ศึกไมยราบ

<< < (2/4) > >>

กะออม:
ไม่แต่ในอินเดียหรอกค่ะ  มีเมืองเก่า ชื่อ เมืองขีดขีน อยู่ในเขตจังหวัดสระบุรี (หรือลพบุรีไม่แน่ใจ  แต่ใกล้ ๆ กัน)  เป็นเมืองสมัยทวาราวดี  เดี๋ยวนี้เหลือแต่เนินคันดิน บ่งบอกถึงอิทธิพลของรามายณะที่มีต่อพื้นที่บริเวณสระบุรี ลพบุรี ได้เป็นอย่างดี

แต่เมืองชมพู  ไม่ทราบอยู่ที่ไหน  อาจจะอยู่แถวสามย่านก็ได้นะ  เพิ่งนึกออก

นิรันดร์:
ขอบคุณ คุณชมพู เอ้ย เทาชมพู และคุณกะออมมากครับ
นิลนนท์ที่ถมหินแข่งกับหนุมานใช่ไหมครับ

แล้วพระรามไปเจอนิลนนท์ตอนไหน พอนึกออกไหมครับ

เมืองชมพู ใช่ชมพูทวีป หรืออินเดียหรือเปล่า(ผมเดาเอาเองนะครับ)

เทาชมพู:
ขอโทษที  จำชื่อผิดค่ะ  นิลพัทค่ะไม่ใช่นิลนนท์ เป็นลูกพระกาล(พระกาฬ)ตัวดำ   ส่วนหนุมานตัวขาว
ไปทะเลาะกันตอนขนหินจองถนน  
เรื่องนิลพัทกับหนุมานเป็นที่มาของการแสดง  "จับลิงหัวค่ำ" และ/หรือ "ลิงดำลิงขาว"  คลับคล้ายคลับคลาว่าแสดงก่อนโนรา    ต้องถามคุณนกข.อีกทีเรื่องทางใต้ ดิฉันรู้แค่นี้

ในหนังสือบ่อเกิดรามเกียรติ์ พูดถึงรามายณะ ยังไม่เห็นชื่อเมืองชมพูมีแต่ กีษกินธ์  เมืองชมพูอาจมีในฉบับทมิฬที่เราได้มาจากลังกาก็ได้  แต่ไม่ใช่ชมพูทวีป   เพราะในเรื่องชมพูทวีปเป็นแหล่งใหญ่ของเหตุการณ์ทั้งหมด เมืองชมพูก็อยู่ในชมพูทวีป  เอ่ยไว้นิดเดียว

ลำดับเรื่อง...
พาลีมีเพื่อนรักเป็นพญาลิงมีฤทธิ์มากชื่อท้าวมหาชมพู ครองเมืองชมพู   มีหลานชื่อนิลพัทเป็นอุปราช  และมีทหารเอกอีก ๑๘ ตัว คือสิบแปดมงกุฎ  เรียกว่าเป็นเมืองนักรบ
ท้าวมหาชมพูไม่กลัวยักษ์มารหรือเทวดาหน้าไหนเว้นแต่พระนารายณ์องค์เดียว แค่ได้ยินชื่อก็สลบแล้ว
สุครีพก็เลยไปชวนมาสวามิภักดิ์กับพระราม  เพื่อยกพลไปรบกับทศกัณฐ์   แต่ท้าวมหาชมพูไม่เชื่อว่าพระรามเป็นพระนารายณ์อวตาร เพราะดูลักษณะเป็นมนุษย์
หนุมานก็เลยใช้อุบายสะกดให้หลับทั้งเมืองแล้วหักยอดปราสาทลงไปยกท้าวมหาชมพูพร้อมแท่น  แบกทั้งหลับๆไปเฝ้าพระราม
ท้าวมหาชมพูฟื้นขึ้นมาเห็นพระรามในรูปนารายณ์อวตารก็สลบลงไปอีกเพราะกลัวสุดขีด  ฟื้นอีกทีก็ยอมศิโรราบยกพลยกเมืองให้แต่โดยดี
มเหสีท้าวมหาชมพูตื่นขึ้นมาสามีหายไปก็ตกใจให้คนไปตามนิลพัทมาโดยด่วน     เดากันว่าคงถูกลักตัว  นิลพัทก็ตามไปพบท้าวมหาชมพูกับพระราม ก็เลยได้เฝ้าฝากเนื้อฝากตัวตอนนั้น  
ในที่สุด  ตกลงยกทัพไปลังกาด้วยกัน รวมกับพลลิงเมืองขีดขินก็ได้กำลังพลมหาศาล

อันหมู่กบินทร์วรินท์ราช.........ล้วนองอาจฮึกหาญชาญสมร
ในกรุงขีดขินพระนคร.............วานรห้าสิบสมุทรไท
ฝ่ายข้างชมพูนครา.................โยธาวานรก็เกณฑ์ได้
ยี่สิบเจ็ดสมุทรเกรียงไกร.........ว่องไวชำนาญในการยุทธ์
บรรจบทั้งสองกรุงนั้น.............เข้ากันเจ็ดสิบเจ็ดสมุทร
ล้วนมีปรีชาวรารุทร................ทั้งสิบแปดมงกุฎศักดา

