เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 25 26 [27] 28 29 ... 37
  พิมพ์  
อ่าน: 52721 ใครอยากรู้จัก NAVARAT.C เชิญที่กระทู้นี้
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 390  เมื่อ 11 ม.ค. 16, 20:57

ขอบคุณคุณมารน้อยกับคุณย่านางนะครับ
ส่วนคุณแอนนา ความคิดที่ว่าพระเอกกับโพรดิวเซอร์ก็เป็นคนเดียวกันได้นั้น น่าจะเป็นไปได้ที่สุด จริงครับ เรื่องนี้ไม่ต้องจ้างใครเพราะผมแสดงคนเดียว ถ่ายทำระบบเซลฟีนีมาสโคป ตัดต่อเองแล้วก็ดูเองด้วย

อิ อิ บ้านทรายเงิน ดังแน่ๆเลยอัตโน


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 391  เมื่อ 12 ม.ค. 16, 08:07

(เรื่องสยองบนถนนกับบิ๊กหมง-ต่อ)

อยู่มาวันหนึ่งไปเจอของดีเข้าที่เต็นท์แถวรัชดา เห็นรถที่ดังมากๆเมื่อสิบกว่าปีก่อนหน้ามาจอดให้คนงานขัดสีฉวีวรรณอยู่  ความที่ชอบรถพันธุ์นี้มาก ผมจึงเข้าไปเมียงมอง ยิ่งพิศยิ่งงาม เจ้าของเต็นท์เห็นว่าผมคงสนใจจริงเลยเดินเข้ามาสนทนา

“รถของคุณโชคชัยน่ะครับ” เขาเอ่ยแทนคำสวัสดี ห้ามถามต่อนะครับโชคชัยไหนผมจะไปรู้ได้ไง
“แล้วทำไมเขาถึงขายละครับ สภาพยังดีอยู่เลย” พูดไปงั้นๆเช่นกัน
“โอ๊ย คุณโชคชัยแกมีรถสิบกว่าคัน จอดเต็มโรงรถ เบนซ์ บีเอ็ม มีตั้งสามสี่คันทั้งเก๋งทั้งสปอร์ต อะไรอีกล่ะ เดมเลอร์ก็ยังมีเลย พอซื้อคันใหม่มาไม่มีที่จะจอดแกก็ขายคันเก่าๆไปเพื่อเอาที่ แต่คันนี้แกหวงไว้นานนะ รถอื่นบางทีสามสี่ปีแกก็ให้ผมไปเอามาขายแล้ว” เสี่ยเต็นท์พูดเสียงดัง
“แกชอบตรงนี้ไง” กล่าวแล้วเฮียแกก็เปิดประตูหลังออกมากว้างขวาง “ คุณลองไปนั่งซี่ เนี่ยเล้กรูม(leg room)ยาวขึ้นตั้ง๓๕เซนต์นะ เป็นรุ่นสำหรับบุคคลระดับผู้นำใช้ไง แกให้บริษัทสั่งพิเศษมาให้แกเลย รุ่นนี้ที่ฟรองซัวส์ มิแตรรองด์ใช้เชียวนะคุณ”

ชื่อที่เขาเอ่ยน่ะประธานาธิบดีฝรั่งเศสนะขอรับพระคุณท่าน  ผมรีบซี๊ดปากไว้เพื่อไม่ให้น้ำลายหกไปเลอะรถเค้า “แล้วตั้งใจจะขายเท่าไหร่ครับ” มาถึงตรงนี้แล้วก็ต้องถาม
“นี่คุณมาเห็นตั้งแต่ผมเพิ่งขับเข้ามาจอด ยังไม่ทันได้ตั้งราคาเลย เอางี้แล้วกัน ถ้ารักจริงชอบจริง ผมเอาสามแสนห้าแล้วกัน กำไรนิดหน่อยพอแล้ว”
“ฮ้า” ผมร้องในใจดังสนั่นได้ยินไปทั่วอู่ รถคันนี้ใหม่ๆร่วมสองล้านตอนที่ผมมีเงินเดือนสองพันห้า เดี๋ยวนี้ราคาที่เขาว่ามาผมไหวนะครับเนี่ย พี่น้อง

เขียนมาถึงตรงนี้ ต้องขอร้องคุณหมอเพ็ญชมพูนะครับ หากท่านเคยอ่านเรื่องนี้ของผมเจอที่ไหน กรุณาอย่าเพิ่งเอาไต๋มาเผยก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะไปต่อไม่เป็น ผมเขียนจากเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องแต่งที่จะสร้างมุกได้ดังใจ เคยเขียนไว้ที่ไหนอย่างไร เขียนขึ้นอีกกี่ครั้งๆก็อย่างนั้น ส่วนท่านอยากรู้อะไรก็ส่องเห็นไปเสียหมด ขนาดรูปผมกับภรรยาตอนเป็นแฟนกันยังค้นหามาลงได้ เชื่อเลย
นี่ถ้าเป็นแฟนคนละคนกัน ผมเละไปแล้ว


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10855



ความคิดเห็นที่ 392  เมื่อ 12 ม.ค. 16, 08:33

“รถของคุณโชคชัยน่ะครับ” เขาเอ่ยแทนคำสวัสดี ห้ามถามต่อนะครับโชคชัยไหนผมจะไปรู้ได้ไง

กำลังจะเฉลยเชียวว่า "โชคชัย" ไหน เผอิญอ่านตรงที่คุณนวรัตนขอร้องไว้ เลยต้องหยุดไว้ก่อน  รูดซิบปาก
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 393  เมื่อ 12 ม.ค. 16, 08:49

เฮอออออออ โล่งอก
ไปเฉลยคนละโชคชัยเข้าละแย่แน่ เพราะไม่ใช่คนแถวๆบ้างบ้านคุณหมอเพ็ญนะครับ ขอบอก
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 394  เมื่อ 12 ม.ค. 16, 08:59

คุณหมออึดไว้อีกหน่อยนะครับ อย่าเพิ่งเปิดโปงอะไรต่อ

ผมพาผู้หญิงคนเดียวกับในรูปที่คุณเพ็ญเอามาแปะไปลองรถซีตรองคันดังกล่าว ซึ่งเป็นตัวท๊อปเรียกว่ารุ่นเพรสตีจ ซึ่งถือเป็นเรือธงของรถฝรั่งเศสทุกรุ่นทุกยี่ห้อ

บริษัทผลิตรถซีตรองโด่งดังมาจากการออกแบบรถที่แหวกแนวชาวบ้านไม่เหมือนใคร นอกจากรูปทรงเพรียวลมสะดุดหัวใจชาวโลกแล้ว ที่เด็ดที่สุดคือระบบกันสะเทือนแบบไฮโดรลิก ในขณะที่รถอื่นทั้งหลายใช้แหนบหรือสปริงควบกับโชคอัพ ทำให้รถเคลื่อนตัวไปบนถนนคล้ายมีเบาะลมรองรับไปตลอดทาง สมัยเป็นวัยรุ่นเคยนั่งรถซีตรองของญาติไปเมื่องกาญจน์ ถนนลูกรังฝุ่นตลบแต่รถคันนั้นก็วิ่งคล้ายลอยไป เหมือนนั่งพรมวิเศษของอาละดิน  จากนั้นซีตรองจึงเป็นรถในฝันของผม ทั้งที่รถคันดังกล่าวไม่ช้าไม่นานญาติผมก็ต้องขายทิ้งไปในราคาที่ขาดทุนยับเยิน เพราะทนค่าซ่อมระบบโฮโดรลิกไม่ไหว

หลังจากรุ่นนั้น ฝรั่งเศสทุ่มทุนวิจัยพัฒนามหาศาลต่อเพื่อผลิต Citroën CX ขึ้นมา หวังจะให้เป็นรถที่ดีที่สุดในโลก ได้รับรางวัล  European Car of the Year 1975 สำหรับบุคคลระดับผู้นำนั้น บริษัทได้ผลิตรุ่น CX Prestige ขึ้นหวังจะรวยเละ แต่ไปไม่ถึงดวงดาวเพราะชื่อเสียในอดีตเรื่องระบบไฮโลลิกที่ยอดเยี่ยมแต่เปราะบาง ความล้มเหลวซีตรอง เพรสตีจ ในเรื่องยอดขาย ถึงกับดึงเอาบริษัทซีตรองเละไปเสียเอง

สุดท้ายรัฐบาลฝรั่งเศสไม่สามารถทนให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์อันมีประวัติยาวนาน และมีสินทรัพย์ทางปัญญามากมายล้มละลายไปต่อหน้าต่อตา จึงได้เข้าซื้อไปรวมกับบริษัทผู้ผลิตฝรั่งเศสอื่นๆเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ พอที่จะแข่งขันกับผู้ผลิตรถสัญชาติอื่นในตลาดโลกต่อไป ทุกวันนี้คุณจึงยังเคยเห็นรถซีตรองรุ่นใหม่ๆวิ่งอยู่บนถนน แต่ก็มิได้ใช้ระบบกันเสทือนแบบไฮโดรลิกล้วนๆแล้ว

สรุปก็คือ วันนั้นผมก็ได้ขับซีตรอง เพรสตีจ พาภรรยากลับบ้าน ให้บิ๊กหมงขับรถตู้กลับไป
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 395  เมื่อ 12 ม.ค. 16, 09:41

ผมเสียเงินไปอีกเยอะเหมือนกันเพื่อจะทำให้มั่นใจว่ามันจะเป็นพาหนะที่ผมควรจะใช้เดินทางขึ้นล่องแทนเจ้าแวนเน็ทท์ที่ชราภาพแล้วได้ แต่ไม่นาน เจ้าซีตรอง เพรสตีจคันนี้ก็ได้พิสูจน์คุณค่าของมัน

ครั้งนั้นเป็นเวลากว่าตีสามแล้ว ผมผลัดมาขับให้บิ๊กหมงได้นอนบ้าง เราตีรถออกจากกระบี่ค่ำแล้วจะให้มาทันเช้าที่กรุงเทพ พอเลยชะอำมานิดนึง ผมสังเกตเหมือนล้อรถวิ่งทับไปบนกะลาได้ยินเสียงดังปุ รถยังอยู่ที่ความเร็วประมาณ๑๑๐ และไม่มีอาการสะดุ้งสะเทือนเลย
พอถึงท่ายางมีด่านตรวจของตำรวจ ผมก็ชะลอรถ ทั้งหมู่ทั้งจ่าฉายไฟมาที่รถผมกันใหญ่ คนหนึ่งโบกมือให้สัญญาณให้ผมจอดรถให้สนิท ผมเฉยๆกับเหตุการณ์เพราะไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย ผมลดกระจกไฟฟ้าลงแล้วถามว่ามีอะไรหรือครับ
“พี่ๆ เชิญลงมาดูอะไรนี่หน่อย”  จ่าบอก “พี่ขับมาได้อย่างไรครับนี่”

ผมลงไปเห็นล้อหน้าด้านขวาแล้วเป็นฝ่ายตาเหลือก มันเหลือแต่ขอบยางรุ่งริ่งอยู่กับกระทะล้อ ซีตรองเพรสทีจของผมวิ่งตะบึงมาด้วยล้อเพียงสามล้อโดยผมไม่รู้ตัวสักนิดเดียว
กิตติศัพท์เรื่องรถซีตรองสามารถวิ่งโดยใช้ล้อเพียงสามล้อนั้น มันพิสูจน์ให้ผมได้ประจักษ์แจ้งเห็นจริงด้วยตนเอง ก่อนหน้านี้ก็ไม่เข้าจว่าวิศวกรฝรั่งเศสจะออกแบบไว้อย่างนั้นไปทำไม ตอนนั้นเข้าใจแล้ว

บิ๊กหมงตื่นลงมาดูบ้างก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง ยิ้มฟันขาวดีใจที่รอดตาย ตำรวจน้อยใหญ่ได้พากันมามุงดู แล้ววิพากษ์วิจารณ์กันให้แซ่ด โดยมีบิ๊กหมงพยายามจะเป็นวิทยากร
“พี่ๆ มีพระดีหรือเปล่า” คนหนึ่งเอียงคอเข้ามาถามผม
ผมเอามือคลำหน้าอก ท่านก็อยู่กันครบทุกองค์ “ พระก็ดีครับ แต่รถก็ดีด้วย ซีตรองครับ มันวิ่งสามล้อได้”
“เกิดมาเพิ่งเคยเห็น” หมู่ครางเบาๆ

“เดี๋ยวๆ พี่เลื่อนรถมาข้างถนนก่อนดีกว่า ตรงนี้จะเกะกะคนอื่น”
พอขยับรถเข้าข้างทาง บิ๊กหมงก็จัดแจงเอายางอะไหล่มาเปลี่ยน ก่อนจะวิ่งมาถึงกรุงเทพทันกำหนดเวลา

ซีตรองเพรสทีจคันนี้ ลูกผมจึงนับว่าเป็นลูกรถของพ่อเช่นเดียวกัน
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 396  เมื่อ 12 ม.ค. 16, 09:59

เดี๋ยวนี้ลูกรถคันนี้ยังดีอยู่ ยกให้ลูกเขยไปแล้วเป็นของรับไหว้เพราะเห็นเขาชอบมาก


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 397  เมื่อ 12 ม.ค. 16, 10:02

ที่กลัวคุณหมอเพ็ญก็กลัวว่าเอาเองระโยงนี้มาเปิดก่อนหน้าครับ ขออภัย

http://topicstock.pantip.com/ratchada/topicstock/2009/03/V7592040/V7592040.html

ผมเขียนไว้ตั้งแต่ปีมะโว้
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 398  เมื่อ 12 ม.ค. 16, 10:25

เอารูปนี้มาลงอีกที ไม่ใช่รูปลูกชายผมหรอกครับ เป็นเด็กในบ้านผมเดี๋ยวนี้โตจะขึ้นชั้นมัธยมแล้ว
 
เล้กรูมของซีตรองเพรสทีจกว้างยาวมากตามที่เห็น ครั้งหนึ่งผมพาลูกชายกับเพื่อนวชิราวุธในวัยประถมรวมสี่คนไปเที่ยวกระบี่ด้วยรถคันนี้ บิ๊กหมงเป็นผู้ขับ ผมนั่งข้างหน้า  เด็กๆคุยกันตะเบ็งเซ่งแซ่ด้วยเรื่องของเขา บางเรื่องผมก็ต้องอมยิ้มนึกถึงสมัยที่ผมยังอยู่ในวัยของลูก เรียนโรงเรียนเดียวกัน เรื่องราววีรกรรมสนุกสนานก็คล้ายๆกัน บิ๊กหมงก็นั่งฟังหัวร่อหึๆไปด้วย

พอรถออกถึงถนนโล่งพอที่จะวิ่งทำความเร็วได้สักพัก ผมสังเกตุว่าเสียงของเด็กๆเงียบไป พับบังตาลงมาดูกระจกส่องหลังแล้วใจหายวาบ บนเบาะหลังไม่มีใครอยู่สักคน หรือมันปลิวออกหน้าต่างไปหมดแล้วหว่า
รีบปลดเข็มขัดรัดตัว หันหลังชะโงกกลับไปดู ก็อดหัวเราะไม่ได้ ทั้งสี่คนนอนสุมกันหลับเป็นตายอยู่บนพรมปูพื้นเหมือนลูกหมา เรียกก็ไม่มีใครยอมเปิดตา

ถามในตอนหลังว่าทำไมไม่นอนบนเบาะ เขาว่า เบาะมันนั่งสบาย แต่นอนไม่สบาย พ่อ นอนกับพื้นสบายกว่า  


