อยากรู้เรื่องคำผวน ว่ามีที่มา และประวัติอย่างไร

<< < (2/10) > >>

แจ้ง ใบตอง:
ประวัติหรือที่มาของคำผวนนี่ ลองย้อนกลับแล้วผมว่าน่าจะถึงยุคของศรีปราชญ์ครับ

(ถ้าเชื่อว่าศรีปราชญ์มีตัวตนจริง) เพราะมีโคลงที่ศรีปราชญ์แต่งไว้ในรูปของคำผวน

เหมือนกัน คลับคล้ายคลับคลาว่าโคลงนั้นมีคำบังคับ คือต้องใช้คำว่า เป,แป แล้วอะไรอีก

สองคำนี่แหละ ผมจำไม่ได้ คำทั้งสี่นี้นำมาแต่งเป็นโคลงยากมากแต่ก็ไม่เกินความสามารถ

ของศรีปราชญ์ ผมจำได้เลาๆว่าเป็นน่าจะเป็นดังนี้



เป   ทะลูอยู่ถ้ำ............มีถม

แป  สะหมูอยู่ตม.........ไต่ไม้ (มั่ว)

.............บุ๋งๆ................





ต่อมาก็คงเป็นกลอนสรรพลี้หวน ที่เชื่อกันว่าแต่งในตอนปลายอยุธยาโดยสามเณรรูปหนึ่ง

บางคนก็ว่าแต่งได้ประมาณร้อยปีมานี้  (ข้อมูลตรงนี้ไม่อ้างอิง)  แล้วก็มีโคลงของ

สุนทรภู่ที่แต่งขึ้นเนื่องจากมีคนปรามาสว่าดีแต่แต่งกลอนตลาดอย่างเดียว ผมจำได้แค่

ขึ้นต้นว่า เฉน็งไอ ปล่อยเทียบ......เท่านี้เอง (เคย save จากกระทู้ในพันทิพย์เก็บไว้แต่

เผลอลบไปแล้ว)...



เรื่องคำที่ผวนได้นี่ต้องระวังในภาษาราชการหรือภาษาที่สุภาพทั่วไป คนโบราณท่านละเอียดอ่อน

เรื่องนี้มากถึงกับมีการบัญญัติคำขึ้นมาใช้แทน เช่น เห็นควรด้วย ก็ให้ใช้ว่าเห็นควร เห็นชอบแทน

ผักบุ้ง ท่านก็ให้เรียกผักทอดยอด ผักกระเฉดก็ให้เรียกผักรู้นอน เจ็ดอย่างให้เรียกว่าเจ็ดสิ่ง

แตงโมให้เรียกผลอุลิด ฯลฯ  หรือคำบางคำที่ผวนแล้วไม่หยาบท่านก็กำหนดให้มีศัพท์ต่างหากอีก

เช่น ปลาช่อนให้เรียกว่าปลาหาง ปลาสลิด เรียกว่าปลาใบไม้ดอกสลิดเรียกว่าดอกขจร

ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าไปเหมือนกับอวัยวะบางอย่างของคนเราหรือเปล่า ถึงกระนั้นก็ยัง

มีคำที่สามารถผวนได้อยู่ดี ลองสังเกตคำพูดในชีวิตประจำวันของเรามีหลายคำที่ผวนแล้วเป็น

คำหยาบโดยเราไม่รู้ตัว ยกตัวอย่างหน่อยดีกว่า เช่น ทิศหรดี หันมาตรงนี้ ฯลฯ



ผมเคยเล่าเรื่องตลกคำผวนให้เพื่อนๆ ฟัง คนที่ผวนคำได้ก็หัวเราะงอหายไป ส่วนคนที่ผวนคำ

ไม่เป็นก็ทำหน้าเหรอหราว่าเค้าหัวเราะอะไรกัน ต้องมาอธิบายกันนานถึงจะเข้าใจ คนที่ผวนคำ

ได้อย่างคล่องแคล่วต้องมีหัวหรือปฏิภาณเกี่ยวกับเรื่องนี้พอสมควร เพราะว่าบางคนถึงจะหัด

ยังไงก็ยังผวนไม่ได้อยู่ดี มัวแต่พะวงกับการผันวรรณยุกต์การสลับพยัญชนะ สระว่าต้องอยู่

ตรงจุดไหน แต่คนที่ผวนเก่งๆ นั้นแทบไม่ต้องคำนึงถึงกฏเกณฑ์ตรงนี้เลย บอกศัพท์มาก็ผวน

ได้ทันที ผมลองผวนคำดูแล้ว พบว่าถ้าผวนคำเกิน ๒ พยางค์จะมีคำเดิมซ้ำอยู่กลางประโยค/วลี

เสมอ เช่น  "คุณกินข้าวกับอะไร" เป็น "ใค(ร)กินข้าวกับอรุณ"  ถ้าใครยังผวนคำไม่ได้หรือไม่เก่ง

ก็ลองฝึกผวนคำกับเพื่อนๆสนิทที่อยู่ข้างตัว  แล้วจะพบว่าการผวนคำนั้นไม่ยากไม่ง่าย  ใครฝึก

จนชำนาญแล้วมีคำศัพท์อะไรมาก็จะผวนได้หมด คราวนี้จะเหมือนคุณได้รู้อีกภาษาหนึ่งทีเดียว  

ต่อไปคุณผู้หญิงก็จะไม่หลงกลผู้ชายที่มาถามว่าเวลาไปทำผมจะต้องย้อมก่อนเซ็ตหรือว่าเซ็ตก่อนย้อม

เพราะว่าจะก่อนหรือหลังคุณก็ดูเป็นคนซาดิสม์อยู่ดี ...



มีเว็บที่เกี่ยวกับคำผวนอยู่หลายเว็บครับ จะแนะนำสักสองสามที่ แต่ก่อนเข้าไปต้องทำใจ

นะครับว่ามีคำผวนที่ไม่สุภาพมากมาย ควรใช้วิจารณญาณในการเข้าชม...



ลองอ่านนิทานคำผวนได้ที่เว็บนี้ครับ



http://www.geocities.com/lekpage/pn000.html



อ่านสรรพลี้หวนได้ที่เว็บนี้ครับ



http://www.geocities.com/hhs9lu/hee/hs9lu.htm



เว็บนี้มีแบบฝึกหัดคำผวนครับ (อธิบายค่อนข้างเป็นวิชาการ)

http://kampuan.hypermart.net/index.html

เทาชมพู:
มาสวัสดีคุณแจ้งค่ะ  ว่าจะเมล์ไปชวนมาอ่านอยู่ทีเดียว

วันนี้มามาดวิชาการนะคะ

โคลงผวนของสุนทรภู่ จำได้จากพันทิพย์ แบบกะท่อนกะแท่น



เฉนงไอเปรียบถ้อยเว้า.......วู่กา

รูกับกาวเมิงแต่ยา...............มู่ไร้

ปิดเซ็นจะมูส้า....................เคราทู่

เฉะแต่ตอบหิ้งกล้าย...........นิ่งกล้อน กลน-ถนาง

เรไร:
คุณเทาชมพูช่วยแปลไทยเป็นไทย โคลงข้างบน หน่อยซีคะ  
แม่หญิงแปลไม่ออก  มึนตึ้บเลยค่ะ

เจ้าคุณศรีแสวงflying คืออะไร
ผักบุ้ง ผักกระเฉด แตงโม ก็เป็นคำผวนหรือคะ
ผักบุ้ง...  พุ่ง- บัก
ผักกระเฉด..... เผด-กะ-ฉัก
แตงโม.....โต-แมง
มันผวนตรงไหน  แล้วผู้หญิงทำผมก่อนย้อม หรือ ย้อมผมก่อนทำ  อะไรเป็นซาดิสต์หรือคะ

เฮ้อ... เหนื่อย
กระทู้แบบนี้ต้องคุณแจ้ง ... ใช่เลยค่ะ

นกข.:
ครือว่า ... ง่า ... แม่หญิงอย่าอยากรู้เลยครับ ไม่รู้จะอธิบายยังไงในพื้นที่สาธารณะอย่างนี้ มันไม่ค่อยสุภาพ จะอาสาไปกระซิบอธิบายสองต่อสองก็ไม่กล้า กลัวตะบองคุณพ่อตา...

บางทีคนไทยสมัยก่อนท่านก็คิดมากเกินไปหน่อย อย่าง 8 ตัว ที่เปลี่ยนเป็น 4 คู่ แล้วก็ยังต้องเปลี่ยนอีกเป็น 4 ตัวสองหน - เฮ้อ...

เจ้าคุณแจ้งศรีแสวงเหมาะ จะอธิบายไหมครับ ผมไม่กล้า เขินแม่หญิงครับ อ้อ แต่คุณแจ้งอ้างผิดนะครับเรื่องทำผมน่ะ เพราะน่าจะเป็นมาโซคิสต์มากกว่าซาดิสต์ (เป็นผู้นิยมความรุนแรงในทางเพศทั้งคู่ แต่ซาดิสต์ได้ซ้อม- เอ๊ย -ได้ทำคนอื่นเขาเจ็บแล้วตัวเองมีความตื่นเต้นทางเพศ ส่วนมาโซคิสต์ ตัวเองถูกกระทำให้เจ็บปวดแล้วได้ความสุขทางเพศ)

แจ้ง ใบตอง:
ขอบคุณคุณ นกข.ที่ท้วงครับ   ปกติแล้วผมไม่ค่อยถนัดทางนี้นัก
เลยสับสนระหว่าง ซาดิสม์ กับมาโซคิสม์ แต่ถึงยังไงผมไม่ได้อยู่
ในพวกไหนทั้งสิ้นนะครับ...

เอาเป็นว่าผมช่วยผวนโคลงที่คุณเทาชมพูมาลงไว้ให้ก็แล้วกัน
แต่พอผวนแล้วจะไม่สัมผัสนะครับ...

ไฉนเอ็ง เปรียบถ้อยเว้า.............ว่ากู
ราวกับกู มาแต่เยิง....................ไม่รู้ (มาแต่เยิงน่าจะเป็นคำโบราณ)
เป็นศิษย์จะมาสู้........................ครูเฒ่า
.......ตบให้กลิ้ง.......................นอนกลิ้ง กลางถนน  

ส่วนพวกผักบุ้งผักกระเฉด เวลาผวนแล้วไม่ค่อยสุภาพครับ
ผักบุ้งจะไม่สุภาพตรงคำว่า บัก
ส่วนผักกระเฉด เวลาผวนแล้วก็คงจะทำให้นึกถึงอะไรที่มันกระฉึกกระฉักมั้งครับ
ส่วนแตงโมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไม่สุภาพตรงไหน

ส่วนชื่อเจ้าคุณศรีแสวงเหมาะ ถ้าจะไม่ให้เข้าตัวต้องเปลี่ยนเป็น เจ้าคุณศรีแสวงหมูครับ  ฮ่า....

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว