เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 32 33 [34] 35 36 ... 60
  พิมพ์  
อ่าน: 78738 พระองค์เจ้าปฤษฎางค์-ชีวิตลับที่ทรงเผยไม่ตลอด
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 495  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 12:06

เอาภาพกรุงพนมเปญสมัยที่ท่านหนีไปอยู่ที่นั่นมาอู้


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 496  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 12:09

ภาพในวันพระราชพิธีราชาภิเษกกษัตริย์เขมร มีนายฝรั่งนั่งค้ำพระเศียรอยู่ วางท่าอย่างนายกับบ่าวเต็มที่


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 497  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 13:59

เรื่องเกี่ยวกับเงินเดือน

ร. ที่ ๕ (๘) ได้ปฏิบัติราชการส่งรายงานเสร็จ แล้วคอยรับอนุญาติกลับ ก็พอได้รับโทรเลขสั่งว่า "ให้เตรียมอยู่ไม่มีโอกาสกลับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นราชทูตประจำ ๑๒ ประเทศ ที่มีหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี ได้ส่งข้าราชการออกไปเป็นผู้ช่วย และจงฟังหนังสือราชการที่ส่งตามไป" นี้เมื่อเริ่ม พ.ศ. ๒๔๒๕ เงินเดิอนสำหรับตัวปีละ ๒๐๐๐ ปอนด์ (๓๐,๐๐๐ บาท) เวลานั้น อยู่กินใช้จ่ายพาหนะทางราชการของหลวงทั้งสิ้น...

ได้เข้ารับราชการเป็นราชทูตพิเศษและประจำอยู่ ๑๒ ประเทศแต่ พ.ศ. ๒๔๒๔-๒๔๓๐ รวม ๖ ปี แล้วโปรดเกล้าฯ ให้เรียกกลับ

ร. ที่ ๕ (๑๑) กลับเข้ามาเมื่อเริ่ม พ.ศ. ๒๔๓๐ เข้ารับราชการเป็นราชเลขาธิการ ในสมเด็จพระบรมราชเทวี เงินเดือน ๑๖๐ คงเดิม โปรดเกล้าฯ ตั้งให้เป็นองค์มนตรี พร้อมกับพระองค์เจ้าขจร พระองค์เจ้าปรีดา พอกลาง พ.ศ. ๒๔๓๐ ก็โปรดเกล้าฯ ให้เป็น 'ไดเรกเตอร์เยเนรัล' ว่าการกรมไปรษณีย์โทรเลขแทนสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงภานุพันธุวงศ์วรเดช เป็นกรมอิสสระ ได้รับพระราชทานเงินเดือน ๆ ละ ๓๓๐.๓๐ บาท (ปีละ ๕๐ ชั่ง) เงินเดือนราชเลขาธิการระงับไป แต่ได้รับพระราชเงินกลางปี ๆ ละ ๑,๒๐๐ บาท (๑๕ ชั่ง) ตั้งแต่กลาง พ.ศ. ๒๔๓๐

ร. ที่ ๕ (๑๒) เรื่ม พ.ศ. ๒๔๓๒ ได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดขึ้นไปเป็น ๗ ชั่ง เบี้ยเลี้ยงคงเดือนละ ๘ บาทกับเบี้ยวหวัดจางวางปีละ ๘ บาท


ผมสงสัยเสียจริงๆ ปกติผู้ที่ไปเป็นทูตไม่ว่าสมัยโน้นหรือสมัยนี้ มักจะเก็บเงินกันได้เป็นกอบเป็นกำ เพื่อเตรียมตัวรับชีวิตหลังเกษียณ เพราะปกติแทบจะไม่ค่อยได้จ่ายเงินเดือนที่ตนได้รับ อะไรๆก็เบิกหลวงได้อยู่แล้วโดยชอบ

ลองเปรียบเทียบอัตราเงินเดือนที่สูงกว่ากันมาก ถ้าท่านเก็บมาใช้เมืองไทยได้สักครึ่งเดียว ท่านคงไม่ต้องลำบากลำบนขนาดต้องไปอยู่โรงทหาร หรือไปขอยืมเรือยืมแพอยู่พักอาศัยตั้ง ๕ ปี นี่เกิดอะไรขึ้น ท่านไปใช้จ่ายอะไรมหาศาลเสียที่ยุโรปหมด ถ้าท่านไม่ได้ลงทุนซื้อสมบัติสิ่งของ ก็คงซื้อผู้หญิงนั่นแหละ ผู้ทีมีเคมีในสมองไม่ค่อยจะสมดุลย์ บางบทบางเวลาอาจจะจ่ายเงินแสนเงินล้านซื้ออะไรบ้าๆได้อย่างหน้าตาเฉย ผมน่ะเจอมาแล้ว ตัวเป็นๆ เล่นจริงทำจริงเลย

และนิสัยอย่างเดิมนี้ก็คงจะแก้ไม่ได้เมื่อกลับมาอยู่เมืองไทย ท่านก็ยังคงใช้จ่ายมือเติบ พอเงินเดือนหมดก็ยืมเงินเขาบ้าง เบิกหลวงบ้างเหมือนเดิม เผลอๆคุณพี่ศรีนี่แหละ จะเคยเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ให้ท่าน เพราะเจ้าพระยาสุรศักดิ์ฝากให้ดูแลสมบัติเมื่อคราวไปรบในศึกฮ่อ ไปๆมาๆเลยติดหนึบ เมื่ออยู่กรุงเทพด้วยกันไม่ได้ จึงหอบสมบัติที่เหลือ หนีตามกันไปอยู่นอกพระราชอาณาจักร
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10676



ความคิดเห็นที่ 498  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 14:11

ยังสนใจเรื่องนี้อยู่

ก็ถึงกับเคยทรงขอรับราชการกับอังกฤษที่พม่า และกับฝรั่งเศสที่กัมพูชา

คุณนวรัตนมีเอกสารที่บอกเกี่ยวกับเรื่องพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ขอรับราชการกับอังกฤษที่พม่าหรือไม่ และตกลงพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ได้รับราชการที่เขมรหรือไม่  ฮืม

บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 499  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 14:33

เอาภาพกรุงพนมเปญสมัยที่ท่านหนีไปอยู่ที่นั่นมาอู้

หากลักษณะพระราชวังกัมพูชามีการวางแผนผังเหมือนพระบรมมหาราชวังในกรุงสยามแล้วไซร้ ที่ทำงานกรมพระอาลักษณ์ก็ควรอยู่ในแถวแนวหน้าท้องพระโรง
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 301


ความคิดเห็นที่ 500  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 14:57

กลับไปบ้านต่างจังหวัดเสียหลายวันครับ กลับมาทีเห็นกระทู้ยาวขึ้นเป็นอันมาก ก็ตั้งใจว่าจะต้องอ่านให้จบมิให้เสียออเนอร์ได้
จนบัดนี้ อ่านจบแล้วก็แทบสิ้นโฮปตามท่านไป ถ้าเรื่องนี้เป็นคำให้การในศาลสมัยนี้ ก็ไม่เห็นมีที่ใดที่จะแก้ข้อกล่าวหาให้ท่านได้ เห็นแต่เพียงข้อความว่า เรื่องนี้พูดไม่ได้เพราะเสียสัตย์ หรือเรื่องนี้ยอมไม่ได้เพราะเสียออเนอร์เท่านั้น

เพลียครับ.. เพลีย

ผมเคยมีประสบการณ์การทำคำคู่ความในคดีความต่างๆ อยู่บ้าง เคยพบผู้ฟ้อง หรือผู้ถูกฟ้องคดี ที่อ้างว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขา เขาไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย ทั้งหมดเริ่มจากความเข้าใจผิดเล็กน้อย บวกกับการที่เขาเป็นคนยึดมั่นในหลักการอะไรบางอย่าง ที่ไม่ถูกจริตของคนอื่นๆ จนในที่สุดก็เป็นที่เกลียดชัง ถูกทุกคนก็รวมหัวกันกลั่นแกล้ง เป็นเหตุให้ต้องได้รับความเดือดร้อน ฯลฯ ลักษณะวิธีการพูด แนวทางการต่อสู้แทบจะเป็นอย่างเดียวกันเลยครับ

เมื่อท่านอาจารย์หลายๆท่านวิเคราะห์ว่า เป็นอาการทางจิตอย่างหนึ่ง ก็เห็นภาพกระจ่างชัดเลยครับ   
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 501  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 15:46

ยังสนใจเรื่องนี้อยู่

ก็ถึงกับเคยทรงขอรับราชการกับอังกฤษที่พม่า และกับฝรั่งเศสที่กัมพูชา

คุณนวรัตนมีเอกสารที่บอกเกี่ยวกับเรื่องพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ขอรับราชการกับอังกฤษที่พม่าหรือไม่ และตกลงพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ได้รับราชการที่เขมรหรือไม่  ฮืม


ท่านคงไปรับราชการกับองค์นโรดมที่เขมรจริงครับ แม้พระประวัติก็ทรงเขียนไว้จะไม่ได้ระบุ แต่ก็มีรายงานดังกล่าวตั้งแต่ธันวาคมปี ร.ศ. ๑๐๙
แล้วกว่าจะมีรายงานอีกครั้งหนึ่ง ก็เป็น ร.ศ. ๑๑๓ โดยท่านไปโผล่ที่เประ หรือเปรักของมาเลเซียในปัจจุบันนั่นแหละ  ส่วนที่ฝรั่งอั้งม้อเขียนไว้ในเรื่องลูกผู้ชายชื่อนายหลุยส์อ้างว่า ท่านไปรับจ้างฝรั่งเศสทำเหมืองที่เปรัก บัดเดี๋ยวจักต้องหน้าแตกอีกครั้ง เมื่อผมเอาหลักฐานมาเปิด ตอนนี้ขอจอดกระทู้รอเก็บตกพวกไปเที่ยวพักผ่อนวันหยุดอยู่แถวนี้ก่อน เผื่อจะได้ความเห็นดีๆอย่างคุณนริศ (หวังว่าสะกดชื่อถูกนะครับ ผิดขออภัย)
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 502  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 16:09

ผมเคยมีประสบการณ์การทำคำคู่ความในคดีความต่างๆ อยู่บ้าง เคยพบผู้ฟ้อง หรือผู้ถูกฟ้องคดี ที่อ้างว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขา เขาไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย ทั้งหมดเริ่มจากความเข้าใจผิดเล็กน้อย บวกกับการที่เขาเป็นคนยึดมั่นในหลักการอะไรบางอย่าง ที่ไม่ถูกจริตของคนอื่นๆ จนในที่สุดก็เป็นที่เกลียดชัง ถูกทุกคนก็รวมหัวกันกลั่นแกล้ง เป็นเหตุให้ต้องได้รับความเดือดร้อน ฯลฯ ลักษณะวิธีการพูด แนวทางการต่อสู้แทบจะเป็นอย่างเดียวกันเลยครับ

เมื่อท่านอาจารย์หลายๆท่านวิเคราะห์ว่า เป็นอาการทางจิตอย่างหนึ่ง ก็เห็นภาพกระจ่างชัดเลยครับ   
สำบัดสำนวนคุณนริศพัฒนาขึ้นมาก ใกล้จะใช่พระองค์เจ้าปฤษฎางค์เข้าไปเต็มทีแล้ว ห้า ห้า

ผมอยากจะปรารภเรื่องตามอ้างถึงข้างบนสักหน่อย จากประสบการณ์ของผมเอง ทำให้ทราบว่าโรคประเภทเคมีในสมองในปัญหา เดี๋ยวสมดุลย์ เดี๋ยวไม่สมดุลย์ ต้องคอยทานยา(ถ้าเจ้าตัวยอมรับ)ให้มันสมดุลย์ จะได้คิดอะไรทำอะไรเหมือนคนธรรมดาทั่วไปนี้ ศาลไม่รับว่าเป็นคนโรคจิต ญาติจะไปร้องศาล ขอให้ศาลมีคำสั่งนั่นโน่นนี้ไม่ได้

ความลำบากจึงตกอยู่กับญาติ ไมว่าจะเป็นพ่อแม่ สามีภรรยา หรือลูก ที่ผู้ป่วยจะไปก่อหนี้ก่อสินไว้ กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นเพราะอาการป่วย ก็จะหมดกันไปแทบสิ้นเนื้อประดาตัวไปด้วย ไอ้บัตรเครคิตนี่แหละครับตัวดี มันสามารถปอกลอกได้ถึงเนื้อถึงกระดูก กฏหมายไทยน่าจะมีข้อกำหนด หากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดเป็นโรคในกลุ่มดังกล่าว ห้ามสถาบันการเงินออกบัตรเคดิตให้

ปัจจุบัน พอญาติไปช่วยแก้ปัญหา เอาเงินไปชำระเจ้าหนี้ให้ นึกว่าจะเข็ดไปแล้ว ไหนได้ ไม่นานก็ไปขอบัตรเครดิตมาได้อีกเต็มกระเป๋า เข้าวงจรอุบาทว์อย่างเดิม ญาติไปขอให้ธนาคารระงับบัตร ธนาคารตอบว่าถ้าผู้ถือบัตรยังมีแววว่าจะชำระหนี้ได้ ก็จะไม่ระงับ ญาติจะไปขอให้ศาลมีคำสั่ง ทนายก็บอกว่าทำไม่ได้

ตกลงจะต้องปล่อยให้ถึงความหายนะกันไปจริงๆก่อน ผู้ป่วยจึงจะหมดปัญญาที่จะสร้างปัญหาไปเอง 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 503  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 16:13

ลายมืออาลักษณ์ท่านนี้สวยอยู่ออก คุณแอนนาก็คงอ่านได้ ไม่ต้องรอคุณหมอเพ็ญชมพูถอดความ

ตรงนี้ไม่ได้หมายว่าพระสติเป็นโรคจิต หากแต่เป็นอาการตาบอดด้วยความรัก หลงไหลสตรีเพศ

ขอค้าน
คำว่า "ฟั่นเฟือนหลงไหล"  มีนัยยะที่ผิดปกติมากกว่าคำทั่วไปที่ใช้กับผู้ชายหลงรักผู้หญิง     เช่นคำว่า "ติดพัน"  (เป็นคำเบาที่สุด แปลว่าไปจีบผู้หญิงแต่จะสำเร็จหรือไม่ยังไม่รู้) "ผูกสมัครรักใคร่"  คือ fall in love กัน  
ชายหนุ่มไปอยู่ต่างแดน จะไปจีบหรือตกหลุมรักแหม่มเป็นเรื่องธรรมดา   ส่วนใหญ่พอจะเดินทางกลับบ้านก็เลิกรากันไป ส่วนน้อยเอาสาวกลับมาด้วย
พฤติกรรมของท่านทูตปฤษฎางค์ ถ้าไปติดพันนางละครอังกฤษ แต่ไม่ประเจิดประเจ้อนัก ก็คงหยวนๆกันไปได้   เพราะชายไทยสามารถมีภรรยาได้หลายคนทั้งลับและเปิดเผยอยู่แล้ว    ไม่เป็นเรื่องต้องห้าม
แต่ถ้าเป็นเรื่องขนาดต้องเรียกตัวกลับมา แสดงว่าผิดปกติอย่างหนัก     คำว่า "ฟั่นเฟือนหลงไหล"  บอกถึงพฤติกรรมที่ห่างไกลธรรมดา      จะว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่พอพระราชหฤทัยที่ไปได้เมียแหม่ม  ก็ไม่น่าจะมีคำว่า ฟั่นเฟือน ประกอบ   มันต้องเป็นพฤติกรรมที่บอกถึงความหลงใหลที่รุนแรงและก่อความเสียหายได้ หากว่าไม่ระงับยับยั้งถึงขั้นเรียกตัวกลับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 504  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 16:20

อ่านค.ห.ท่านนวรัตนเรื่องเงินทองของพระองค์เจ้าปฤษฎางค์หายไปไหน     ทำให้สงสัยว่า เงินเดือนทูตของท่านคงจะหมดไปกับนางละคร  และนางอะไรต่อมิอะไรที่ไม่ได้ปรากฏในเอกสาร  จนเดือดร้อนถึงสถานทูต และเจ้านาย  ถึงขั้นต้องเรียกตัวกลับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 505  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 16:31

อ่านค.ห.ท่านนวรัตนเรื่องเงินทองของพระองค์เจ้าปฤษฎางค์หายไปไหน     ทำให้สงสัยว่า เงินเดือนทูตของท่านคงจะหมดไปกับนางละคร  และนางอะไรต่อมิอะไรที่ไม่ได้ปรากฏในเอกสาร  จนเดือดร้อนถึงสถานทูต และเจ้านาย  ถึงขั้นต้องเรียกตัวกลับ
ถ้าติดนางละครระดับดาราของ London theatre  เงินเดือนระดับท่านทูตไม่พอปรนเปรอนางแน่ครับ ต้องโน่น พวก Tycoon กระเป๋าหนักจริงๆโน่น
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 506  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 16:37

ถ้าระดับนั้น ก็ต้องยกธงขาวค่ะ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 507  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 17:53

บุคคลระดับท่านทูต เป็น Prince of Siam จะไปติดตัวนางละครระดับตัวประกอบได้อย่างไรหามิได้
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 499


ความคิดเห็นที่ 508  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 18:32

บุคคลระดับท่านทูต เป็น Prince of Siam จะไปติดตัวนางละครระดับตัวประกอบได้อย่างไรหามิได้

สงสัยจริง คุณประกอบหายไปไหนคะ ถูกพาดพิงแล้วนะคะ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 509  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 19:19

นางละครงามๆในยุค Prince of Siam ประจำอยู่ในอังกฤษ


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 32 33 [34] 35 36 ... 60
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 19 คำสั่ง