เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 20 21 [22] 23 24 ... 37
  พิมพ์  
อ่าน: 50062 ใครอยากรู้จัก NAVARAT.C เชิญที่กระทู้นี้
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10684



ความคิดเห็นที่ 315  เมื่อ 26 ธ.ค. 15, 12:46

ต้นปาล์มขวดที่เห็นเบ่อเร่อเบ่อร่าในรูป ผมปลูกไว้ในที่นานแล้วก่อนจะตัดสินใจสร้างบ้าน ไม่ได้ใช้แบบที่สวนนงนุชบริจาคนะครับ


งั้นราคาคงไม่ถึงต้นละ ๑ แสนบาท   ยิ้มเท่ห์  

ปาล์มขวดไม่ควรปลูกใกล้บ้าน  เพราะเมื่อต้นสูงแล้วก้านใบอันใหญ่โตจะหล่นใส่หลังคาบ้าน

ขอต้อนรับ "บิ๊กหมง" สู่กระทู้แห่งตำนาน ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 316  เมื่อ 26 ธ.ค. 15, 13:16

ปาล์มขวดข้างบน มีผู้ให้มาตอนมันมีขนาดสูงสักศอกเดียว ผมก็เอามาปลูกไว้ในที่ดินของแม่ กะว่าเมื่อปลูกบ้านเมื่อไหร่จะได้มีร่มเงาให้ได้อาศัยบังแดดบ้าง
ครั้นปลูกบ้านเข้าจริงๆแล้ว ขยับแบบบ้านเท่าไหร่ก็ไม่ลงตัว จะตัดมันทิ้งก็เสียดายอุตสาห์เลี้ยงมันจนโตแล้ว เอาว่าเป็นตัดหลังคาดีกว่า

เรียกว่านอกคำครู นอกจากไม่กลัวใบจะตกใส่บ้านแล้ว ยังไม่กลัวชายคาหลอเสียอีก
ภาพนี้ก็อปปี้มาจากแมกกาซีนที่ลงภาพ "บ้านไม้ในแมกไม้" อีกที

ปาล์มขวดมันอายุประมาณ ๓๐ ปีก็ทะยอยกันตาย เดี๋ยวนี้ไม่เหลือสักต้น ชายคาผมก็ต่อเติมให้มันเต็มไปตามที่ควร


บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 499


ความคิดเห็นที่ 317  เมื่อ 26 ธ.ค. 15, 13:17

นายฟ้อนตามบักหมงมาไหว้ผม เห็นว่าเป็นน้องชายก็เลยซักไปนิดนึงว่าทำไมถึงไม่ทำงานที่โรงงาน คือผมไม่อยากให้เพื่อนบ้านที่ดีแคลงใจว่าผมไปย่องตอดเอาคนของเขามา
“คุณลุงไม่รับครับ คนงานเต็มแล้ว”

ผมถือโอกาสบอกคุณลุงด้วยเพื่อพบกัน ว่าผมรับน้องชายของนายฟ้อนมาทาสีบ้านให้ผม
“มันขี้เกียจ อย่าไปเอามันเลย”
“อ้าว ผมตกปากรับคำไปแล้ว งั้นขอดูลายหน่อยแล้วกันนะครับ ไม่เป็นไร ผมจ้างเขาเป็นรายวัน ถ้าไม่ไหวก็จะเลิกจ้าง ขอบพระคุณครับที่บอก”

บักหมงหน้าตาดูซื่อๆ แววตามีความวิตกกังวลอยู่ยังไงไม่รู้ เขายังอาศัยซุกหัวนอนอยู่ในโรงงานของคุณลุง แต่เช้าก็เดินมาทำงานตั้งแต่ก่อนเวลา เที่ยงกลับไปล้อมวงกินข้าวคนงานกับพี่ชาย บ่ายก็กลับมาปีนกระไดไม้ไฝ่ เอาน้ำมันเครื่องก้นแคร้งทาฝาบ้านต่อ ไม่เคยอู้ไม่เคยหลบ สังเกตุอยู่หลายวัน คนอย่างนี้ถูกหาว่าขี้เกียจได้อย่างไร ผมนึกในใจ

คุณลุงมาบ้านผมบ่อยๆเพราะสนิทกัน เห็นนายมงคลทีไรก็มองแบบค้อนๆ แต่บักหมงก็สุภาพอ่อนน้อมกับคุณลุงเสมอทุกครั้งที่ประจันหน้ากันในบ้านผม
“คุณลุงรับเมียผมทำงาน ให้ข้าวพ้มกิน ให้ที่พ้มนอน มีบุญคุณกับพ้มมากเลยขรับ” เขาเล่าให้ผมฟังหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นผ่านมาแล้วนานทีเดียว

“พี่ฟ้อนเข้ามาทำงานที่กรุงเทพตั้งแต่อายุ ๑๔ พ้มต้องอยู่ช่วยพ่อช่วยแม่ปลูกมันสำปะหลัง  บางปีมันดีราคาก็ตก ราคาจะขึ้นสูงตอนปีที่มันไม่ดี ก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปขายเค้าให้พออยู่พอกิน
ก่อนจะลงกล้ามัน ถ้าไม่กำจัดหญ้าคาก่อนก็ไม่มีทางได้กิน  มีทางเดียวขรับ ต้องใช้ยาฆ่าหญ้า พ้มน่ะไม่ถูกกับยานี้เล้ย  ได้กลิ่นมันทีไรก็มึนงงไปทั้งวัน
ครั้งนึงกำลังพ่นยาอยู่เกิดลมหวนกลับ ยาปลิวมาโดนเต็มตัว  พ้มล้มทั้งยืน สลบไป ฟื้นมาแล้วผมตัดสินใจเลย ไม่เอาอีกแล้ว บอกพ่อบอกแม่ว่าจะขอตามไปอยู่กับพี่ฟ้อนละ ถ้าอยู่ต่อไปก็ตายแน่”

“มากันทั้งผัวทั้งเมียเลยหรือ”
“เปล่าขรับ ครั้งแรกพ้มมาคนเดียวก่อน ยังไม่ยอมให้เมียตามมา”

“อ้าว เหรอ แล้วทำไมตอนนั้นคุณลุงถึงไม่รับมงคลให้ทำงานล่ะ”
“คุณลุงหาว่าผมขี้เกียจขรับ พ้มก็ไม่รู้จะเถียงแกอย่างไร  ก็แกลงมาทีไรเห็นพ้มตอนเดินเข้าห้องน้ำทุกที ครั้งที่สาม แกเลยบอกว่าผมอู้งาน ไม่จ้างแล้ว ตอนนั้นถ้าคุณหม่อมไม่ให้งานพ้มทำ พ้มก็ไม่รู้จะไปไหนต่อ”
“แล้วเมียเราล่ะ”
“พอพ้มทำงานให้คุณหม่อมได้แน่ๆ พ้มเลยไปรับเมียมาสมัครงานกับพี่ฟ้อน คุณลุงก็ไม่ว่าอะไร ให้ทำงานมีที่อยู่ที่กินพร้อม เลยได้อยู่ด้วยกัน”

อึมม์…. แต่อีกเป็นปีแหละครับ ผมจึงได้ปลูกเรือนคนงานในบ้าน แล้วให้ผัวเมียคู่นี้ย้ายมาอยู่อาศัยในรั้วบ้านผม เพราะแน่ใจแล้วว่า บักหมงไม่ได้เป็นคนแบบที่คุณลุงตั้งข้อหาไว้ในสมองของผม ทั้งสองไม่เพียงแต่ไม่ขี้เกียจ แต่ยังขยันหางานโน่นงานนี่ในบ้านทำโดยไม่ต้องรอฟังคำสั่งจากใคร บ้านผมทั้งหลังในรูป ทั้งสีดำสีแดงสีขาว ตั้งแต่หลังคายันเสาเรือน บักหมงโชว์เดี่ยว “หมู” เมียของบักหมงนั้น ยังมีฝีมือทางทำกับข้าวถูกปากลูกๆผมด้วย เลยเลิกทำงานในโรงงานมาเป็นแม่บ้านแม่ครัวประจำบ้าน อยู่กินกับผมเลยทีเดียว


ชีวิต'บักหมง'แค่เริ่มต้นก็ดราม่าแล้ว รอลุ้นต่อค่ะ ว่ากว่าจะเป็น'บิ๊กหมง'จะต้องผ่านขวากหนามน้ำตาท่วมจอหรือไม่

เห็นตัวละครโผล่มาอีกตัวด้วย คาดว่าน่าจะเป็นตัวเอกในตอนต่อจาก'ว่าจะเป็นบิ๊กหมง' ขออนุญาตตั้งชื่อตอนคอยไว้ก่อนเลยนะคะ ว่า 'หมูของหมง' ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 318  เมื่อ 26 ธ.ค. 15, 22:15

บ้านหลังเดียวกัน ถ่ายเมื่อเช้านี้

ฮิฮิ ชวนซายาเพ็ญกับท่านอาจารย์ใหญ่ไปนั่งเล่นรับลมที่ระเบียงกันดีกว่า  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 319  เมื่อ 27 ธ.ค. 15, 08:01

เอาใจขาประจำหน่อย

หมูของหมง

หมูของหมงไม่ใช่ผู้หญิงสะสวย แต่ก็ไม่ขี้เหร่  ออกแนวท้วมๆ ผมว่าเธอมีดีที่ไม่ค่อยจะพูดเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่ซื่อบื้อถามอะไรก็ไม่ตอบทำนองนั้น ตรงข้ามกับบิ๊กหมง ขานั้นพูดเสียงดัง ถ้าในวงของเขาแล้วละก็ มีโม้มีฝอยปะปนด้วยเสมอ

บิ๊กหมงเป็นคนดีไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เจ้าชู้ แต่อาจมีพนันเล็กน้อยเพราะผมเห็นว่าส่งเสียงเชียร์มวยตู้ดังเกินเหตุไปหน่อย แต่ประมวลแล้วไม่ถือว่าผิดมาตรฐานสามีที่ดีของภรรยา อาจจะผิดที่ดีเกินมาตรฐานของชายชาวชนบททั่วไปมากหน่อยเท่านั้น ศรีภรรยาอย่างหมูจึงมีชีวิตที่เรียบง่ายเสียจนผมนึกจะหาเรื่องอะไรมาเขียนให้พ้นความจืดชืดไม่เจอ

นึกออกอยู่เรื่องเดียว ตอนที่ทั้งสองมีลูกด้วยกัน ผมก็พาสมาชิกในครอบครัวก็ไปเยี่ยม ปรากฏว่าเป็นลูกสาว ถามว่าตั้งชื่อลูกหรือยัง
“ตั้งแล้วขรับ” คนเป็นพ่อยิ้มกว้างด้วยความภูมิใจ “ชื่อ..ฝัน”
“ชื่อขวัญค่ะ” คนเป็นแม่ที่นานๆพูดทีจะเอ่ยขัดขึ้นมา

เอาละซี ผัวเมียคู่นี้มีข้อขัดแย้งกันเรื่องชื่อลูกแล้ว

“เหรอ ตกลงชื่ออะไรนะ อีกทีซิ”
“ขวัญค่ะ”
“ครับ ชื่อฝัน”
“ขวัญ ?” ผมทวนคำอีกครั้ง ทั้งสองผัวเมียพยักหน้าแล้วตอบประสานเสียงกัน “ค่ะ-หรับ”

ลูกๆผมหันไปมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะงอหาย ก่อนที่ทุกคนจะหัวเราะตาม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 320  เมื่อ 27 ธ.ค. 15, 08:13

บ้านหลังเดียวกัน ถ่ายเมื่อเช้านี้

ฮิฮิ ชวนซายาเพ็ญกับท่านอาจารย์ใหญ่ไปนั่งเล่นรับลมที่ระเบียงกันดีกว่า  ยิงฟันยิ้ม

ดร.วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์ ชื่อที่บิ๊กหมงไม่มีวันเรียกถูก

รีบมาเลย มาให้ไวๆ ก่อนกุ้งปูจะสูญพันธุ์ อย่าลืมเอาสบู่อังกฤษมาฝากด้วยนะ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10684



ความคิดเห็นที่ 321  เมื่อ 27 ธ.ค. 15, 08:32

ดูท่าลานบ้านของคุณนวรัตน นอกจากจะร่มรื่นน่านั่งรับลมแล้ว มโนว่าคงมีกลิ่นหอมโชยมาจากพรรณไม้ที่เป็นร่มเงาด้วยเป็นแน่แท้  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 499


ความคิดเห็นที่ 322  เมื่อ 27 ธ.ค. 15, 08:39

เอาใจขาประจำหน่อย

หมูของหมง

หมูของหมงไม่ใช่ผู้หญิงสะสวย แต่ก็ไม่ขี้เหร่  ออกแนวท้วมๆ ผมว่าเธอมีดีที่ไม่ค่อยจะพูดเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่ซื่อบื้อถามอะไรก็ไม่ตอบทำนองนั้น ตรงข้ามกับบิ๊กหมง ขานั้นพูดเสียงดัง ถ้าในวงของเขาแล้วละก็ มีโม้มีฝอยปะปนด้วยเสมอ

บิ๊กหมงเป็นคนดีไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เจ้าชู้ แต่อาจมีพนันเล็กน้อยเพราะผมเห็นว่าส่งเสียงเชียร์มวยตู้ดังเกินเหตุไปหน่อย แต่ประมวลแล้วไม่ถือว่าผิดมาตรฐานสามีที่ดีของภรรยา อาจจะผิดที่ดีเกินมาตรฐานของชายชาวชนบททั่วไปมากหน่อยเท่านั้น ศรีภรรยาอย่างหมูจึงมีชีวิตที่เรียบง่ายเสียจนผมนึกจะหาเรื่องอะไรมาเขียนให้พ้นความจืดชืดไม่เจอ

นึกออกอยู่เรื่องเดียว ตอนที่ทั้งสองมีลูกด้วยกัน ผมก็พาสมาชิกในครอบครัวก็ไปเยี่ยม ปรากฏว่าเป็นลูกสาว ถามว่าตั้งชื่อลูกหรือยัง
“ตั้งแล้วขรับ” คนเป็นพ่อยิ้มกว้างด้วยความภูมิใจ “ชื่อ..ฝัน”
“ชื่อขวัญค่ะ” คนเป็นแม่ที่นานๆพูดทีจะเอ่ยขัดขึ้นมา

เอาละซี ผัวเมียคู่นี้มีข้อขัดแย้งกันเรื่องชื่อลูกแล้ว

“เหรอ ตกลงชื่ออะไรนะ อีกทีซิ”
ขวัญค่ะ”
“ครับ ชื่อฝัน
“ขวัญ ?” ผมทวนคำอีกครั้ง ทั้งสองผัวเมียพยักหน้าแล้วตอบประสานเสียงกัน “ค่ะ-หรับ”

ลูกๆผมหันไปมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะงอหาย ก่อนที่ทุกคนจะหัวเราะตาม


ฟังทีแรกไม่เก็ต เข้าใจว่าบิ๊กหมงกับเมียไอเดียต่างกัน พอฟํงจนจบ ดิฉันก็หัวเราะเหมือนลูกๆอาจารย์เลยค่ะ แถมยังคิดต่อไปอีกว่า นี่ถ้าหากบิ๊กหมงเป็นคนเล่าเรื่องเจ้าบุญรอดซะเอง ชื่อตอนคงเป็น "ฟายเอ๋ย อุตส่าห์ชื่อบุญรอด"
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10684



ความคิดเห็นที่ 323  เมื่อ 28 ธ.ค. 15, 09:37

ดูท่าลานบ้านของคุณนวรัตน นอกจากจะร่มรื่นน่านั่งรับลมแล้ว มโนว่าคงมีกลิ่นหอมโชยมาจากพรรณไม้ที่เป็นร่มเงาด้วยเป็นแน่แท้  

เฉลียง นอกจากจะเป็นที่โล่ง ใช้เป็นทางผ่านได้แล้ว ยังใช้ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันอื่นๆด้วย

ส่วนระเบียง เป็นทางผ่าน
ถึงแม้จะเป็นพื้นที่ใหญ่พอจะทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ ก็ชั่วครั้งชั่วคราว เช่นเดินออกมารับอากาศ เด็กมาวิ่งเล่น หรือจัดงานเลี้ยงเป็นกรณีย์พิเศษเป็นต้น


ช่างร่มเย็นสบายดีแท้  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 499


ความคิดเห็นที่ 324  เมื่อ 28 ธ.ค. 15, 10:13

แล้ว'นอกชาน'ล่ะคะ อาจารย์ช่วยอธิบายด้วยภาพเหมือนอย่างข้างบนได้ไหมคะ มีภาพให้เห็นจะๆ เข้าใจแจ่มแจ้งเลยค่ะ 
บันทึกการเข้า
CVT
องคต
*****
ตอบ: 429


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 325  เมื่อ 28 ธ.ค. 15, 10:23

แล้ว'นอกชาน'ล่ะคะ อาจารย์ช่วยอธิบายด้วยภาพเหมือนอย่างข้างบนได้ไหมคะ มีภาพให้เห็นจะๆ เข้าใจแจ่มแจ้งเลยค่ะ 

รูปขวาบน น่าจะเป็นนอกชานนะครับ

ระเบียงคือส่วนต่อที่มีหลังคา ส่วนพื้นของระเบียงทที่ไม่มีหลังคาคือนอกชาน
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 326  เมื่อ 28 ธ.ค. 15, 10:33

ตามคุณหมอCVTครับ
บันทึกการเข้า
walai
มัจฉานุ
**
ตอบ: 64


ความคิดเห็นที่ 327  เมื่อ 28 ธ.ค. 15, 10:47

เป็นบุญตาที่ได้รับชม ร่มเย็นดีจังค่ะ
บันทึกการเข้า
CVT
องคต
*****
ตอบ: 429


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 328  เมื่อ 28 ธ.ค. 15, 11:04

ตามคุณหมอCVTครับ

ที่ผมงง คือ ระเบียง กับ เฉลียง ครับ
แยกกันไม่ออกจริงๆ เพราะมันก็คือส่วนต่อเติมของตัวบ้านที่มีหลังคาเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10684



ความคิดเห็นที่ 329  เมื่อ 28 ธ.ค. 15, 11:39

ท่านอาจารย์ NAVARAT.C  สรุปเองแล้ว

อันเฉลียงหรือระเบียงเป็นเพียงศัพท์       ใครจะจับจำแนกได้ให้หายฉงน
ยิ่งค้นคว้าก็ยิ่งบ้าเข้าตาจน                  ก็มันแล้วแต่คนจะเรียกกัน (...ฮึม ฮึม..หึ่ม ฮึม)

อันทางเดินบนอาคารพิมานสถาน          หรือพึ้นยื่นนอกบ้านงานสร้างสรร
เรียกระเบียงเรียกเฉลียงได้ทุกอัน          อย่าได้หวั่นว่าจะผิดสักนิดเอยฯ

(ขับร้องทำนองกราวนอก)


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 20 21 [22] 23 24 ... 37
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.263 วินาที กับ 19 คำสั่ง