เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 37
  พิมพ์  
อ่าน: 50262 ใครอยากรู้จัก NAVARAT.C เชิญที่กระทู้นี้
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 30 ต.ค. 15, 19:27

ระหว่างรอความเห็นท่านอื่นๆอีกสักสองสามเสียง

ครบสามตามบัญชา         พวกแถวหน้ามานั่งรอ
"พระนาง" เริ่มแล้วหนอ     น่ากลัวไหมใจสั่นรัว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 30 ต.ค. 15, 19:31

ตกลงคร้าบ ตกลง

เดี๋ยวขอเวลาอาบน้ำอาบท่าอีกแพร๊บบบ
บันทึกการเข้า
visitna
นิลพัท
*******
ตอบ: 1723


ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 30 ต.ค. 15, 19:36

 อาจารย์ใหญ่....  คนเต็มวิกแทบจะนั่งตัก กันแล้ว
บันทึกการเข้า
walai
มัจฉานุ
**
ตอบ: 64


ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 30 ต.ค. 15, 20:10

"""อ่านตั้งแต่เช้าค่ะ เที่ยงก็ไปหยิบหนังสือหลายเล่มมาเป็นสมบัตฺิสะสม จากศูนย์สิริกิติ์
    เล่มนึงยังไม่ได้อ่าน..ประวัติศาสตร์มชีวิต ๑..อยากใช้เวลาสนุกจากอ่านกระทู้นี้ต่อจากมื้อเช้าค่ะ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 30 ต.ค. 15, 20:23

ชื่นใจ๋ ชื่นใจ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 30 ต.ค. 15, 20:26

ก่อนอื่นผมขอบอกก่อนนะครับว่าผมเป็นพุทธศาสนิกชนสายตรง คือผมจะไม่ยึดถือพุทธสายพราหมณ์ ที่นับพระผู้เป็นเจ้า และเทพยดาทั้งหลายเป็นสรณะ ขนาดเคยถูกแม่ว่าๆผมว่าอวดดีอยู่บ่อยๆ เพราะผมจะไม่สนใจร่วมกิจกรรมของครอบครัวประเภทนี้ ทั้งที่ผมก็มิได้ดูถูกดูหมิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ซึ่งผมก็เชื่อว่ามี แต่อยากจะเป็นแบบว่า ต่างคนต่างอยู่ก็แล้วกัน

วันหนึ่งผมนั่งเรือหัวโทงจากฝั่งถนนเข้าไปที่โรงแรม บนเรือมีฝรั่งนั่งอยู่แล้ว ฝรั่งคนนี้แต่งเนื้อแต่งตัวเป็นฤาษี ผมเคยเห็นไกลๆอยู่หลายครั้ง คนเรือก็บอกว่าเป็นฤาษี ผมเพิ่งมีโอกาสคุยกับเขาๆบอกว่าเขาเป็นคนออสเตรเลี่ยน ออกบวชเป็นฤาษีมาจากอินเดีย อาศัยอยู่ในถ้ำแถวไร่เลหลายเดือนแล้ว ตอนนี้คนชักจะมากรำคาญตา คงอยู่อีกไม่ได้นาน

สักพักก็ถามผมบ้างว่า ยูเป็นเจ้าของบังกะโลที่หัวแหลมนั้นเหรอ ผมก็ตอบว่าเยสเซ่อร์
ฤาษีฝรั่งชี้ให้ดูภาพเบื่องหน้า แล้วบอกว่า ที่ของยูได้รับพรจากพระผู้เป็นเจ้า ดูซิ มีทั้งศิวลึงค์และโยนี ที่ตรงนี้ของยูต่อไปจะเป็นที่เงินที่ทอง
ผมกล่าวขอบคุณ จริงแฮะ ผมไม่เคยนึกถึงเช่นว่ามาก่อนเลย เรือแวะส่งฤาษีลงระหว่างทาง ร่ำลากันเสร็จสรรพ หลังจากนั้นผมก็ไม่เห็นฤาษีตนนั้นอีกเลย

จากคุยกันครั้งนั้น ผมเลยได้ไอเดียที่จะเอาภาพที่พระผู้เป็นเจ้าสร้างไว้ตรงนั้นมาทำเป็นโลโก้โรงแรมของผม เป็นที่ฮือฮา แต่ไม่เคยมีใครถามว่าเป็นภาพอะไร


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 30 ต.ค. 15, 21:07

ผมกลับกรุงเทพหลังนักท่องเที่ยวในฤดูกาลนั้นซาแล้ว และมีโอกาสไปเยี่ยมน้าชายซึ่งเป็นน้องคนเล็กของแม่ น้าคนนี้อยู่ๆก็เกิดเป็นคนแบบที่เรียกกันว่า“มีองค์”ขึ้นมา หลายปีแล้วที่พี่ๆทั้งหลายเปลี่ยนทัศนคติจากที่เห็นว่าไม่ค่อยจะเอาไหนมาเป็นยอมรับนับถือ ผมรู้สึกประหลาดใจอยู่ แต่ก็เห็นว่าเออ ดีนะ น้าเค้าเปลี่ยนจากการเป็นคนที่ติดเหล้า เมาหัวราน้ำทุกวี่ทุกวัน ย้ายจากบ้านเดิมที่เคยอยู่ร่วมกันมาซื้อบ้านอยู่ใหม่ หน้าตาสะอาดสะอ้านเป็นคนละคน

น้าถามผมว่าได้ข่าวแว่วๆ ผมไปทำงานอยู่ทางใต้เหรอ ผมก็ตอบว่าครับ อยู่กระบี่ ไปทำอะไรล่ะ ผมก็บอกว่าไปทำบังกะโลให้ฝรั่งเช่า น้าก็พยักหน้า ผมก็ถามลอยๆว่า แล้วจะดีไหมล่ะครับนั่น
น้าจ้องหน้าผมแล้วตอบว่า ถ้าอยากทราบจริงก็ให้ตามน้าขึ้นไปที่ห้องพระชั้นบน ให้ผมจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในนั้น ส่วนน้าไปแต่งตัวใหม่นุ่งขาวห่มขาวออกมา หลังจากนั่งพนมมือบริกรรมสักพักก็มีองค์มาประทับที่ร่างน้า บอกว่า ที่ที่ผมไปอยู่นั้นน่ะ เป็นดินแดนของเจ้าหญิงสององค์ เดินทางทางเรือมาจากอินเดียหลายศตวรรษแล้ว แล้วเรือมาแตกแถวนั้น วิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของพระนางจึงสถิตย์อยู่ที่นั่น

ผมก็ชักเหวอน่ะซีครับ แล้วท่านยินดีที่ผมไปบุกเบิกทำกิจการอะไรแถวนั้นหรือเปล่าล่ะ
ท่านดีใจ ร่างทรงบอก ขอให้ผมตั้งศาลให้ท่านตรงนั้นหน่อย
ผมก็บอกว่ายินดีครับ แต่จะทำอย่างไรล่ะ ท่านก็บอกว่าให้ร่างทรงนี้จัดการให้

นี่เล่าแบบรวบรัดนะครับ ความจริงเยิ่นเย้อกว่านี้เยอะ ผมน่ะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เมื่อน้าบอกให้สร้างก็สร้างดีกว่า สรุปก็คือผมได้พาน้าทั้งน้าสะใภ้ไปกระบี่ พอถึงที่หน้าถ้ำน้าก็มีอาการอีก มีร่างมาประทับสั่งโน่นสั่งนี่สำหรับพิธีการตั้งศาล อะไรไม่ว่า จะเอาศาลที่เป็นบ้านแฝดนี่ซี ผมยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าหน้าตาเป็นอย่างไร

วันรุ่งขึ้นเราเข้าเมืองไปจ่ายตลาดกัน เสร็จแล้วก็ไปถามหาร้านที่ขายศาลพระภูมิสำเร็จรูป ปรากฏว่าทั้งเมืองมีอยู่เจ้าเดียว ผมไปถามว่าศาลไม้ทรงไทยแบบบ้านแฝดมีไหม เจ้าของร้านบอกแปลกแฮะ คนทำศาลเพิ่งเอาของมาส่งเมื่อกี้ มีศาลประหลาดสองหลังคามาด้วยหลังนึง พ้มยังถามว่าศาลยังงี้ใครเค้าจะเอาเล่า มันว่าไม่มีใครเอาก็ไม่เป็นไร ฝากไว้ก่อน ขายได้เมื่อไหร่ค่อยเอาเงินก็ได้ เนี่ย มันเพิ่งไปบัดเดี๋ยวเดียว คุณก็มาถามซื้อ

เป็นอันว่าเราได้ครบทุกสิ่งตามต้องการ ข้างล่างผมขอใช้ภาพเล่าเรื่องของศาลที่จัดตั้งในครั้งนั้นต่อก็แล้วกัน


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 30 ต.ค. 15, 21:30

หลังจากนั้น ผมก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นและก็มิได้ทำอะไรมากไปกว่ามอบหมายให้แม่บ้านคอยดูแล หาดอกไม้มาปักแจกัน วันพระก็ให้สวยงามพิเศษหน่อย ส่วนผมจะมาจะไปก็ยกมือไหว้ เหมือนไหว้ผู้ใหญ่ ผมเชื่อว่าเทพทุกองค์นั้น เมื่อท่านเป็นมนุษย์อยู่ในโลกท่านเป็นคนดี เรานบนอบกราบไหว้คนดีไม่เห็นจะมีอะไรเสียหาย พระพุทธเจ้าก็มิได้ทรงห้าม

แม่บ้านมาโม้ให้ผมฟังอยู่บ่อยๆว่าถูกหวยอย่างงั้นอย่างนี้ คนโน้นก็ถูกคนนี้ก็ถูก แต่คราวถูกกินก็ไม่เห็นจะมีใครมาเล่า แต่ผมเห็นว่าเออ ดีอย่างหนึ่ง คือไม่ต้องคอยเคี่ยวเข็ญให้คอยดูแลศาลให้สวยงาม เพราะมีคนหลายคนเต็มใจที่จะกระทำอยู่แล้ว

ไอ้เรื่องที่คนนั้นคนนี้เห็นไอ้โน่นไอ้นี่ก็มีประปราย แต่ผมไม่เคยเห็น นอนก็นอนคนเดียวอยู่ในกระต๊อบข้างๆออฟฟิศ แต่ก่อนนอนสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 31 ต.ค. 15, 07:36

เรื่องดังกล่าว ผมไม่ได้เปิดเผยกับใครนัก เพราะกลัวคนจะหาว่างมงายประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งนั้น ทางประชาสัมพันธ์จังหวัดเขามีหนังสือตำนานเล่าเรื่องความเป็นมาของชื่ออ่าวพระนางอยู่ ชื่อที่บางทีก็กร่อนเป็นอ่าวนางเฉยๆนี้ ก็เพราะความขี้เกียจพูดอะไรยาวๆของคนใต้ทำนองเดียวกับไร่เลนั่นเอง

ตำนานของเขามีว่า สมัยหนึ่งนานมาแล้วมีหญิงสาวผู้เลอโฉมอาศัยอยู่ที่ปราสาทริมทะเล มีชายหนุ่มหมายปองเป็นจำนวนมาก แต่นางไม่เปิดหัวใจให้ใครเลย อยู่มาวันหนึ่งมีหนุ่มจากเกาะหัวขวานมาหา และขอความรักจากนาง เมื่อนางไม่รับรัก หนุ่มผู้นั้นจึงใช้กำลังฉุดคร่า พอดีมีหนุ่มอีกคนมาจากเกาะพญานาคผ่านมาเห็นจึงเข้าไปช่วยสำเร็จ นางจึงยอมตกลงจะแต่งงานกับหนุ่มแห่งเกาะนาค
เมื่อถึงวันแต่งงานหนุ่มเกาะนาคก็แห่ขบวนขันหมากมา ชายอื่นๆที่หมายปองอยู่ทราบเข้าก็ไม่ยอม ยกพวกมาแย่งชิง เกิดตีกันวุ่นวายไปหมด พระฤาษีที่จำศีลอยู่ในถ้ำได้ยินเสียงเอะอะ จึงออกมาห้ามปรามไว้แต่ไม่มีใครฟัง เลยสาบให้เป็นหินไปทั้งหมด นางผู้เลอโฉมกลายเป็นถ้ำนาง ส่วนชายหนุ่มได้กลายเป็นเกาะหัวขวาน เกาะปอดะ เขาหงอนนาค เขาหางนาค ขันหมากที่จมลงในทะเลเป็นภูเขา รูปขันหมากอยู่หน้าถ้ำนาง ส่วนข้าวเหนียวกวนที่นำมาในงานแต่งงาน ได้กลายเป็นสุสานหอย

ก็พิลึกกึกกือถึงปานฉะนั้น ผมจะเอานิยมนิยายเรื่องเจ้าหญิงจากอินเดียสององค์ มาเรือแตกอยู่หน้าถ้ำส่งเข้าประกวดได้อย่างไร ดีไม่ดีผู้หลักผู้ใหญ่จะหาว่าผมผู้มาใหม่อยากดังด้วยการปั้นตำนานขึ้นมาโปรโมตโรงแรมของตน

ผมยังเหน็ดเหนื่อยแต่มีความสุขกับการขึ้นล่องกรุงเทพกับกระบี่ เพื่อจัดการสร้างบังกะโลให้ครบ ๑๘๐ หลัง หันหน้าออกทะเลทั้ง ๓ หาด แข่งกับเจ้าอื่นที่เริ่มมีผู้สร้างบังกะโลกันเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลกันเข้ามา อานิสงค์ของ Visit Thailand Year 1987 ทำให้ชาวสวนมะพร้าวริมทะเลกระบี่ถูกบุญหล่นทับ ไม่ดูด้อยไปกว่าชาวสวนปาล์มและสวนยางพาราแล้ว
เรื่องของพระนางในยามนั้นจึงแทบจะไม่ได้อยู่ในสมองของผมอีกเลย


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 31 ต.ค. 15, 07:58

บริเวณที่ตั้งศาลหน้าถ้ำพระนางในปัจจุบัน ไม่เห็นศาลบ้านทรงไทยแฝดของคุณนวรัตนแล้ว แต่รู้สึกจะมีศิวลึงค์เพิ่มขึ้น  ยิ้มเท่ห์

ภาพจาก ผู้จัดการ



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 31 ต.ค. 15, 08:15

เพิ่งเริ่มรำเบิกโรงเท่านั้น คุณหมอสนามประจำวิกได้เอาตอนจบมาเผยเสียแล้ว เรื่องยังไม่ถึงตอนตื่นเต้นที่โฆษณาไว้เลย ท่านผู้ชมอย่าเพิ่งลุกหนีนะขอรับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 31 ต.ค. 15, 08:36

ไม่ทราบจริง ๆ ว่าภาพนี้คือตอนจบของเรื่อง "พระนาง" มิตรรักนักอ่านแฟนคลับของคุณนวรัตนโปรดให้อภัย 

การเดินเรื่องเพิ่มความเข้มข้นแฝงไว้ด้วยความลึกลับอย่างนี้ รับรองไม่แฟนคลับลุกหนี  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 31 ต.ค. 15, 09:03

คืออย่างนี้ครับ ถ้าจะกรุณาเสริมเรื่อง ก็ขอแบบเป็นการเก็บตกที่ผมเล่าไปแล้วแต่ไม่สะใจ หรืออยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม อย่างนี้เรื่องก็ไม่กระโดด Plotเรื่องที่ผมวางไว้ในสมองก็ไม่กระเจิง ต้องคิดใหม่ทำใหม่

ผมก็เข้าใจความใจร้อนของนักอ่านนะ อยากจะอ่านเร็วๆรวดเดียว แต่การเขียนกระทู้ที่ผมไม่ได้เป็นคนเปิดขึ้น ก็เลยไม่ได้เตรียมตัวเขียนต้นฉบับไว้ล่วงหน้า และกระทู้ก็พามาถึงจุดนี้โดยบังเอิญ จะผลีผลามเขียนอะไรไปดีไม่ดีจะเสียคน ผมก็ต้องไปค้นไปหารูปเก่าๆเอามาเป็นพยานหลักฐาน เมื่อคืนแทบจะไม่ได้หลับได้นอน เพราะหาไม่เจอ เลยตัดใจเข้านอนแบบหลอนๆ หลับๆตื่นๆตลอดคืน

ความจริงยังมีเรื่องที่สมควรจะเล่าระหว่างทางอีกมาก แต่เอาละ ผมจะยังไม่กล่าวถึงก่อนก็ได้ สรุปว่า ผมได้มาถึงจุดสุดท้ายของการก่อสร้างโรงแรมระดับ ๕ ดาว ซึ่งผมตั้งชื่อว่า "รายาวดี" อันมีความหมายเดียวกับ Phranang Place นั่นเอง
ระหว่างที่ผู้รับเหมากำลังเคลื่อนย้ายออก และทีมงานของโรงแรมเข้าไปทำ deep cleaning เพื่อเตรียม soft opening ตามแผน โรงแรมได้ติดต่อขอเชิญ travel agent ผู้ทรงอิทธิพลในยุโรปกลุ่มหนึ่งไปพักเพื่อประเมินโรงแรมสำหรับแผนการตลาดของเขา  คืนหนึ่งก็เกิดเรื่อง



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 31 ต.ค. 15, 09:37

ผมเพิ่งกลับกรุงเทพมาอยู่กับลูกเมียได้เพียงวันสองวัน กลางดึกคืนหนึ่งGM(ผู้จัดการโรงแรม)ซึ่งเป็นฝรั่งโตในเมืองไทย พูดภาษาไทยได้ โทรศัพท์มาหาผม เสียงกริ่งโทรศัพท์ทำให้ผมสะดุ้งพรวดขึ้น เขาระล่ำระลักบอกว่าแย่แล้วคุณหม่อม ศาลพระนางไฟไหม้หมดแล้ว คนงานก่อสร้างแห่กันไปจุดธูปร่ำลากันอีท่าไหนไม่ทราบ ไฟลุกไหม้ศาลหมดเลย

ผมตะโกนด่าเขาไปหลายคำในใจ โธ่เว้ย คนกำลังหลับเอาเรื่องแค่นี้มารายงานราวกับเกิดคอขาดบาดตาย จะรอให้เช้าก่อนก็ไม่ได้ ไหนๆศาลก็ไฟไหม้ไปแล้วจะให้ผมไปทำอะไรให้ฟร๊ะ
แต่คำพูดทีหลุดจากปากผมก็คือ ใจเย็น ๆพ่อ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะไปจัดการให้

วันรุ่งขึ้น ผมไปเลือกศาลพระภูมิในร้านที่อยู่ใกล้บ้าน เจาะจงจะเอาศาลปูนที่จะไม่ไหม้ไฟ ดูๆแล้วก็เลือกได้หลังหนึ่ง มโนภาพเห็นก้อนหินใหญ่ที่ตั้งตะหง่านอยู่ในถ้ำ ถ้าเอาศาลนี้ขึ้นไปตั้งบนนั้นก็จะมีสง่าราศี เหมือนพระตำหนักเหนือภูผาหันหน้าเสพย์วิวทะเลยังไงยังงั้น นี่ คือความคิดแบบสถาปนิก

หลังจากนั้น ผมกับบิ๊กหมงก็ขึ้นรถตู้คู่ชีพ เอ้อ บิ๊กหมงก็คู่ชีพด้วยครับ เตรียมพลาสติกซีเมนต์สำเร็จรูปไปพร้อม กะไปถึงก็จะตั้งศาลแบบให้มั่นคงรวดเร็ว ที่ไม่ใช้ปูนซีเมนต์ธรรมดาเพราะต้องรอเป็นวันกว่ามันจะแห้งแข็งแรง ครั้นไปถึงก็ลงเรือของโรงแรม ให้ลูกเรือพาไปจอดหน้าถ้ำพอดี

สภาพที่เห็น GMเขาให้คนมาทำความสะอาดพื้นที่อย่างเรียบร้อยแล้ว สะอาดสะอ้านไม่เหลือร่องรอยอะไร ผมก็ขึ้นไปเล็งๆตรงตำแหน่งที่คิดไว้ แล้วให้บิ๊กหมงกับพวกลูกเรือแบกศาลขึ้นมาวาง ขยับโน่นนี่นั่นเล็กน้อย ก็สั่งให้บิ๊กหมงผสมEpoxy cement หล่อฐานยึดไว้ทันที สักสิบนาทีเท่านั้นก็แห้งปล่อยมือได้

ผมลงมาจุดธูปบอกพระนางว่า ผมขอจัดให้เท่านี้ก่อนนะครับ มันฉุกเฉินเต็มที เดี๋ยวพอว่างมีเวลาเมื่อไหร่ จะมาจัดแต่งเพิ่มเติมให้ใหม่ให้สวยงามกว่าเดิม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 31 ต.ค. 15, 09:43

บริเวณที่ตั้งศาลหน้าถ้ำพระนางในปัจจุบัน ไม่เห็นศาลบ้านทรงไทยแฝดของคุณนวรัตนแล้ว แต่รู้สึกจะมีศิวลึงค์เพิ่มขึ้น  ยิ้มเท่ห์





เขาไม่เรียกศิวลึงค์นะครับคุณหมอ เขาเรียกปลัดขิก หรือบางทีก็ไอ้ขิกเฉยๆ ไฟไหม้คราวนั้นขิกใหญ่ขิกน้อยทั้งหลายหายไปสิ้น
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 37
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง