เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
อ่าน: 12826 อยากรู้เรื่องคำผวน ว่ามีที่มา และประวัติอย่างไร
NaCl
บุคคลทั่วไป
 เมื่อ 31 ก.ค. 01, 07:28

อยากรู้เรื่องคำผวน ว่ามีที่มา และประวัติอย่างไร

หัวข้อนี้มีในห้องครูอาจารย์ เห็นทีมงานบอกว่าที่นี่มีผู้รู้ด้านภาษาอยู่มาก ผมเลยก๊อบฯเอามาโพสต์ที่นี่ด้วย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 26 มิ.ย. 01, 20:29

จนใจจริงๆไม่เคยอ่านพบประวัติที่มาของคำผวน  เคยแต่พบผลงานคำผวนบางเรื่องอย่าง สรรพลี้หวน    อีกเรื่องจำได้ว่าชื่อเอ๋งติ๋งห้าว
คงไม่มีประวัติแบบใครประดิษฐ์คิดค้นอย่างศิลาจารึกพ่อขุนราม    น่าจะเป็นลักษณะของภาษาไทยกลาง เอื้อให้เล่นคำได้หลายแบบรวมทั้งการผวนด้วย  จึงเป็นเหตุให้คนไทยสนุกขึ้นมา เล่นคำผวนกัน    โดยมากก็เป็นคำต้องห้ามของสุภาพชน   เพราะพูดอย่างเปิดเผยไม่ได้เลยเลี่ยงไปผวนคำ  เลยกลายเป็นการท้าทายปฏิภาณไป
คำบางคำอ่านตรงๆสุภาพดี แต่พอผวนขึ้นมาแล้วถูกเซนเซอร์ก็มี
กล่าวกันว่าสุนทรภู่เคยแต่งโคลงคำผวน  แต่ไม่ยืนยันเพราะไม่มีหลักฐาน  มีแต่ท่องจำกันมา

เรื่องนี้น่าจะเชิญเจ้าคุณหาญฯ ซึ่งเงียบหายไปทำวิทยานิพนธ์พักใหญ่แล้ว มาตอบจะถนัดกว่านะคะ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 26 มิ.ย. 01, 20:52

แหะๆ ท่านเจ้าคุณแจ้งเห็นจะมีราชทินนามเป็นเจ้าคุณศรีฯ มากกว่าครับ เพราะราชทินนามว่าหาญ... นั้น น่าจะเป็นคุณหญิง คือคุณหญิงแกอยู่วงมโหรี ส่วนฝ่ายชายนั้น ราชทินนามว่า ศรีแสวง flying

ฝรั่งก็เล่นคำผวนกัน แต่ไม่มากมายเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไทย เรียกว่า Spoonerism เช่น a half-formed wish in my mind - - a half-warmed fish in my mind ถือเป็นการพูดพลาดมากกว่าจงใจพูดให้เป็นเรื่องขัน (จนออกมาเป็นหนังสือได้ทั้งเล่ม) อย่างไทย
การพูดพลาดอีกอย่างรู้สึกจะเรีกว่า malapropism แต่ไม่แน่ใจว่าพลาดอย่างไหน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 26 มิ.ย. 01, 21:16

malapropism มาจากตัวละคร ชือ Mrs Malaprop  ในเรื่อง The Rivals เป็น Restoration comedy ของอังกฤษ ศตวรรษที่ ๑๘
พลาดแบบไม่เข้าใจความหมายของคำค่ะ  ตั้งใจจะหมายถึงอย่างหนึ่งแต่ไปใช้อีกคำหนึ่งที่ฟังคล้ายๆกันแทน    เช่นตั้งใจจะหมายความว่า sensible แต่ไปพูดว่า sensational แทน   พอออกมาเป็นประโยคแล้วก็ไปคนละเรื่องกันเลย
รัชกาลที่ ๖ ทรงแปลเรื่อง The Rivals นี้ไว้  ชื่อเรื่อง ชิงนาง  ทรงแปลงคำพูดผิดๆของ Mrs. Malaprop  ออกมาเป็นคำไทย เอาไว้อย่างคมคายและน่าขันมากค่ะ

ส่วนคำผวนของไทย มีน้อยที่ผวนแบบเล่นคำธรรมดา ส่วนใหญ่จะผวนในเรื่องเพศ   จัดเป็น bawdy ประเภทหนึ่ง
บันทึกการเข้า
กะออม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 27 มิ.ย. 01, 13:01

