้ครับ ราชวงศ์จีนก็ตั้งขึ้น เเรกคือราชวงศ์เซี่ย 2100 ปีก่อนคริสตกาล เเละอารยธรรมจีนมีอายุยาวนานมากกว่า 5000 ปีเก่าเเก่รองลงมาจากอีกยิปต์ครับ
    กลุ่มคนกลุ่มแรก ๆ ของคาบสมุทรเกาหลีแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มทางเหนือ บริเวณแม่น้ำยาลู (Yalu River) และกลุ่มทางใต้คาบสมุทรครับ กลุ่มทางเหนือจะมีลักษณะแตกต่างไปจากกลุ่มทางใต้ชัดเจน ทั้งวัฒนธรรม ชาติพันธุ์และภาษา ชนเผ่าทางใต้จะมีลักษณะคล้ายกลุ่มคนทางภาคใต้ของญี่ปุ่น เกาะลูซู  ซึ่งเชื่อกันว่าคนกลุ่มนี้อพยพขึ้นมาจากมลายู ในขณะที่คนกลุ่มทางเหนือ มีลักษณะคล้ายคลึงกับคนจีน
    จนเมื่อ 3,000 ปีที่แล้ว จีอื้อหรือกีเซได้อพยพผู้คนที่ถูกเนรเทศจากราชวงศ์เจาจำนวน 5,000 คนไปตั้งอาณาจักรใหม่ทางตอนใต้ของแมนจูเรียเมื่อราว 1,100 ปีก่อน ค.ศ เข้ามาในเขตลุ่มแม่น้ำเหลียว บริเวณทิศเหนือของทะเลเหลือง สถาปนาตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์และรวบรวมผู้คนชนเผ่าต่าง ๆ ในคาบสมุทรสร้างขึ้นเป็นอาณาจักรโชซอนโบราณ มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองปยองอัน (Phyong An) ตั้งอยู่ในเขตภาคกลางของประเทศเกาหลีในปัจจุบันครับ
    กลุ่มคนชาวจีนราชวงศ์ซาง ที่มาสร้างอาณาจักรโชซอนโบราณ ได้ผสมผสานทางชาติพันธุ์กับพวกชนเผ่าพื้นเมืองทั้งเหนือและใต้เดิม อีกทั้งยังได้นำศิลปะวิทยาการและเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ของชนพื้นเมืองเดิม จากที่เคยอยู่อาศัยในถ้ำ ก็กลายมาเป็นการสร้างบ้านเรือนด้วยไม้และระบบปล่องไฟในฤดูหนาว การเกษตรกรรมทำไร่ทำนา การเลี้ยงตัวไหม การทอผ้า การถลุงเหล็ก และประเพณีการฝังศพแบบเนินดินหรือการทำฮวงซุ้ยแบบเดียวกับชาวจีน "จะสังเกตให้เห็นได้ในะครับว่าชาติพันธ์จีนเริ่มผสมกับกับชนเผ่าพื้นเมืองทั้งทางเหนือเเละใต้นับตั้งเเต่บัดนี้"
    อาณาจักรโคโชซอนมีการจัดระบบการปกครองและสร้างระบบกฎหมายขึ้นเป็นครั้งแรก ๆ ครับ ในระหว่างความรุ่งเรืองอันยาวนานกว่า 900 ปี  ก็มีชาวจีนอพยพเข้ามาสู่ดินแดนโชซอนโบราณหลายครั้ง ทั้งในสมัยปลายราชวงศ์เจา จนถึงสมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ และเมื่อราว 2,100 ปี เมื่อราชวงศ์ฉินสามารถทำสงครามรวบรวมแว่นแคว้นต่างๆ ของจีนเป็นปึกแผ่นได้สำเร็จ และทำให้ประชากรหลายแสนคนจากแคว้นฉีและแคว้นเยียนอพยพหนีการปราบปรามของราชวงศ์ฉินเข้าไปยังอาณาจักรโชซอนโบราณ รวมทั้งบุคคลผู้มีนามว่า เว่ยหม่าน (卫满) ที่ต่อมาในราว 190 ปีก่อน ค.ศ. ได้ ก็ได้ก่อการรัฐประหาร ขับกษัตริย์เชื่อสายของกีเซออกจากราชบัลลังก์เมืองปยองปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์ของอาณาจักรดังกล่าวโดยมีเมืองหลวงอยู่ ณ บริเวณที่เป็นนครเปียงยางในปัจจุบัน เขาทำให้อาณาจักรโชซอนโบราณมีความเข้มแข็งจนกลายเป็นข้อกังวลด้านความมั่นคงของจีน
      จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ทรงส่งกองทัพที่ประกอบไปด้วยทหารบกจำนวน 60,000 คนและทหารเรือจำนวน 7,000 คนไปโจมตีโชซอนโบราณจนได้รับชัยชนะในปีถัดมา (Han Woo-keun, 1970: 18; Lee Kai-baik, 1984: 17) และผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจีน โดยแบ่งการปกครองเป็น 4 จังหวัด ได้แก่ นังนัง (Nangnang) ชินบอน (Chinbon) อิมดุน (Imdun) และเฮียนโด (Hyondo) 
     อำนาจการปกครองของจีนเหนือคาบสมุทรเกาหลีเสื่อมถอยลงไปหลังการสิ้นพระชนม์ของจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้เมื่อ 87 ปีก่อน ค.ศ. โดยจีนถอนตัวออกจากจังหวัดชินบอนและจังหวักอิมดุนเมื่อ 82 ปี ก่อน ค.ศ. และอำนาจของจีนบนคาบสมุทรเกาหลีก็ยิ่งลดลงไปอีกหลังการล่มสลายของราชวงศ์ฮั่นในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 3 ซึ่งเป็นเวลาที่เกาหลีเข้าสู่ยุคสามอาณาจักรอันประกอบไปด้วยโกกุเรียว (高句丽Koguryo) แปกเจ (百济 Paekche) และซิลลา (新罗 Silla) แม้ว่าราชวงศ์เว่ย (魏朝) ที่ปกครองภาคเหนือของจีนจะเข้ารุกรานอาณาจักรโกกุเรียวใน ค.ศ. 244 และผนวกดินแดนบางส่วนของโกกุเรียวเอาไว้ได้ แต่เมื่อถึง ค.ศ. 290 อำนาจของจีนก็หมดไปจากดินแดนดังกล่าว (Ledyard, 1983: 317) อย่างไรก็ตาม อาณาจักรทั้งสามยังส่งคณะทูตบรรณาการไปยังจีนรวมทั้งรับอิทธิพลและแบบแผนทางวัฒนธรรมจากจีนอย่างต่อเนื่อง โกกุเรียวร่างประมวลกฎหมายตามแบบจีน จัดตั้งสถาบันสอนปรัชญาขงจื่อและประวัติศาสตร์จีน แปกเจรับศาสนาพุทธจากพระสงฆ์ที่มาจากจีนและเป็นตัวกลางนำศาสนาพุทธและวัฒนธรรมจีนส่งต่อไปยังญี่ปุ่น ส่วนซิลลาก็ได้รับเอาระบบกฎหมาย ระบบราชการ และการนับศักราชแบบจีนไปใช้ (ไรสเชอร์ และแฟรแบงค์, 2510: 826-831)
มาถึงตรงนี้ อาณาจักรเพื่อนบ้านที่รุกรานเกาหลีบ่อยครั้งและต่อเนื่องที่สุดก็คือ อาณาจักรจีนของชาวฮั่น โดยรุกรานเป็น 3 ระลอกใหญ่ ได้แก่

1.      ราชวงศ์ฮั่น (汉朝) รุกรานอาณาจักรโชซอนโบราณ (古朝鲜) เมื่อ 109 ปีก่อน ค.ศ. 
2.      ราชวงศ์สุย (隋朝) รุกรานอาณาจักรโกกุเรียว (高句丽) เมื่อ ค.ศ. 598, 612, 613 และ 614 
3.      ราชวงศ์ถัง (唐朝) รุกรานอาณาจักรโกกุเรียวเมื่อ ค.ศ. 645, 647, 660 และ 668
ทั้งนี้ในการรุกรานระลอกที่ 1 และ 3 นั้น กองทัพจีนสามารถทำลายอาณาจักรโชซอนโบราณและอาณาจักรโกกุเรียวได้สำเร็จ รวมทั้งผนวกเอาดินแดนดังกล่าวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรจีนอยู่ระยะหนึ่งด้วย บทความนี้จะชี้ให้เห็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายของจีนต่อคาบสมุทรเกาหลีในยุคราชวงศ์ฮั่น สุย และถัง อีกทั้งยังจะชี้ให้เห็นด้วยว่านโยบายดังกล่าวแยกไม่ออกจากยุทธศาสตร์ใหญ่ด้านความมั่นคงของจีนที่มีต่อเอเชียตอนใน (Inner Asia) ทั้งหมด 

นโยบายของราชวงศ์ถังต่ออาณาจักรโกกุเรียวเริ่มเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่รัชสมัยของจักรพรรดิถังไท่จง (唐太宗) โดยใน ค.ศ. 630 พระองค์สามารถเอาชนะเสียลี่ข่าน (颉利可汗) แห่งทูเจวี๋ยจนได้รับการขนานพระนามว่า “ข่านแห่งสวรรค์” (天可汗) ทำให้ถังไท่จงทรงมั่นพระทัยในแสนยานุภาพทางทหารของราชวงศ์ถังยิ่งขึ้นจนต้องการสืบสานภารกิจที่จักรพรรดิสุยหยางตี้ทรงทำค้างไว้ นั่นคือการพิชิตอาณาจักรโกกุเรียว โดยใน ค.ศ. 641 พระองค์ได้ตั้งข้อสังเกตกับข้าราชสำนักว่าโกกุเรียวเคยเป็นส่วนหนึ่งของจีนในสมัยจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ และถ้าราชวงศ์ถังโจมตีโกกุเรียวทั้งทางบกและทางทะเลก็น่าจะสำเร็จได้ไม่ยาก และในปีเดียวกันพระองค์รับสั่งให้เฉินต้าเต๋อ (陈大德) อธิบดีกรมองค์กรทหารส่วนภูมิภาค (职方部) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านข่าวกรองและการทำแผนที่ชายแดนให้ไปสืบสถานการณ์ด้านการทหารในโกกุเรียวเพื่อที่ราชวงศ์ถังจะได้วางแผนการบุกต่อไป (Wechsler, 1979: 232)

โอกาสของราชวงศ์ถังในการพิชิตอาณาจักรโกกุเรียวมาถึงใน ค.ศ. 666 เมื่อยอน แกโซมุนเสียชีวิตลงและเกิดการแย่งชิงอำนาจภายในราชสำนักโกกุเรียว ราชวงศ์ถังจึงอาศัยจังหวะดังกล่าวร่วมมือกับอาณาจักรซิลลาบุกโจมตีโกกุเรียวทั้งทางบกและทางทะเลอีกครั้งใน ค.ศ. 668 จนสามารถยึดนครเปียงยางไว้ได้รวมทั้งกวาดต้อนเชลยศึกราว 200,000 คนไปยังจีน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือกษัตริย์แห่งโกกุเรียวที่ถูกนำตัวไปคุกเข่า ณ สุสานของจักรพรรดิถังไท่จง โกกุเรียวกลายเป็นส่วนหนึ่งของจีนโดยมีการจัดตั้ง “สำนักงานรักษาความสงบของบูรพาทิศ” (安东都护府) ณ นครเปียงยาง โดยมีทหารจีนจำนวน 20,000 คนประจำการอยู่ที่นั่น (Twitchett & Wechsler, 1979: 284) อย่างไรก็ตาม อำนาจการปกครองของราชวงศ์ถังเหนือดินแดนดังกล่าวก็ดำรงอยู่ได้ไม่นาน ทั้งนี้เป็นผลมาจากแรงต่อต้านที่รุนแรงจากซิลลา ขณะเดียวกันราชวงศ์ถังต้องเผชิญกับปัญหาความมั่นคงทางทิศตะวันตก นั่นคือกรณีของทิเบตที่เข้ามารุกรานดินแดนแถบเสฉวนและกานซู่ ทำให้เมื่อถึงครึ่งหลังของทศวรรษ 670 จีนจึงถอนตัวออกจากคาบสมุทรเกาหลีโดยย้ายสำนักงานรักษาความสงบของบูรพาทิศไปยังคาบสมุทรเหลียวตงซึ่งเป็นดินแดนของโกกุเรียวที่จีนยังคงยึดครองเอาไว้ได้ตราบจนสิ้นราชวงศ์ถังใน ค.ศ. 907 และแม้ว่าซิลลาจะยังมีความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการกับราชวงศ์ถัง แต่ในทางปฏิบัติถือได้ว่าเป็นอิสระจากการควบคุมของจีนอย่างแท้จริง
เเต่ในระยะต่อมา ราชวงศ์ต่อๆมากลับเลือกที่จะติดต่อกับเกาหลีในระบบบรรณาการ เพราะ
(1) เมื่อเข้าสู่ยุคอาณาจักรโชซอน (朝鲜ค.ศ. 1392-1910) เกาหลีได้กลายเป็นดินแดนที่รับเอาแบบแผนและวัฒนธรรมของจีนเข้าไปจนสมบูรณ์แล้ว ทำให้จีนมองว่าอารยธรรมเกาหลีอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอารยธรรมจีนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เกาหลีจึงเป็นดินแดนของผู้มีอารยธรรมที่จีนไม่จำเป็นต้องใช้กำลังเข้าไปขัดเกลาอีกต่อไป (2)  จีนมองว่าระบบบรรณาการมีต้นทุนต่ำกว่าการใช้กำลังทหาร อีกทั้งยังจะได้ผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจอีกด้วย (Larsen, 2008: 40-41) และ (3) ราชวงศ์ชิงในคริสต์ศตวรรษที่ 18 สามารถควบคุมอนารยชนกลุ่มอื่นๆ ทางเหนือไว้ได้ทั้งหมด จึงไม่มีความกังวลใจว่าจะมีรัฐใดใช้เกาหลีเป็นพันธมิตรหรือเป็นฐานที่มั่นที่จะบ่อนทำลายความมั่นคงของจีนจนต้องเข้าไปควบคุมโดยตรง เกาหลีจึงเป็นอิสระจากการควบคุมของจีน

ส่วนเรื่องราวของจูมง เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ครับ ช่วงเวลาที่อาณาจักรโชซอนโบราณสูญสลายไป และอิทธิพลของราชวงศ์ฮั่นตะวันตกหรือเทียนเฉากำลังลดลง ฮั่นปกครองโชซอนโบราณได้จริง ๆ ก็แค่ประมาณ 50 ปีเท่านั้น
เรื่องราวของ “จูมง” หรือพระเจ้าดงเมียงซอง (Dongmyeongseong)  ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรโคกูรยอ มีหลักฐานเป็นเพียงตำนาน (Legend)เท่านั้นครับ ส่วนในบทภาพยนตร์เป็นการสร้างเรื่องให้สมบูรณ์ตามวิถีชีวิตของมนุษย์จริง ๆ ที่เป็นไปได้ สวมทับลงไปบนตำนานอีกทีหนึ่ง ตำนานเล่ากันมาว่า จูมง เป็นโฮรสของ แฮโมซู (Haemosu) ซึ่งเป็นบุตรของพระอาทิตย์ กับ ยูฮวา (Yuhwa) ซึ่งเป็นธิดาของเทพแห่งแม่น้ำแห่งเมืองฮาแบ แฮโมซูรักกับยูฮวา แต่เทพแห่งแม่น้ำได้ขัดขวางความรักของพวกเขา แฮโมซูก็ต้องกลับไปยังท้องฟ้าในขณะที่ยูฮวาก็ถูกขับไล่ไปอยู่เมืองอื่น ทำให้เธอได้พบกับ อ๋องกึมวา (Geumwa) กษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งแคว้นพูยอ (Buyeo) ยูวาตั้งครรภ์จากแสงอาทิตย์และคลอดบุตรเป็นไข่ อ๋องกึมวา พยายามทำลายไข่นั้นทุกวิถีทางแต่ไม่สามารถทำได้ และไข่ใบนั้นได้กลายมาเป็นเด็กชาย ผู้ถูกตั้งชื่อว่า “จูมง” อันมีความหมาย "นักยิงธนูผู้สามารถ" (Skilled archer) "ท่านทั้งลายของคิดดูสิครับเป็นหลานพระอาทิตย์เเถมเกิดมาตอนเเรกเป็นไข่ นี้เป็นการอ้างตามความเชื่อชัดๆเลยนะครับไม่มีหลักฐานอะไรเลย อันนี้ผมไม่มีความเชื่อถือเลยเเม้เเต่นิดครับหลักฐานไม่มี มีเเต่ตำนาน นักประวัติศาสตร์เขาไม่ถือเเละรับรองครับ"ผมจึงขอกล่าวถึงเเต่เพียงเท่านี้

จากทั้งหมดจะเห็นได้ว่าปฐมกษัตริย์ของอาณาจักรโชซอนโบราณคือคนจีน เเละอาณาจักรนี้เป็นปึกเเผ่นขึ้นมาได้ก็ด้วยคนจีน อีกทั้งชาติพันธ์ของเกาหลีนั้น ก็ได้มีการผสมปนเปกับป็นกับชาวจีน หรือชาวจีนฮั่นมาโดยตลอด คงจะพูดได้นะครับว่าคนเกาหลีจริงๆ ก็มีเชื้อสายจีนฮั่น เเละจากที่ผมได้ค้นคว้าจากหลักฐานทาง dna ซึ่งมีผู้ใจดีส่งข้อมูลให้ผลก็ออกมาว่าประชากรส่วนใหญ่ ของเกาหลี มี ผล dna คือ O3 ซึ่งเป็น dna ร่วมที่พบในชาวจีนฮั่น เพียงอย่างเดียว http://pantip.com/topic/34712536 ทำให้มีโอกาสที่จะเป็นไปได้สูงครับ ทั้งจากการที่ชาวจีนอพยพมาที่เกาหลีในยามสงคราม หรือในช่วงที่ชาวจีนเเละจีอื้อ สถาปนารางชวศ์โชซอน เเล้วพาคนจีนมา เเล้วก็เกิดการผสมปนเปกันทางเชื้อชาติ เเละตอนที่ราชวงศ์ฮั่นเข้ามายึดครองอาณาจักรโชซอน โบราณมาเป็นระยะเวลาพอสมควร ซึ่งเป็นการยึดครองพื้นที่โดยชาวฮั่นซึ่งย่อมมีการผสมกันทางชาติพันธ์ไม่มากก็น้อยครับ ในความคิดผมคนจีนฮั่นกับคนเกาหลี มีเชื้อสายที่เกี่ยวข้องกันไม่มากก็น้อย เพราะคนเกาหลีก็คือคนจีน คนเกาหลีอยู่ในเกาหลี อยู่ในโกโชซอน เเละโกโชซอนส่วนใหญ่ก็เคยตกเป็นของเเผ่นดินจีน รวมถึงโกกรูยอในสมัยราชวงศ์ถัง เเละที่สำคัญในสมัยราชวงศ์หยวน เเผ่นดินเกาหลีทั้งหมด คือเเผ่นดินจีน ประวัติศาสตร์นี้มีหลักฐานยืนยันชัดเจน คนจีนกับคนเกาหลีจึงเป็นญาติสายตรงกันโดยเเท้ครับ

อ้างอิง
*บทความที่ผมได้พยายามนำมารวบรวมนี้เพื่ออธิบายให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของเกาหลี ที่มีหลักฐานรองรับเเละน่าเชื่อถือ ไม่ใช่หลักฐานที่เกาหลีทำขึ้นมาโดยเเต่งเติมเเละใส่สิงที่เป็นเท็จลงไป อาทิจักรพรรดิเหลือง ผู้เป็นบรรพกษัตริย์จีน คือ คนเกาหลี , คนเกาหลีมีอารยธรรม เริ่มตั้งเเต่ 2333 ก่อนคริสต์กาลซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย เกาหลีเป็นต้นกำเนิดของคนจีน เป็นต้นสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้คนอ่านที่ได้อ่านเเล้วเชื่อ เกิดความรู้ที่ผิดๆ ผมคิดว่าการเขียนประวัติศาสตร์โดยไร้หลักฐาน เเละเขียนเพื่อทำให้ชาติตัวเองดูยิ่งใหญ่โดยปราศจากความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เลยได้พยายามรวบรวมเเละนำมาเขียน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ ต่อท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อยครับ
*การเขียนครั้งนี้จะไม่สำเร็จได้เลยหาก ไม่ได้ข้อมูลจากเเหล่งต่างในเวปไซต์ เเละที่สำคัญคือบลอกดีๆของท่านอาจารย์สิทธิพล เครือรัฐติกาล http://kositthiphon.blogspot.com/2014/01/blog-post.html
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.029 วินาที กับ 19 คำสั่ง