เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 30
  พิมพ์  
อ่าน: 62424 สัตว์ประหลาด ๔
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 195  เมื่อ 07 ธ.ค. 15, 10:35

หงส์ที่กำลังจู๋จี๋กันอยู่คู่นี้  เป็นนายหงส์ทั้งคู่  สร้างรังรักร่วมกันด้วย

http://www.telegraph.co.uk/news/earth/wildlife/7585978/Gay-swans-set-up-nest-at-worlds-only-swannery-in-Dorset.html



บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 196  เมื่อ 08 ธ.ค. 15, 11:11

เคยอ่านพบว่า สัตว์นอกจากเป็นกะเทยแล้ว ยังเป็นเกย์ก็มี    
พอจะสันนิษฐานได้หรือไม่ ว่าเกี่ยวกับฮอโมนส์ไม่ปกติ

หากให้คำจำกัดความ "กะเทย" คือคนหรือสัตว์ที่มีลักษณะทางกายภาพเป็นทั้งเพศชาย/ผู้ และ เพศหญิง/เมีย ฮอร์โมนคงมีส่วนเกี่ยวข้อง ในสัตว์น้ำโดยเฉพาะกุ้งและปลามีการแปลงเพศเพื่อการค้ากันเป็นปรกติ

ส่วน "เกย์" คือคนหรือสัตว์เพศชาย/ผู้ ซึ่งมีความรู้สึกหรือจิตใจเป็นเพศหญิง/เมีย ฮอร์โมนเพศไม่ค่อยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องจิตใจ  มีการศึกษาพบว่าอาจเป็นไปได้ที่การเป็นเกย์นั้นอาจจะมียีนที่ชื่อว่า Xq28 ซึ่งอยู่บนโครโมโซม X มาเกี่ยวข้อง

คุณธสาครน่าจะสามารถอธิบายความเพิ่มเติมได้  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 197  เมื่อ 08 ธ.ค. 15, 12:55


ส่วน "เกย์" คือคนหรือสัตว์เพศชาย/ผู้ ซึ่งมีความรู้สึกหรือจิตใจเป็นเพศหญิง/เมีย ฮอร์โมนเพศไม่ค่อยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องจิตใจ  มีการศึกษาพบว่าอาจเป็นไปได้ที่การเป็นเกย์นั้นอาจจะมียีนที่ชื่อว่า Xq28 ซึ่งอยู่บนโครโมโซม X มาเกี่ยวข้อง


เกย์เป็นรสนิยมทางเพศมากกว่าลักษณะนะครับ คนเป็นเกย์ไม่จำเป็นต้องมีจิตใจแบบเพศหญิง เพียงแต่รักชอบคนเพศเดียวกัน  ดังนั้นชายแมนทั้งแท่น แต่มีรสนิยมชอบผู้ชายก็เป็นเกย์ได้ ส่วนจะเป็นเพราะจิตใจหรือยีน หรือเพราะทั้งสอง  ก็ต้องศึกษากันต่อไป
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 198  เมื่อ 08 ธ.ค. 15, 14:00

ดังนั้นชายแมนทั้งแท่ง แต่มีรสนิยมชอบผู้ชายก็เป็นเกย์ได้

ถ้าจำไม่ผิด ประกอบเทพตัวจริงน่าจะแนวๆ นี้ไม่ใช่เหรอครับ


ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

แว่วเสียงคุณประกอบเทพมาแต่ไกล ตัวละครนี้มีมิติที่น่าค้นหาเสียนี่กระไร ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม

ว้าย ย ย ย ย นี้บ่งบอกด้วยหรือเปล่าคุณประกอบ  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 199  เมื่อ 08 ธ.ค. 15, 17:16

อาจารย์กู๊กอธิบายว่า  พฤติกรรมเกย์เป็นเรื่องธรรมดาในหมู่สิงโต     ไม่ทราบว่าเป็นรสนิยม หรือโครโมโซมกันคะคุณหมอเพ็ญ

ส่วนคุณชายประกอบเทพก็เข้าข่ายผู้ต้องสงสัยอยู่เหมือนกัน   เพราะเคยเห็นรูปแกทาง FB   
หน้าตาสวยกว่าอั้มพัชราภาเสียอีก


บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 458


ความคิดเห็นที่ 200  เมื่อ 08 ธ.ค. 15, 18:54

 อายจัง
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 499


ความคิดเห็นที่ 201  เมื่อ 08 ธ.ค. 15, 19:50

อาจารย์กู๊กอธิบายว่า  พฤติกรรมเกย์เป็นเรื่องธรรมดาในหมู่สิงโต     ไม่ทราบว่าเป็นรสนิยม หรือโครโมโซมกันคะคุณหมอเพ็ญ

ส่วนคุณชายประกอบเทพก็เข้าข่ายผู้ต้องสงสัยอยู่เหมือนกัน   เพราะเคยเห็นรูปแกทาง FB   
หน้าตาสวยกว่าอั้มพัชราภาเสียอีก

ผู้ชายที่สวยกว่าอั้มพัชราภา ตกใจ  อยากเห็นจริงๆค่ะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 202  เมื่อ 09 ธ.ค. 15, 10:25

อาจารย์กู๊กอธิบายว่า  พฤติกรรมเกย์เป็นเรื่องธรรมดาในหมู่สิงโต

ถ้าพูดให้ถูกต้องคือ "พฤติกรรมเกย์เป็นเรื่องธรรมดาของสัตว์โลก"

Bruce Bagemihl นักชีววิทยาและนักภาษาศาสตร์ชาวแคนาดา เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ Biological Exuberance: Animal Homosexuality and Natural Diversity กล่าวถึงพฤติกรรมรักร่วมเพศในหมู่สัตว์ว่าเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่ง  Bagemihl พบว่า มีการจับคู่ในระหว่างเพศเดียวกัน ในบรรดาสัตว์ต่าง ๆ กว่า ๔๕๐ ชนิด ตัวอย่างเช่น ลิงชิมแพนซีแคระหรือลิงโบโนโบมีการจับคู่แบบรักร่วมเพศเป็นสัดส่วนมากถึง ๕๐ % ของกิจกรรมทางเพศทั้งหมดของมัน ที่น่าแปลกใจคือนกเพนกวิน Humboldt อาจจะมีคู่ขาเพศเดียวกันยาวนานถึง ๖ ปีทีเดียว ห่านป่าเพศผู้ก็ไม่ยอมน้อยหน้า พวกมันอาจจะครองคู่กันไปนานถึง ๑๕ ปี

ไม่ทราบว่าเป็นรสนิยม หรือโครโมโซมกันคะคุณหมอเพ็ญ

พฤติกรรมรักร่วมเพศในสัตว์อาจไม่ใช่เป็นรสนิยมเหมือนในมนุษย์ แต่มีจุดประสงค์อื่นแอบแผงอยู่ อย่างเช่นในลิงโบโนโบ ปรกติตัวเมียจะมีการกอดหันหน้าชนกันและเอาอวัยวะเพศเสียดสีกัน ซึ่งเป็นกันสร้างความสัมพันธ์ และสานความร่วมมือในการเลี้ยงลูกอ่อนร่วมกัน ในกลุ่มจะมีการหาอาหารและป้องกันอันตรายร่วมกัน ตัวไหนไม่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับตัวเมียด้วยกัน ก็จะไม่ได้รับความร่วมมือในตัวเมียตัวอื่น ๆ การมีอะไรกับเพศเดียวกันของสัตว์อาจจะเป็นการสร้างความร่วมมือเพื่อความอยู่รอดของมัน

ส่วนจะเกี่ยวข้องกับยีน Xq28 บนโครโมโซม X หรือไม่ คงต้องรอผลการศึกษาต่อไป  ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 203  เมื่อ 10 ธ.ค. 15, 04:54

