เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 30
  พิมพ์  
อ่าน: 62642 สัตว์ประหลาด ๔
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 06 ส.ค. 15, 20:09

หน้าตาแบบนี้ไม่ใช่แมงกะพรุนหรอกหรือคะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 06 ส.ค. 15, 20:37

ญาติของมันคือตัวนี้ (คุณเทาชมพูเคยนำมาแสดงเมื่อปีที่แล้ว) ซึ่งก็ไม่ใช่แมงกะพรุนอีกนั่นแหละ  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 07 ส.ค. 15, 03:56

สมัยเรียน ไม่มีสื่ออินเตอร์เนตให้ค้นคว้า // มีแต่ภาพร่างขาวดำ เลือนๆ ผ่านเทคโนโลยีการโรเนียว // ท่องศัพท์ละตินกันเจื้อยแจ้ว  หาเคยเห็นแม้แต่รูปถ่ายไม่


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 07 ส.ค. 15, 15:26

พระอินทร์ทรงทิ้งเครื่องใช้ไม้สอยของท่านไว้ในโลกมนุษย์หลายสิ่งด้วยกัน อย่างเช่น

กระสุนพระอินทร์

กระสุนพระอินทร์หลายหลากสีสัน หลายหลากสกุล



ส่วนที่เห็นล่องลอยในน้ำนี้คือแว่นตาของท่าน ชื่อว่า แว่นตาพระอินทร์ 

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 07 ส.ค. 15, 15:36

แว่นตาพระอินทร์  Porpita porpita บางคนก็เรียก กระดุมสีฟ้า  และบางทีก็เรียก แมงกะพรุนเหรียญ ประกอบด้วย ๒ ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนที่ลอยน้ำอยู่และกลุ่ม Hydroids (สัตว์ตัวเล็ก ๆ) ส่วนที่ลอยน้ำ มีสีน้ำตาลทอง แข็งเกือบแบน มีแก๊สอยู่ตรงกลาง ขนาดกว้างประมาณ ๑ นิ้ว  รอบ ๆ มีกลุ่ม Hydroids อยู่แบบเรียงแถวกันมีสีฟ้าน้ำเงินอมเขียวสว่างถึงเหลือง  ลักษณะคล้ายกับหนวดของแมงกะพรุน แต่ละตัวประกอบด้วยกิ่งก้านมากมายและมีปุ่มเซลล์ที่ทำให้เกิดการเจ็บปวดที่เรียกว่า  nematocysts การต่อยของกระดุมสีฟ้าไม่มีผลให้เกิดความเจ็บปวดแต่อาจทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองได้

ภาพถ่ายที่เกาะหลีเป๊ะโดย คุณอั้มแห่งพันทิป


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 07 ส.ค. 15, 15:45

สองตัวนี้อยู่ในวงศ์ (family) เดียวกันคือ Porpitidae ตัวซ้ายคือ Velella velella ชื่อสามัญคือ แมงกะพรุนเรือใบ (แม้มันจะไม่ใช่แมงกะพรุน) 

บันทึกการเข้า
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 08 ส.ค. 15, 03:14

Porpita ตั้งชื่อว่า แว่นตาพระอินทร์ ไม่ค่อยสมชื่อ (สงสารพระอินทร์ด้วย คงเคืองตาแย่)
ยังดีที่ Velella ไม่ได้ชื่อ เรือใบพระอินทร์
กล้วยไม้นี้ชื่อ แส้พระอินทร์ หรือ หวายตะมอย หรือ เอื้องมะลิ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10873


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 08 ส.ค. 15, 07:29

อ้างถึง
ส่วนที่เห็นล่องลอยในน้ำนี้คือแว่นตาของท่าน ชื่อว่า แว่นตาพระอินทร์ 

นี่คืออุปกรณ์ที่คุณหมอเพ็ญชมพูใช้สวมทับอินทรเนตรหรือเปล่า จึงได้ค้นหาอะไรได้เร็ว ลึก กว้าง กว่าคนอื่น ?


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 08 ส.ค. 15, 16:55

มาจะกล่าวบทไป                  ถึงท้าวสหัสนัยน์ตรัยตรึงศา
สอดส่องทิพยเนตรเพื่อตรวจตรา   ใช้แว่นตาทำไมให้ป่วยการ


พระอินทร์ท่านมีตาทิพย์ ไม่ใช้แว่นตาดอก มนุษย์เรามโนไปเอง  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10873


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 08 ส.ค. 15, 21:10

มาจะกล่าวบทไป                  ถึงท้าวสหัสนัยน์ตรัยตรึงศา
สอดส่องทิพยเนตรเพื่อตรวจตรา   ใช้แว่นตาทำไมให้ป่วยการ
ท้าวก็โยนทิ้งไปสู่โลกหล้า     ตกตรงหน้าคลีนิกแถวอิสาน
เลยมีคนเก็บไปไว้ใช้งาน       จนชำนาญดังตาสหัสนัยน์
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 09 ส.ค. 15, 09:57

ใส่นานนานก็ให้คันระคายเนตร     แว่นวิเศษไม่คิดพิสมัย
วาสนาคงด้อยน้อยเกินไป          คนบ้านไกลรับต่อหนาเหมาะกว่าเอย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10873


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 09 ส.ค. 15, 13:05

ลงเอยซะแล้ว ผมเป็นอันไม่ต้องต่อ
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 314


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 11 ส.ค. 15, 09:23

จะว่าไป รูปร่างก็เหมือนคอนแทคเลนส์อยู่นะครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 13 ส.ค. 15, 09:20

ใน พ.ศ. ๒๔๘๑ Kikutaro Baba (馬場 菊太郎) นักสังขวิทยา (ผู้ศึกษาเรื่องหอย - malanologist) ชาวญี่ปุ่นค้นพบทากทะเลพันธุ์ใหม่ Jorunna parva มีลักษณะเด่นคือบริเวณส่วนหัวจะมีส่วนที่คล้ายหู (rhinophore - ทำหน้าที่รับรส กลิ่น และสภาวะของสารเคมีในน้ำ) ลำตัวสีเหลือง และขาวจุดดำ ลักษณะเหมือนมีขนปุกปุย และมีหางเป็นพวงคล้ายกระต่าย  ทากทะเลตัวนี้อยู่ของมันเงียบ ๆ ตลอด ๗๐ ปี  จนกระทั่งวันหนึ่งมีภาพน่ารัก ๆ ของมันจากนักดำน้ำชาวญี่ปุ่นปรากฏในโลกอินเตอร์เน็ต คราวนี้แหละด้วยอิทธิพลของการสื่อสารสมัยใหม่  Jorunna parva ก็โด่งดังและเป็นที่รักของคนทั่วโลกในนาม "Sea Bunny" (กระต่ายทะเล)



กระต่ายทะเลตัวนี้สามารถพบได้ตั้งแต่ฟิลิปปินส์จนถึงญี่ปุ่น เป็นที่น่าเสียใจว่าไม่พบในเมืองไทย


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 14 ส.ค. 15, 11:38

ในท้องทะเลไทยก็มีญาติของกระต่ายทะเลญี่ปุ่นอยู่เหมือนกันถึงแม้ว่าจะไม่คิกขุอะโนเนะเท่า  ยิงฟันยิ้ม

Jorunna funebris บางคนเรียกว่า กระต่ายน้อย ทากกระต่าย อีกชื่อหนึ่งฟังแล้วน่ากิน วุ้นกะทิ เจ้าตัวนี้มีดีอีกอย่างตรงที่สามารภผลิตสารที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและมะเร็งบางชนิดได้

http://youtube.com/watch?v=E9BjDXXmZpc#ws


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 30
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.044 วินาที กับ 19 คำสั่ง