เคยอ่านพบเหมือนกันว่าท่านสุนทรภู่แต่งโคลงโดยใช้คำผวน  แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน  จำได้แต่คำเล่าลือว่าเมื่อคราวรัชกาลที่ ๓ มีรับสั่งให้ชุมนุมนักปราชญ์ราชกวีแต่งโคลงกลอนจารึกไว้ที่วัดโพธิ์  สุนทรภู่เป็นกวีผู้เดียวที่ไม่ได้รับรับสั่งนี้   จึงมี "รากโมกโรคมากรักษาหาย"  ตามมา

เคยมีพี่เล่าให้ฟังว่านโปเลียนก็ชอบเล่นคำผวน  เพราะเมื่อคราวถูกจับไปขังที่เกาะ Elba ก็นั่งผวนชื่อเกาะ จาก Elba - Able แล้วนึกออกว่าสามารถหนีได้  เลยหนีสำเร็จ  ออกไปรบกับอังกฤษ จนถูกจับขังอีกทีทีนี้ผวนไม่ออก เลยหนีไม่ได้  -  ไร้สาระไปหน่อย แต่ตลกดี
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 27 มิ.ย. 01, 21:45

ประวัติหรือที่มาของคำผวนนี่ ลองย้อนกลับแล้วผมว่าน่าจะถึงยุคของศรีปราชญ์ครับ

(ถ้าเชื่อว่าศรีปราชญ์มีตัวตนจริง) เพราะมีโคลงที่ศรีปราชญ์แต่งไว้ในรูปของคำผวน

เหมือนกัน คลับคล้ายคลับคลาว่าโคลงนั้นมีคำบังคับ คือต้องใช้คำว่า เป,แป แล้วอะไรอีก

สองคำนี่แหละ ผมจำไม่ได้ คำทั้งสี่นี้นำมาแต่งเป็นโคลงยากมากแต่ก็ไม่เกินความสามารถ

ของศรีปราชญ์ ผมจำได้เลาๆว่าเป็นน่าจะเป็นดังนี้



เป   ทะลูอยู่ถ้ำ............มีถม

แป  สะหมูอยู่ตม.........ไต่ไม้ (มั่ว)

.............บุ๋งๆ................





ต่อมาก็คงเป็นกลอนสรรพลี้หวน ที่เชื่อกันว่าแต่งในตอนปลายอยุธยาโดยสามเณรรูปหนึ่ง

บางคนก็ว่าแต่งได้ประมาณร้อยปีมานี้  (ข้อมูลตรงนี้ไม่อ้างอิง)  แล้วก็มีโคลงของ

สุนทรภู่ที่แต่งขึ้นเนื่องจากมีคนปรามาสว่าดีแต่แต่งกลอนตลาดอย่างเดียว ผมจำได้แค่

ขึ้นต้นว่า เฉน็งไอ ปล่อยเทียบ......เท่านี้เอง (เคย save จากกระทู้ในพันทิพย์เก็บไว้แต่

เผลอลบไปแล้ว)...



เรื่องคำที่ผวนได้นี่ต้องระวังในภาษาราชการหรือภาษาที่สุภาพทั่วไป คนโบราณท่านละเอียดอ่อน

เรื่องนี้มากถึงกับมีการบัญญัติคำขึ้นมาใช้แทน เช่น เห็นควรด้วย ก็ให้ใช้ว่าเห็นควร เห็นชอบแทน

ผักบุ้ง ท่านก็ให้เรียกผักทอดยอด ผักกระเฉดก็ให้เรียกผักรู้นอน เจ็ดอย่างให้เรียกว่าเจ็ดสิ่ง

แตงโมให้เรียกผลอุลิด ฯลฯ  หรือคำบางคำที่ผวนแล้วไม่หยาบท่านก็กำหนดให้มีศัพท์ต่างหากอีก

เช่น ปลาช่อนให้เรียกว่าปลาหาง ปลาสลิด เรียกว่าปลาใบไม้ดอกสลิดเรียกว่าดอกขจร

ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าไปเหมือนกับอวัยวะบางอย่างของคนเราหรือเปล่า ถึงกระนั้นก็ยัง

มีคำที่สามารถผวนได้อยู่ดี ลองสังเกตคำพูดในชีวิตประจำวันของเรามีหลายคำที่ผวนแล้วเป็น

คำหยาบโดยเราไม่รู้ตัว ยกตัวอย่างหน่อยดีกว่า เช่น ทิศหรดี หันมาตรงนี้ ฯลฯ



ผมเคยเล่าเรื่องตลกคำผวนให้เพื่อนๆ ฟัง คนที่ผวนคำได้ก็หัวเราะงอหายไป ส่วนคนที่ผวนคำ

ไม่เป็นก็ทำหน้าเหรอหราว่าเค้าหัวเราะอะไรกัน ต้องมาอธิบายกันนานถึงจะเข้าใจ คนที่ผวนคำ

ได้อย่างคล่องแคล่วต้องมีหัวหรือปฏิภาณเกี่ยวกับเรื่องนี้พอสมควร เพราะว่าบางคนถึงจะหัด

ยังไงก็ยังผวนไม่ได้อยู่ดี มัวแต่พะวงกับการผันวรรณยุกต์การสลับพยัญชนะ สระว่าต้องอยู่

ตรงจุดไหน แต่คนที่ผวนเก่งๆ นั้นแทบไม่ต้องคำนึงถึงกฏเกณฑ์ตรงนี้เลย บอกศัพท์มาก็ผวน

ได้ทันที ผมลองผวนคำดูแล้ว พบว่าถ้าผวนคำเกิน ๒ พยางค์จะมีคำเดิมซ้ำอยู่กลางประโยค/วลี

เสมอ เช่น  "คุณกินข้าวกับอะไร" เป็น "ใค(ร)กินข้าวกับอรุณ"  ถ้าใครยังผวนคำไม่ได้หรือไม่เก่ง

ก็ลองฝึกผวนคำกับเพื่อนๆสนิทที่อยู่ข้างตัว  แล้วจะพบว่าการผวนคำนั้นไม่ยากไม่ง่าย  ใครฝึก

จนชำนาญแล้วมีคำศัพท์อะไรมาก็จะผวนได้หมด คราวนี้จะเหมือนคุณได้รู้อีกภาษาหนึ่งทีเดียว  

ต่อไปคุณผู้หญิงก็จะไม่หลงกลผู้ชายที่มาถามว่าเวลาไปทำผมจะต้องย้อมก่อนเซ็ตหรือว่าเซ็ตก่อนย้อม

เพราะว่าจะก่อนหรือหลังคุณก็ดูเป็นคนซาดิสม์อยู่ดี ...



มีเว็บที่เกี่ยวกับคำผวนอยู่หลายเว็บครับ จะแนะนำสักสองสามที่ แต่ก่อนเข้าไปต้องทำใจ

นะครับว่ามีคำผวนที่ไม่สุภาพมากมาย ควรใช้วิจารณญาณในการเข้าชม...



ลองอ่านนิทานคำผวนได้ที่เว็บนี้ครับ



http://www.geocities.com/lekpage/pn000.html' target='_blank'>http://www.geocities.com/lekpage/pn000.html



อ่านสรรพลี้หวนได้ที่เว็บนี้ครับ



http://www.geocities.com/hhs9lu/hee/hs9lu.htm' target='_blank'>http://www.geocities.com/hhs9lu/hee/hs9lu.htm



เว็บนี้มีแบบฝึกหัดคำผวนครับ (อธิบายค่อนข้างเป็นวิชาการ)

http://kampuan.hypermart.net/index.html' target='_blank'>http://kampuan.hypermart.net/index.html
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 27 มิ.ย. 01, 22:28

มาสวัสดีคุณแจ้งค่ะ  ว่าจะเมล์ไปชวนมาอ่านอยู่ทีเดียว

วันนี้มามาดวิชาการนะคะ

โคลงผวนของสุนทรภู่ จำได้จากพันทิพย์ แบบกะท่อนกะแท่น



เฉนงไอเปรียบถ้อยเว้า.......วู่กา

รูกับกาวเมิงแต่ยา...............มู่ไร้

ปิดเซ็นจะมูส้า....................เคราทู่

เฉะแต่ตอบหิ้งกล้าย...........นิ่งกล้อน กลน-ถนาง
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW675x006.gif'>
บันทึกการเข้า
เรไร
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 27 มิ.ย. 01, 23:16

คุณเทาชมพูช่วยแปลไทยเป็นไทย โคลงข้างบน หน่อยซีคะ  
แม่หญิงแปลไม่ออก  มึนตึ้บเลยค่ะ

เจ้าคุณศรีแสวงflying คืออะไร
ผักบุ้ง ผักกระเฉด แตงโม ก็เป็นคำผวนหรือคะ
ผักบุ้ง...  พุ่ง- บัก
ผักกระเฉด..... เผด-กะ-ฉัก
แตงโม.....โต-แมง
มันผวนตรงไหน  แล้วผู้หญิงทำผมก่อนย้อม หรือ ย้อมผมก่อนทำ  อะไรเป็นซาดิสต์หรือคะ

เฮ้อ... เหนื่อย
กระทู้แบบนี้ต้องคุณแจ้ง ... ใช่เลยค่ะ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 27 มิ.ย. 01, 23:39

ครือว่า ... ง่า ... แม่หญิงอย่าอยากรู้เลยครับ ไม่รู้จะอธิบายยังไงในพื้นที่สาธารณะอย่างนี้ มันไม่ค่อยสุภาพ จะอาสาไปกระซิบอธิบายสองต่อสองก็ไม่กล้า กลัวตะบองคุณพ่อตา...

บางทีคนไทยสมัยก่อนท่านก็คิดมากเกินไปหน่อย อย่าง 8 ตัว ที่เปลี่ยนเป็น 4 คู่ แล้วก็ยังต้องเปลี่ยนอีกเป็น 4 ตัวสองหน - เฮ้อ...

เจ้าคุณแจ้งศรีแสวงเหมาะ จะอธิบายไหมครับ ผมไม่กล้า เขินแม่หญิงครับ อ้อ แต่คุณแจ้งอ้างผิดนะครับเรื่องทำผมน่ะ เพราะน่าจะเป็นมาโซคิสต์มากกว่าซาดิสต์ (เป็นผู้นิยมความรุนแรงในทางเพศทั้งคู่ แต่ซาดิสต์ได้ซ้อม- เอ๊ย -ได้ทำคนอื่นเขาเจ็บแล้วตัวเองมีความตื่นเต้นทางเพศ ส่วนมาโซคิสต์ ตัวเองถูกกระทำให้เจ็บปวดแล้วได้ความสุขทางเพศ)
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 28 มิ.ย. 01, 00:24

ขอบคุณคุณ นกข.ที่ท้วงครับ   ปกติแล้วผมไม่ค่อยถนัดทางนี้นัก
เลยสับสนระหว่าง ซาดิสม์ กับมาโซคิสม์ แต่ถึงยังไงผมไม่ได้อยู่
ในพวกไหนทั้งสิ้นนะครับ...

เอาเป็นว่าผมช่วยผวนโคลงที่คุณเทาชมพูมาลงไว้ให้ก็แล้วกัน
แต่พอผวนแล้วจะไม่สัมผัสนะครับ...

ไฉนเอ็ง เปรียบถ้อยเว้า.............ว่ากู
ราวกับกู มาแต่เยิง....................ไม่รู้ (มาแต่เยิงน่าจะเป็นคำโบราณ)
เป็นศิษย์จะมาสู้........................ครูเฒ่า
.......ตบให้กลิ้ง.......................นอนกลิ้ง กลางถนน  

ส่วนพวกผักบุ้งผักกระเฉด เวลาผวนแล้วไม่ค่อยสุภาพครับ
ผักบุ้งจะไม่สุภาพตรงคำว่า บัก
ส่วนผักกระเฉด เวลาผวนแล้วก็คงจะทำให้นึกถึงอะไรที่มันกระฉึกกระฉักมั้งครับ
ส่วนแตงโมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไม่สุภาพตรงไหน

ส่วนชื่อเจ้าคุณศรีแสวงเหมาะ ถ้าจะไม่ให้เข้าตัวต้องเปลี่ยนเป็น เจ้าคุณศรีแสวงหมูครับ  ฮ่า....
บันทึกการเข้า
นายหุยฮา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 28 มิ.ย. 01, 00:33

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมู่บ้านหนึ่ง ถูกยักษ์มารังควาน จับกินๆอยู่บ่อย จึงว่าจ้างให้คนมาปราบยักษ์ มีหญิงสาวนางหนึ่งอาสาปราบยักษ์ ซึ่งก็สำเร็จลงได้ อาวุธที่ใช้ก็คือหอก...
ถามว่า หอกที่ใช้มีกี่สี ??
บันทึกการเข้า
นายหุยฮา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 28 มิ.ย. 01, 00:36

โจทย์ฟิสิกส์ มีวัตถุสองก้อน... อืมเป็นก้อนหินละกัน เพื่อความง่าย จะให้ชื่อว่า หิน A และ หิน B หินทั้งสองก้อนนี้หนัก 1 และ 100 กิโลกรัมตามลำดับ กำลังตกจากหน้าผาด้วยอัตราเร็ว 100 และ 1 เมตร/วินาทีตามลำดับ
ถามว่า หินก้อนไหนบินได้ ? หิน A หรือ หิน B

มีถามต่อ แต่พอละ ไม่เป็นวิชาการเท่าไหร่
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 28 มิ.ย. 01, 00:49

เยิง แปลว่าป่าดอยแถวถิ่นที่ห่างไกลความเจริญครับ มาแต่เยิง คนป่าคนเยิง คือพวกบ้านนอกหลังเขานั่นแหละ

บาทสุดท้ายของโคลงของสุนทรภู่ ถอดว่า ชอบแต่เตะให้กลิ้ง นอนกลิ้งกลางถนนฯ บาทสุดท้ายนี้ผมเคยได้ยินอีกอย่างด้วยว่า เฉะแต่จะตอบให้ มอดม้วยมังระณอฯ แปลว่า ชอบแต่จะเตะให้ มอดม้วยมรณังฯ

ตอบคำถามที่ 1 ไม่ทราบครับ ต้องวัดดูก่อนถึงจะรู้ คุณผู้หญิงยอมให้วัดไหมล่ะครับ? คำถาม 2 ถ้าเป็นฝรั่งอย่างเซอร์ไอแซก นิวตันก็จะตอบว่า ไม่มีก้อนไหนบินได้ครับ เพราะวัตถุตกจากหน้าผาแล้วไม่มีแรงอื่นกระทำ ได้รับแรงกระทำจากแรงโน้มถ่วงเท่านั้น ต้องตกสู่จุดศูนย์กลางโลกครับ แต่ถ้าเป็นคนไทยตอบก็คงจะเป็น ... หินก้อน ข. ครับ...
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 28 มิ.ย. 01, 01:04

เปลี่ยนเรื่องเถอะ สงสารแม่หญิง



มีวิธีเล่นคำอีกอย่างหนึ่งที่เป็นการกลับไปกลับมาที่ฝรั่งชอบเล่นมากกว่าคำผวนมาก แต่ไทยไม่ค่อยเล่น หรือที่จริงผมไม่เคยเห็นไทยเล่นเลย คือการเรียงลำดับตัวอักษร โดยที่ภาษาอังกฤษอักษรเขาไมมีสระพยัญชนะแยกจากกัน เป็นตัวอักษรเหมือนกันหมดจึงเล่นอย่างนี้ง่าย

อย่างนโปเลียนที่ว่าถูกจับติดเกาะ Elba นั้นก็ไม่เชิงเป็นคำผวน เพียงแต่เรียงอักษรสลับจากหลังไปหน้าเท่านั้นเป็น Able นมผงยี่ห้อหนึ่งเคยตั้งชื่อว่า Klim ก็ Milk กลับหลังนั่นแหละ หรือที่เป็นโจ๊กในสงครามโลกครั้งที่สองคือ เรด้าร์ RADAR เป็นระบบใหม่ที่อังกฤษเพิ่งคิดได้ตอนนั้น ถือเป็นความลับทางทหารขั้นลับสุดยอด จึงมีการเสนอให้ทางกองทัพสั่งว่า ห้ามพูดถึงเรดาร์ตรงๆ เดี๋ยวเยอรมันจับได้ เวลาจะเอ่ยถึงเรดาร์ให้เข้ารหัสเสียชั้นหนึ่งก่อน โดยเขียนย้อนจากหลังไปหน้าแทน ผู้ใหญ่ในกองทัพเกือบจะบ้าจี้สั่งไปยังงั้นจริงๆ แล้วแต่มาดูอีกที่ RADAR เขียนจากหน้าไปหลังหรือหลังไปหน้ามันก็ยังเป็น RADAR อยู่ดี...



คำประเภท raDar นึ้ ฝรั่งเรียก พาลินโดรม คือ มีการเรียงอักษรแบบที่ทำให้อ่านออกมาได้เหมือนเดิมไม่ว่าจะอ่านตรงหรืออ่านย้อนกลับหลัง และฝรั่งชอบเล่นกันมาก พาลินโดรมที่ดังๆ มี

Ma'am, I 'm Adam.

A man, a plan, a canal - Panama

Was it a bar or a bat  I  saw?
บันทึกการเข้า
little sun
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 28 มิ.ย. 01, 07:26

คำถามข้อสองนี่หนูตอบได้เพราะเคยถูกเพื่อนหรอกถามแล้วครั้งนึงตอนนั้นตอบไม่ถูก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.046 วินาที กับ 19 คำสั่ง