ในบทความล็อบสเตอร์ของ Diane Cowan กล่าวว่า
เพศของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  ได้ศึกษาจนทราบแล้วว่า  ถูกแยกเด็ดขาดจากกันในระดับยีน (ยีนเป็นรหัสลับที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกที่สุดของเซล  ไม่มีใครสามารถเข้าไปแก้ไขได้) เพศของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจึงเป็นคุณสมบัติติดตัวตั้งแต่เกิดจนตาย  ตามที่เรารู้กันว่า โครโมโซมxy=ชาย  โครโมโซมxx=หญิง
แต่สัตว์อื่นไม่เป็นเช่นนั้น  โดยได้ยกตัวอย่าง นก สัตว์เลื้อยคลาน ปลา กุ้ง ปู  ที่สามารถแปลงเพศได้ตามสภาพแวดล้อม

ข้อมูลจากแหล่งอื่น  ปลาสวยงามในแนวปะการัง เช่น ปลานกขุนทอง  ปลาการ์ตูน  สามารถแปลงเพศได้เมื่อตัวผู้หรือตัวเมียในฝูงขาดแคลนลง
ถ้าเดิมเป็นตัวเมีย  รังไข่มันก็จะฝ่อลง  และสร้างอสุจิขึ้นมาแทน  รูปร่างสีสันภายนอกก็เปลี่ยนเป็นสีสดใสตามแบบตัวผู้ด้วย  นับเป็นการแปลงเพศโดยสมบูรณ์ 
โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม  ไม่ต้องจดทะเบียน-เปลี่ยนคำนำหน้านาม

แล้วอะไรคือกุญแจในกระบวนการแปลงเพศ 
คำตอบคือฮอร์โมน  โดยมีสภาพแวดล้อม อาหาร อุณหภูมิ อายุของตัวสัตว์เอง เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดปรากฏการณ์แปลงเพศ
มนุษย์จับไต๋ได้  จึงป้อนฮอร์โมนให้ปลา  โดยไม่ต้องรอสภาพแวดล้อมเป็นใจอีกต่อไป  มนุษย์เป็นผู้เลือกเพศปลาเพื่อให้ได้ผลผลิตเชิงพาณิชย์ตามที่ต้องการ

ผมขอปะติดปะต่อเรื่องตามอำเภอใจดังนี้ (โดยอาศัยข้อมูลด้านบน)
- สัตว์อื่นที่ต่ำกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  เพศไม่ได้ถูกกำหนดด้วยยีน  เพราะสามารถพลิกกลับได้และผมคิดว่ายีนไม่ใช่เรื่องที่พลิกกันได้ง่ายๆ  ไม่เช่นนั้นเราคงไม่มีคำว่า living fossil  ที่หน้าตาของพวกมันในปัจจุบันยังดูคล้ายกับบรรพบุรุษเมื่อ100ล้านปีที่แล้ว
- ยีนยังคงทำหน้าที่กำหนดลักษณะรูปกายภายนอกทั้งหมด  โดยเว้นช่องว่างให้ฮอร์โมนเป็นตัวกำหนดเพศตามความจำเป็น

กรณีล็อบสเตอร์  มันเป็นสัตว์ลอกคราบหลายรอบ  ลักษณะกะเทยที่พบอาจไม่ใช่ลักษณะตั้งแต่แรกเกิด
เป็นไปได้ว่าตัวที่ Diane Cowan จับได้นั้น  อยู่ในภาวะที่ฮอร์โมนกำลังเปลี่ยน  คือโฉมก่อนหน้านั้นมันยังมีเพศชัดเจน(ไม่กะเทย)  และหากมันไม่ถูกจับขึ้นมาเสียก่อน  มันอาจแปลงเพศได้สมบูรณ์ในการลอกคราบคราวต่อไป
อย่างไรก็ตาม  กรณีผีเสื้อ กับ กรณีของ Diane Cowan ได้แสดงลักษณะแบ่ง 2 ซีก (bilateral) ให้เห็นด้วย  ดังนั้นบทบาทของยีนต่อการกำหนดเพศจึงคงมีอยู่บ้าง
แต่ฮอร์โมนน่าจะมีน้ำหนักมากกว่ายีน  ซึ่งอันนี้ต่างจากมนุษย์  เพราะต่อให้มนุษย์ผู้หญิงเสพฮอร์โมนให้ตาย  ผู้หญิงก็ไม่มีวันที่จะมีอสุจิ  ในมนุษย์..ยีนย่อมเหนือกว่าฮอร์โมน

จบเรื่องของสัตว์  ซึ่งเราวิพากษ์กันแต่เรื่องกาย  ไม่วิพากษ์จิตใจ  เพราะเราไม่รู้จิตใจของสัตว์
มาเข้าเรื่องมนุษย์  ซึ่งประกอบด้วยกายและจิตใจ
เรื่องเพศทางกาย  ผมกล่าวไปแล้วว่าเป็นเรื่องของยีนที่ลิขิตให้มาตั้งแต่ปฏิสนธิ  จากนั้นมาตกแต่งให้สวยหรือสง่าตามเพศกำเนิดอีกที  ด้วยผลของฮอร์โมนตอนย่างสู่วัยเจริญพันธุ์
แต่เรื่องเพศทางใจ  นี่ผมมืดตื้อเลย  และผมไม่ทราบเรื่องยีน Xq28 บนโครโมโซม x ด้วย 
บางคนมีทั้งยีนทั้งฮอร์โมนจัดมาเต็มครบชุดว่าเป็น"ชาย"  แต่จิตใจกลับเป็นหญิง(ตุ๊ด)  หรือมีรสนิยมชอบผู้ชาย(เกย์)  เรื่องนี้ผมต้องขอออกนอกกรอบแห่งวิทยาศาสตร์

ในฐานะที่ผมเชื่อทั้งวิทยาศาสตร์และพุทธศาสตร์  ผมเชื่อว่ากายกับจิตเป็นคนละส่วนกัน  จึงขอยกเรื่องเพศทางใจให้ผู้เชี่ยวชาญพุทธศาสตร์มาวิจารณ์ในโอกาสต่อไป
ขอแถม...ผมไม่เห็นด้วยที่ว่า  ยีนจะสามารถกำหนดลักษณะทางจิตใจได้
ลักษณะทางกายยังต้องใช้โครโมโซมถึง 22 คู่  ส่วนลักษณะทางจิตใจมีมากมายก่ายกองไม่น้อยไปกว่าลักษณะทางกาย  มันจะไปแออัดยัดอยู่ในโครโมโซมเพศเพียง 1 คู่ได้อย่างไร
เรื่องฮอร์โมนก็ไม่สามารถกำหนดเพศทางใจได้เช่นกัน เช่น หนวดเฟิ้มเชียว..แต่เป็นตุ๊ด , หน้าใสกิ๊ง น่าจีบ ..แต่เป็นทอม

นี่เป็นประเด็นที่ยากในทางชีววิทยา  และล่อแหลมต่อจิตใจเพื่อนมนุษย์  โพสต์นี้เขียนยากและใช้เวลานานครับ  สอดแทรกความเห็นตัวเองก็มาก  หากผิดพลาด..ขออภัย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 204  เมื่อ 10 ธ.ค. 15, 09:17

ขอบพระคุณคุณธสาครสำหรับความคิดเห็นเรื่อง "กะเทย-เกย์-ตุ๊ด-ทอม"  ยิงฟันยิ้ม

ขอแก้ไขตรงนี้หน่อย

ยีนเป็นรหัสลับที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกที่สุดของเซล  ไม่มีใครสามารถเข้าไปแก้ไขได้

ยีนสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีทาง "พันธุวิศวกรรม" (genetic engineering) สิ่งมีชีวิตที่ถูกดัดแปลงด้วยวิธีนี้เรียกว่า GMO (Genetically Modified Organism) ปัจจุบันมีมากมายตั้งแต่แบคทีเรียจนถึงพืชและสัตว์
บันทึกการเข้า
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 205  เมื่อ 11 ธ.ค. 15, 01:57

ขอบคุณครับที่ช่วยแก้ไข
ตอนที่ผมอ่านตรวจทาน  ก็ได้สะดุดตรงนี้แล้ว  แต่ด้วยความล้า  ก็เลยปล่อยให้ผ่านไป  ในที่สุดก็โดนคุณเพ็ญชมพู "หยิก" จนได้


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 206  เมื่อ 14 ธ.ค. 15, 08:58

ขอพักเรื่อง "เกย์-ตุ๊ด-ทอม" ไว้ก่อน มาต่อเรื่องกะเทยกลุ่มเดียวกับผีเสื้อและกุ้งมังกร (gynandromorph-นรีบุรุษลักษณ์) ยังมีเรื่องราวให้ติดตามอีกมาก  ยิงฟันยิ้ม

ในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘  ชาวประมงอเมริกันนาม David Johnson สังเกตว่าปูม้าแอตแลนติก (Atlantic blue crab - Callinectes sapidus) ตัวหนึ่งซึ่งเขาจับได้แถว ๆ เกาะเกวนน์ (Gwynn's Island) ในอ่าวเชซาพีก (Chesapeake Bay) รัฐเวอร์จิเนีย มีลักษณะแปลกประหลาดจากปูตัวอื่น คือที่ก้ามข้างหนึ่งสีแดงซึ่งเป็นลักษณะของตัวเมีย ส่วนอีกข้างหนึ่งสีฟ้าซึ่งเป็นลักษณะของตัวผู้ ปูตัวนี้สร้างความงุนงงให้จอห์นสันเป็นอันมาก เพราะตลอด ๒๕ ปีที่เขาจับปูม้าไม่เคยพบปูลักษณะนี้สักตัว จอห์นสันจึงส่งปูตัวนี้ไปยังสถาบันสมุทรศาสตร์แห่งเวอร์จิเนีย (Virginia Institute of Marine Science - VIMS) เพื่อไขข้อข้องใจ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับปูตัวนี้

Rom Lipcius ผู้เชี่ยวชาญแห่งสถาบันสมุทรศาสตร์แห่งเวอร์จิเนียค้นเอกสารพบว่า ปูลักษณะนี้เคยพบมาก่อนแล้วเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ ใกล้ ๆ กับเกาะสมิธ ( Smith's Island) ซึ่งอยู่ในอ่าวเชซาพีกเช่นเดียวกัน ปูตัวนี้มีลักษณะเหมือนกับปูที่จอห์นสันจับได้คือคือครึ่งหนึ่งเป็นตัวเมียและอีกครึ่งหนึ่งเป็นตัวผู้  ผู้เชี่ยวชาญอธิบายให้จอห์นสันฟังว่าปรากฏการณ์นี้เรียกว่า (bilateral gynandromorphy) พบเห็นได้บ่อยในผีเสื้อ ผีเสี้อกลางคืน และกุ้งมังกร

หนังสือพิมพ์ Washington Post พ.ศ. ๒๕๒๒ รายงานว่าปูตัวนี้ถูกตั้งชื่อว่า Springer ยังอยู่ดีมีสุขอยู่ที่ VIMS

จาก  vims.edu

ปูม้าตัวผู้และตัวเมียนอกจากจะแยกเพศด้วยสีที่ก้ามแล้ว ยังดูลักษณะของตะปิ้งได้ด้วย (ตามภาพ)  ยิงฟันยิ้ม



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 207  เมื่อ 14 ธ.ค. 15, 09:38

ปูม้ากะเทย (bilateral gynandromorphy) พบได้ไม่บ่อยนัก นอกจาก ๒ ตัวที่มีรายงานข้างบนแล้ว ตัวล่าสุดพบที่อ่าวเม็กซิโก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้เอง

รายละเอียดอ่านได้ที่  nmnh.typepad.com


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 208  เมื่อ 14 ธ.ค. 15, 10:55

ของไทยก็น่าจะเคยมีคนพบ แต่เนื่องจากคนไทยไม่ค่อยขี้สงสัย ปูกระเทยเหล่านั้นคงมีปลายทางเป็นหม้อหรือกระทะกันหมด  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 240


ความคิดเห็นที่ 209  เมื่อ 14 ธ.ค. 15, 15:55

อ้างถึง
ปูกะเทย


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 30
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.047 วินาที กับ 19 คำสั่ง