เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13 14 ... 37
  พิมพ์  
อ่าน: 50253 ใครอยากรู้จัก NAVARAT.C เชิญที่กระทู้นี้
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 165  เมื่อ 02 พ.ย. 15, 10:18

ข้อที่ ๓ คุณสุภาวรรณเขียนไว้ในบล็อก oknation.net ว่า

“ถ้ำพระนาง” อันมีตำนานหนึ่งเล่าขานกันมาว่า สมัยก่อนที่เทียบเท่ากับสมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช มีการเดินทางไปยังเส้นทางสายไหมโดยทางเรือ จากอินเดียไปเมืองจีน มีเจ้าหญิงอินเดียสองพระองค์ คือเจ้าหญิงศรีกุลาเทวี และ เจ้าหญิงศรีสุธาลัย ได้เดินทางยังเมืองจีนโดยทางเรือ และมาเรือลมอยู่ใกล้หาดแห่งนี้

ชาวบ้านเชื่อว่าวิญญาณของสองพระนางยังคงวนเวียนอยู่เพื่อช่วยปกป้องคุ้มครองชาวบ้าน และชาวประมงไม่ให้ประสบเหตุเภทภัยและเคราะห์กรรมเช่นพระองค์ เพื่อเป็นการตอบแทน และเพื่อให้เกิดความเป็นมงคลแก่ตัวเอง ทุกวันเพ็ญ ชาวบ้าน ชาวประมง รวมถึงพนักงานของรายาวดีจะจัดพิธีบูชาพระนาง โดยถวายดอกไม้ ผลไม้ น้ำ รวมถึงชุดย่าหยาแบบชาวใต้ย่อส่วนตัวเล็ก ๆ ให้พระนางด้วย ไม่เพียงแต่ชาวบ้านและชาวประมง แม้แต่พวกนักปีนเขาก็มาร่วมในกิจกรรมนี้ด้วย เพื่อขอขมาและขอบคุณที่ช่วยปกปักรักษาพวกเขา

พิธีบูชาพระนาง รายาวดีเป็นผู้ริเริ่มจัดขึ้น ต่อมาก็มีชาวบ้านมาร่วมพิธี จนกลายเป็นพิธีสำคัญของผู้คนในแถบนี้


คำถามคือ ระหว่างคุณนวรัตนติดต่อ "พระนาง" ผ่านร่างทรง มีการกล่าวถึงพระนามของเจ้าหญิงทั้ง ๒ นี้หรือไม่  ฮืม

บันทึกการเข้า
kui045
มัจฉานุ
**
ตอบ: 84


ความคิดเห็นที่ 166  เมื่อ 02 พ.ย. 15, 10:54

เอ่อ...เกรงใจจริงจริ๊ง แต่อยากจะบอกว่า ถ้าผมกลับมาเห็นว่าไม่มีใครสนใจจะเข้ามาต่อกระทู้นี้ให้เป็นเรื่องเป็นราว
ก็จะขอจบการเล่าเรื่องส่วนตัวของผมเพียงเท่านี้

ขอบคุณผู้ที่ติดตามอ่านนะครับ

สนใจอ่านต่อครับ
เล่าต่ออีกนะครับ
บันทึกการเข้า
rozicki
อสุรผัด
*
ตอบ: 4


ความคิดเห็นที่ 167  เมื่อ 02 พ.ย. 15, 11:16

สวัสดีครับอาจารย์ ไล่ตามอ่านกระทู้ของอาจารย์จนหมดแล้วครับ ใช้เวลานานมาก ยิ่งอ่านยิ่งได้รับความรู้ใหม่เรื่อยๆครับ
ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30547

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 168  เมื่อ 02 พ.ย. 15, 12:07

เอ่อ...เกรงใจจริงจริ๊ง แต่อยากจะบอกว่า ถ้าผมกลับมาเห็นว่าไม่มีใครสนใจจะเข้ามาต่อกระทู้นี้ให้เป็นเรื่องเป็นราว
ก็จะขอจบการเล่าเรื่องส่วนตัวของผมเพียงเท่านี้

ขอบคุณผู้ที่ติดตามอ่านนะครับ

บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 318


ความคิดเห็นที่ 169  เมื่อ 02 พ.ย. 15, 14:37


ตรงนี้น่าสนใจครับ เจ้าหญิงทั้งสองมาจากอาณาจักรใด
โจฬะมณฑลหรือเปล่า แต่ไม่น่าจะเป็นกรีกโยนก
บันทึกการเข้า
ศุศศิ
อสุรผัด
*
ตอบ: 30


ความคิดเห็นที่ 170  เมื่อ 02 พ.ย. 15, 15:31

ตามอ่านเรื่องที่ ท่านอาจารย์เขียน  ไม่ว่าประวัติศาสตร์ หรือ เรื่องเล่า นี่ไม่ผิดหวังจริงๆ
ตอนเริ่มอ่าน สงสัยเขียนเรื่องสร้างรีสอร์ท มันมีอะไรน่าสนใจ อ่านไปอ่านไป สนุกน่าสนใจ
แทบจินตนาการว่าเป็นเจ้าของรีสอร์ทเสียเอง
บันทึกการเข้า
walai
มัจฉานุ
**
ตอบ: 64


ความคิดเห็นที่ 171  เมื่อ 02 พ.ย. 15, 18:21

>>>>SHANE  ยังไม่คัมแบค ดิชั้นมาเปิดประตู หน้าต่างห้องเรียน
         ตั้งแต่ห้าโมงเย็นค่ะ แลบลิ้น

         






         
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 172  เมื่อ 03 พ.ย. 15, 04:31

มีข้อสงสัยอยู่ ๓ ข้อ

ข้อที่ ๑ เรื่อง "ศาลพระนาง"

จากภาพปัจจุบันไม่เห็นศาลที่คุณนวรัตนตั้งล่าสุดในกระทู้ คงต้องมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นระหว่างนั้น  ฮืม
เมื่อวานผมมีโอกาสใช้โทรศัพท์มือถือเปิดอ่านกระทู้เป็นระยะๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาช่วยต่อกระทู้ และขอโทษด้วยที่ไม่สามารถตอบให้ได้ เมื่อกลับมาถึงบ้านราวสามทุ่มแล้ว อ่อนเพลียมากสมองทำงานไม่ครบทุกรอยหยัก เลยนอนดีกว่า เช้านี้เลยตื่นตั้งแต่ตีสี่ ทำการบ้านซะเลย

ศาลพระนางในภาพที่คุณหมอเอามาลงนี้ เป็นศาลใหม่ที่โรงแรมทำขึ้นหลังซึนามิ การมาของคลื่นยักษ์ครั้งนั้นได้ทำลายศาลที่ถูกระบุว่าให้ตั้งในที่เลาะและ(หรือเราะแระ ไม่แน่ใจ) ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขาแล้วจึงไม่ทราบ แต่มันเสมือนข้อไขปริศนาบางประการในความคิดของผม ซึ่งจะผลัดไปเล่าภายหลัง
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 173  เมื่อ 03 พ.ย. 15, 04:47

ข้อที่ ๒

น้าจ้องหน้าผมแล้วตอบว่า ถ้าอยากทราบจริงก็ให้ตามน้าขึ้นไปที่ห้องพระชั้นบน ให้ผมจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในนั้น ส่วนน้าไปแต่งตัวใหม่นุ่งขาวห่มขาวออกมา หลังจากนั่งพนมมือบริกรรมสักพักก็มีองค์มาประทับที่ร่างน้า บอกว่า ที่ที่ผมไปอยู่นั้นน่ะ เป็นดินแดนของเจ้าหญิงสององค์ เดินทางทางเรือมาจากอินเดียหลายศตวรรษแล้ว แล้วเรือมาแตกแถวนั้น วิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของพระนางจึงสถิตย์อยู่ที่นั่น

คุณชัยสิริ สมุทวณิช เพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคุณนวรัตน (ตามที่เจ้าตัวว่า) เขียนไว้ใน ผู้จัดการ เกี่ยวกับ "พระนาง"ว่า

เมื่อไปที่กระบี่ เราทราบว่าที่คลองท่อมมีของโบราณ เก่าแก่นับพันปี และได้ยินตำนานเกี่ยวกับเจ้าหญิงฝรั่ง พระนามว่ารายาวดี พบว่าน่าจะเป็นกรีกหรือไม่ก็พวกมาจากกรุงโรม
      
เราไปวัดที่คลองท่อม พบลูกปัด มีอันหนึ่งเป็นรูปเจ้าหญิงชัดเจนโดยมีใบหน้างดงามมาก และลูกปัดนับได้เป็นร้อย นอกจากนั้นพบว่ามีอุปกรณ์ทำลูกปัดรวมอยู่ด้วย ทำให้เชื่อว่าที่นี่เป็นแหล่งการผลิตที่สำคัญ


คำถามคือ คุณนวรัตนพอทราบเกี่ยวกับตำนานเจ้าหญิงฝรั่ง "รายาวดี" ของคุณชัยสิริ และเคยเห็นลูกปัดรูปเจ้าหญิง บ้างไหม  ฮืม      

ชัยสิริเป็นเพื่อนรักกับผมในครั้งที่เรียนมัธยมอยู่ด้วยกัน ก่อนที่เขาจะไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ตั้งแต่จบมัธยม ๕ (เดี๋ยวนี้เทียบเท่าม. อะไรหว่า) กลับมาแล้วก็ยังสนิทสนมอยู่และเคยร่วมงานกันเป็นครั้งคราว

อย่างไรก็ดี ความคิดข้อเขียนอะไรของเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องเหมือนกับผม บอกแล้วว่าเรื่องที่ผมเล่ามานี้พิสูจน์ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แต่ชัยสิริพยายามจะโยงหลักฐานทางโบราณคดีประวัติศาสตร์มาพิสูจน์เรื่องที่ผมเล่าให้เขาฟัง
การไปเที่ยวคลองท่อมเพื่อตามหาร่องรอยของพระนางในครั้งนั้นก็ไปด้วยกัน และได้เห็นเหรียญต่างๆที่ขุดพบที่นั่นและนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของเจ้าอาวาสวัดคลองท่อม ผมจำได้แต่เหรียญสุริยเทพ แต่ที่ว่าเป็นรูปพระนางผมนึกไม่ออก บทความนี้ก็เพิ่งจะอ่านจากระโยงของคุณหมอนี่แหละ

อย่างไรก็ดี พระนางคงไม่ใช่ฝรั่ง หากชัยสิริบอกว่าชื่อพระนางรายาวดี
และรายาวดีก็ไมใช่ชื่อพระนางองค์ใด แต่เป็นชื่อโรงแรมที่ผมเองนี่แหละ เป็นผู้คิดประดิษฐ์คำขึ้นมา
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 174  เมื่อ 03 พ.ย. 15, 05:13

ข้อที่ ๓ คุณสุภาวรรณเขียนไว้ในบล็อก oknation.net ว่า

“ถ้ำพระนาง” อันมีตำนานหนึ่งเล่าขานกันมาว่า สมัยก่อนที่เทียบเท่ากับสมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช มีการเดินทางไปยังเส้นทางสายไหมโดยทางเรือ จากอินเดียไปเมืองจีน มีเจ้าหญิงอินเดียสองพระองค์ คือเจ้าหญิงศรีกุลาเทวี และ เจ้าหญิงศรีสุธาลัย ได้เดินทางยังเมืองจีนโดยทางเรือ และมาเรือลมอยู่ใกล้หาดแห่งนี้

ชาวบ้านเชื่อว่าวิญญาณของสองพระนางยังคงวนเวียนอยู่เพื่อช่วยปกป้องคุ้มครองชาวบ้าน และชาวประมงไม่ให้ประสบเหตุเภทภัยและเคราะห์กรรมเช่นพระองค์ เพื่อเป็นการตอบแทน และเพื่อให้เกิดความเป็นมงคลแก่ตัวเอง ทุกวันเพ็ญ ชาวบ้าน ชาวประมง รวมถึงพนักงานของรายาวดีจะจัดพิธีบูชาพระนาง โดยถวายดอกไม้ ผลไม้ น้ำ รวมถึงชุดย่าหยาแบบชาวใต้ย่อส่วนตัวเล็ก ๆ ให้พระนางด้วย ไม่เพียงแต่ชาวบ้านและชาวประมง แม้แต่พวกนักปีนเขาก็มาร่วมในกิจกรรมนี้ด้วย เพื่อขอขมาและขอบคุณที่ช่วยปกปักรักษาพวกเขา

พิธีบูชาพระนาง รายาวดีเป็นผู้ริเริ่มจัดขึ้น ต่อมาก็มีชาวบ้านมาร่วมพิธี จนกลายเป็นพิธีสำคัญของผู้คนในแถบนี้


คำถามคือ ระหว่างคุณนวรัตนติดต่อ "พระนาง" ผ่านร่างทรง มีการกล่าวถึงพระนามของเจ้าหญิงทั้ง ๒ นี้หรือไม่  ฮืม
ถามครับ ถามแน่นอน เมื่อพระนางมาประทับร่างน้าหลังพิธีตั้งศาลครั้งที่สอง ผมได้ถามคำถามนี้ และชื่อก็ตรงกับข้างต้น เวลานั้นมีพนักงานโรงแรมหลายคนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ตั้งแต่ระดับบริหารไปจนถึงพนักงานบริการในห้องอาหาร เรื่องนี้จึงรู้กันไปทั่ว
แต่เมื่อผมถามประวัติความเป็นมา ท่านเอาแต่ร้องไห้ท่าเดียว ไม่ยอมตอบอะไรเลย เพียงแต่บอกว่าเหตุการณ์มันผ่านไปแล้วไม่อยากเอ่ยถึง

เช่นเดียวกับครั้งที่มาต่อหน้าท่านอาจารย์ชัย ที่วัดทับปุด เมื่อท่านอาจารย์ถามว่าโยมเป็นอย่างไรมาอย่างไร มาจากที่ใดล่ะ พระนางก็ร้องไห้จนทุกคนอึ้ง และตอบทำนองเดียวกัน
จำได้ชัดเจนเฉพาะเรื่องที่ว่า ปกติพระนางบำเพ็ญภาวนาอยู่บนสรวงสวรรค์ ไม่ได้ประทับอยู่ในถ้ำนี้เป็นประจำ จะเสด็จลงมาเฉพาะคืนวันเพ็ญเท่านั้น นั่นจึงเป็นเหตุให้ผมบอกให้โรงแรมจัดเครื่องสังเวยบูชาแห่ไปถวาย

มีอีกประเด็นหนึ่งซึ่งผมไม่เข้าใจและไม่แน่ใจ จนมาเห็นรูปของคุณเพ็ญ อาจจะเป็นคล้ายๆกับว่า ครั้งนั้นพระนางพยายามสื่อเหมือนกันว่ามีเหตุการณ์ทะเลไม่เป็นปกติ เป็นเหตุให้เรือต้องคลื่นอัปปางลง ซึ่งน้าสะใภ้ตีความว่าทะเลเกิดพายุใหญ่ ผมยังคิดในใจว่าเป็นไปไม่ได้ ตำแหน่งที่หัวแหลมตรงนั้นเป็นทำเลที่มีเกาะและหัวเขากำบังลมอยู่ ถึงขณะมีพายุ คลื่นก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก ซึนามินี่คนไทยไม่รู้จักและไม่เคยอยู่ในความคิดของผมเลย
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 175  เมื่อ 03 พ.ย. 15, 05:43

ส่วนเรื่องกรีกเรื่องโรมันอะไรนี่ ผมสันนิฐานว่ามาจากทางโรงแรมเอง โดยพ่อGMฝรั่งคนนั้นแหละได้มาบอกผมว่า มีแหม่มมาจากอังกฤษคนหนึ่งซึ่งเป็นแขกของโรงแรม มี six sense สามารถสัมผัสสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้เมื่อเธอไปนั่งเล่นอยู่แถวหน้าศาล จึงมาเล่าให้เขาฟังและยังใช้วิธีสะกดจิตให้เขาบรรยายชาติภพในอดีตของตนออกมา ปรากฏว่าเขาเป็นทหารกรีกที่เดินทางมากับเรือสีดำลำนั้นด้วย GMบอกว่าถ้าผมสนใจก็จะขอให้เแหม่มสะกดจิตผมบ้างว่าชาติก่อนผมเป็นอะไร

ก็เอาสิครับ จะเป็นไรมี ผมก็อยากจะรู้เหมือนกัน

แหม่มให้ผมนอนบนเตียง ทำตัวให้สบาย ทำจิตใจให้เคลิ้มๆตามเธอที่พยายามพูดว่า ให้มองดูภาพในอดีต ย้อนไป ย้อนไป    ย้อนไป   ย้อน  ไ    ย้ อ น ไ   ป
ยูเห็นอะไรหรือยัง เห็นหมอกเห็นควันบ้างไหม ผมก็นอกว่า ซอรี่ โ น
เธอก็ ย้อนไป ย้อนไป    ย้อนไป   ย้อน  ไ    ย้ อ น ไ   ป ใหม่ แล้วถามอีก ผมก็โนอีก
แหม่มหงุดหงิดเล็กน้อย หาว่าผมต่อต้านไม่ร่วมมือ ผมก็บอกว่าร่วมซี่ ผมก็อยากจะรู้นี่นาว่าอดีตของผมเกี่ยวข้องกับพระนางอย่างไร

เธอก็ว่าโอเค เรามาเริ่มกันใหม่ ให้มองดูภาพในอดีต ย้อนไป ย้อนไป    ย้อนไป   ย้อน  ไ    ย้ อ น ไ   ป
ยูเห็นอะไรหรือยัง เห็นหมอกเห็นควันบ้างไหม ผมก็บอกว่า ซอรี่จริงๆ มันก็ยังโนอยู่นั่นแหละ

ถึงตรงนี้แหม่มก็หันไปบอกกับGMว่า คุณหม่อมเป็นคนจิตแข็ง ไอสะกดจิตเค้าไม่ได้ ยอมแพ้

หลังจากนั้นแล้ว รู้สึกว่าความยืดของGMที่คิดว่าตนเองเป็นนายทหารกรีกองครักษ์ของพระนางก็ฮีดลงไปมาก เมื่อผมบอกเขาว่ายัยคนนี้fake
แต่ก็ยังไปแพรมๆในบทความของคุณสุภาวรรณได้อยู่ดี
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 176  เมื่อ 03 พ.ย. 15, 05:50


ตรงนี้น่าสนใจครับ เจ้าหญิงทั้งสองมาจากอาณาจักรใด
โจฬะมณฑลหรือเปล่า แต่ไม่น่าจะเป็นกรีกโยนก

ถึงตรงนี้ คุณคนโคราชก็คงได้คำตอบแล้วว่าไม่มีคำตอบ
ผมเคยตามหาความหมายอันแท้จริงของคำว่ากุลา ว่าเป็นแคว้นใดเมืองใดของอินเดีย แต่ก็มืดมนธ์
ดังที่สรุป มันไม่มีอะไรที่จะพิสูจน์ได้เลย
บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 318


ความคิดเห็นที่ 177  เมื่อ 03 พ.ย. 15, 05:53


ส่งเจ้าหญิงมากับเรือสมบัตินี่ต้องระดับไปตั้งเมืองปกครองเลยนะครับ
ท่านชื่อขึ้นต้นด้วยศรีน่าจะเป็นอินเดียใต้ ช่วงแผ่อิทธิพลมาสุมาตรา ชวา เขมร
หรือเปล่าครับ

บันทึกการเข้า
walai
มัจฉานุ
**
ตอบ: 64


ความคิดเห็นที่ 178  เมื่อ 03 พ.ย. 15, 05:54

ข้อที่ ๓ คุณสุภาวรรณเขียนไว้ในบล็อก oknation.net ว่า

“ถ้ำพระนาง” อันมีตำนานหนึ่งเล่าขานกันมาว่า สมัยก่อนที่เทียบเท่ากับสมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช มีการเดินทางไปยังเส้นทางสายไหมโดยทางเรือ จากอินเดียไปเมืองจีน มีเจ้าหญิงอินเดียสองพระองค์ คือเจ้าหญิงศรีกุลาเทวี และ เจ้าหญิงศรีสุธาลัย ได้เดินทางยังเมืองจีนโดยทางเรือ และมาเรือลมอยู่ใกล้หาดแห่งนี้

ชาวบ้านเชื่อว่าวิญญาณของสองพระนางยังคงวนเวียนอยู่เพื่อช่วยปกป้องคุ้มครองชาวบ้าน และชาวประมงไม่ให้ประสบเหตุเภทภัยและเคราะห์กรรมเช่นพระองค์ เพื่อเป็นการตอบแทน และเพื่อให้เกิดความเป็นมงคลแก่ตัวเอง ทุกวันเพ็ญ ชาวบ้าน ชาวประมง รวมถึงพนักงานของรายาวดีจะจัดพิธีบูชาพระนาง โดยถวายดอกไม้ ผลไม้ น้ำ รวมถึงชุดย่าหยาแบบชาวใต้ย่อส่วนตัวเล็ก ๆ ให้พระนางด้วย ไม่เพียงแต่ชาวบ้านและชาวประมง แม้แต่พวกนักปีนเขาก็มาร่วมในกิจกรรมนี้ด้วย เพื่อขอขมาและขอบคุณที่ช่วยปกปักรักษาพวกเขา

พิธีบูชาพระนาง รายาวดีเป็นผู้ริเริ่มจัดขึ้น ต่อมาก็มีชาวบ้านมาร่วมพิธี จนกลายเป็นพิธีสำคัญของผู้คนในแถบนี้


คำถามคือ ระหว่างคุณนวรัตนติดต่อ "พระนาง" ผ่านร่างทรง มีการกล่าวถึงพระนามของเจ้าหญิงทั้ง ๒ นี้หรือไม่  ฮืม
ถามครับ ถามแน่นอน เมื่อพระนางมาประทับร่างน้าหลังพิธีตั้งศาลครั้งที่สอง ผมได้ถามคำถามนี้ และชื่อก็ตรงกับข้างต้น เวลานั้นมีพนักงานโรงแรมหลายคนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ตั้งแต่ระดับบริหารไปจนถึงพนักงานบริการในห้องอาหาร เรื่องนี้จึงรู้กันไปทั่ว
แต่เมื่อผมถามประวัติความเป็นมา ท่านเอาแต่ร้องไห้ท่าเดียว ไม่ยอมตอบอะไรเลย เพียงแต่บอกว่าเหตุการณ์มันผ่านไปแล้วไม่อยากเอ่ยถึง

เช่นเดียวกับครั้งที่มาต่อหน้าท่านอาจารย์ชัย ที่วัดทับปุด เมื่อท่านอาจารย์ถามว่าโยมเป็นอย่างไรมาอย่างไร มาจากที่ใดล่ะ พระนางก็ร้องไห้จนทุกคนอึ้ง และตอบทำนองเดียวกัน
จำได้ชัดเจนเฉพาะเรื่องที่ว่า ปกติพระนางบำเพ็ญภาวนาอยู่บนสรวงสวรรค์ ไม่ได้ประทับอยู่ในถ้ำนี้เป็นประจำ จะเสด็จลงมาเฉพาะคืนวันเพ็ญเท่านั้น นั่นจึงเป็นเหตุให้ผมบอกให้โรงแรมจัดเครื่องสังเวยบูชาแห่ไปถวาย

มีอีกประเด็นหนึ่งซึ่งผมไม่เข้าใจและไม่แน่ใจ จนมาเห็นรูปของคุณเพ็ญ อาจจะเป็นคล้ายๆกับว่า ครั้งนั้นพระนางพยายามสื่อเหมือนกันว่ามีเหตุการณ์ทะเลไม่เป็นปกติ เป็นเหตุให้เรือต้องคลื่นอัปปางลง ซึ่งน้าสะใภ้ตีความว่าทะเลเกิดพายุใหญ่ ผมยังคิดในใจว่าเป็นไปไม่ได้ ตำแหน่งที่หัวแหลมตรงนั้นเป็นทำเลที่มีเกาะและหัวเขากำบังลมอยู่ ถึงขณะมีพายุ คลื่นก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก ซึนามินี่คนไทยไม่รู้จักและไม่เคยอยู่ในความคิดของผมเลย
""""""""""""""""สวัสดีตอนเช้าค่ะ ตื่นมาตีห้าได้อ่านต่อสมใจนึก  ขอบพระคุณค่ะ เรื่องจริง สนุกและน่าสนใจติดตามมากๆค่ะ
                   คงมีตอนต่อไปอีกนะคะ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 179  เมื่อ 03 พ.ย. 15, 05:55

ตามอ่านเรื่องที่ ท่านอาจารย์เขียน  ไม่ว่าประวัติศาสตร์ หรือ เรื่องเล่า นี่ไม่ผิดหวังจริงๆ
ตอนเริ่มอ่าน สงสัยเขียนเรื่องสร้างรีสอร์ท มันมีอะไรน่าสนใจ อ่านไปอ่านไป สนุกน่าสนใจ
แทบจินตนาการว่าเป็นเจ้าของรีสอร์ทเสียเอง
""""""""""""""สวัสดีตอนเช้าค่ะ ตื่นมาตีห้าได้อ่านต่อสมใจนึก  ขอบพระคุณค่ะ เรื่องจริง สนุกและน่าสนใจติดตามมากๆค่ะ
                   คงมีตอนต่อไปอีกนะคะ
เรื่องสร้างรีสอร์ตจริงๆจากกระต๊อบหลังคามุงแฝก ไปเป็นโรงแรม ๕ ดาว จริงๆแล้วไม่น่าสนใจหรือครับ ร้องไห้ แงๆ โฮๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13 14 ... 37
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.106 วินาที กับ 19 คำสั่ง