เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 31 32 [33] 34 35 ... 60
  พิมพ์  
อ่าน: 79741 พระองค์เจ้าปฤษฎางค์-ชีวิตลับที่ทรงเผยไม่ตลอด
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 480  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 09:28

เมือกลับมาเมืองไทย ได้รับพระราชทานเงินเดือนตามอัตราไทยๆ จากสองพันห้า มารับสามร้อยกว่าบาทเท่านี้เอง นี่อาจจะเป็นเหตุที่ทรงผันเงินหลวงไปทำบ้านพระราชทานบ้าง เพราะบ้านบุคคลระดับที่เคยเป็นอัครราชทูตจะกระจอกซะมิได้


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 481  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 09:31

ใบบอกฉบับนี้เป็นกุญแจไขปริศนาของเรื่องทั้งหมดทีเดียว ยืนยันเรื่อง "หญิงสูงศักดิ์" ที่ฮ่องกง และทำให้ทราบว่าเรื่องความผิดปรกติทางจิตของพระองค์เจ้าปฤษฏางค์เป็นที่รับรู้กันแล้วในสมัยนั้น

ลายมืออาลักษณ์ท่านนี้สวยอยู่ออก คุณแอนนาก็คงอ่านได้ ไม่ต้องรอคุณหมอเพ็ญชมพูถอดความ

ความที่ถอดออกมาเป็นตัวอักษรจะง่ายต่อการค้นหาในโลกอินทรเนคร มากกว่ารูปภาพนั้นแล  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 482  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 09:33

ลายมืออาลักษณ์ท่านนี้สวยอยู่ออก คุณแอนนาก็คงอ่านได้ ไม่ต้องรอคุณหมอเพ็ญชมพูถอดความ

ตรงนี้ไม่ได้หมายว่าพระสติเป็นโรคจิต หากแต่เป็นอาการตาบอดด้วยความรัก หลงไหลสตรีเพศ

ตรงนี้ก็ให้ผู้มีความรู้และประสบการณ์ท่านวิเคราะห์ไปก็แล้วกัน นายสัตวแพทย์จะกรุณาวิเคราะห์บ้างก็ได้นะครับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 483  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 09:34

ใบบอกฉบับนี้เป็นกุญแจไขปริศนาของเรื่องทั้งหมดทีเดียว ยืนยันเรื่อง "หญิงสูงศักดิ์" ที่ฮ่องกง และทำให้ทราบว่เรื่องความผิดปรกติทางจิตของพระองค์เจ้าปฤษฏางค์เป็นที่รับรู้กันแล้วในสมัยนั้น

ความที่ถอดออกมาเป็นตัวอักษรจะง่ายต่อการค้นหาในโลกอินทรเนคร มากกว่ารูปภาพนั้นแล  ยิงฟันยิ้ม

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ กรุณาทำต่อ ผมจะหยุดเรื่องรอ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 484  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 09:49

ความในหนังสือพระประวัติพระองค์เจ้าปฤษฎางค์

๓. ภายหลังเสร็จงานพระบรมศพแล้ว ได้ไปเฝ้ากรมหลวงเทวะวงศ์ฯอีก ขอให้ทรงพระเมตตาจัดการอุปสมบทให้ใหม่ แล้วส่งกลับไปลังกา ก็รับสั่งว่า ถ้าจะกลับไปลังกาละก้ออย่ามาพูดกันเลยจัดแจงเอาเองเถิด ถ้าจะอยู่จึงค่อยมาพูดกัน ไปเฝ้ากรมหลวงดำรงฯอีก ก็รับสั่งแนะนำให้อยู่อย่าให้กลับ ทรงรับจะอุปการะ ไปเฝ้าสมเด็จเจ้าฟ้าวังบูรพาฯ ก็รับสั่งโคลงพระเศียรว่า "เต็มที เมื่อพระพุทธเจ้าหลวงยังอยู่ไม่เข้ามาจะได้ช่วยได้ เวลานี้ไม่ไหว" เห็นท่าไม่ได้การ เกรงจะมีภัยทั้งข่าวก็ลือกันว่า เจ้าพระยายมราชคอยจะจับตัว จึงได้ตกลงไปเฝ้ากรมหลวงเทวะวงศ์ฯใหม่ ยอมรับอยู่พึ่งพระบาระมี พระองค์ท่านจึงทรงกอด จูงมือพาขึ้นไปบนตำหนักรโหถาน นำให้พบรู้จักกับหม่อมใหญ่แลโอรสธิดาที่อยู่ที่นั่น เพราะจำกันไม่ได้ทั้งนั้น ทรงรับรองเปนพระธุระทุกอย่าง ถึงหากิจการแปลหนังสือเปนต้นให้เลี้ยงชีพ รับสั่งว่ามีอยู่มาก เลยตกลงจะจัดให้อยู่ที่วัง ที่บ้านพระยา... (เล็ก ที่ถึงแก่กรรมที่วังนั้น) ทรงรับรองจะจัดประทานทั้งรถม้าให้ใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ภายหลังอย่างไรไม่ปรากฏ จึงโปรดให้พระยาพิพัฒน์โกษา (แมเรียน ซาเวีย ที่บิดาเขานับญาติอย่างไรมาข้างมารดา) จัดบ้านให้อยู่ที่ถนนสี่พระยา กับการอยู่กันอย่างพระ ๆ

๔. ได้ทูลลากรมหลวงเทวะวงศ์ฯ ไปอยู่กับเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ตามท่านผู้นั้นชักชวนเพื่อให้พ้นจากฐานะแห่งคนป่าเถื่อน เพราะบ้านที่อยู่ที่ถนนสี่พระยา ไม่มีผู้ใดที่รู้จักคุ้นเคยกัน เปนฐิ่นถานต่างประเทศทั้งนั้น แม้พระยาพิพัฒน์ที่อยู่ใกล้กันก็พบปะกันอยาก เกียรติยศก็สูง กิจธุระก็ถ้วมหัวเข่า เขาไม่มีเวลาที่จะไปมาหาสู่ได้
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 485  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 10:00

เรื่องเกี่ยวกับเงินเดือน

ร. ที่ ๕ (๘) ได้ปฏิบัติราชการส่งรายงานเสร็จ แล้วคอยรับอนุญาติกลับ ก็พอได้รับโทรเลขสั่งว่า "ให้เตรียมอยู่ไม่มีโอกาสกลับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นราชทูตประจำ ๑๒ ประเทศ ที่มีหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี ได้ส่งข้าราชการออกไปเป็นผู้ช่วย และจงฟังหนังสือราชการที่ส่งตามไป" นี้เมื่อเริ่ม พ.ศ. ๒๔๒๕ เงินเดิอนสำหรับตัวปีละ ๒๐๐๐ ปอนด์ (๓๐,๐๐๐ บาท) เวลานั้น อยู่กินใช้จ่ายพาหนะทางราชการของหลวงทั้งสิ้น...

ได้เข้ารับราชการเป็นราชทูตพิเศษและประจำอยู่ ๑๒ ประเทศแต่ พ.ศ. ๒๔๒๔-๒๔๓๐ รวม ๖ ปี แล้วโปรดเกล้าฯ ให้เรียกกลับ

ร. ที่ ๕ (๑๑) กลับเข้ามาเมื่อเริ่ม พ.ศ. ๒๔๓๐ เข้ารับราชการเป็นราชเลขาธิการ ในสมเด็จพระบรมราชเทวี เงินเดือน ๑๖๐ คงเดิม โปรดเกล้าฯ ตั้งให้เป็นองค์มนตรี พร้อมกับพระองค์เจ้าขจร พระองค์เจ้าปรีดา พอกลาง พ.ศ. ๒๔๓๐ ก็โปรดเกล้าฯ ให้เป็น 'ไดเรกเตอร์เยเนรัล' ว่าการกรมไปรษณีย์โทรเลขแทนสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงภานุพันธุวงศ์วรเดช เป็นกรมอิสสระ ได้รับพระราชทานเงินเดือน ๆ ละ ๓๓๐.๓๐ บาท (ปีละ ๕๐ ชั่ง) เงินเดือนราชเลขาธิการระงับไป แต่ได้รับพระราชเงินกลางปี ๆ ละ ๑,๒๐๐ บาท (๑๕ ชั่ง) ตั้งแต่กลาง พ.ศ. ๒๔๓๐

ร. ที่ ๕ (๑๒) เรื่ม พ.ศ. ๒๔๓๒ ได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดขึ้นไปเป็น ๗ ชั่ง เบี้ยเลี้ยงคงเดือนละ ๘ บาทกับเบี้ยวหวัดจางวางปีละ ๘ บาท
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 486  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 10:32

ผมจะข้ามเรื่องไปจนถึงยามที่ท่านทรงกลับกรุงเทพมาถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าหลวง แล้วก็เลยถูกบังคับให้สึกจากพระ เพราะได้กระทำอทินนาทานในผ้าเหลือง เป็นอนันตริยกรรม

เห็นท่าไม่ได้การ เกรงจะมีภัยทั้งข่าวก็ลือกันว่า เจ้าพระยายมราชคอยจะจับตัว

ส. ศิวรักษ์ ได้กล่าวถึงเบื้องหลังของเหตุการณ์ตอนนี้ในบทความเรื่อง "ค้นหาพระพุทธเจ้า" ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับประจำเดือนกันยายน ๒๕๔๖ ดังนี้

นายทอมัส เปปเป้ ที่ค้นพบสวนลุมพินีที่พระพุทธเจ้าประสูติ ในปี ค.ศ. ๑๘๙๗ ทั้งยังได้พบผอบซึ่งมีอัฐิธาตุอย่างกระดูกมนุษย์ในผอบนั้น พร้อมทั้งจารึกสมัยก่อนอโศก ว่าเป็นพระบรมธาตุของพระศาสดา และอัฐิธาตุของพระญาติในราชศากยสกุลด้วยอีกหลายพระองค์ ซึ่งคงจะถูกพระเจ้าวิทูทภะประหาร คราวเสด็จไปล้างโคตรข้างพระมารดาด้วยความแค้น

ประเด็นที่พึงพิจารณาก็คือเราเคยเชื่อกันว่า พระบรมสารีริกธาตุนั้นเป็นดังเมล็ดงา เมล็ดถั่ว เพราะแม้จนบัดนี้พุทธศาสนิกก็ยังเชื่อว่า พระภิกษุที่ได้เข้าถึงบรมธรรมในขั้นตรัสรู้ อัฐิธาตุของท่านย่อมกลายสภาพไปเป็นเช่นนั้น ดังเรามีพระธาตุเช่นนี้กันมากมายทั้งที่ในเมืองไทย เมืองพม่า และลังกาทวีป

ก็เมื่อนายเปปเป้ได้รับคำยืนยันจากนักปราชญ์ที่สำคัญ ๆ ในวงการพุทธศาสนา อย่างศาสตราจารย์ริดส์ เดวิดส์ ผู้ก่อตั้งสมาคมบาลีปกรณ์แต่ใน ค.ศ. ๑๘๘๑ ว่านั่นคือพระธาตุของพระพุทธเจ้า แล้วไทยเราจะมีท่าทีอย่างไร

ในเวลานั้น พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ เสด็จออกทรงผนวชอยู่ที่ลังกาทวีป มีพระสมณฉายาว่าชินวรวงศ์ ทรงจาริกไปยังสวนลุมพินีที่เนปาล แล้วตรัสชวนให้รัฐบาลอังกฤษถวายพระธาตุที่เป็นกระดูกอย่างคน ๆ นี้ แด่พระจุลจอมเกล้า โดยประทานเหตุผลว่า ทรงเป็นองค์เอกอัครพุทธศาสนูปถัมภกเหลืออยู่เพียงพระองค์เดียวในโลก แต่ทรงเกรงว่าอังกฤษจะไม่ทำตามคำตรัสชวนของพระองค์ จึงทรงหยิบเอาพระธาตุนั้นใส่ย่ามมา เผื่ออังกฤษไม่ถวายในหลวงรัชกาลที่ ๕ พระองค์ท่านก็จะถวายเอง เพื่อคืนดีกับพระเจ้าอยู่หัว เพราะต่างก็กริ้วโกรธซึ่งกันและกัน จึงทรงลาออกจากราชการแล้วไปทรงผนวช แม้ก่อนทรงผนวช ก็ถึงกับเคยทรงขอรับราชการกับอังกฤษที่พม่า และกับฝรั่งเศสที่กัมพูชา เพราะทรงแค้นรัชกาลที่ ๕ กับกรมสมเด็จพระสวัสดิวัตนวิศิษฐ์เป็นประเด็นสำคัญ