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1287


ความคิดเห็นที่ 399  เมื่อ 12 ม.ค. 16, 11:13

ซีตรอง CX นี่พ่อผมก็ใช้นานหลายเลย ตั้งแค่ผมเกิดจนหนุ่ม สมัยเด็กๆ นี่เวลาไปไหน ผมนอนหน้ากระจกหลังตลอด มันกว้างพอให้เด็กนอนได้  แต่ถ้าเป็นสมัยนี้เอาเด็กไปนอนแบบนั้นคงโดนจับหรือถ่ายรูปประจานลงเน็ต  รถซีตรองรุ่นนี้นี่เวลาจอดรถมันจะเตี้ยลงเลียบพื้น แต่พอติดเครื่องมันจะยกตัวขึ้นสูงเอง  รถเค้าดีจริงนุ่มจริงและซ่อมยากจริงๆ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 400  เมื่อ 12 ม.ค. 16, 11:20

อ้อ มาแล้วเหรอผ้อ ไปเที่ยวไหนมาหายไปซะนาน แฟนๆหาตัวกันวุ่นวาย
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 401  เมื่อ 12 ม.ค. 16, 11:29

ดูเค้าวิ่ง ๓ ล้อนะครับ เสียดายผมหาคลิ็ปที่วิ่ง ๓ ล้อขาดล้อหน้าไม่เจอ (คุณเพ็ญอาจจะเจอ)
กรณีย์ของผมน่ะ ยางหน้าด้านขวาซะด้วย ถ้าเป็นรถอื่นก็ไถลเข้าหารถที่สวนมาเลย คิดแล้วสยอง

ก่อนเขียนเรื่องนี้ ผมเอามันมาให้ลูกน้องถอดล้อด้านหน้าขวาออก กะจะวิ่งถ่ายทำคลิ๊ปสำหรับฉากในเรื่องบ้านทรายเงิน ปรากฏว่ามันไม่ยอมครับ สงสัยแก่แล้ว นานๆจะติดเครื่องทีระบบไฮโดรลิกจึงทำงานไม่เหมือนเดิมๆ

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 402  เมื่อ 12 ม.ค. 16, 11:40

ซีตรอง CX นี่พ่อผมก็ใช้นานหลายเลย ตั้งแค่ผมเกิดจนหนุ่ม สมัยเด็กๆ นี่เวลาไปไหน ผมนอนหน้ากระจกหลังตลอด มันกว้างพอให้เด็กนอนได้  แต่ถ้าเป็นสมัยนี้เอาเด็กไปนอนแบบนั้นคงโดนจับหรือถ่ายรูปประจานลงเน็ต  รถซีตรองรุ่นนี้นี่เวลาจอดรถมันจะเตี้ยลงเลียบพื้น แต่พอติดเครื่องมันจะยกตัวขึ้นสูงเอง  รถเค้าดีจริงนุ่มจริงและซ่อมยากจริงๆ
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1287


ความคิดเห็นที่ 403  เมื่อ 12 ม.ค. 16, 12:54

อ้อ มาแล้วเหรอผ้อ ไปเที่ยวไหนมาหายไปซะนาน แฟนๆหาตัวกันวุ่นวาย

ไปตามหารักแท้แถวลำปางมาครับ  จังหวัดอะไรก็ไม่รู้ คนสวยๆ เยอะจริงๆ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10855



ความคิดเห็นที่ 404  เมื่อ 12 ม.ค. 16, 13:45

คงไปหาวัตถุดิบเขียนเรื่อง "ร้ายสเน่หา"   ยิงฟันยิ้ม

ดอกเตอร์จะรับบทเป็นอะไร และนางเอกสักกี่คน ลงมือเขียนเรื่องลงกระทู้เรือนไทยได้ ณ บัดนี้  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม

ดูจากคาร์แรคเตอร์พระเอก+พล็อตเรื่องที่มีนางเอกเป็นโหล  น่าจะชื่อเรื่อง "ร้ายเสน่หา"  ยิงฟันยิ้ม  
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 25 26 [27] 28 29 ... 37
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง