เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 49
  พิมพ์  
อ่าน: 43184 ห้วยขาแข้ง เมื่อ '14 '15
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3732


ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 21 ส.ค. 15, 19:23

พร้อมแล้วก็ออกเดินทาง

นั่งเรือไม่มีหลังคาก็คล้ายกับนั่งรถสปอร์ตเปิดประทุน รับลมเย็นๆ เห็นท้องฟ้าโปร่งใส   

คนที่ยืนที่หัวเรือก็ยังคงอยู่ แต่ต้องนั่ง เพราะไม่มีขอบหลังคาให้ยันหรือพิง แล้วก็มีงานเพิ่มที่ต้องสังเกตอีกสองสามเรื่อง คือ คอยดูท่อนไม้ที่ลอยน้ำมาที่อาจจะปะทะกับเรือ  ดูว่ามีสัตว์ที่ลงมาเดินอยู่ริมน้ำหรือกำลังว่ายข้ามน้ำบ้าง (ดูเพื่อความเพลิดเพลินของจิตใจครับ)  และคอยกระโดดขึ้นฝั่งและดึงเชือกหัวเรือหรือผลักหัวเรือเมื่อต้องเกยหัวเรือเข้าฝั่งเมื่อยามคับขัน โดยเฉพาะเมื่อตอนเรือแตก 
 
มองออกไปทางหัวเรือที่ระดับสายตา ก็เห็นน้ำแควไหลพุ่งเข้าสู่หัวเรือ แตกกระจายเป็นฝอยกระเด็นเข้ามาในเรือเป็นระยะๆ หาดทรายตามริมตลิ่งที่เคยเห็นเป็นปกติก็หายไป กลายเป็นเนินทรายตามริมตลิ่งที่มีต้นไคร้น้ำขึ้นอยู่ พร้อมมีซากรากไม้ กิ่งไม้ ใบไม้แขวนห้อยอยู่ตามกิ่งก้านสาขา ซึ่งแสดงถึงความแรงของน้ำไหลและความสูงของระดับน้ำที่ไหลหลากในช่วงฤดูน้ำมาก ทั้งนี้ หากอยู่ในลำห้วย ก็จะแสดงถึงก็ระดับการทะลักของน้ำป่า   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30547

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 21 ส.ค. 15, 19:30

เห็นภาพชัดมากค่ะ   เหมือนโดยสารเรือไปด้วย


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3732


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 21 ส.ค. 15, 19:48

เมื่อแหงนมองออกไปรอบตัวไกลๆ ก็จะเห็นแต่ขุนเขาและร่องเขาเป็นกำแพงยืนตระหง่านพร้อมกับผืนป่าไม้สีเทาเข้ม   บางจุดก็มีต้นไม้ที่สูงกว่าต้นอื่นๆที่เห็นได้เด่นชัด ซึ่งหากเป็นลำต้นตรงและมีสีขาวเด่นออกมา ก็คือต้นไม้ที่เขาเรียกชื่อว่า ไม้ขานาง  ซึ่งในทางป่าไม้จัดเป็นต้นไม้ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์และความบริสุทธิ์ของผืนป่า

บางครั้งก็เห็นนกบินโผเกาะยอดไม้อยู่ไกลๆ ก็น่าจะเป็น นกกุลุมพู  บางครั้งก็มีบินอยู่เดี่ยวๆ บินเฉื่อยๆโฉบเฉี่ยวอยู่ในท้องฟ้า ก็คงเป็นเหยี่ยวที่เรียกชื่อว่า เหยี่ยวอีลุ้ม   ในช่วงบ่ายแก่ๆ ก็เห็นฝูงนกแก้วบินเกาะกลุ่มกัน ส่งเสียงร้องดังจนต้องหันไปมอง   (ผมมิได้มีความรู้เรื่องชื่อนกมากมายในขณะนั้น ถามเขาครับ)  
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3732


ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 21 ส.ค. 15, 20:03

ขอบพระคุณครับ อ.เทาชมพู
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3732


ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 21 ส.ค. 15, 21:02

ความรู้สึกในช่วงนั้น ก็คือ มันเป็นภาพที่แท้จริงของธรรมชาติ   เป็นความบริสุทธิ์ของธรรมชาติที่รู้สึกสัมผัสได้   เป็นธรรมชาติที่ยังเป็นธรรมชาติที่ยังไม่แปดเปื้อนกับการกระทำของคน   ธรรมชาติของแท้นั้นมันยิ่งใหญ่ นิ่ง สงบ เยือกเย็น เราเป็นเพียงตัวอะไรเล็กๆที่เข้าไปเคลื่อนไหวอยู่ในภูมิทัศน์อันสวยงามนั้นๆเท่านั้นเอง

หากเราเห็นภาพภูมิทัศน์ของ Alaska หรือ Rocky Mountain แล้วเกิดความรู้สึกสัมผัสกับความสวยงาม ความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ความรู้สึกผ่อนคลาย ....ฯลฯ  ซึ่งฝรั่งเขาใช้คำว่า wilderness สำหรับภาพในลักษณะนั้น  นั่นแหละครับ คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับผม และซึ่งก็น่าจะเกิดขึ้นกับหลายๆท่านที่ได้ไปเที่ยวพักผ่อนในพื้นที่อ่างน้ำของเขื่อนเจ้าเณร ซึ่งท่วมพื้นที่ๆผมกำลังเล่าย้อนความหลังอยู่ในกระทู้นี้ 

สำหรับตัวผมนั้น มันก็คือจุดที่ทำให้ผมรู้จักและรักวิถีการดำรงชีวิตแบบ simplicity
บันทึกการเข้า
Arpharazon
อสุรผัด
*
ตอบ: 2


ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 21 ส.ค. 15, 22:08

ขอบคุณครับที่สละเวลาในการพิมพ์เล่าเรื่อง ผมขออนุญาตติดตามด้วยความตั้งใจครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30547

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 22 ส.ค. 15, 07:48


หากเราเห็นภาพภูมิทัศน์ของ Alaska หรือ Rocky Mountain แล้วเกิดความรู้สึกสัมผัสกับความสวยงาม ความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ความรู้สึกผ่อนคลาย ....ฯลฯ  ซึ่งฝรั่งเขาใช้คำว่า wilderness สำหรับภาพในลักษณะนั้น  นั่นแหละครับ คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับผม
ดิฉันมีโอกาสไปทำความรู้จักมักคุ้นกับเทือกเขาร็อคกี้ ตั้งแต่สมัยไปเรียน   ต่อมาลูกสาวคนเล็กไปเรียนใน U เดียวกับแม่ แม่ก็เลยได้คืนถิ่นเก่า  ไปเยี่ยมทุกปี  มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของเทือกเขาร็อคกี้ในรอบหลายทศวรรษ   
แม้ว่าทางรัฐรักษาสภาพป่าเขาต้นน้ำลำธารถนนหนทางไว้ได้     แต่ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นอย่างน่าเสียดายมาก   คือความบริสุทธิ์ของป่าเขาถูกแทรกแซงด้วยรีสอร์ทใหญ่น้อย    มีโรงแรมบ้านพักกระจัดกระจายสองข้างทางถนนหนาตา   และเมืองบนเขาก็ขยายตัวออกกว้างขึ้นกว่าเก่า    รถวิ่งบนถนนบางสายบนภูเขา มองเห็นบังกะโลสองข้างทาง บังทิวทัศน์น่าเสียดาย
ด้วยเหตุที่ป่าถูกเมืองรุกพื้นที่ คนไปเที่ยวกันมากขึ้น  ผลพลอยเสียที่ตามมาคือไฟป่า     บางคนบอกว่าเกิดจากเหตุธรรมชาติเช่นฟ้าผ่าต้นไม้   แต่ดิฉันเชื่อว่ามาจากแคมป์ไฟร์นั่นแหละค่ะ
มีอยู่ปีหนึ่งไฟป่าลุกลามหนักมาก   โคโลราโดเกือบลุกเป็นไฟ เพราะเจอทั้งเหนือและใต้   คนตายไปหลายคนเพราะหนีไม่ทัน

คุณตั้งมีประสบการณ์แบบเดียวกันหรือเปล่าคะ
บันทึกการเข้า
ninpaat
มัจฉานุ
**
ตอบ: 69


ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 23 ส.ค. 15, 07:42

เมื่อแหงนมองออกไปรอบตัวไกลๆ ก็จะเห็นแต่ขุนเขาและร่องเขาเป็นกำแพงยืนตระหง่านพร้อมกับผืนป่าไม้สีเทาเข้ม   บางจุดก็มีต้นไม้ที่สูงกว่าต้นอื่นๆที่เห็นได้เด่นชัด ซึ่งหากเป็นลำต้นตรงและมีสีขาวเด่นออกมา ก็คือต้นไม้ที่เขาเรียกชื่อว่า ไม้ขานาง  ซึ่งในทางป่าไม้จัดเป็นต้นไม้ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์และความบริสุทธิ์ของผืนป่า   


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 23 ส.ค. 15, 09:30

๏ ขานางพิศภาคแพ้      พิมพ์เพลา นุชนา
กลกล่อมสองปลีเยาว์      ยาตรเยื้อง
เล็บนางเล็บนุชเบา        บอกคึ่ง พี่ฤๅ
หลงปัดเล็บนางเปลื้อง     ปลาบเนื้อเรียมขนาง ฯ


นิราศนรินทร์


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30547

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 23 ส.ค. 15, 10:47

เล็บนางเล็บนุชเบา        บอกคึ่ง พี่ฤๅ
คึ่ง = ขึ้ง(โกรธ)  สะกดแบบนี้เพราะคำนี้ลงในส่วนที่ต้องเขียนด้วยวรรณยุกต์เอกค่ะ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3732


ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 23 ส.ค. 15, 17:13

ขออภัยที่เว้นว่างไปหนึ่งวัน   ท้องมันวิ่งครับ มันไม่เดิน เลยต้องนอนเร็ว พักเอาแรงครับ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3732


ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 23 ส.ค. 15, 18:17

ดิฉันมีโอกาสไปทำความรู้จักมักคุ้นกับเทือกเขาร็อคกี้ ตั้งแต่สมัยไปเรียน   ต่อมาลูกสาวคนเล็กไปเรียนใน U เดียวกับแม่ แม่ก็เลยได้คืนถิ่นเก่า  ไปเยี่ยมทุกปี  มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของเทือกเขาร็อคกี้ในรอบหลายทศวรรษ   
แม้ว่าทางรัฐรักษาสภาพป่าเขาต้นน้ำลำธารถนนหนทางไว้ได้     แต่ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นอย่างน่าเสียดายมาก   คือความบริสุทธิ์ของป่าเขาถูกแทรกแซงด้วยรีสอร์ทใหญ่น้อย........คุณตั้งมีประสบการณ์แบบเดียวกันหรือเปล่าคะ

มีครับ  คิดจะเล่าอยู่แล้วครับ ทั้งแบบป่าเปลี่ยนไปด้วยตนเอง และที่เปลี่ยนแบบเป็นลูกโซ่จากคน   

สำหรับส่วนของพื้นที่ส่วนล่างสุดของห้วยขาแข้งที่ผมกำลังเล่าอยู่นี้ ก็เปลี่ยนครับ เปลี่ยนโดยน้ำในอ่างน้ำของเขื่อนเจ้าเณร แต่ก็ยังคงรักษาภาพและสภาพของความบริสุทธิ์ และของความเป็นป่าใหญ่เอาไว้ได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะหากมองจากการนั่งเรือนะครับ  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งๆเมื่อขึ้นเหนือเลยบริเวณปากลำห้วยขาแข้งขึ้นไป (เรือไปได้สุดทางที่จุดก่อนจะถึงสถานที่ๆเคยคิดจะสร้างเขื่อนน้ำโจน)
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3732


ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 23 ส.ค. 15, 19:04

ขอบคุณ คุณ ninpaat สำหรับภาพประกอบต้นขานาง  แล้วก็กลอนจาก อ.เพ็ญชมพู ครับ

ต้นขานางนั้น ตามปรกติจะเกิดเป็นต้นเดี่ยวๆ ไม่เกิดแฝดดังภาพ เกิดกระจัดกระจายห่างๆกัน มีลำต้นสูงและตรง ขนาดวงรอบของต้นประมาณโอบกว่าๆ มีความเด่นมากตรงที่มีสีผิวของลำต้นขาวนวลคล้ายถุงน่องของผู้หญิง
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3732


ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 23 ส.ค. 15, 19:56

ลืมเล่าไปว่า  ระหว่างจอดเรือเกยหาด พักเครืองเรือ ยืดเส้นยืดสาย และล้อมวงทานมื้อกลางวันกัน

ในระหว่างคุยกันเรื่องพระท่ากระดานเกศคด คนขับรถของทีมสำรวจของผม ซึ่งพื้นเพของเขาเป็นคนบ้านหลุมรัง (เลยตัว อ.บ่อพลอยไปหน่อยนึง) ก็หยิบข่าวคราวมาคุยกัน เรื่องมีนายตำรวจท่านหนึ่งยิงกับไอ้เสือคนหนึ่งในการติดตามและจะเอ๋กัน แถวๆ อ.ศรีสวัสดิ์นี้เอง ต่างคนต่างยิงใส่กัน คนหนึ่งถูกยิงตกจากเรือ แต่ยิงกันไม่เข้าทั้งคู่ ก็เลยคุยกันอย่างลูกผู้ชาย ขอให้เลิกเป็นโจร   ผมจำเรื่องไม่ได้ชัดเจนว่าตำรวจชื่ออะไร (ขุนพันธรักษ์ราชเดช ??) และผู้ร้าย (โจร) ชื่ออะไร (เสือมเหศวร เสือหวัด ??) เป็นเรืองแถวๆ พ.ศ.2490+/- โน่น      (ผมรู้จักพระเครื่องมเหศวร ก็จากเรื่องนี้นั่นเอง)   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3732


ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 23 ส.ค. 15, 20:03

ผมก็เลยได้ความรู้จากคนขับรถของคณะผม (อายุมากกว่าผมประมาณรอบกว่า) เรื่องของเสือใบ เสือดำ เสือมเหศวร ซึ่งเป็นพวกโจรคนดีสำหรับชาวบ้าน ปล้นคนมีฐานะ ดูแลและช่วยเหลือชาวบ้าน และไม่ทำร้ายคน   พื้นที่ทำการของเสือกลุ่มนี้อยุ่ในพื้นที่ราบด้านตะวันตกไปจนถึงทิวเขาทางตะวันตก  

ผมก็เลยได้รู้ว่าพื้นที่ทำงานของผมนั้น ตั้งแต่ป่าแม่วงก์ ของ จ.นครสวรรค์ เรื่อยลงมาแถบ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี จนในพื้นที่ๆกำลังเล่าความอยู่นี้ เคยเป็นดงไอ้เสือ และเป็นแหล่งกบดาน ซ่อนตัว หนีคดี    ซึ่งสำหรับพวกเสือดำ เสือใบ เสือมเหศวร นั้น เรื่องราวคงจบไปแล้ว  

ก็น่ากลัวอยู่ว่า ในพื้นที่ทำงานของผม จะยังมีรุ่นหลังๆ หรือยังมีพรรคพวกหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่  หรือมีคนอื่นอีกหรือไม่ ...แล้วก็มีครับ  
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 49
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 19 คำสั่ง