เผอิญลอร์ดเกอซันเพิ่งได้เป็นอุปราชอินเดีย และเห็นควรใช้การพระศาสนาเป็นอุบายทางการทูต จึงตกลงส่งพระธาตุที่ว่านี้มาถวายในหลวงรัชกาลที่ ๕ ซึ่งถึงแม้จะพอพระทัย ก็หนักพระทัยที่พระธาตุเป็นดังกระดูกสามัญมนุษย์ ทั้ง ๆ ที่ตรัสถามผู้รู้ในเมืองไทยให้ตรวจภาษาจากจารึกแล้ว ก็ยืนยันว่านั่นเป็นพระอัฐิธาตุของพระพุทธองค์จริง ๆ แต่เพื่อความแน่นอน โปรดให้ส่งเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ซึ่งเคยบวชเรียนเป็นเปรียญมาก่อน ออกไปรับพระบรมสารีริกธาตุ

เจ้าพระยายมราชไปได้ฟังความที่ชินวรวงศ์ตรัสเล่า ก็เลยทูลฟ้องเข้ามาว่าพระองค์นี้ลักขโมยของเขา ต้องอาบัติอทินนาทานปาราชิก ที่ตั้งพระทัยไว้ว่าจะดีกัน เพื่อเสด็จคืนสู่สยามก็เลยเป็นหมันไป ต่อในหลวงรัชกาลที่ ๕ สวรรคตแล้ว ชินวรวงศ์จึงเสด็จเข้ามาถวายพระเพลิงพระบรมศพ แล้วไปเฝ้าสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซึ่งก็ทรงยืนยันว่าชินวรวงศ์หมดความเป็นภิกษุภาวะไปแล้ว จึงต้องทรงละจากสมณเพศ แล้วดำรงพระชนม์อยู่ต่อมาในเมืองไทยอย่างไร้ความหวังใด ๆ สิ้น

พระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับมาในรัชกาลที่ ๕ นั้น โปรดให้ประดิษฐานไว้บนบรมบรรพต (ภูเขาทอง) ที่วัดสระเกศ เพราะเป็นที่ที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ ยังคณะชาวพุทธในประเทศต่าง ๆ รวมทั้งลังกา พม่า จีน มงโกเลีย รัสเซีย และญี่ปุ่น ก็แต่งสมณทูตมาทูลขอส่วนแบ่งพระบรมธาตุนี้ด้วย และก็โปรดประทานแบ่งปันไป คล้าย ๆ กับเมื่อคราวถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระแล้ว พระราชาต่าง ๆ ก็พากันมาขอส่วนพระบรมธาตุไปนั้นแล

มองดูในแง่ของพระบรมกฤษฎาภินิหาร ก็นับว่าน่าชื่นชม แต่มองในแง่ของชินวรวงศ์ ก็นับว่าน่าสงสาร


จาก พุทธทาสศึกษา
 
บันทึกการเข้า
unicorn9u
อสุรผัด
*
ตอบ: 37


ความคิดเห็นที่ 487  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 11:01

เข้ามาเช็คชื่อครับ
ปรกติก็ติดตามอยู่ตลอด แบบไม่แสดงตัว ทั้งที่นี่ และเวบโน้น
วันนี้ต้องรีบเข้ามาลงชื่อ เพราะกลัวอาจารย์ปิดคอร์สหนีไปเสียก่อน

คุณunicorn9uอยู่วิกโน้นใช้ชื่ออะไรหรือครับ ช่วยบอกผมบ้าง


  หมายถึงเวบพันทิปนะครับ
  ล็อคอินเก่าแก่ แต่ไม่ค่อยได้ตอบกระทู้ คงไม่มีใครรู้จักครับ
  ปรกติสิงอยู่ห้องประวัติศาสตร์ กับก้นครัว ครับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 488  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 11:06

เข้ามาเช็คชื่อครับ
ปรกติก็ติดตามอยู่ตลอด แบบไม่แสดงตัว ทั้งที่นี่ และเวบโน้น
วันนี้ต้องรีบเข้ามาลงชื่อ เพราะกลัวอาจารย์ปิดคอร์สหนีไปเสียก่อน

คุณunicorn9uอยู่วิกโน้นใช้ชื่ออะไรหรือครับ ช่วยบอกผมบ้าง


  หมายถึงเวบพันทิปนะครับ
  ล็อคอินเก่าแก่ แต่ไม่ค่อยได้ตอบกระทู้ คงไม่มีใครรู้จักครับ
  ปรกติสิงอยู่ห้องประวัติศาสตร์ กับก้นครัว ครับ

นั่นแหละครับ ชื่ออะไร คืออยากรู้เฉยๆ ไม่ได้จะเอาไปขึ้นบัญชีลับหรือทำปู้ยี่ปู้ยำประการใด
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 489  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 11:10

ผมจะข้ามเรื่องไปจนถึงยามที่ท่านทรงกลับกรุงเทพมาถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าหลวง แล้วก็เลยถูกบังคับให้สึกจากพระ เพราะได้กระทำอทินนาทานในผ้าเหลือง เป็นอนันตริยกรรม

เห็นท่าไม่ได้การ เกรงจะมีภัยทั้งข่าวก็ลือกันว่า เจ้าพระยายมราชคอยจะจับตัว

ส. ศิวรักษ์ ได้กล่าวถึงเบื้องหลังของเหตุการณ์ตอนนี้ในบทความเรื่อง "ค้นหาพระพุทธเจ้า" ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับประจำเดือนกันยายน ๒๕๔๖ ดังนี้


/b] เผื่ออังกฤษไม่ถวายในหลวงรัชกาลที่ ๕ พระองค์ท่านก็จะถวายเอง เพื่อคืนดีกับพระเจ้าอยู่หัว เพราะต่างก็กริ้วโกรธซึ่งกันและกัน จึงทรงลาออกจากราชการแล้วไปทรงผนวช แม้ก่อนทรงผนวช ก็ถึงกับเคยทรงขอรับราชการกับอังกฤษที่พม่า และกับฝรั่งเศสที่กัมพูชา เพราะทรงแค้นรัชกาลที่ ๕ กับกรมสมเด็จพระสวัสดิวัตนวิศิษฐ์เป็นประเด็นสำคัญ


เอ้า มาดูกัน

เดือนพฤษภาคมของปีถัดไป ปรากฏรายงานจากนครจำปาศักดิ์ ซึ่งขณะนั้นยังเป็นของไทย เข้ามากรุงเทพว่า หลวงชำนาญอักษรข้าราชการตำแหน่งล่ามภาษาเขมรที่ไปปฏิบัติราชการกรุงพนมเปญ ได้พบนายยัง คนไทยที่ไปรับราชการที่เขมรเป็นที่ พระไพรีพินาศ เจ้ากรมตำรวจ ผู้เล่าให้ฟังว่า พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ขณะพำนักอยู่ในเมืองไซ่ง่อนนั้น ได้มีหนังสือถึงองค์นโรดม ขอมารับราชการอยู่ด้วยที่กรุงพนมเปญ ซี่งองค์นโรดมโปรดให้นายโพล้ง มหาดเล็ก ลงเรือเมล์ไปนำเสด็จเข้ามาแล้ว บัดนี้อยู่ที่กรุงพนมเปญ และองค์นโรดมกำลังทำบ้านเรือนให้อยู่ใต้วัง แล้วจะให้พระองค์เจ้าปฤษฎางค์เป็นผู้บังคับการกรมอาลักษณ์ต่อไป แต่ตอนที่คุยกันเป็นเวลาเย็นแล้ว จึงไม่ได้ไปดูบ้านหลังนั้น ครั้นตอนเช้าเรือเมล์ออกจึงไม่ได้ไป


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 490  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 11:12

ขอความกรุณาคุณหมอเพ็ญช่วยแกะเป็นตัวพิมพ์ด้วย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 491  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 11:22

ตกลงที่ท่านทรงเขียนในหนังสือกราบบังคมทูลว่าจะไม่ไปพึ่งบารมีคนต่างชาติ ดังเช่นกรมพระราชวังบวรฯ นั้น ความจริงท่านได้ไปรับราชการภายใต้พระบารมีของสมเด็จพระนโรดมสีสุวัติ คู่อริของพระเจ้าอยู่หัว แม้นจะก่อนวิกฤต ร.ศ. ๑๑๒ แต่ท่านก็อยู่ถึง ๕ ปี คล่อมเหตุการณ์ที่เสียมราฏ พระตะบอง และศรีโสภณ ได้หลุดกลับไปเป็นของกัมพูชา เมืองขึ้นของฝรั่งเศสนั้นด้วย

พระนโรดมองค์นี้แหละที่เสด็จไปล๊อบบี้สภาผู้แทนของฝรั่งเศส ถึงกรุงปารีส เมื่อหลายปีต่อมา คราวเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเสด็จที่นั่น เพื่อหาทางทวงจันทบุรีและตราดคืน โดยพระนโรดมเสนอให้ฝรั่งเศสผนวกดินแดนกัมพูชามาถึงโคราช เอาดินแดนสยามที่คนท้องถิ่นพูดภาษาเขมรไปไว้ทางโน้นให้หมดเสียเลย

ดีแต่ว่าฝรั่งเศสไม่ได้บ้าจี้ตามพระองค์ไปด้วย


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 492  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 11:38

รายงานจากนครจำปาศักดิ์

                                                                                   รับวันที่ ๒ มิถุนายน  รัตนโกสินทรศก ๑๑๐

                                                                                   เขียนที่บ้านค่างวัดหิรัญรูจี กรุงเทพฯ  

                                                                                   วันที่ ๓๑ พฤษภาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๐

ข้าพระพุทธเจ้า  พระยามหาอำมาตยาธิบดีฯ ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุนาทราบฝ่าลอองธุลีพระบาท ด้วยพระพิศณุเทพเจ้าหลวงที่สองเมืองนครจำปาศักดิ์มีหนังสือมายังข้าพระพุทธเจ้าฉบับหนึ่งมีความว่า หลวงชำนารอักษรสมุบาญชีล่ามเขมร ที่ข้าพระพุทธเจ้าให้ถือบอกไปรเวศเข้ามากราบเรียนท่านเจ้าพระยารัตนบดินทรที่สมุหนายก กลับออกไป นเมืองนครจำปาศักดิ์ พระยาศีรสิงหเทพฯ ให้หลวงชำนารอักษรสมุบาญชีล่ามเขมร ถือหนังสือพระยาศีรสิงหเทพฯออกไปถึงข้าพระพุทธเจ้าฉบับหนึ่ง พระพิศณุเทพได้ฉีกหนังสือพระยาศีรสิงหเทพฯที่มีไปถึ่งข้าพระพุทธเจ้าออกดู มีความในหนังสือพระยาศีรสิงหเทพฯว่า

พระวงษ์เธอพระองค์เจ้าปฤษฎางกับสีภรรยาพระยาสุพรรณภากันหนีออกไป ได้ข่าวว่าไปอยู่ที่เมืองพนมเป็น กลัวจกลับเข้ามาพูจาฬ่อลวงเจ้าเมืองกรมการที่หัวเมืองไกล้เคียงกับเมืองเขมรใต้ กับหลวงชำนารอักษรสมุบาญชีล่ามเขมรทำรีโปตที่เข้ามาณกรุงเทพมหานคร แลกับออกไปถึ่งเมืองนครจำปาศักดิ์ยื่นต่อพระพิษณุเทพฉบับหนึ่ง มีความในรีโปตหลวงชำนารอักษรสมุบาญชีล่ามเขมรว่า เมื่อหลวงชำนารอักษรสมุบาญชีล่ามเขมรลงเรือไฟไปถึงเมืองพนมเป็นได้ขึ้นไปตรวจตราดูบ้านเมืองได้ภบกับนายังคนไทที่ออกไปจากกรุงเทพฯ องค์ณโรดมได้ตั้งให้เป็นที่พระไภยรียพินารถเจ้ากรมตำหรวจ พระไภยรียพินารถแจ้งความต่อหลวงชำนารอักษรสมุบาญชีล่ามเขมรว่า พระวงษเธอพระองค์เจ้าปฤษฎางตามสมเดจพระเจ้าน้องยาเธอฯออกไปจากกรุงเทพมหานคร ครั้งสมเดจพระเจ้าน้องยาเธอฯกลับเข้ามานกรุงเทพมหานคร พระองคเจ้าปฤษฎางหากลับตามเสดจมาไม่เลยไปภักอยู่ที่เมืองไซ่รง่อน พระองค์เจ้าปฤษฎางได้มีหนังสือไปถึ่งองค์ณโรดมว่าจขอไปทำราชการอยู่เมืองพนมเป็น แล้วองค์ณโรดมได้แต่งให้นายโพ้ลงมหาดเล็กลงเรือเมร์ไปรับพระองค์เจ้าปฤษฎางมาไว้ที่เมืองพนมเป็นแล้ว เวลานี้องค์ณโรดมกำลังจัดทำบ้านเรือนให้พระองค์เจ้าปฤษฎางอยู่ที่ใต้วังองค์ณโรดม แล้วจให้พระองค์เจ้าปฤษฎางเป็นผู้บังคับการในกรมอาลักษณ์ต่อไป  แล้วหลวงชำนารอักษรสมุบาญชีขอให้พระไภยรียพินารถนำหลวงชำนารอักษรสมุบาญชีไปดูบ้านที่องค์ณโรดมทำให้พระองค์เจ้าปฤษฎาง พระไภยรียพินารถแจ้งว่าเป็นเพลาเยนเสียแล้วรุ่งเช้าจึงจนำหลวงชำนารอักษรสมุบาญชีไปดู หลวงชำนารอักษรสมุบาญชีก็กลับมานอนอยู่ที่เรือกลไฟ รุ่งขึ้นเป็นเวลาคราวเรือเมร์จออก หลวงชำนารอักษรสมุบาญชีจึ่งหาได้ไปดูบ้านพระองค์เจ้าปฤษฎางไม่
บันทึกการเข้า
สาคร
อสุรผัด
*
ตอบ: 18


ความคิดเห็นที่ 493  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 11:41

ยังคงติดตามอยู่ครับท่านอาจารย์

เรื่องพี่ศรีหนีไปเขมร แล้วพระองค์ท่านจะตามกลับมาเอาความชอบ แต่ต้องล้างความผิดให้ทั้งพระองค์ท่านกับพี่ศรีกลับกลายเป็นบริสุทธิ์ผุดผ่อง
เหมือนไม่ได้ทำความผิดมาก่อน

ผมอ่านแล้วเหมือนเป็นพล็อทที่ท่านวางขึ้นมา แต่ว่าดูตื้นไปหน่อยผนวกกับข้อมูลที่ทางกรุงเทพมีอยู่ เลยไม่สมความคิดท่าน
จึงต้องทรงหนีจริงครับ

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 494  เมื่อ 03 ส.ค. 15, 12:04

รายงานจากนครจำปาศักดิ์  

ขอบคุณครับ ผ่อนกำลังสายตาและสมองผมได้อักโข

คุณสาคร ตามอ่านต่อไปนะครับ


                                                                                  
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 31 32 [33] 34 35 ... 60
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.046 วินาที กับ 19 คำสั่ง