เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 14 15 [16] 17 18 ... 30
  พิมพ์  
อ่าน: 62405 สัตว์ประหลาด ๔
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 225  เมื่อ 29 ธ.ค. 15, 01:10

ไม่ทราบเลยครับ  รอฟังคำตอบ
หากให้เดา  ก็เล่นกันแบบบ้านๆว่า  เอานก๒สีมาผสมพันธุ์กัน  เพื่อหวังจะได้ลูกผสมใหม่
คงทำเช่นนี้ไปเป็นร้อยครั้ง  กว่าจะได้ผลลัพธ์น่าพอใจเช่นนี้
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 226  เมื่อ 30 ธ.ค. 15, 09:15

มีนกหงส์หยกอีกตัวให้ยลโฉม นามว่า "Twinzy" ลักษณะที่เห็นเด่นชัดคือลำตัวข้างหนึ่งเป็นสีฟ้า ข้างหนึ่งเป็นสีเขียว ดูเผิน ๆ อาจคิดว่าเป็น "นรีบุรุษลักษณวิหค"  แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ ถ้าอย่างนั้นลักษณะเช่นนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร


ก่อนจะอธิบายว่านกหงส์หยกตัวนี้มีสีสันแบ่งข้างดังข้างบนได้อย่างไร ต้องดูให้ออกก่อนว่านกหงส์หยกตัวผู้และตัวเมียต่างกันอย่างไร



เราดูที่แผ่นหนังที่รูจมูกตรงโคนของจงอยปาก (cere) ตัวผู้ที่โตเต็มที่จะมีสีฟ้าส่วนตัวเมียจะออกน้ำตาล

ดังนั้นTwinzy จึงไม่ใช่นกกะเทยแต่เป็นนกตัวผู้  ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 227  เมื่อ 30 ธ.ค. 15, 10:46

ลักษณะที่มีสีลำตัวสองข้างต่างกันตรงกึ่งกลาง ภาษาของนักเลงเลี้ยงนก (ฝรั่ง) เรียกว่า "halfsider" แต่ภาษานักวิทยาศาสตร์ (ฝรั่งอีกนั่นแหละ) เรียกว่า "chimera" คำ ๆ นี้นักวิทยาศาสตร์ฝรั่งนำมาจากสัตว์ในเทพปกรณัมของกรีก

คิมิร่า หรือ ไคเมร่า(Chimera, Khimaira) เป็นสัตว์ในเทพนิยายกรีก ค่ะ

เป็นลูกของอีคิดน่าและไทฟอน เป็นพี่ชายของเซอร์เบอรัส คิมีรามีร่างกายกำยำและเป็นที่รวม ของสัตว์ร้าย 3 ชนิด คือ ส่วนหัวถึงหน้าอกเป็นสิงโต ลำตัวเป็นแพะ แต่บั้นท้ายกลับเป็นมังกรหรืองู นอกจากนี้ยังสามารถพ่นไฟออกมาได้เหมือนมังกรอีกด้วย คิมีราถูกวีรบุรุษเบลเลอโรฟอนผู้ขี่ม้าบินเพกาซัสแทงตายด้วยหอก


จากการที่คิมีราเป็นส่วนผสมของสัตว์ร้าย 3 ชนิด ที่ไม่น่าจะมารวมกันได้ คำว่า คิมีรา (Chimera) จึงใช้เป็นชื่อเรียกของสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างแปลกประหลาดในปัจจุบัน เช่น ปลาทะเลน้ำลึกจำพวกหนึ่ง ซึ่งเป็นปลากระดูกอ่อน ก็ถูกเรียกว่า คิมีรา ด้วยเช่นกัน
(ข้อมูลจากพี่วิกกี้ค่ะ)



 
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 228  เมื่อ 30 ธ.ค. 15, 14:31

"ไคเมรา" ในทางวิทยาศาสตร์หมายสิ่งมีชีวิตที่มีชุดของสารพันธุกรรม (DNA) ที่ต่างกันอย่างน้อย ๒ ชุดในตัวเดียวกัน การเกิด chimera ของนกหงส์หยก Twinzy มีทิศทางตรงกันข้ามกับ gynandromorph ของไก่ Sam



ในกรณี Sam เกิดจากไข่ที่ผสมใบเดียวแบ่งตัวผิดปรกติ

นรีบุรุษลักษณ์เกิดจากความผิดปรกติของการแยกโครโมโซมเพศ (X-Y Chromosome) ที่ไม่เท่ากันในการแบ่งเซลล์ระยะเริ่มแรกของเซลล์ไข่ซึ่งผสมแล้ว (zygote)

แต่ในกรณี Twinzy เกิดจากไข่ที่ผสมแล้ว (zygote) ๒ ใบรวมตัวเป็นไข่ใบเดียว ดังนั้นเมื่อเจริญเป็นตัวอ่อน (embyo) จึงมีชุดของสารพันธุกรรม (DNA) ที่ต่างกัน ๒ ชุด พูดง่าย ๆ ก็คือ Twinzy เป็นฝาแฝดที่อยู่ในร่างเดียวกันนั่นเอง  ตกใจ

บันทึกการเข้า
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 229  เมื่อ 30 ธ.ค. 15, 22:11

gynandromorph ว่าประหลาดแล้ว // Twinzy ยิ่งประหลาดกว่ามาก
ชวนให้ฉงนว่า
ไซโกต2ตัว  รวมร่างกันได้อย่างไร // และเมื่อไร (เพราะหากกระบวนการแบ่งเซลล์ดำเนินไปแล้ว  ก็ไม่น่าจะรวมร่างกันได้แล้ว) // เมื่อรวมแล้ว โครโมโซมทั้ง2ชุด จะปรองดองอยู่ในนิวเคลียสเดียวกันได้อย่างไร // กระบวนการmitosis มิวุ่นวายแย่เหรอ กับจำนวนโครโมโซมที่มากเป็น2เท่า // และmitosisต้องกินเวลานานกว่าปกติแน่เลย  นกตัวนี้เจริญเติบโตช้าหรือเปล่า // ไม่น่าเชื่ออ่ะ...ประหลาดเกิ๊นนน
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 230  เมื่อ 31 ธ.ค. 15, 06:19

ภาพนี้แสดงการรวมตัวของ zygote โดยเกิดขึ้นในระยะ ๔ เซลล์  ได้ chimera ที่ประกอบด้วยเซลล์ซึ่งมาจาก zygote ๒ ใบ และมีสารพันธุกรรม (DNA) ต่างกัน  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 231  เมื่อ 31 ธ.ค. 15, 07:38

ส่งท้ายปีเก่า ๒๕๕๘

สามสิบเอ็ดธันวามาประสบ
ปีเก่าจบผ่านไปในวิถี
ผ่านทุกข์สุขเวียนไปในชีวี
เลือกสิ่งดีเอาไว้ให้จดจำ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 232  เมื่อ 01 ม.ค. 16, 06:00

ต้อนรับปีใหม่ ๒๕๕๙

วันที่หนึ่งมกราเริ่มฟ้าใหม่
นำดวงใจใหม่ประเดิมเพิ่มสีสัน
ใจที่รักหวังดีมีให้กัน
ปีใหม่พลันพบสุขสิ้นทุกข์เทอญ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 233  เมื่อ 01 ม.ค. 16, 12:04

ภาพนี้แสดงการรวมตัวของ zygote โดยเกิดขึ้นในระยะ ๔ เซลล์  ได้ chimera ที่ประกอบด้วยเซลล์ซึ่งมาจาก zygote ๒ ใบ และมีสารพันธุกรรม (DNA) ต่างกัน

อืมมม..รวมร่างกันอย่างนี้นี่เอง  คิดภาพตามว่าระยะ 8เซลล์  16เซลล์  blastula gastrula ก็จะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นสร้างอวัยวะต่างๆก็ต้องหาร2เช่นนี้
น่าทึ่งที่ dna 2 ชุด ต่างคนต่างสร้างอวัยวะคนละซีก  แล้วสามารถเชื่อมประกบกันได้แนบสนิทดี
เมื่อเทียบกับไซโกตธรรมดาๆของมนุษย์  บางทียังทำงานไม่สมบูรณ์เลย เช่น การที่อวัยวะต่างๆอยู่ผิดที่ผิดทาง หรือเช่น โรคปากแหว่ง เพดานโหว่
...
นับตั้งแต่คุณเพ็ญชมพู เปิดกิจการสวนสัตว์  ผมว่า Genetic Chimera เนี่ยประหลาดสุดแล้ว // ตามมาติดๆด้วย gynandromorph
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 234  เมื่อ 01 ม.ค. 16, 13:08

นับตั้งแต่คุณเพ็ญชมพู เปิดกิจการสวนสัตว์  ผมว่า Genetic Chimera เนี่ยประหลาดสุดแล้ว // ตามมาติดๆด้วย gynandromorph

สู้กิจการการที่ "บ้านสัตว์ประหลาดสยาม" ได้หรือเปล่าหนอ  ยิ้มเท่ห์

http://youtube.com/watch?v=hX9O8Gqk4YI#ws
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 235  เมื่อ 04 ม.ค. 16, 11:19

ต่อเรื่อง "ไคเมรา"  ปรากฏการณ์ไคเมราในสัตว์เช่น Twinzy ก่อให้เกิดความความสวยงามอย่างแปลก ๆ ในมนุษย์ปรากฏการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นได้แต่ไม่บ่อยนัก แต่ถ้าเกิดขึ้นล่ะจะมีอะไรตามมา มีตัวอย่างให้ศึกษา

ลิเดีย แฟร์ชาลด์ (Lydia Fairchild) คุณแม่ลูก ๓ ประสบปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคือง ก็เลยไปสมัครขอความช่วยเหลือทางด้านการเงินจากหน่วยงานรัฐ ตามกฏคาดว่า ยิ่งมีบุตรธิดาจำนวนมากเท่าไหร่ ก็น่าจะยิ่งมีสิทธิในการขอรับเงินได้มากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันการโกง (เผื่อประเดี๋ยวไปเอาลูกใครไม่รู้มาอ้าง) เจ้าหน้าที่ก็จะต้องมีการขอตรวจ DNA ดูให้เรียบร้อยเสียก่อนว่าเป็นแม่กับลูกกันจริงหรือเปล่า ไม่อย่างงั้นก็จะไม่สามารถอนุมัติให้ได้ ตรงจุดนี้ คุณลิเดียแกก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็เข้ารับการตรวจไปตามเรื่อง แต่ปรากฏว่าผลตรวจที่ออกมามันช่างน่าเซอร์ไพรซ์นัก

ผล DNA ระบุว่า เด็ก ๆ เหล่านั้นเป็นพี่น้องกันจริง และเป็นลูกของสามีคุณลิเดียจริง แต่กลับไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของตัวแกเอง คุณลิเดียแกก็เถียงบอก มันจะไม่ใช่ได้ยังไงฟะ ก็คลอดออกมาจากท้องตัวเองชัด ๆ แล้วจะให้เป็นลูกคนอื่นไปได้ยังไง!?

อย่างไรก็ตาม ทางการเค้าก็ไม่สน ถือกันตามผล DNA เป็นหลัก คุณลิเดียเลยโดนข้อหาต้องสงสัย ว่าไปลักพาตัวลูกคนอื่นเค้ามาแอบอ้าง ซึ่งในกรณีนี้รัฐมีสิทธิที่จะจัดการยึดตัวเด็ก ๆ ไปดูแลแทนได้ คุณลิเดียแกเจอแบบนี้เข้าก็ฉุนกึก รีบไปค้นหาหลักฐานรูปถ่ายตอนท้อง สูติบัตร ใบรับรองจากหมอสู ต่าง ๆ นานา เอามายืนยัน แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีใครยอมรับฟัง ขนาดทนายเองก็ไม่มีเจ้าไหนยอมรับทำคดีความ เพราะในชั้นศาลแล้ว หลักฐาน DNA ถือว่าเป็นเสมือนสิ่งศักสิทธิ์ จะไปเถียงยังไงก็ไม่มีทางชนะได้

ในที่สุด ด้วยความอับจนปัญญา ลิเดียจึงเริ่มคิดวางแผนจะพาลูกหนี แต่ทว่าพอดี๊พอดี เรื่องทั้งหมดกลับได้รับการคลี่คลายซะก่อนด้วยความฟลุคแบบสุด ๆ คือในระหว่างช่วงที่ชุลมุนวุ่นวายอยู่นั้นเอง คุณลิเดียแกก็เกิดท้องขึ้นมาอีกรอบ (ยังอุตส่าห์มีอารมณ์อีกนะ) และในการตั้งครรภ์ครั้งนี้เอง ทางรัฐได้จ้างเจ้าหน้าที่ศาลให้มาติดตามบันทึกรายละเอียดทุกอย่าง คือถึงขั้นเข้าไปรอในห้องทำคลอดด้วย แล้วพอเด็กเด้งออกมาปุ๊บ ก็รีบเก็บตัวอย่างเซลนำไปตรวจ DNA ในทันที ผลการตรวจสอบออกมาปรากฏว่า ในทางพันธุกรรม เด็กคนนี้ก็ยังไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของลิเดียอยู่ดี! ฟังดูบ้าดีแท้ มันจะไม่ใช่ได้ยังไง ก็คลอดกันให้ดูเห็น ๆ! จากเหตุการณ์ที่เกิด ทำให้ทางศาลเริ่มฉุกคิดขึ้นมามากขึ้น อืมม.. ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็แสดงว่าที่ผ่านที่ผ่านมาเธออาจจะไม่ได้โกหก แต่ถ้าอย่างนั้นแล้ว มันจะอธิบายได้ว่ายังไงกันล่ะ? หรือว่าคุณลิเดียแกอาจจะมีความผิดปกติทางพันธุกรรมอะไรบางอย่าง ที่ทำให้สามารถคลอดลูกออกมาเป็นลูกคนอื่นได้ ทั้งหมดนี้อาจเป็นเรื่องที่ยังไม่เคยมีใครคาดถึงมาก่อน

ความผิดปกติที่ว่าก็คือปรากฏการณ์ "ไคเมรา" นั่นแหละ ต่อมา มีทนายใจดีและหัวไวคนหนึ่งรับคดีนี้ไปทำ แล้วก็ไปค้นจนเจอเรื่องไคเมราในคนเข้า ก็เลยได้พาลิเดียไปตรวจสอบ แล้วก็ยืนยันพบว่าเธอเป็นมนุษย์ไคเมราจริง ๆ อย่างที่สงสัย ศาลรับพิจารณาแล้วก็เลยตัดสินให้เรื่องทั้งหมดก็ได้รับการยกฟ้องไปในที่สุด ถือได้ว่าจบลงแบบ happy ending นี่โชคยังดีที่ว่าลิเดียเป็นผู้หญิง เลยมีหลักฐานพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าเด็กคลอดออกมาจากตัวเธอจริง ๆ ถ้าเกิดสมมติว่ากลับกัน ลูกตรวจ DNA ออกมาแล้วไม่ตรงกับฝ่ายชายขึ้นมาละก็ เรื่องคงวุ่นวายกว่านี้เยอะ ฝ่ายคุณพ่อคงสงสัยทันทีว่าเมียตัวเองต้องไปมีชู้มาแน่ ๆ กว่าจะสืบสาวให้รู้เรื่องได้ว่าสามีเป็นมนุษย์ไคเมรา มีหวังคงได้หย่าร้างกันไปเรียบร้อยแล้ว (แต่ในคดีฆ่าข่มขืน ไม่แน่ผู้ชายที่เป็นไคเมราอาจจะได้รับประโยชน์ เพราะรหัส DNA ในสเปิร์มจากที่เกิดเหตุอาจจะสืบมาไม่ถึงตัวฆาตกรตัวจริง)

ไคเมราในคนเกิดขึ้นได้ยังไง? เค้าสันนิษฐานกันว่า อย่างกรณีของลิเดียนี่ จริง ๆ แล้วตอนอยู่ในท้องแม่ เธออาจจะเคยมีฝาแฝดที่เป็นน้องสาวอยู่อีกคนหนึ่ง(แฝดคนละไข่) แต่จากนั้นตัวอ่อนของทั้ง ๒ คน เกิดการผสมผสานรวมตัวกันกลายเป็นคน ๆ เดียว ซึ่งก็คือลิเดีย ส่วนน้องสาวของเธอถูกดูดกลืนหายเข้าไปเหลือแค่เป็นเซลล์กระจัดกระจายอยู่ในตัวลิเดียอีกทีหนึ่ง เซลล์ไข่ในรังไข่ของลิเดีย ที่ได้รับการปฏิสนธิจนให้กำเนิดเป็นลูกของเธอออกมา ๔ คนนั้น จริง ๆ แล้ว ก็อาจจะมาจากเซลล์ของน้องสาวฝาแฝดเธอที่ไม่มีโอกาสลืมตามาดูโลกผู้นั้นนั่นเอง

ไคเมรา เป็นปรากฏการณ์ที่พบน้อยมาก ๆ ในมนุษย์ ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ทั่วโลกมีบันทึกไว้แค่ราว ๓๐ เคสเท่านั้นเอง แต่ก็ไม่แน่ ไคเมราจริง ๆ แล้วอาจจะเกิดบ่อยกว่าที่มีรายงานกันก็เป็นได้ เพราะคนเราอยู่ นั่งอยู่เฉย ๆ มันจะไปรู้ได้ยังไงว่าตัวเองเป็นไคเมรา ก็มีแต่ต้องเกิดเรื่องเกิดราวขึ้นมาก่อนเหมือนคุณลิเดียนั่นแหละ ถึงจะมีโอกาสได้รู้ อย่างไรก็ตาม ไคเมราที่แสดงออกในลักษณะภายนอก ก็มีอยู่บ้างเหมือนกันนะ อย่างเช่นบางคน ตาสองข้างสีไม่เหมือนกัน พอไปตรวจถึงได้รู้ว่าเป็นไคเมรา ผู้ชายอีกรายนึง ตอนแรกคิดว่าตัวเองเป็นทองแดง (มีไข่ข้างเดียว) พอไปให้หมอตรวจดู ปรากฏพบว่า ข้างในท้องอีกข้างนึง มีรังไข่ของผู้หญิงซ่อนอยู่ สันนิษฐานว่าเจริญมาจากเซลของน้องสาวฝาแฝดที่เคยอยู่ด้วยกันในท้องแม่ แต่ไม่มีโอกาสได้เกิด (ฟังดูหลอนพิลึก).. ไม่แน่นะ บางทีตัวคุณเอง ก็อาจจะเป็นไคเมราด้วยก็ได้ ต่อให้ตอนนี้คุณไม่มีพี่น้องฝาแฝด แต่ใครจะไปรู้ ไม่แน่ส่วนหนึ่งของร่างกายคุณอาจจะประกอบขึ้นมาจากเซลล์ของเค้าก็เป็นได้

ไม่แน่ ฝาแฝดที่ไม่มีตัวตน อาจจะแฝงเร้นอยู่ในตัวคุณเอง


อย่าแปลกใจว่า ทำไมเรื่องเล่าข้างบนนี้มีสำนวนน่าติดตามนัก เป็นฝีมือของคุณแทนไท ประเสริฐกุล ทายาทคุณจิระนันท์ พิตรปรีชา เล่าไว้ในรายการ WiTcast (รายการคุยวิทย์ติดตลก ไว้พกไปฟังยามเปลี่ยวสมอง)  ยิงฟันยิ้ม

ข้างล่างเป็นภาพลิเดียและลูก ๆ ทั้ง ๔ คนที่มี DNA ไม่ตรงกับเธอสักคน


บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 312


ความคิดเห็นที่ 236  เมื่อ 05 ม.ค. 16, 09:05

เคยดู CSI ตอนหนึ่ง เอาประเด็นเรื่อง ไคมีร่า ไปเล่นครับ ในละครตอนนั้น คุณหมอคนหนึ่งเป็นคนร้ายข่มขืนแล้วฆาตกรรมต่อเนื่อง แต่หลักฐานเลือดในที่เกิดเหตุ ยืนยันว่า คนร้ายเป็นชายอีกคนหนึ่ง คุณหมอเลยรอดพ้นข้อกล่าวหา แต่คดีก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด ทีม CSI ก็พิสูจน์ได้ว่า หมอเป็นไคมีร่า DNA ของร่างกายท่อนบน (ที่ได้จากการตรวจเซลในกระพุ้งแก้มในตอนแรก) กับ DNA ในร่างกายท่อนล่าง (อสุจิ) เป็นคนละชุดกัน คุณหมอจึงถูกจับได้

แต่ในละครนั้น นักนิติวิทยาศาสตร์ของ CSI จับได้ เพราะเขาสังเกตเห็นลักษณะที่ผิดปกติบางอย่างจากร่างกายภายนอก คือ เมื่อฉายแสงอุลตร้าไวโอเล็ต (ในละครใช้ไฟฉายสีม่วงๆ น่าจะใช้กระมังครับ) ไปที่แผ่นหลังแล้ว ปรากฎรอยเป็นริ้วๆ ซึ่งตอนนั้นผมเองก็ดูไม่เข้าใจครับ อาจจะเป็นแค่เรื่องแต่งที่ทำให้ละครจบในตอนก็เป็นได้

ในความจริงแล้ว คนที่เป็นอย่างนี้ จะมีลักษณะภายนอกที่สังเกตได้จริงหรือครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 237  เมื่อ 05 ม.ค. 16, 10:15

แต่ในละครนั้น นักนิติวิทยาศาสตร์ของ CSI จับได้ เพราะเขาสังเกตเห็นลักษณะที่ผิดปกติบางอย่างจากร่างกายภายนอก คือ เมื่อฉายแสงอุลตร้าไวโอเล็ต (ในละครใช้ไฟฉายสีม่วงๆ น่าจะใช้กระมังครับ) ไปที่แผ่นหลังแล้ว ปรากฎรอยเป็นริ้วๆ ซึ่งตอนนั้นผมเองก็ดูไม่เข้าใจครับ อาจจะเป็นแค่เรื่องแต่งที่ทำให้ละครจบในตอนก็เป็นได้

ในความจริงแล้ว คนที่เป็นอย่างนี้ จะมีลักษณะภายนอกที่สังเกตได้จริงหรือครับ


รอยที่เป็นริ้ว ๆ บนแผ่นหลังของคนที่เป็นไคเมราเรียกว่า เส้นบลาสชโค (Blaschko’s lines เรียกตามชื่อของคุณหมอ Alfred Blaschko แพทย์โรคผิวหนังชาวเยอรมัน ผู้สังเกตเห็นริ้วรอยนี้เป็นครั้งแรกใน พ.ศ. ๒๔๔๔)  ผิวหนังของคนปรกติจะไม่เห็นริ้วรอยนี้ แต่จะพบได้ในคนที่มีลักษณะผิดปรกติซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุรวมทั้งจากไคเมราด้วย

ผิวหนังของคนที่เป็นไคเมราประกอบด้วยเซลล์ที่สร้างจากเซลล์ตั้งต้น ๒ ชุดที่มี DNA ต่างกัน ชุดหนึ่งสร้างผิวเข้ม อีกชุดหนึ่งสร้างผิวเข้มน้อยกว่า ถ้าความเข้มจางต่างกันมากก็สามารถเห็นริ้วรอยนี้ได้ด้วยตาเปล่า แต่หากต่างกันน้อยก็ต้องอาศัยตัวช่วยเช่น แสง UV อย่างในเรื่อง CSI ตอนที่คุณนริศชม

รูปแบบหนึ่งของริ้วรอย Blaschko’s lines บนแผ่นหลังของคนที่เป็นไคเมรา


บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 312


ความคิดเห็นที่ 238  เมื่อ 05 ม.ค. 16, 11:39

แอ๊ะ มีจริงๆด้วย ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 239  เมื่อ 06 ม.ค. 16, 02:20

อ้างถึงปรากฏการณ์ chimera ในตัวของ Lydia Fairchild
fair child สมชื่อจริงๆ (ลูกของฉันจริงๆนะ จะบอกให้)
เข้าใจว่าการเก็บตัวอย่าง DNA จากลิเดีย  คงทำตามปกติที่นิยมกัน  คือเก็บจากกระพุ้งแก้มซ้ายและขวา
ขนาดว่าเก็บจาก 2 ซีกของร่างกาย  ก็ยังไม่พบ DNA ของฝาแฝดที่ถูกรวมร่าง 
ต่อไปผู้ถูกเก็บตัวอย่างคงต้องเจ็บตัวแน่ เช่น คดีข่มขืน  จะเก็บตัวอย่าง DNA จากอวัยวะอื่นไม่ได้เลย  จำเลยต้องโดนเจาะอัณฑะเพื่อดูดเอาอสุจิ  สองเข็มซะด้วยนะ..เพราะต้องแยกตัวอย่างซ้ายกับขวา
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 14 15 [16] 17 18 ... 30
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.073 วินาที กับ 19 คำสั่ง