เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 9 10 [11] 12 13 ... 49
  พิมพ์  
อ่าน: 43181 ห้วยขาแข้ง เมื่อ '14 '15
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 150  เมื่อ 17 ก.ย. 15, 19:59

เอาละครับ ตอนนี้ก็มาถึงเรื่องว่า ด้วยเหตุใดค่างจึงถูกล่าได้ครั้งละหลายๆตัว
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 151  เมื่อ 18 ก.ย. 15, 18:48

ได้กล่าวมาแล้วว่า พวกห้อยโหนนี้จะใช้วิธีหลบซ่อนโดยอาศัยใบไม้บังเอาไว้   จะมีก็แต่ลิงเท่านั้น ทั้งลิงกังหางสั้นและลิงวอกหางยาว ที่จะทำตนเป็นทองไม่รู้ร้อน นั่งลอยชายอยู่บนกิ่งไม้ ลิงกังนั้นมักจะพบอยู่เดี่ยวๆ (คล้ายชะนี)  แต่ลิงวอกนั้น มันก็วอกจริงๆ นั่งจ้องหน้าเราแถมทำหน้าหรอกเราอีก พวกนี้อยู่เป็นฝูง   แล้วค่อยเล่าครับ

ชะนีก็กระโดด ค่างก็กระโดดเมื่อใดที่ตาของมันกับของเราสบกัน   อุปนิสัยอันนี้เองที่นำพามันไปสู่การตาย 

ชาวบ้านนักล่าค่างหรือสัตว์อื่นๆนั้น มีอยู่สองพวก คือ พวกที่ล่าตามฤดูกาล พวกนี้เคารพต่อวัฎจักรและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ   และพวกที่ล่าแบบฆ่าดะ ซึ่งพวกนี้ก็มีอยู่ทั้งแบบเคารพต่อวัฎจักรและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติและแบบจะเป็นสัตว์อะไรก็ได้ ขอให้ได้ยิงมาเป็นอาหารหรือเอาเนื้อมาขาย

อนึ่ง ก็เป็นความเชื่อของชาวบ้านป่าว่า ในแต่ละปีหนึ่งๆนั้น ควรจะได้กินเนื้อสัตว์ป่าชนิดนั้นๆสักครั้งหนึ่ง เป็นความเชื่อในเชิงของยา สุขภาพ และความแข็งแรงกำลังวังชา
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 152  เมื่อ 18 ก.ย. 15, 19:24

เมื่อถึงฤดูและช่วงเวลาที่เหมาะสม   ชาวบ้าน 3-4 คนก็จะนัดแนะกันเข้าป่าเพื่อล่าค่าง อาจจะใช้ปืนลูกซองเพียงกระบอกเดียวก็ได้ แต่จะต้องมีสุนัขสัก 3-4 ตัว ที่ชอบเที่ยวป่า เห่าเก่งๆและยุขึ้น และก็เกือบจะเป็นปรกติที่จะต้องมีหมาหางด้วนอยู่ตัวหนึ่งเป็นอย่างน้อย

ที่หางหมามันด้วนก็มีที่มาที่ไปเหมือนกันนะครับ  ผมจะขอเสียเวลาเล็กน้อยเล่าเสียตอนนี้เลย     ชาวบ้านป่านั้นจะนิยมเลี้ยงสุนัขไว้เพื่อเป็นเพื่อนช่วยในการไล่สัตว์อันตราย  โดยเฉพาะในขณะที่ไปไร่ไปสวน หรือไปเก็บผักหญ้า กุ้ง หอย ปู ปลา  สุนัขพวกนี้มันจะเดินนำหน้า ซึ่งจะทำให้สัตว์มีพิษหลายชนิดหนีหลบไป     ก็จะมีสุนัขบางตัวที่ขี้เกียจ เอาแต่นอนขดตัว เรียกให้มันเดินตาม มันก็นอนเฉย    ไม่ยากเลยครับ เอามีดฟันฉับเข้าที่หางของมันเท่านั้นเอง สุนัขขึ้เกียจตัวนั้นก็จะต้องระวังตัวอย่างที่สุดเพื่อมิให้เกิดเหตุซ้ำสอง   ก็จึง alert ต่อเสียงของเจ้าของและกระฉับกระเฉงไปตลอดทั้งชีวิตของมัน   สังเกตดูนะครับ สุนัขหางด้วนของชาวบ้านนั้น มันมักจะมีหางด้วนที่สั้นบ้างยาวบ้าง นั่นแหละครับ มันโดนดัดสันดานมาแล้ว พวกนี้จะเห่าเก่ง กัดน้อย (คือไม่ค่อยดุครับ)
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 153  เมื่อ 18 ก.ย. 15, 19:59

เอาเป็นว่าคณะล่าค่างก็จะมีปืนลูกซองกระบอกหนึ่ง มีคนในคณะ 3 คน มีสุนัข 3 ตัว

ก็อาศัยเสียงชะนี (ช่วงเวลาสายๆ) นำทางเข้าสู่บริเวณหากินของค่างและชะนี  เดินเข้าพื้นที่ป่าส่วนที่เป็นหุบร่องห้วยส่วนแยกที่มีใบไม้ตกทับถมค่อนข้างมากและรู้สึกสัมผัสว่าพื้นดินค่อนข้างชื้น ใช้จมูกดมกลิ่นขี้ค่าง ได้กลิ่นเมื่อใดก็เมื่อนั้นแหละว่ามีตัวค่างในพื้นที่ย่านนั้นแน่ๆ     

คราวนี้ก็แหงนมองกวาดสายตาไปยังโคนกิ่งไม้ที่อยู่สูงประมาณ 20+ ม. พอสบตากันมันก็จะกระโดดย้ายที่หลบซ่อน หรือไม่ก็ใช้สันมีดเคาะต้นไม้แล้วยุให้สุนัขเห่า  ค่างมันก็คงจะตกใจ ที่เกาะกลุ่มกันอยู่ก็กระโดดย้ายออกจากที่แอบซ่อนกระจายไปยังต้นไม้อื่นรอบๆ  คราวนี้ก็ซวยแล้วครับ เราก็จำต้นไม้ที่มันโดดไปแอบไว้  ใช้เสียงเคาะต้นไม้กับเสียงสุนัขเห่าไปแต่ละต้นที่มันเกาะอยู่ พอมันโดดลอยก็ยิง  ครับสามสี่ชั่วโมงก็หลายตัวเลยทีเดียว เกือบหมดฝูงไปเลย   

เอาหางมันมาพันคอมันแล้วสอดคานหาบ หามกันไปคนละสามสี่ตัว     
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 154  เมื่อ 18 ก.ย. 15, 20:24

ชาวบ้านที่อยู่ประจำถิ่นพวกนี้จะไม่ล่ายิงจนหมดฝูง จะปล่อยให้มันไปออกลูกออกหลานเพื่อจะได้ไปล่าใหม่ในปีหน้า ถิ่นหากินของค่างก็ยังจะเป็นถิ่นเดิม ต้นไม้ก็ยังแทบจะเป็นต้นเดิม  (พวกชาวบ้านที่มาจากต่างถิ่น จะใช้วิธีตามล่าให้หมดฝูงไปเลยทีเดียว)   ก็เป็นหลักปฎิบัติของพรานไพรตัวจริงอย่างหนึ่ง ต่างจากคนที่เรียกตนเองว่าพราน แต่ประเภทชอบเข้าป่าแล้วยิงอย่างเดียว ยิงมันทุกชีวิตที่พบเจอแล้วก็ถ่ายรูปเอามาอวดกัน  พวกนี้ไม่มีสำนึกและความเคารพใดๆต่อธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตร่วมโลกเลย     

ยุคนี้คงไม่มีภาพแบบนี้แล้วนะครับ  สมัยนั้น เห็นคนที่เดินเข้าป่า ด้วยลักษณะและองค์ประกอบ (อาทิ ปืน กระสุน สเบียง ฯลฯ) เราก็แทบจะบอกได้เลยว่าเขามาทำอะไร ล่าสัตว์ประเภทใหน ชนิดใด     เห็นรอยเท้า รอยตัดไม้ รอยหักไม้ ก้นบุหรี่ ฯลฯ เราก็พอรู้ว่าเป็นพวกชอบป่าดงหรือสมัครเล่นหรือห่ามเพียงใด
บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 458


ความคิดเห็นที่ 155  เมื่อ 18 ก.ย. 15, 21:50

เมื่อถึงฤดูและช่วงเวลาที่เหมาะสม   ชาวบ้าน 3-4 คนก็จะนัดแนะกันเข้าป่าเพื่อล่าค่าง อาจจะใช้ปืนลูกซองเพียงกระบอกเดียวก็ได้ แต่จะต้องมีสุนัขสัก 3-4 ตัว ที่ชอบเที่ยวป่า เห่าเก่งๆและยุขึ้น และก็เกือบจะเป็นปรกติที่จะต้องมีหมาหางด้วนอยู่ตัวหนึ่งเป็นอย่างน้อย

ที่หางหมามันด้วนก็มีที่มาที่ไปเหมือนกันนะครับ  ผมจะขอเสียเวลาเล็กน้อยเล่าเสียตอนนี้เลย     ชาวบ้านป่านั้นจะนิยมเลี้ยงสุนัขไว้เพื่อเป็นเพื่อนช่วยในการไล่สัตว์อันตราย  โดยเฉพาะในขณะที่ไปไร่ไปสวน หรือไปเก็บผักหญ้า กุ้ง หอย ปู ปลา  สุนัขพวกนี้มันจะเดินนำหน้า ซึ่งจะทำให้สัตว์มีพิษหลายชนิดหนีหลบไป     ก็จะมีสุนัขบางตัวที่ขี้เกียจ เอาแต่นอนขดตัว เรียกให้มันเดินตาม มันก็นอนเฉย    ไม่ยากเลยครับ เอามีดฟันฉับเข้าที่หางของมันเท่านั้นเอง สุนัขขึ้เกียจตัวนั้นก็จะต้องระวังตัวอย่างที่สุดเพื่อมิให้เกิดเหตุซ้ำสอง   ก็จึง alert ต่อเสียงของเจ้าของและกระฉับกระเฉงไปตลอดทั้งชีวิตของมัน   สังเกตดูนะครับ สุนัขหางด้วนของชาวบ้านนั้น มันมักจะมีหางด้วนที่สั้นบ้างยาวบ้าง นั่นแหละครับ มันโดนดัดสันดานมาแล้ว พวกนี้จะเห่าเก่ง กัดน้อย (คือไม่ค่อยดุครับ)

      เป็นวิธีละลายพฤติกรรมที่สัมฤทธิ์ผลจริงๆ ขยิบตา
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 156  เมื่อ 19 ก.ย. 15, 19:11

  ผีกองกอย ซึ่งเป็นผีป่าที่เชื่อกันว่า จะดูดเลือดจากหัวแม่เท้าของผู้ที่สัญจรในป่าในเวลานอนหลับ มีรูปร่างคล้ายลิง ก็คือ ค่างที่แก่และไม่สามารถขึ้นต้นไม้ได้นั่นเอง ซึ่งค่างเหล่านี้มักมีร่างกายที่อ้วนแผละและมีเขี้ยวโง้งออกจากปากเห็นได้ชัดเจน ทำให้มีหน้าตาที่น่าเกลียดน่ากลัว
   ในแถบป่านี้มีมั้ยคะ หรือเป็นเรื่องเล่าสู่กันฟัง  ยิ้มกว้างๆ

จะว่าไป ผมไม่เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับผีในเชิงของการปรากฎตัวและการหลอกหลอนจากปากของชาวบ้านป่าเลย  มีแต่เรื่องของการอ้างถึงผีในลักษณะของการเป็นผู้เป็นเจ้าของ ผู้ครองอำนาจ หรือผู้มีอิทธิพลในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น ผีบ้าน ผีเรือน ผีป่า      เรื่องราวเกี่ยวกับความผิดปกติในป่าเขาที่เกิดขึ้น เช่น เสียง กลิ่น และการเคลื่อนไหวต่างๆที่รู้สึกสัมผัสได้ จะได้รับคำอธิบายไปในลักษณะของ สาง มากกว่าที่จะเป็นเรื่องของผี
   
สำหรับผีกองกอยนั้น ผมไม่เคยได้ยินชาวบ้านป่ากล่าวถึงหรือมีการเล่าขานใดๆเลยครับ  เคยได้ยินแต่จากผู้คนที่อยู่ชายขอบเขตชุมชนเมือง (กล่าวถึงอยู่บ้าง)  แต่ที่มีการกล่าวถึงในระดับที่มีเรื่องเล่าเป็นเรื่องเป็นราวเอาจริงกันเลยนั้น อยู่ในพื้นที่ชุมชนเมืองครับ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 157  เมื่อ 19 ก.ย. 15, 19:29

สำหรับตัวผมนั้น คำว่า ผี ดูจะเป็นเรื่องที่เกิดในเมือง ส่วนคำว่า สาง ดูจะเป็นคำที่เหมาะสมกับพื้นที่ในป่าเขา

ตัวผมเองเคยประสพด้วยตนเองในเรื่องที่เป็นลักษณะของ ผี (ในเมือง กทม. นี้เอง) และที่เป็นลักษณะของ สาง (ในป่าหลายแห่ง) มีทั้งแบบพอจะอธิบายได้บ้าง กับแบบจนใจที่จะหาคำอธิบาย
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 158  เมื่อ 19 ก.ย. 15, 19:59

สำหรับเรื่องของค่างแก่ อ้วน เขี้ยวโง้ง ขึ้นต้นไม้ไม่ไหว แล้วกลายมาเป็ยผีปอบนั้น คงจะมิใช่เรื่องจริง

ค่างไม่นิยมลงดินเลยครับ ค่างอ้วนก็ไม่เคยเห็นครับ ทั้งฝูงก็ดูจะมีขนาดเดียวกันหมดทั้งในเชิงของขนาดรูปร่าง หน้าตาและน้ำหนัก อีกทั้งค่างเป็นสัตว์ที่หากินในช่วงเวลากลางวัน และเป็นสัตว์พวกมังสวิรัติที่ค่อนข้างเคร่งครัด อาจจะจับแมลงกินบ้างเป็นครั้งคราว  กลางคืนจะนอนบนง่ามไม้ของกิ่งไม้ และจะนั่งตากฝนเมื่อเวลามีฝนตก(เช่นเดียวกับชะนี) 

ไอ้ที่มาสะกิดผิวหนังแล้วดูดเลือดในตอนกลางคืนขณะหลับสนิทนั้น อาจจะเป็นค้างคาวผีเสียมากกว่า   ประเทศไทยเราก็คงจะมีค้างคาวผี  แต่ผมไม่เคยมีประสพการณ์ แม้ว่าจะไม่นอนกางมุ้งในป่าตลอดมาเป็น 20+ ปี 

นึกออกว่า ตัวดูดเลือดที่สำคัญในป่าของบ้านเราจริงๆ ก็คือตัว ทาก  แต่ก็จะเกิดเหตุขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้เข้าไปในป่าดงนั้นไม่ประสีประสากับเรื่องของป่าดงพงไพรจริงๆ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 159  เมื่อ 20 ก.ย. 15, 18:26

กลับมาต่อเรื่องที่ไปคุยกับชาวบ้านหลังเดี่ยวที่ปากลำห้วยขาแข้งนะครับ

ก็สรุปได้ว่า
  ตัวแกเองก็เคยเป็นตำรวจมาก่อน     
  ในพื้นที่ห้วยขาแข้ง (ตอนล่างนี้) มีคนไทยอยู่หนึ่ง เป็นคนอิสาน ตั้งบ้านเรือนอยู่กับภรรยาชาวกะเหรี่ยง ไม่ทราบที่มาที่ไปว่าด้วยเหตุใดจึงเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ป่าเขาลึกพื้นที่นี้   
  ก็มีคนไทยอีกคนหนึ่งที่เดินขึ้น-ล่องอยู่ในพื้นที่ห้วยขาแข้ง ที่ชาวบ้านเขาเรียกกันว่าเสือ... แหล่งที่อยู่ประจำก็คือในพื้นที่ชายป่าตอนใต้ของเขต อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี   
  นอกนั้นก็มีคนไทยอีกคนที่ทำตนเป็นพรานล่าสัตว์ ใช้เรือเล็กขึ้นล่องอยู่ในลำน้ำแควใหญ่ช่วง บ.นาสวน และ น้ำโจน (ที่ กฟผ. จะสร้างเขื่อน)  ซึ่งเมื่อพบกันจริงๆ เขาก็เป็นเพียงคนหากินกับพวกของหายากในป่า เช่น เลียงผา ที่เอาชิ้นส่วนมาทำยา  คนนี้แหละที่วันหนึ่งเอาปืนยิงท้าให้ผมไปยิงกัน
  ในห้วยขาแข้งนั้น คงไม่มีชาวบ้านมารับจ้างแบกหามอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เพราะมีคนน้อยและมีบ้านอยู่ไม่กี่หลังคาเรือน   ทางเดียวที่จะเดินสำรวจได้เป็นระยะเวลานานหน่อยก็คือ ต้องใช้ช้างต่างหรือม้าต่างบรรทุกอุปกรณ์และสิ่งของเครื่องใช้ ซึ่งม้าต่างนั้นคงต้องใช้หลายตัวและหายาก เพราะว่าเป็นสัตว์ต่างของชุมชนอื่นที่อยู่ในพื้นที่ในเขตของ อ.บ้านไร่   ส่วนช้างต่างนั้น พอจะมี และที่มีอยู่ใกล้ที่สุดก็คือที่ บ.นาสวน ซึ่งจะเดินเต็มเหยียดใช้เวลาเต็มวัน
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 160  เมื่อ 20 ก.ย. 15, 18:55

สรุปว่าใช้ช้างต่างจะดีที่สุด  ก็เลยขอให้พื่อดีต ตร.ผู้มีบ้านอยู่ปากลำขาแข้งนั้นช่วย  ก็ต้องติดต่อกับกำนันย่องเบอะ กำนันคนดังของ ต.นาสวน ซึ่งบังเอิญเดินทางมาในพื้นที่ บ.ไก่เกียง (เดินประมาณ 2+ ชม.)  กำนันรับปากว่าจะหาช้างให้ 2 เชือกและนัดเวลาพบกันอีกเดือนหนึ่งที่ปากลำขาแข้งนี้

กับช้าง 2 เชือกนี้ ได้ทำให้ผมได้รู้จักช้างในระดับก้นบึ้งในระดับหนึ่ง และได้สัมผัสกับความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างช้างกับคน และโดยเฉพาะระหว่างช้างกับควาญของเขา

ก็คงจะต้องแว็บเลี้ยวเข้าซอยไปเล่าเรื่องของช้างอีกแล้ว   ถนนสายขาแข้งนี้มีซอยแยกเยอะมากเลยนะครับ   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 161  เมื่อ 20 ก.ย. 15, 19:07

กำลังคิดอยู่ว่า จะต้องแยกกระทู้ออกไปหรือไม่  เป็นกระทู้สั้นๆเรื่อง ทำงานร่วมกับช้าง   

จะดีใหมครับ ??
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 499


ความคิดเห็นที่ 162  เมื่อ 20 ก.ย. 15, 19:47

กลับมาต่อเรื่องที่ไปคุยกับชาวบ้านหลังเดี่ยวที่ปากลำห้วยขาแข้งนะครับ

ก็สรุปได้ว่า
  ตัวแกเองก็เคยเป็นตำรวจมาก่อน     
  ในพื้นที่ห้วยขาแข้ง (ตอนล่างนี้) มีคนไทยอยู่หนึ่ง เป็นคนอิสาน ตั้งบ้านเรือนอยู่กับภรรยาชาวกะเหรี่ยง ไม่ทราบที่มาที่ไปว่าด้วยเหตุใดจึงเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ป่าเขาลึกพื้นที่นี้   
  ก็มีคนไทยอีกคนหนึ่งที่เดินขึ้น-ล่องอยู่ในพื้นที่ห้วยขาแข้ง ที่ชาวบ้านเขาเรียกกันว่าเสือ... แหล่งที่อยู่ประจำก็คือในพื้นที่ชายป่าตอนใต้ของเขต อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี   
  นอกนั้นก็มีคนไทยอีกคนที่ทำตนเป็นพรานล่าสัตว์ ใช้เรือเล็กขึ้นล่องอยู่ในลำน้ำแควใหญ่ช่วง บ.นาสวน และ น้ำโจน (ที่ กฟผ. จะสร้างเขื่อน)  ซึ่งเมื่อพบกันจริงๆ เขาก็เป็นเพียงคนหากินกับพวกของหายากในป่า เช่น เลียงผา ที่เอาชิ้นส่วนมาทำยา  คนนี้แหละที่วันหนึ่งเอาปืนยิงท้าให้ผมไปยิงกัน
  ในห้วยขาแข้งนั้น คงไม่มีชาวบ้านมารับจ้างแบกหามอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เพราะมีคนน้อยและมีบ้านอยู่ไม่กี่หลังคาเรือน   ทางเดียวที่จะเดินสำรวจได้เป็นระยะเวลานานหน่อยก็คือ ต้องใช้ช้างต่างหรือม้าต่างบรรทุกอุปกรณ์และสิ่งของเครื่องใช้ ซึ่งม้าต่างนั้นคงต้องใช้หลายตัวและหายาก เพราะว่าเป็นสัตว์ต่างของชุมชนอื่นที่อยู่ในพื้นที่ในเขตของ อ.บ้านไร่   ส่วนช้างต่างนั้น พอจะมี และที่มีอยู่ใกล้ที่สุดก็คือที่ บ.นาสวน ซึ่งจะเดินเต็มเหยียดใช้เวลาเต็มวัน

เรื่องนี้ต้องขยาย  ยิงฟันยิ้ม (ถ้าหากไม่เป็นการละลาบละล้วง และอาจารย์สะดวกใจที่จะเล่าน่ะค่ะ)
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 499


ความคิดเห็นที่ 163  เมื่อ 20 ก.ย. 15, 19:53

กำลังคิดอยู่ว่า จะต้องแยกกระทู้ออกไปหรือไม่  เป็นกระทู้สั้นๆเรื่อง ทำงานร่วมกับช้าง   

จะดีใหมครับ ??

ยกมือเห็นด้วยทั้งสองแขน ปูเสื่อจองที่นั่งแถวหน้าด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 164  เมื่อ 21 ก.ย. 15, 19:36

เรื่องท้ายิงนั้น ขยายความแน่นอนครับ

สำหรับเรื่อง ทำงานร่วมกับช้าง ก็คงจะจัดให้เป็นกระทู้แยกออกมา  คิดว่าจะเป็นเรื่องรวมๆที่ผมได้ประสพมาหลายปี ทั้งช้างป่า ช้างปล่อย ช้างเลี้ยง   
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 9 10 [11] 12 13 ... 49
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.055 วินาที กับ 19 คำสั่ง