แต่นิลพัทแอบแค้นหนุมานที่บังอาจหักยอดปราสาทไปลักตัวท้าวมหาชมพู  ไม่เกรงใจคนอื่น  คิดแบบลูกผู้ชายว่าฆ่าได้หยามไม่ได้  พอต้องช่วยกันจองถนนก็เลยลองดีหนุมาน จนทะเลาะกันเป็นการใหญ  ฤทธิ์มากทั้งคู่  รบไม่แพ้ไม่ชนะกัน พระรามเห็นทหารเอกมาทะเลาะกันเองจะเสียการรบ  เลยถอดนิลพัทออกจากประจำการไล่กลับเมืองชมพูไปเป็นทหารกองหนุน
ตอบคุณกะออม
ถ้าเมืองชมพูอยู่แถวสามย่าน  ท้าวชมพูน่าจะอยู่แถวๆคณะวิศวฯ เพราะแกดู"บิ๊ก" เอาการ  แต่นิลพัทอาจจะอยู่แถวรัฐศาสตร์นะคะ   ตัวสีนิลแถมเก่งไม่แพ้ใครเสียด้วย
เคยได้ยินตำนานสามย่านเรื่องนี้ไหมคะ  สีเลือดหมูกับสีดำในยุคหนึ่งไม่ถูกกันอย่างแรง ขนาดเหยียบคณะกันไม่ได้

เทาชมพู:
คุณนิรันดร์คะ
พระรามไม่ได้ฆ่าพาลีนะคะ    พระรามยิงศรไปแต่พาลีฉวยไว้ทัน
เมื่อรู้ว่าตัวเองสมควรตายเพราะเสียสัตย์ที่เคยให้ไว้ว่าจะไม่แย่งเมียสุครีพ   หากผิดคำพูดขอให้ตายด้วยศรพระนารายณ์   แล้วในที่สุดก็ตระบัดสัตย์เสียเอง    เมื่อเจอพระราม พาลีก็ยอมตายด้วยการเอาศรพระรามปักอกตายไป
ความจริงพระรามไม่ได้อยากฆ่าพาลี   ยอมผ่อนผันคำสาบานแบบผ่อนหนักให้เป็นเบา   คือขอแค่โลหิตนิดเดียวแค่แมลงวันอิ่ม (คือน้อยมากแค่แมลงวันกิน) พาลีไม่ยอมสละให้
ในเรื่องนี้ มีนักโทษการเมืองของไทย เอาไปแต่งไว้เป็นกลอนหก บรรยายความทะนงของพาลี ที่ยอมตายดีกว่ายอมเสียศักดิ์ศรี   ยาขอบมาเล่าไว้ในสามก๊กฉบับวณิพก
กลอนเขียนว่ายังงี้ค่ะ

เลือดพี่ มีค่า กว่าตน
เสียเลือด เสียชนม์ ดีกว่า
โลหิต ติดปลาย โลมา
อับอาย ขายหน้า ฟ้าดิน

คงจะด้วยศักดิ์ศรีนี้เอง(มั้ง) พาลีเลยตายไม่ตกนรก กลายเป็นเทพบุตรพาลีขึ้นไปอยู่บนสวรรค์  ตอนหลังก็ลงมาช่วยพระรามเอาไว้ตอนหนึ่งในการรบ
ถ้าพาลีไม่ตายเสียก่อนน่ากลัวบทบาทหนุมานจะด้อยลงไปมาก  เพราะพาลีรบเก่งมีฤทธิ์มากขนาดชนะทศกัณฐ์มาแล้ว    อาจจะเก่งกว่าหนุมานเสียอีก

นกข.:
สมัยรุ่นผมไม่เกี่ยวแล้วครับ เรื่องสิงห์ดำตีกันกับฟันเฟืองเลือดหมูนี่ เป็นเรื่องของรุ่นพี่ๆ อาๆ ลุงๆ หรือปู่ๆ ...

แล้วที่ได้ยินเล่ากันมา ก็ดูเหมือนจะตีกันชิงนางสีดา เอ๊ยแย่งสาวคณะชมพูเทานั่นแหละ ไม่ใช่หรือครับ...

เรื่องลิงดำลิงขาวที่การแสดงหนังตะลุงเอาไปเบิกโรง เรียกว่าจับลิงหัวค่ำ ใช่ครับ และเชื่อกันว่าเอาเค้ามาจากการตีกันระหว่างนิลพัทกับหนุมานในรามเกียรติ์มาตรฐานก็ใช่ แต่ถ้าผมจำไม่ผิด ตามบทเบิกโรงจับลิงหัวค่ำนั้น พอเชิดให้ตัวหนังลิงดำลิงขาวทะเลาะกันได้สักพักก็จะมีการเชิดหนังพระครูฤษี ออกมาห้ามทัพ และลิงทั้งดำทั้งขาวที่เก่งทั้งคู่ก็จะเชื่อฟังพระฤษี ยอมรู้รักสามัคคีกันแต่โดยดี

ท้าวมหาชมพูนี้อยู่ในรามเกียรติ์ฉบับไทยฉบัยพระราชนิพนธ์ ร.1 แต่ผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่า เป็นตัวเดียวกับพญาลิงอีกตัว คือชามพูวราชหรือเปล่า หรือเป็นคนละตัวจริงๆ หรือว่าของเดิมเป็นตัวเดียวกันแต่ไทยเรารับมาแล้วแยกเป็นคนละตัว จำได้ว่าเคยอ่านบทความพระราชนิพนธ์สมเด็จพระเทพรัตนฯ ว่า ชามพูวราชนี้ ร.6 ทรงสืบค้นตำรากลับไปทางรามายณะของอินเดียแล้ว มีพระราชวินิจฉัยว่า เป็นหมี ไม่ใช่ลิง

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว