เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 33 34 [35] 36 37 ... 60
  พิมพ์  
อ่าน: 83594 พระองค์เจ้าปฤษฎางค์-ชีวิตลับที่ทรงเผยไม่ตลอด
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30986

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 510  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 19:24

ยอดนางละคร ซาร่าห์ เบิร์นฮาดท์     ถ้าไปจีบเธอผู้นี้ละก็  มีสิทธิ์ล้มละลายเอาง่ายๆ
ชายผู้พิชิตหัวใจเธอคือ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งอังกฤษ   ค่ะ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 511  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 20:17

บุคคลระดับท่านทูต เป็น Prince of Siam จะไปติดตัวนางละครระดับตัวประกอบได้อย่างไรหามิได้

สงสัยจริง คุณประกอบหายไปไหนคะ ถูกพาดพิงแล้วนะคะ  ยิงฟันยิ้ม

คุณประกอบคงติดอยู่ในหน้าต้นๆ ยังไม่อิ่มซีฟู๊ดมั๊ง
บันทึกการเข้า
ninpaat
มัจฉานุ
**
ตอบ: 83


ความคิดเห็นที่ 512  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 20:35

ผมขออนุญาตนำภาพตัวอย่างของโรงละครในยุคนั้น มาเสริมท่านอาจารย์ เพื่อให้ครบถ้วนครับ

Savoy Theatre



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 513  เมื่อ 04 ส.ค. 15, 07:06

ยังสนใจเรื่องนี้อยู่

ก็ถึงกับเคยทรงขอรับราชการกับอังกฤษที่พม่า และกับฝรั่งเศสที่กัมพูชา

คุณนวรัตนมีเอกสารที่บอกเกี่ยวกับเรื่องพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ขอรับราชการกับอังกฤษที่พม่าหรือไม่ และตกลงพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ได้รับราชการที่เขมรหรือไม่  ฮืม

ท้ายของความข้างล่างนี้ ท่านว่าท่านไปอินเดียรวมถึงพม่า ในฐานะธุดงคสงฆ์นะครับ คงต้องติดต่อรัฐบาลอาณานิคมของอังกฤษเพื่อขออนุญาตทำวีซ่า แต่ไม่ได้สมัครเข้ารับราชการพระนางวิกตอเรียเพื่อหางานทำ ฝรั่งมั่ว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 514  เมื่อ 04 ส.ค. 15, 07:35

ในหนังสือพระประวัติพระองค์เจ้าปฤษฎางค์บอกว่า ท่านเช่าบ้านอยู่ในไซ่ง่อน คอยรับอนุญาตบวชเมืองพนมเปญอยู่ ๖ เดือน ตรงนี้คงไม่ได้หมายความถึงพระบรมราชานุญาตจากเมืองไทย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมี

แต่การเช่าบ้านอยู่ที่ไซง่อนระหว่างรอเขมรอนุญาตให้บวช ก็เกินไป ผมเชื่อรายงานทางราชการของไทยมากกว่า ว่าท่านเข้าไปอยู่ในเขมรเสียทีเดียว อาจจะนัดพบกับพี่ศรีที่นั่นก็ได้

แต่ท่านและพี่ศรีจะอยู่กิน เป็นข้าพระบาทพระนโรดมนานเท่าไหนไม่ปรากฏ แต่คงไม่นานดังที่ผมเข้าใจแต่แรกว่าถึงร.ศ.๑๑๒ เพิ่งพบว่า ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ท่านได้เดินทางออกจากที่นั่นไปสิงคปร์ แล้วจึงย้ายไปเช่าบ้านอยู่ที่ปีนังกับภรรยา โดยมิได้ออกชื่อว่าเป็นใคร

ดูระยะเวลาที่ท่านระบุ เหมือนว่าจะท่องเที่ยวไปตามเมืองต่างๆเป็นระยะสั้นๆ ก่อนที่จะทำงานในมลายู รวมแล้ว ๔ ปีเศษ แล้วจึงได้ไปบวชในลังกา
สงสัยจะมีปัญหากันกับพี่ศรีกระมัง ท่านจึงต้องดิ้นไปห่มผ้าเหลืองดับร้อน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30986

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 515  เมื่อ 04 ส.ค. 15, 09:10

ชีวิตคู่ระหว่างท่านกับพี่ศรี เห็นทีจะยืนยาวอยู่ไม่กี่ปี   แล้วก็ไปไม่รอด   สันนิษฐานว่าเกิดจากใช้จ่าย ที่มีรายจ่ายมากกว่ารายรับ
คุณหญิงศรีเองเมื่อหนีจากสยามก็ไม่ได้หนีตัวเปล่า หอบสมบัติของเจ้าพระยาสุรศักดิ์มาด้วย   คงจะทำให้อยู่ต่างแดนได้ไม่ฝืดเคืองสักระยะหนึ่ง
เมื่อหมดระยะนั้นแล้ว   ก็คงยากจะหารายได้มาจุนเจือ   พระองค์เจ้าปฤษฎางค์เองก็คงจะเอาพระองค์ไม่รอดเช่นกัน
เมื่อแยกทางกัน  ท่านอยู่ตัวคนเดียว  ไม่มีคู่ชีวิต   ไม่มีอนาคต คงท้อแท้กับทางโลกด้วย  บวชจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด   
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 516  เมื่อ 04 ส.ค. 15, 09:29

น่าจะเป็นเช่นนั้น เรามาติดตามเรื่องราวกันต่อไปครับ

๑๙ พฤศจิกายน ร.ศ. ๑๑๙ หลวงชำนาญอักษรได้ข่าวจากพระไพรีพินาศ เจ้ากรมตำรวจของกัมพูชา ว่าพระองค์เจ้าปฤษฎางค์เวลานั้นอยู่ในกรุงพนมเปญแล้ว
หลายเดือนต่อจากนั้นอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปผมไม่ทราบ แต่ครั้นถึง ๑๖ สิงหาคม ร.ศ. ๑๑๐ ปรากฏหนังสือของกรมหลวงเทววงศ์ เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศ กราบบังคมทูลตอบพระราชหัตเลขา ลงวันที่ ๑๒ และ ๑๓ “เรื่องปฤษฎางค์”

ความมีอยู่ว่า พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ได้ไปรับจ้างรัฐบาลอาณานิคมอังกฤษอยู่ที่เประ ซึ่งขณะนั้นมีปัญหาการอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ชายแดนเมืองรามันบางจุดกับสยาม รามันสมัยโน้นไม่ได้เล็กเท่าอำเภอรามัน จังหวัดยะลาสมัยนี้นะครับ แต่มีเขตแดนติดต่อกับรัฐเปรักทีเดียว ฝ่ายไทยเราแข็งมากในเรื่องนี้ แม้อังกฤษจะได้พยายามแซะไม่หยุด ตอนนั้นก็ด้วยแจ้งว่าจะตัดถนนมาที่ชายแดน ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่าจะจบลงที่จุดไหน พระเจ้าอยู่หัวจึงทรงเป็นห่วงสถานการณ์ด้านนี้อยู่

แล้วก็ให้มีข่าวว่า อังกฤษได้จ้างเจ้านายไทย ปรากฏชื่อว่าพระองค์เจ้าปฤษฏางค์ เป็นนายช่างผู้ควบคุมการก่อสร้างในการตัดถนนดังกล่าว จึงทรงปรึกษามาที่กระทรวงการต่างประเทศ เพราะทรงเห็นว่าพระองค์เจ้าปฤษฏางค์อาจจะเข้ามาในเขตที่สยามอ้างสิทธิ์ แล้วถ้าไทยปล่อยปละจะกลายเป็นยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ของอังกฤษมีอิสระตามใจชอบตรงนั้น กลายเป็นเพราะว่าดินแดนดังกล่าวเป็นของอังกฤษไป จึงต้องแสดงปฏิกิริยาโดยการจับกุม โดยอ้างกฎหมายไทย ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศเห็นด้วย

ความในหนังสือต่อจากคำอธิบายของผมข้างบน ลายมือคุณๆพอจะอ่านกันได้ หากกลัวปวดลูกกะตา จะรอคุณหมอเพ็ญจัดพิมพ์ให้ก็ได้นะครับ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30986

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 517  เมื่อ 04 ส.ค. 15, 09:38

อ้างถึง
ความมีอยู่ว่า พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ได้ไปรับจ้างรัฐบาลอาณานิคมอังกฤษอยู่ที่เประ ซึ่งขณะนั้นมีปัญหาการอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ชายแดนเมืองรามันบางจุดกับสยาม

ย้อนไปถึงจดหมายของพระองค์เจ้าปฤษฎางค์
๑๐   ที่สุดจนคิดตาย ก็ไม่ได้ตามที่กราบบังคมทูลมาแล้ว เพราะถ้าจะตายก็ต้องมีออเนอร์บ้างถึงจะยอมตายได้

๑๑   เพราะฉะนี้ ท่านจึงทรงคิดจะกราบถวายบังคมทูลลา ใช่ว่าจะเอาตัวออกห่างไปพึ่งต่างประเทศชาติใด เหมือนวังหน้าหรือที่ใครๆคิดกันบางคน เพื่อจะหาอำนาจ หาดี หรือเหมือนพระไพรัช เพื่อหนีราชทัณฑ์


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 518  เมื่อ 04 ส.ค. 15, 09:42

ท่านผิดคำพูดตั้งแต่ขอเข้ารับราชการที่เขมรแล้ว

ขออนุญาตย้อนกลับไปเรื่องคุณหญิงศรีหน่อยก่อนที่เรื่องราวจะดำเนินไปไกล

ผมเชื่อรายงานทางราชการของไทยมากกว่า ว่าท่านเข้าไปอยู่ในเขมรเสียทีเดียว อาจจะนัดพบกับพี่ศรีที่นั่นก็ได้

ตามรายงานของราชการไทยตรงกับ Bristowe ตรงที่คุณหญิงศรีนัดพบกับพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ที่ฮ่องกง

อาสาถอดความใบบอกไปยังเจ้าเมืองชายแดน

ฝ่ายสีนั้นก็เก็บเอาทรัพย์สมบัติของพระยาสุรศักดิ์มนตรีผู้น้องพระยาสุพรรณ ที่ให้เก็บรักษาไว้หนีออกไปอยู่เมืองฮ่องกง ครั้นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอกลับเข้ามาถึงจึงทราบว่า พระองค์เจ้าปฤษฎางค์กับสีคิดอ่านพากันหนีไปอยู่ด้วยกัน

ทรงตกเป็นข่าวอื้อฉาวด้วยสัมพันธ์สวาทกับสตรีสูงศักดิ์ท่านหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวแล้ว ด้วยเหตุนี้พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ฯจึงโดนย้ายไปอยู่ญี่ปุ่น แต่ในระหว่างการเดินทางสตรีท่านนั้นก็หอบข้าวของเครื่องเพชรนิลจินดา ปลอมตัวเป็นชายลงเรือตามไปจนถึงจุดนัดพบที่ฮ่องกง

จาก หนังสือเรื่อง "ลูกผู้ชายชื่อนายหลุยส์" บทที่ ๙ มรสุมชีวิต

พอดีมีกิจธุระด่วนที่จะต้องปฏิบัติ เมื่อเสร็จแล้วจะจัดการถอดความหนังสือเป็นตัวอักษรโดยไม่ช้า  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
สาคร
อสุรผัด
*
ตอบ: 18


ความคิดเห็นที่ 519  เมื่อ 04 ส.ค. 15, 10:53

สวัสดีครับท่านอาจารย์
เรื่องขอบวชเป็นไปได้ไหมครับที่ท่านรอพระอุปัชฌายาจารย์

ผมมีความสงสัยอยู่อย่างหนึ่งคือเรื่องที่ท่านเป็นหนี้ล้นพ้นตัว และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ท่านต้องหนี
แต่ทำไมท่านไปบวชพระได้ ทั้งๆที่มีคุณสมบัติขัดกับคนที่จะขอบวชครับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 520  เมื่อ 04 ส.ค. 15, 11:47

การขอบวช ต้องไปนมัสการขอกับพระสงฆ์ระดับพระอธิการด้วยตนเอง ให้ท่านซักไซร้ไล่เรียงจนแน่ใจว่ามิได้

๑.เป็นผู้ทำความผิด หลบหนีอาญาแผ่นดิน
๒.เป็นผู้หลบหนีราชการ
๓.เป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา
๔.เป็นผู้เคยถูกตัดสินจำคุกฐานเป็นผู้ร้ายสำคัญ
๕.เป็นผู้เคยก่ออนันตริยกรรม ถูกห้ามอุปสมบทโดยเด็ดขาดทางพระศาสนา
๖.เป็นผู้มีโรคติดต่ออันน่ารังเกียจ เช่น โรคเรื้อน โรคเอดส์ ฯลฯ 
๗.เป็นคนพิการจนไม่สามารถปฏิบัติกิจพระศาสนาได้
ฯลฯ

เมื่อได้รับคำตอบเป็นที่พอใจแล้ว ท่านจึงจะรับเป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้ โดยนัดหมายวันเวลากันต่อไป
ถ้าเล่นขอกันทางจดหมาย ท่านไม่จำเป็นต้องตอบก็ได้ครับ แต่เมื่อเข้าพบแล้ว ก็คงจะทราบกันเลยว่าท่านจะบวชให้หรือไม่ ไม่ต้องรอเป็นเดือนๆ

นอกจากนั้น เวลาบวชหากมีผู้ร้องขัด กล่าวโทษนาคในกรณีย์ใดกรณีย์หนึ่ง เช่นเจ้าหนี้มาคัดค้าน พิธีบวชก็จะยุติลงโดยทันที เรื่องเช่นนี้พระองค์เจ้าปฤษฎางค์จึงไม่ทรงเสี่ยงที่จะขอบวชในกรุงเทพ การไปบวชถึงในลังกาเมื่อเวลาผ่านไปหลายปีแล้ว จึงเป็นทางเลือกของท่าน

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 521  เมื่อ 04 ส.ค. 15, 12:03

ครั้นถึง ๑๖ สิงหาคม ร.ศ. ๑๑๐ ปรากฏหนังสือของกรมหลวงเทววงศ์ เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศ กราบบังคมทูลตอบพระราชหัตเลขา ลงวันที่ ๑๒ และ ๑๓ “เรื่องปฤษฎางค์”


ความมีดังนี้

                                                                                      รับวันที่ ๒๐ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๐

ที่ ๑๕๖/๗๕๓๕                                                                      ศาลาว่าการต่างประเทศ,

                                                                                           ๑๖ สิงหาคม ๑๑๐

ขอเดชะฝ่าลอองธุลีพระบาทปกเกล้าฯ

               ข้าพระพุทธเจ้าได้รับพระราชทานพระราชหัตเลขา.......ที่ ..../๑๑๐ ลงวันที่ ๑๒ เมื่อวันที่ ๑๓   ... ร. ที่ ๓๕๔/๑๑๐ ลงวันที่ ๑๓ เมื่อวันที่ ๑๔ เรื่องปฤษฎางค์นั้นแล้ว พระเดชพระคุณเปนล้นเกล้าฯ
              
               การที่ปฤษฎางค์จะเข้ามาในที่อ้างในเมืองรามันนั้น เหนด้วยเกล้าว่า แม้แต่จะเปนที่ซึ่งเมืองเประมาอ้างเอา แต่หากฝ่ายเรารักษาอยู่แล้ว ก็เปนอันจับกุมเอาตัวได้ไม่ต้องบอกร้องฤๅเกรงใจอังกฤษเลยในข้อนี้ เพราะเขาไม่มีความเกรงใจไทยก่อนที่ใช้มา อังกฤษจะพูดหาดีในทางที่อ้างปฤษฎางค์ไว้นี้ได้แต่อย่างเดียวว่าเหนเปนเจ้านายไทยไม่มีอไรกินก็เลี้ยงไว้เปนคิดเอาบุญคุณ แต่ทางการงานต่อบ้านเมืองกันแล้ว เหนด้วยเกล้าว่าสู้ได้ตลอดในทางที่จะเปนความกันเมื่อจะจับเข้านั้น ขอพระราชทานให้มีตราให้เมืองรามันรู้ตัวไว้ก่อนด้วย

                ข้าพระพุทธเจ้าจะได้มีถึงกงสุลปีนังตามร่างที่โปรดแล้วนั้น

                ควรมิควรสุดแล้วแต่จะทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ
              
                ข้าพระพุทธเจ้า กรมหลวงเทวะวงษ์วโรประการ ขอเดชะ




บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 522  เมื่อ 04 ส.ค. 15, 12:14

^
^


บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 523  เมื่อ 04 ส.ค. 15, 12:33

การขอบวช ต้องไปนมัสการขอกับพระสงฆ์ระดับพระอธิการด้วยตนเอง ให้ท่านซักไซร้ไล่เรียงจนแน่ใจว่ามิได้

๑.เป็นผู้ทำความผิด หลบหนีอาญาแผ่นดิน
๒.เป็นผู้หลบหนีราชการ
๓.เป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา
๔.เป็นผู้เคยถูกตัดสินจำคุกฐานเป็นผู้ร้ายสำคัญ
๕.เป็นผู้เคยก่ออนันตริยกรรม ถูกห้ามอุปสมบทโดยเด็ดขาดทางพระศาสนา
๖.เป็นผู้มีโรคติดต่ออันน่ารังเกียจ เช่น โรคเรื้อน โรคเอดส์ ฯลฯ 
๗.เป็นคนพิการจนไม่สามารถปฏิบัติกิจพระศาสนาได้
ฯลฯ

เมื่อได้รับคำตอบเป็นที่พอใจแล้ว ท่านจึงจะรับเป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้ โดยนัดหมายวันเวลากันต่อไป
ถ้าเล่นขอกันทางจดหมาย ท่านไม่จำเป็นต้องตอบก็ได้ครับ แต่เมื่อเข้าพบแล้ว ก็คงจะทราบกันเลยว่าท่านจะบวชให้หรือไม่ ไม่ต้องรอเป็นเดือนๆ

นอกจากนั้น เวลาบวชหากมีผู้ร้องขัด กล่าวโทษนาคในกรณีย์ใดกรณีย์หนึ่ง เช่นเจ้าหนี้มาคัดค้าน พิธีบวชก็จะยุติลงโดยทันที เรื่องเช่นนี้พระองค์เจ้าปฤษฎางค์จึงไม่ทรงเสี่ยงที่จะขอบวชในกรุงเทพ การไปบวชถึงในลังกาเมื่อเวลาผ่านไปหลายปีแล้ว จึงเป็นทางเลือกของท่าน



ใน'ฯลฯ'ที่ว่า มีข้อห้ามเกย์บวชรวมอยู่ด้วยใช่ไหมคะ แต่สมัยนี้ เห็นมีเก้งกวางห่มผ้าเหลืองเดินบิดสะโพกอยู่ในห้างด้วยค่ะ  ตกใจ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 524  เมื่อ 04 ส.ค. 15, 13:33

ในขั้นตอนของพิธีกรรมการบวช จะมีช่วงหนึ่งที่พระอุปัชฌาย์ให้ผู้ขอบวช ซึ่งขณะนั้นครองจีวรและบาตรพร้อมเป็นพระแล้ว ออกไปอยู่นอกปริมณฑลของสงฆ์ก่อน คือไปยืนพนมมือรออยู่ด้านหน้าภายในโบสถ์ หลังจากนั้น พระภิกษุ ๒ รูป คือพระกรรมวาจาจารย์ และพระอนุสาวนาจารย์จะสวดสมมติตนเป็นผู้แทนคณะสงฆ์ เสร็จแล้วออกไปถามผู้นั้นว่าเป็นดังนี้ไหม

กุฏฐัง ( โรคเรื้อน) ผู้จะบวชพึงรับว่า นัตถิ ภันเต ( ไม่มี เจ้าข้าฯ )
คัณโฑ ( ฝีพุพอง ) พึงรับว่า นัตถิ ภันเต ( ไม่มี เจ้าข้าฯ )
กิลาโส ( กลาก ) พึงรับว่า นัตถิ ภันเต ( ไม่มี เจ้าข้าฯ )
โสโส (โครมองคร่อ) พึงรับว่า นัตถิ ภันเต ( ไม่มี เจ้าข้าฯ )
อะปะมาโร (ลมบ้าหมู) พึงรับว่า นัตถิ ภันเต ( ไม่มี เจ้าข้าฯ )
มะนุสโสสิ(เธอเป็นมนุษย์หรือ) พึงรับว่า อามะ ภันเต ( ขอรับ เจ้าข้าฯ )
ปุริโสสิ (เธอเป็นชายหรือ) พึงรับว่า อามะ ภันเต ( ขอรับ เจ้าข้าฯ )
ภุชิสโสสิ (เธอเป็นไท ( มิใช่ทาส) หรือ) พึงรับว่า อามะ ภันเต ( ขอรับ เจ้าข้าฯ )
อะนะโณสิ (เธอไม่มีหนี้สินหรือ) พึงรับว่า อามะ ภันเต ( ขอรับ เจ้าข้าฯ )
นะสิ ราชะภะโฏ (เธอพ้นจากราชการแล้วหรือ) พึงรับว่า อามะ ภันเต ( ขอรับ เจ้าข้าฯ )
อะนุญญาโตสิ มาตาปิตูหิ (เธอเป็นผู้ที่มารดาบิดาอนุญาตแล้วหรือ ) พึงรับว่า พึงรับว่า อามะ ภันเต ( ขอรับ เจ้าข้าฯ )
ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ (เธอมีอายุครบยี่สิบปีแล้วหรือ) พึงรับว่า อามะ ภันเต ( ขอรับ เจ้าข้าฯ )
ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรัง (บาตรจีวรของเธอมีครบแล้วหรือ) พึงรับว่า อามะ ภันเต ( ขอรับ เจ้าข้าฯ )

ตรงที่ท่านถามว่าปุริโสสิ๊ (เธอเป็นชายหรือ) บางครั้งถูกตีความว่า เป็นชายแท้ไม่ใช่กระเทยหรือเปล่า ความจริงท่านกันผู้หญิงที่ไม่ยอมบวชเป็นพระภิกษุณี แล้วปลอมมาบวชเป็นพะภิกษุ
อย่างไรก็ดี ก็ขึ้นอยู่กับพระอธิการบางท่าน ถ้าเห็นผู้มาขอบวชแต๋วเกิน ก็อาจจะไม่บวชให้ก็ได้ เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่บางท่านก็รับไว้ จะด้วยเตตาหรือกระไรสุดแล้วแต่ พอหลุดเข้ามาได้บางคนก็ไม่วายแต๋วแตก สร้างความหม่นหมองให้พุทธบริษัทได้

ความจริงการที่พระไปปรากฏตัวยังที่อโคจร(อ่านว่า อะ โค จะ ระ)สำหรับพระ เช่นห้างใหญ่โตดีพาร์ตเม้นโตะทั้งหลาย ไม่ผิดเฉพาะเก้งกวาง เสือสิงห์จิ้งเหลนวรานุช ก็ผิดเหมือนกันหมด
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 33 34 [35] 36 37 ... 60
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.185 วินาที กับ 19 คำสั่ง