เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 19 20 [21] 22 23 ... 49
  พิมพ์  
อ่าน: 44576 ห้วยขาแข้ง เมื่อ '14 '15
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4418


ความคิดเห็นที่ 300  เมื่อ 23 พ.ย. 15, 19:26

ปืนที่สะพายอยู่นั้น มิใช่เอาไว้ล่าสัตว์นะครับ มีไว้เพื่อป้องกันตัวจากสัตว์ป่าเป็นหลัก

กระบอกหนึ่งก็เป็นปืนลูกซอง ใช้ได้ดีกับบรรดางูร้ายทั้งหลาย โดยเฉพาะงูจงอาง ที่จะหวงไข่เป็นหนักหนาในช่วงประมาณเดือนเมษายน +/- เคยพบไล่รถครั้งหนึ่งแถว บ.วังลึก จ.ตาก   หรือใช้เมื่อจ๊ะเอ๋กับหมีในช่วงฤดูเดินคู่กันในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ +/-  ก็ไม่แน่ใจนักว่าจะเป็นช่วงระยะเวลาหาคู่สืบพันธุ์หรือไม่ เคยจะเอ๋อยู่สองสามครั้ง ต่างคนต่างตกใจวิ่งกระเจิงกันทั้งสองฝ่าย ก็ยิงไปอย่างนั้นแหละ ถึงถูกก็ไม่เข้าหรอกครับ ขนและหนังมันหนา    อ้อ แล้วก็เสือเผื่อว่าจ๊ะเอ๋กับมัน

อีกกระบอกหนึ่งเป็นปืนลูกเดี่ยว โดยหลักก็คือ เอาชีวิตให้รอดหากถูกช้างป่าชาร์จเอา ทั้งที่ก็ไม่รู้ด้วยว่าจะสู้กับมันไหวใหม อย่างน้อยก็เอาไว้เป็นเพื่อนเพื่อความอุ่นใจครับ

เมื่อจะแยกออกจากทางแล้วให้อีกสองคนเดินล่วงหน้าไป ก็เลยเอาปืนมาไว้ที่พวกผมสองคน  ผมไม่ได้สะพายปืนทำงานหรอกครับ  ปืนพกที่เอวก็ยังมักจะฝากคนอื่นใว้ในขณะทำงาน   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4418


ความคิดเห็นที่ 301  เมื่อ 23 พ.ย. 15, 19:47

ด้วยมื้อเย็นยังไม่รู้ว่าจะมีกับข้าวอะไร คู่หูของผมก็สนใจเข้าไปดูเก้งให้ชัด เมื่อเห็นว่ายังสดใหม่อยู่มากๆ ก็เลยหารือกัน ตกลงว่าจะเอาไปเป็นอาหาร เขาก็จัดการลากออกมายังที่ๆไม่รก   นั่งพิจารณาดูซากเก้งกันว่ามันถูกล่าด้วยสัตว์อะไร เพราะว่าที่คอก็มีรอยขย่ำเป็นแผล ลักษณะนี้เป็นเสือกัดแน่ๆ   แต่เอ..ทำใมที่แก้มก้นทั้งสองข้างก็มีรอยงับเป็นแผลเหวอะเช่นกัน ลักษณะนี้มิใช่เสือแน่ แต่ควรจะเป็นการล่าโดยหมาป่า 

ตกลงเก้งตัวนี้ถูกล่าด้วยเสือหรือหมาป่ากันแน่   ก็เห็นตรงกันว่า หมาป่าคงจะเริ่มล่าก่อน ต่อมาถูกเสือแย่งเอาไปกิน โดยลากเอาไปใว้ที่กอไผ่ (ทั้งนี้หมาป่าคงจะได้กินตับใตใส้พุงไปแล้ว จึงไม่เห็นเลือดเปื้อนใบไม้แถวๆโคนกอไผ่)  ซึ่งระหว่างที่เสือกำลังจะลงมือกิน ก็เกิดมีฝูงลิงลงมาตอแยเสือ เสือก็เลยจะล่อจับลินกินอีก ก็พอดีผมและคู่หูเดินเข้าไป สัตว์ทุกฝ่ายก็เลยหลบฉากไป   

ทั้งหมดนี้เป็นภาพมโนที่ผมสองคนค่อนข้างจะเห็นตรงกัน 

เป็นภาพวิถีของสัตว์ที่เป็นธรรมชาติดีนะครับ   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4418


ความคิดเห็นที่ 302  เมื่อ 23 พ.ย. 15, 21:01

ดูท่าทีว่านะจะปลอดภัยจากเสือแล้ว (เสือไปแล้ว) ก็จัดการหาไม้ไผ่มาทำคานหาม มีดที่พกติดกระเป๋าในสมัยนั้นเป็นมีดที่เรียกว่ามีดโบวี่ ด้ามเขาสัตว์ ใบมีดยาวประมาณหนึ่งคืบ แต่ไม่มีความคมเอาเลย ฟันไม้ไผ่ก็ไม่เข้า ริตากิ่งไผ่ก็ไม่ออก  ไม่มีทั้งน้ำหนักและความคมเอาเสียเลย มารู้เอาตอนหลังว่า ฝรั่งเขาใช้ในเรื่องของการอยู่การกินเสียมากกว่า เขาไม่มีกิ่งไม้ต้องตัด ต้องถาง ต้องฟัน 

ครับ ตั้งแต่บัดนั้นมา ผมไม่เคยใช้มีดพกพาของฝรั่งอีกเลย  หันมาใช้มีดไทยทำ เป็นมีดพร้า รูปทรงแบบที่ชาวบ้านเขาใส่ฝักหวายเหน็บใว้ด้านหลังตัวเรา คาดรัดด้วยผ้าขะม้า มีดทรงนี้แหละครับดีที่สุดสำหรับการใช้งานแบบเอนกประสงค์  ส่วนสำหรับมีดเหน็บหรืออีเหน็บแบบไทยที่มีปลายแหลมขนาดเขื่องๆก็ใช้ได้ดีเหมือนกัน แต่ไม่ดีเท่ามีดพร้าหัวตัดธรรมดานี่แหละ

มีดโบวี่ที่มีอยู่นั้น แทบจะไม่ได้ช่วยเกลาลำไม้ไผ่ให้มีลักษณะเป็นคานหามเลย ยังคงมีกิ่งอยู่ระเกะระกะ ก็เพียงใช้มือหักให้มันสั้นลงเท่าที่จะทำได้เท่านั้น  จากนั้นก็หาเถาไม้มามัดขาเก้งคู่หน้าและคู่หลัง เอาคานสอดแล้วก็ช่วยกันหาม
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4418


ความคิดเห็นที่ 303  เมื่อ 23 พ.ย. 15, 21:13

กระบวนการผิดผี และการกระทำที่มิถูกมิควรต่อเจ้าที่เจ้าทาง เทพยดาฟ้าดิน เทพาอารักษ์ และสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำถิ่นของผมสองคนได้สำเร็จสมบูรณ์ไปแล้ว   จากนี้ไปก็จะเป็นผลที่จะได้รับตามต่อมา (consequences)

ลองเดาดูนะครับว่ามีการกระทำใดที่ไม่ควรจะกระทำ มิบังควรจริงๆ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4418


ความคิดเห็นที่ 304  เมื่อ 24 พ.ย. 15, 18:38

แบกหามกันมาได้ระยะทางประมาณค่อนสนามฟุตบอล ทั้งคู่ก็บ่นกันว่าทำไมมันจึงรู้สึกหนักมาก สลับคานหาบระหว่างไหล่ซ้ายกับไหล่ขวาไปๆมาๆได้สักพักเดียว คู่หูของผมก็บอกว่าหนักมาก ผมก็เลื่อนเก้งเข้ามาใกล้ตัวผม จนในที่สุดแทบจะจ่ออยู่ที่หน้า  สุดท้ายก็ต้องวางหาบ นั่งพักกัน แล้วก็ตัดสินใจลดน้ำหนัก ก็เอามีดทื่อๆนั้นแหละครับ บั่นคอเอาหัวแยกแขวนเอาไว้กับกิ่งไผ่ข้างทาง ว่าอาจจะเดินกลับมาเอาทีหลัง (ยังหวงก้างอยู่)

ค่อยเบาลงหน่อย แต่เรื่องก็ซ้ำรอยเดิม คราวนี้ บั่นมันครึ่งตัวเลย เอาส่วนอกและขาหน้าแขวนไว้กับกิ่งไผ่ข้างทางอีก   มีดทื่อๆนี้กว่าจะบั่นให้ขาดจากกันได้นี้ ต้องใช้เวลานานอยู่เหมือนกันเลยทีเดียว  แล้วก็เอาคานสอดสองขาหลังหามกันต่อไป เดินต่อไปได้อีกไม่ไกลนัก คู่หูของผมก็บอกว่าเหนื่อยมากไปไม่ไหวแล้ว ท้องฟ้าก็กำลังมืดลงอย่างรวดเร็ว

พอดี ณ จุดที่นั่งพักนั้นอยู่ติดกับตัวลำห้วยขาแข้ง ก็เลยคิดว่าคงจะต้องค้างคืนกันที่นี่ จะไปต่อก็คงจะไม่ไหว ไฟฉายก็ไม่มี 
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4418


ความคิดเห็นที่ 305  เมื่อ 24 พ.ย. 15, 18:57

ทั้งคู่มีไฟแช็กอยู่ เนื่องจากสูบบุหรี่กันทั้งสองคน  เขาน่ะม่อยกะรอกไปแล้ว คงหมดแรงจริงๆ  ผมก็จัดการหากิ่งไม้แห้งมาก่อกองไฟ และไปหาท่อนไม้แห้งท่อนใหญ่ๆเท่าที่จะพอหาได้ เอากองรวมเพื่อจะได้ใช้ได้ตลอดทั้งคืน และเผื่อไล่สัตว์ใหญ่ประเภทไม่กลัวใคร ครับ..ก็ช้างนั่นแหละ

รู้ว่ามีช้างก็เพราะเห็นรอยของมัน ซึ่งที่น่าหวาดเสียวก็คือมันเป็นรอยช้างตัวเดียว ครับ..สีดอครับ (ช้างตัวผู้รุ่นหนุ่มที่ถูกกันให้แยกออกจากโขลง) สีดอเป็นช้างตัวผู้ มีงาสั้น (ที่เรียกว่า ขนาย) เดินเดี่ยวๆ ไม่เกรงกลัวอะไร นิสัยออกไปทางเกเร การพบกับสีดอนี้อันตรายมากกว่าการพบกับช้างทั้งโขลง ช้างโขลงนั้นจะเดินหนีหรือยืนอยู่เฉยๆ แต่สีดอนั้นจะเดินเข้ามาหาเรา (มาหาเรื่อง) 
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4418


ความคิดเห็นที่ 306  เมื่อ 24 พ.ย. 15, 19:11

พอประมาณ 2 ทุ่ม ก็ได้ยินเสียงเก้งเขก (ส่งเสียงร้อง) อยู่รอบๆจุดที่นั่งพัก หลายตัวเลยทีเดียว  คราวนี้ก็พอจะแน่ใจได้แล้วว่าพื้นที่แถวนี้มีเสือแน่ๆ

แล้วก็ได้ยินเสียงหมาป่าส่งเสียงหอนรับต่อกันตามลำห้วย ซึ่งก็คงจะอยู่ห่างจากเราไปพอสมควร แต่ก็เสียวๆอยู่เหมือนกันว่า หากมันเข้ามาหาเราเป็นฝูงแล้วจะรับมือกับมันอย่างไรดี    เป็นครั้งเดียวในชีวิตเดินป่าเดินดงของผมที่ได้ยินเสียงหมาป่าหอนเสียงดังต่อเนื่องกันเป็นทอดๆ จำได้ว่าเป็นวันที่พระจันทร์ใกล้เต็มดวง (หรือจะเต็มดวง ก็ไม่แน่ใจนัก)  ยังกะนิยายเลยนะครับ   เสียงหมาป่าหอนนี้ ผมรู้สึกว่ามันเขย่าขวัญได้มากเลยทีเดียว 
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4418


ความคิดเห็นที่ 307  เมื่อ 24 พ.ย. 15, 19:26

นั่งอยู่ได้ราวๆชั่วโมง ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียก ก็ยังไม่กล้าตะโกนตอบกลับ เพราะยังมีเรื่องเสือสมิงลึกๆอยู่ในใจ จนกระทั่งเห็นแสงไฟฉายวอบแวบ ก็รู้ในทันทีเลยว่าที่แคมป์เขาส่งคนมาตามหาเรา  เจอกันก็เล่าเรื่องให้ฟังว่ายังมีเก้งอีกส่วนหนึ่งแขวนไว้ขางทาง เขาก็เดินไปเอากัน ไม่นานก็กลับมา

คนที่มาตามเราเขาหิ้วเก้งด้วยมือข้างเดียวในความรู้สึกแบบเบา ในขณะที่ผมกับคู่หูช่วยกันหาม หนักแทบตาย   มันก็แปลกดีนะครับ

แต่ผลจากการกระทำของผมกับคู่หูยังไม่จบนะครับ พอรุ่งเช้าแต่ไก่โห่เลยก็เกิดอีกเรื่องหนึ่งอย่างระทึกต่อเนื่องมาอีก 24 ชม.
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 502


ความคิดเห็นที่ 308  เมื่อ 24 พ.ย. 15, 20:42

นั่งอยู่ได้ราวๆชั่วโมง ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียก ก็ยังไม่กล้าตะโกนตอบกลับ เพราะยังมีเรื่องเสือสมิงลึกๆอยู่ในใจ จนกระทั่งเห็นแสงไฟฉายวอบแวบ ก็รู้ในทันทีเลยว่าที่แคมป์เขาส่งคนมาตามหาเรา  เจอกันก็เล่าเรื่องให้ฟังว่ายังมีเก้งอีกส่วนหนึ่งแขวนไว้ขางทาง เขาก็เดินไปเอากัน ไม่นานก็กลับมา

คนที่มาตามเราเขาหิ้วเก้งด้วยมือข้างเดียวในความรู้สึกแบบเบา ในขณะที่ผมกับคู่หูช่วยกันหาม หนักแทบตาย   มันก็แปลกดีนะครับ

แต่ผลจากการกระทำของผมกับคู่หูยังไม่จบนะครับ พอรุ่งเช้าแต่ไก่โห่เลยก็เกิดอีกเรื่องหนึ่งอย่างระทึกต่อเนื่องมาอีก 24 ชม.

 ฮืม ตกใจ
บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 462


ความคิดเห็นที่ 309  เมื่อ 24 พ.ย. 15, 22:35

แต่ผลจากการกระทำของผมกับคู่หูยังไม่จบนะครับ พอรุ่งเช้าแต่ไก่โห่เลยก็เกิดอีกเรื่องหนึ่งอย่างระทึกต่อเนื่องมาอีก 24 ชม.

ทิ้งท้ายเหมือนละครโทรทัศน์"ล่องไพร" ช่อง4 บางขุนพรหม ยุค50กว่าปีโน้น (ผู้จัดคือคุณสรรพสิริ วิริยะศิริ)
กว่าจะได้ดูตอนต่อก็ต้องรอเดือนหน้ากันเลย เพราะจัดเดือนละหน
แต่ "ล่องไพร"ของนายตั้ง ค่อยยังชั่วหน่อย รอแค่ข้ามคืนเอง
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4418


ความคิดเห็นที่ 310  เมื่อ 25 พ.ย. 15, 17:50

ทิ้งท้ายเหมือนละครโทรทัศน์"ล่องไพร" ช่อง4 บางขุนพรหม ยุค50กว่าปีโน้น (ผู้จัดคือคุณสรรพสิริ วิริยะศิริ)
กว่าจะได้ดูตอนต่อก็ต้องรอเดือนหน้ากันเลย เพราะจัดเดือนละหน
แต่ "ล่องไพร"ของนายตั้ง ค่อยยังชั่วหน่อย รอแค่ข้ามคืนเอง

ขอบคุณที่ตามอ่านครับ  แล้วก็เข้าใจใช้กลยุทธในการเร่งให้เรื่องเดินดีครับ ชอบใจ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4418


ความคิดเห็นที่ 311  เมื่อ 25 พ.ย. 15, 17:59

วันนี้วันลอยกระทง  คงจะมีสมาชิกเข้ามาในเรือนไทยน้อยกว่าปรกติ   ผมเองไม่ได้ออกไปใหนเพราะมีภาระดูแลหลาน แล้วก็ไม่รู้สึกอยากจะออกไปใหนด้วย ขยาดคนล้นหลามและรถติดครับ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4418


ความคิดเห็นที่ 312  เมื่อ 25 พ.ย. 15, 18:18

พอฝ้าเริ่มสว่างพอมองเห็นกันได้ คนในคณะของผมคนหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วก็เดินไปฉี่ ก็ดันไปฉี่รดโคนต้นไม้ใหญ่หลายโอบ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่พวกกะเหรี่ยงเอาไม้ไผ่ยาวประมาณ 3 เมตรนับเป็นสิบท่อนไปวางพิงไว้  แน่นอนว่าการกระทำของพวกกะเหรี่ยงชาวบ้านนั้นต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าที่เจ้าทาง เทพาอารักษ์ แน่นอน และต้นไม้ต้นนี้ก็น่าจะต้องขลังเอาการอยู่เหมือนกัน

พอฉี่รดโคนต้นเท่านั้นเอง ก็ผงะถอยออกมา ทรุดตัวลงแล้วก็ชักเลยในทันใด  ทำอย่างไรดีละครับ กลางป่า ห่างไกลจากผู้คน   สิ่งแรกที่ทำก็คือ เอาช้อนใส้ปากเพื่อกันงับลิ้นตัวเอง ชักได้ประมาณ 5 นาทีก็หยุด แต่ยังไม่รู้ตัว

ที่คิดได้อย่างฉับไวก็คือ ต้องเอาออกจากป่าไปโรงพยาบาลให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งก็ต้องหามออกไปด้วย จะต้องไปกันกี่คน ? จะจัดการอย่างไรกับแคมป์ ? จะต้องขนย้ายหรือทิ้งร้างไว้ ? ข้าวปลาอาหารก็ต้องมีติดตัวไปด้วย ไม่อย่างนั้นก็จะอดหมดแรงกันทั้งหมด จบเห่กันทั้งยวงแน่ๆ     
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4418


ความคิดเห็นที่ 313  เมื่อ 25 พ.ย. 15, 18:45

ตั้งสติได้ก็เห็นทางเดิน   หม้อข้าวก็ตั้งอยู่บนสามขาสุมด้วยกองฟืนแล้ว กำลังร้อนใกล้จะเดือด ก็ให้รีบทำกับข้าวแบบฉุกเฉิน 

เรื่องกับข้าวฉุกเฉินนี้ ผมต้องเตรียมไว้เสมอ ประติก็จะมีกุนเชียง 1 กก. ปลากระป๋องสามสี่กระป๋อง  แฟง (ฟักลูกยาว) 1 ลูก นอกจากนั้นก็แล้วแต่ บางครั้งก็ปลาสลิดแห้ง แบบปลาสลิดหอมที่เขาเรียกกันในปัจจุบัน (คือทำโดยการหมักเกลือ แล้วตากหลายแดด) บางครั้งก็มีเครื่องกระป๋องของ อสร. (องค์การอาหารสำเร็จรูป) เช่น เนื้อกระเทียมพริกไทย ซึ่งทำคล้ายๆ corn beef (เอามายำอร่อยดีครับ) หรือแกงกระป๋อง ฯลฯ

ทุกคนต่างก็ช่วยกันคนละไม้ละมือในทุกเรื่อง  คน 7 คนนี้ ดูว่าจะมีหลายคนและมากก็จริง  แต่หากแยกกันแล้วก็จะทำอะไรไม่ได้เลย

ลองดูสภาพความเป็นจริงนะครับ ควาญช้าง 2 คนออกไปตามจับช้างเพื่อเอามาบรรทุกของ จะให้ควาญช้างเอาของขึ้นบรรทุกบนหลังช้างเองนั้นเป็นไปไม่ได้ จำเป็นต้องใช้คนอีกอย่างน้อยสองคนช่วยในการส่งของขึ้นหลังช้าง  เก็บผ้าเต็นท์ผืนกว้างประมาณ 4x5 เมตร คนเดียวก็ไม่ไหว ต้องช่วยกันอย่างน้อยก็สองคน มีอยู่สองผืน ทำหลังคาผืนหนึ่ง ปูนอนผืนหนึ่ง  โชคดีที่มีผืนเล็กที่ใช้ปูนั่งทำครัวและกินข้าว ก็จะใช้ผืนนี้แหละทำเปลหาม  ก็ให้คนไปตัดไม้ไผ่มาทำเป็นคานหาม กะว่าจะใช้ 4 คนช่วยกัน แต่พอเดินเข้าจริงๆ ต้องใช้วิธีหาบสองคนเท่านั้น จะหามแบบเปลสนามด้วยคนสี่คนนั้น เดินไม่ได้เลยเพราะเป็นทางป่า   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4418


ความคิดเห็นที่ 314  เมื่อ 25 พ.ย. 15, 19:06

ระหว่างทำอะไรต่อมิอะไรกัน  คนไข้ก็ชักขึ้นมาอีกเป็นระยะๆ ทุกๆประมาณ 10 นาที  หมดปัญญาที่จะช่วยเหลือใดๆ มีแต่ใช้ช้อนใส่ปากกันกัดลิ้นเท่านั้น คนไข้ก็หมดสติ นิ่งอย่างเดียว ทุกอย่างต้องเร่งมือและคับขันไปหมด  ก็พอจะรู้อยู่ว่าคนไข้อาจขาดอากาศหายใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร   กลัวใหม ? กลัวครับ กลัวจริงๆ น่ากลัวทีเดิยว คอยสังเกตอยู่ตลอดเวลาว่าเขายังหายใจอยู่หรือไม่

พอเรื่องเกี่ยวกับแคมป์พอจะเข้าที่ ก็เอาคนมา 4 คน มาพร้อมกับคนป่วย เหลืออีกสามคนอยู่กับช้างเดินตามหลังมา

ผลัดกันหามคนป่วยตั้งแต่เช้า จนบ่ายแก่ๆก็พบกะเหรี่ยงเดินสวนมา คำถามแรกของผมคือ อยู่หมู่บ้านใหน? มีหมอผีหรือไม่?  โชคดีที่กะเหรี่ยงคนนั้นเป็นหมอผีและอยู่บ้านไก่เกียง ก็เลยตกลงให้แกทำพิธีไล่ผี แต่ห้ามให้กินอะไรโดยเด็ดขาด  เราก็เราหามคนไข้เข้าบ้านไก่เกียง ส่วนผมกับอีกคนหนึ่งต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 2 ชม.เพื่อไปหาพวกโอวัลติน ซึ่งโชคดีที่มีติดบ้านของคนนำทางที่ตั้งอยู่ปากลำขาแข้งนั้น แล้วก็ส่งคนเดินกลับมาหาคนป่วยเผื่อว่าจะพอกินอะไรได้
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 19 20 [21] 22 23 ... 49
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง