เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 30
  พิมพ์  
อ่าน: 67375 สัตว์ประหลาด ๔
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10885



ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 18 ก.ย. 15, 10:37

เท่าที่ดูจากคลิป  เม่นทะเลถูกหักปลายหนามออกแล้ว  ก่อนจะนำมาป้อน  ถึงกระนั้น"เจ้าหน้าโหด"ก็ยังจัดการได้ไม่ค่อยเด็ดขาด
กอปรกับลูกตาอยู่ห่างจากปลายปากไม่มาก  สรีระไม่เหมาะที่จะกินเม่นทะเล  ผมคาดว่าเม่นทะเลอาจไม่ใช่อาหารปกติของมัน
เม่นทะเลเป็นอาหารโปรดของปลาไหลหมาป่า (wolf eel) เชียว (ความจริงมันไม่ใช่ปลาไหล ฝรั่งเห็นตัวยาวเลยเรียกไปอย่างนั้น) ด้วยขากรรไกรที่ทรงพลัง มันสามารถจัดการกับเม่นทะเลได้สบาย  ยิงฟันยิ้ม

ภาพจาก boydski.com


บันทึกการเข้า
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 242


ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 18 ก.ย. 15, 15:14

555 ถ้าพันธุ์หนามสั้นอย่างนี้  ก็โอชาหมาป่าน่ะสิครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10885



ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 18 ก.ย. 15, 15:41

พันธุ์หนามยาวอย่าง เม่นทะเลแดง Strongylocentrotus franciscanus ก็ไม่พรั่นหรอกน่า  ยิงฟันยิ้ม

ภาพจาก otlibrary.com


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 242


ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 19 ก.ย. 15, 04:01

ชอบครับ...ที่หาหลักฐานมาล้มสมมติฐานของผมได้

ตอนตัวเล็กนี่ดูไม่ประหลาดเท่าไรแฮะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10885



ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 20 ก.ย. 15, 15:41

ขอย้อนกลับไปจุดเริ่มของเรื่องนี้

ปลาของจริงนะเนี่ย

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1442377772

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุฮือฮาขึ้นในโลกโซเชียลฯ เมื่อนายฮิโรชิ ฮิราซาโกะ ชาวประมงญี่ปุ่น สามารถจับปลาประหลาดนี้ได้ โดยไม่รู้ว่ามันคือปลาพันธุ์อะไร รู้เเต่ว่ามันมีรูปร่างน่ากลัว เเละยาวกว่า ๑ เมตรเลยทีเดียว!

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเจ้าปลาตัวนี้ดูจะหน้าตาประหลาด ๆ เหมือนเอเลี่ยนไปซะหน่อย แต่ความจริงแล้วมันคือ "ปลาไหลหมาป่า" (Wolf Eel) มีถิ่นที่อยู่ในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ โดยจะพบได้มากที่แถบชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นและแคลิฟอร์เนีย ซึ่งพวกมันมักจะอาศัยอยู่ในโพรงหินซอกหลืบใต้ท้องทะเลลึก และมักจะอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานถึง ๒๕ ปีเลยทีเดียว

ทั้งนี้ ปลาไหลหมาป่านั้นสามารถโตจนมีตัวยาวได้ถึง ๒๐๓ ซม. และมีน้ำหนักมากกว่า ๑๘.๖ กก. และแม้ว่าขนาดหัวที่ใหญ่โตของมันจะดูน่ากลัว แต่มันไม่ทำอันตรายใด ๆ




ดูท่าปลาประหลาดของคุณฮิโรชิจะไม่ใช่ปลาไหลหมาป่า

ปลาไหลหมาป่าตัวยาวกว่าตัวข้างบนนัก  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10885



ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 20 ก.ย. 15, 16:10

ข่าวสด บอกว่าเป็น ปลาหมาป่า (wolf fish)

ปลาที่ว่านี้คือปลาหมาป่า หรือเรียกชื่อภาษาอังกฤษว่า wolf fish ซึ่งจริง ๆ แล้วเจ้า wolf fish ยังมีอีกหลายชื่อเรียก ไม่ว่าจะหมาป่าทะเล หรือปลาดุกแอตแลนติก โดยเป็นปลาที่มีมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์แล้ว และส่วนมากมักจะชอบอยู่ในแถบมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือในส่วนที่น้ำเย็น ลักษณะโดยคร่าว ๆ ก็จะมีปากที่กว้างใหญ่ ฟันคมสำหรับใช้กินเม่นทะเล

ข้อมูลข้างบน ข่าวสดบรรยายความตามคุณวิกกี้ ในหัวข้อ Atlantic wolffish Anarhichas lupus แต่ญี่ปุ่นไม่ใช่อยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกแต่อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ปลาหมาป่าตัวนี้จึงไม่ใช่ มีปลาหมาป่าอีกตัวหนึ่งอยู่ทางเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก คือ Bering wolffish Anarhichas orientalis ปลาประหลาดของคุณฮิโรชิคือตัวนี้แหละ  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 242


ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 23 ก.ย. 15, 04:43

ปลาฉนากแม่น้ำ ตัวสุดท้ายของไทย
บทความโดย กิตติพงษ์ จารุธาณินทร์ 
วารสาร AQUARIUM ฉบับมีนาคม 2554

กาลครั้งหนึ่ง  ที่ปากคลองบางกอกน้อยใกล้โรงพยาบาลศิริราช  เนื่องจากเป็นวันสำคัญจึงจดจำได้ดี  โดยขณะนั้นเป็นวันปิยมหาราช พ.ศ.2525  วันดังกล่าวเป็นวันที่ไม่มีวันลืม  เพราะเป็นวันแรกที่สามารถจับปลาหนวดพราหมณ์จากธรรมชาติและทำให้รอดชีวิตได้เป็นครั้งแรก  ปลาชุดแรกมีจำนวน 5 ตัว จากปลาแม่น้ำร้อยตัวที่จับได้  และเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ได้ฟังเรื่องราวของปลาฉนากในแม่น้ำเจ้าพระยา  กรุงเทพฯนี่เอง
ชาวประมงที่จับปลาหนวดพราหณ์ด้วยกันเล่าให้ฟังว่า  เมื่อหลายปีก่อนเคยวางข่ายติดปลาฉนาก ความยาวราวเมตรเศษ  เมื่อจับได้แล้วก็นำมาอวดกันในชุมชนและปล่อยให้แห้งตายไปอย่างนั้น  เพราะไม่รู้จะเอาไปทำอะไร  เนื้อก็กินไม่ได้  ไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง
ผู้เขียนจึงบอกว่า  ถ้าต่อไปจับได้  ช่วยจับเป็นไว้ให้หน่อย  แล้วรีบโทรศัพท์บอกทันที  ไม่ว่าจะเป็นเวลาอะไร ตี1 ตี2 เวลาไหนก็ได้ ตลอด24ชั่วโมง  รับรองจะสมนาคุณให้อย่างงามจนพอใจแน่นอน  เหตุการณ์คราวนั้นจึงถือได้ว่าเป็นการสั่งหาปลาฉนากแม่น้ำเป็นครั้งแรก  ตั้งแต่เมื่อ30ปีก่อน  แต่ก็ยังสายเกินไปอยู่ดีสำหรับปลาฉนาก
...
3 ปีต่อมา  ในปีพ.ศ.2528  ที่สะพานพระราม6  อ.บางกรวย จ.นนทบุรี  ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมปลาที่สำคัญแห่งหนึ่ง  ปลาในบริเวณนี้ที่โดดเด่นที่สุดคือ ปลาดุกทะเลยักษ์ (Plotosus canius) ซึ่งปลาที่วางเบ็ดราวได้  ล้วนเป็นปลาขนาดใหญ่ถึงขนาดยักษ์  ความยาวกว่า 1.5 เมตร น้ำหนักกว่า 10 กก.  ซึ่งปลาขนาดนี้ในทะเลยังพบได้น้อย  แต่น่าแปลกที่กลับมาอาศัยในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างชุกชุม โดยเฉพาะบริเวณใต้สะพานพระราม6 และแถวหน้าโรงไฟฟ้าบางกรวย  สาเหตุที่ปลาชุกชุมถ้าให้คาดเดาคือ  ชาวบ้านเชื่อกันว่า  เพราะน้ำแถบนี้อุ่นสบายกว่าบริเวณใกล้เคียง  เพราะได้น้ำอุ่นจากโรงไฟฟ้าออกมาผสม  ทำให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิ 
นอกจากปลาดุกทะเลยักษ์แล้ว  ชาวประมงที่รวบรวมปลาให้  ยังเคยจับได้ปลากดหัวผาน (Hemiarius verrucosus) ขนาดใหญ่  แต่นานๆจะพบสักครั้งหนึ่ง  ปัจจุบันปลากดหัวผานก็เป็นอีกชนิดหนึ่งที่อาจสูญพันธุ์ไปแล้วจากประเทศไทย  เพราะไม่มีการพบมานานกว่าสิบปีแล้ว  ชาวประมงคนนี้เป็นผู้ที่เคยจับปลาฉนากได้มากถึง 5 ตัว  โดยบางปีก็จับได้ บางปีก็จับไม่ได้  ปลาฉนากจับได้โดยวิธีวางข่ายจม 
ข่ายจมคือการวางข่ายให้ก้นอวนจมถึงพื้นดิน  ปลาที่ได้มักเป็นปลาหน้าดินหรือปลาหากินน้ำลึก เช่น ปลากระเบนราหู ปลาม้า ปลากดหลายชนิด  การวางข่ายจมมักใช้ในช่วงที่ปลาหน้าดินชุกชุม  และช่วงที่มีผักตบชวาลอยเต็มผิวน้ำ  เพื่อหลีกเลี่ยงผักตบที่จะมาติดข่าย  และในฤดูห้ามจับสัตว์น้ำ (15 พฤษภาคม ถึง 15 กันยายน ของทุกปี) ซึ่งเป็นฤดูวางไข่  การวางข่ายจมนั้นยังช่วยให้พ้นหูพ้นตาจากเจ้าหน้าที่ได้อีกด้วย 
ปลาฉนากที่จับได้ส่วนมากเป็นลูกปลาขนาดไม่เกิน 1 เมตร  ซึ่งร้านขายยาจีนแถบบางโพมักซื้อไว้เพื่อทำยา  ฟันปลาฉนากอ่อนเท่านั้นที่เชื่อกันว่ามีสรรพคุณคล้ายเขากวางอ่อน  ส่วนฟันของปลาที่มีขนาดใหญ่เกินไปไม่เป็นที่ต้องการ  ด้วยเหตุนี้ที่บ้านคนหาปลาผู้นี้จึงมีฟันปลาฉนากอันใหญ่เกินไปเหลืออยู่ 1 ชิ้น **ฟันในที่นี้หมายถึงส่วนที่เป็นจะงอยยื่นออกมาเหมือนใบเลื่อย...ธสาคร** 
จึงนับเป็นโชคดีอย่างมากที่ผู้เขียนได้เห็นฟันปลาฉนากจากแม่น้ำเจ้าพระยาตัวจริง  และได้ขอซื้อไว้ในราคา 100 บาท  ความจริงแล้วเจ้าของอยากให้ฟรีด้วยซ้ำ  ฟันปลามีขนาดยาว 52 เซนติเมตร  มีฟันข้างละ 19 ซี่  จึงระบุชนิดได้ว่าเป็น Pristis microdon  ถ้าเป็นอีกชนิดหนึ่งจะมีซี่ฟันมากกว่านี้  ความยาวของตัวปลาน่าจะยาวเกือบ 2 เมตร  เพราะความยาวของปลาฉนากชนิดนี้  มักจะยาวประมาณ 3 เท่าของความยาวฟัน  ซึ่งก็ตรงกับคำบอกเล่าของผู้ที่จับได้  ปลาฉนากตัวนี้ถูกจับได้ 2 ปีก่อนหน้านี้  ซึ่งก็คือ พ.ศ.2526  อาจถือได้ว่าเป็นปลาฉนากแม่น้ำตัวสุดท้ายที่พบในประเทศไทย
...
แม่น้ำบางปะกงเป็นอีกที่ที่พบปลาฉนากเช่นกัน  แต่ก็พบน้อยมาก  นานครั้งจึงจับได้สักตัว  และมักเป็นที่สนใจของผู้พบเห็น  เนื่องจากรูปร่างที่แปลกอย่างมีเอกลักษณ์  ปลาฉนากตัวหนึ่งถูกจับได้อย่างมีหลักฐานอ้างอิงราว พ.ศ.2510  ถูกจับได้ที่ปากคลองบ้านใหม่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา  โดยการใช้ข่ายดักปากคลอง  ปลามีความยาวเกือบ 2 เมตร  ฟันปลาฉนากถูกตัดนำไปถวายศาลเจ้าพ่อโกมินทร์ ในตลาดบ้านใหม่ซึ่งอยู่ใกล้กัน  ซึ่งปัจจุบันคือตลาดร้อยปี ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด  ผู้เขียนได้พยายามส่งคนไปดูว่าฟันปลาฉนากซึ่งต่อมาได้ถูกปิดทองกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วว่ายังคงอยู่หรือไม่  แต่ก็ยังหาไม่พบ
...
พ.ศ.2529  เมื่อผู้เขียนมีส่วนร่วมในการทำวารสาร AQUARIUM  วารสารปลาเล่มแรกของบ้านเรา  ก็ได้โอกาสแปลเรื่องของ Mr. Heiko Bleher ชาวเยอรมันที่เข้าไปจับปลาฉนากน้ำจืดในประเทศออสเตรเลีย  เพื่อนำกลับไปเลี้ยงในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่เยอรมัน  เรื่องดังกล่าวถูกตีพิมพ์ในนิตยสาร TROPICAL FISH HOBBYIST (T.F.H.) ได้จุดกระแสปลาฉนากขึ้นมา  ปลาฉนากจึงเป็นที่ต้องการอย่างมากของนักสะสมปลาแปลก/ปลาหายาก ตลอดจนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น 
ในบ้านเราก็เช่นกัน หลังจากบทความตีพิมพ์ไม่นาน ก็มีร้านปลาแห่งหนึ่งสั่งปลาฉนากเข้ามา 2 ตัว  เพื่อขายให้นักเลี้ยงปลา  แต่ทราบภายหลังว่าปลาได้ตายในเวลาไม่นานนัก  ปลาฉนากน้ำจืดหายากและราคาแพงมาก  การตายของปลาคู่แรกทำให้ไม่มีใครคิดจะสั่งปลาฉนากเข้ามาอีกเป็นเวลานานหลายปี
อีก 5 ปีให้หลัง  ราคาปลาฉนากได้ถูกลงมาก  จากราคาหลักแสนบาทเหลือราวหนึ่งในสามเท่านั้น  เนื่องจากพบแหล่งปลามากขึ้นจากอินโดนีเซีย  และปลาฉนากก็ไม่เป็นที่คลั่งไคล้อีกแล้ว  เนื่องจากเลี้ยงยากเกินไปสำหรับนักเลี้ยงปลาทั่วไปที่ไม่มีพื้นที่กว้างใหญ่พอ  ปลาฉนากมักจะทนอยู่ได้ไม่นานและเครียดตาย 
...
ลูกปลาที่มีขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 1 เมตร) มักมีปัญหาเรื่องการกิน  ปลาจะค่อยๆผอมลง  หรือทรงตัว ไม่มีการเติบโต  จริงอยู่ปลาฉนากไม่ใช่ปลากินยาก  แต่สาเหตุเกิดจากพฤติกรรมส่วนตัว  ขอยกกรณีเทียบเคียงปลาฉลาม-กระเบน-ฉนาก กล่าวคือ ปลาฉนากแม้มีรูปร่างคล้ายปลาฉลาม  แต่ปลาฉนากกลับเป็นญาติใกล้ชิดของปลากระเบน  การเป็นปลากระเบนนั้นต่างกับปลาฉลามอย่างไร?  สำหรับผู้ที่เคยเลี้ยงปลากระเบน โดยเฉพาะกระเบนหน้าดิน จะทราบดีว่า นิสัยการกินอาหารของปลากระเบนเป็นไปอย่างละเมียดละไม  อาหารแต่ละคำจะบดเคี้ยวแล้วเคี้ยวอีก  ขยอกเข้าออกอยู่หลายรอบกว่าจะกลืนลงไป  และกินเพียงไม่กี่คำก็จะหยุด  แต่สักพักก็จะเริ่มกินได้ใหม่  สรุปคือกินน้อยแต่บ่อยครั้ง  ผิดกับปลาฉลามซึ่งกินอย่างตะกละตะกลาม  กินขยอกเหยื่อครั้งละมากๆจนอิ่ม
...
พ.ศ.2535 ผู้เขียนสั่งปลาฉนากเข้ามาเลี้ยงจำนวน 6 ตัวจากสิงคโปร์  โดยปลาดังกล่าวมาจากอินโดนีเซีย  ราคาในขณะนั้นถือว่าถูกมาก  แม้ไม่ได้ตั้งใจจะเลี้ยงปลาจำนวนมากขนาดนั้น  แต่ถ้าซื้อทั้งหมด  ราคาจะลดลงมาก  จึงตัดสินใจซื้อและแบ่งขายออกไป 3 ตัว  โดยผลักภาระราคาปลาทั้งหมดไปรวมอยู่กับปลาที่ได้ขายออกไป  เท่ากับว่าปลาที่เหลือไว้ไม่มีต้นทุน  การลองผิดลองถูกจึงทำได้เต็มที่  ไม่มีความกดดันกับตัวเอง  สำหรับผู้ที่เคยเลี้ยงสัตว์ราคาสูงจะทราบดีว่า  บางครั้งปลาหรือสัตว์ป่วย  เจ้าของมักจะเครียดหรือป่วยมากกว่าตัวสัตว์เสียอีก 
ปลาฉนากทั้งสาม  ได้เลี้ยงไว้ในบ่อปลาคาร์พ  ทำจากผ้าใบกว้าง 3 เมตร  ซึ่งเป็นบ่อขนาดใหญ่สุด  โดยใส่น้ำเกือบเต็มบ่อ  เหลือราว 15 เซนติเมตรจากขอบบ่อ  เนื่องจากเป็นบ่อทรงกลม  ปลาจึงอยู่ได้ค่อนข้างดี  ไม่มีมุมให้ปลาว่ายเข้าไปติด  แต่อย่างไรก็ตามปลาตัวหนึ่งได้เกิดอุบัติเหตุไถลออกมาตาย  เนื่องจากระดับน้ำใกล้ขอบบ่อเกินไป  ทำให้ปลาสไลด์ตัวออกมา  ไม่ใช่การกระโดด  เพราะโดยนิสัยปลาฉนากไม่ใช่ปลาที่กระโดด 
อาหารที่ใช้เลี้ยงในระยะแรกคือ  กุ้งสดขนาดพอเหมาะแกะเปลือกที่ส่วนหัวออกเท่านั้น  ปลาจะขยอกบดเคี้ยวกุ้งอยู่นานกว่าจะกลืนกินจริง  และกินเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น  ซึ่งเมื่อเทียบกับขนาดตัวปลาจะเห็นว่า  เป็นเพียงเล็กน้อยไม่เหมาะสมกัน  ในเมื่อปลากินครั้งละน้อย  จึงจำเป็นต้องป้อนอาหารวันละหลายครั้ง  การป้อนเพียงวันละ 1-2 ครั้งมักไม่เพียงพอ  และปลาจะผอมลงเรื่อยๆ จนตายในที่สุด  เมื่อปลาฉนากปรับตัวได้ดีแล้วก็เริ่มให้เหยื่อปลาทอง  การจับเหยื่อปลาทองในบ่อทำได้ไม่ดีนัก  เนื่องจากในบ่อมีพื้นที่น้อยเกินไป  ปลาฉนากเวลาล่าเหยื่อจะใช้ฟันเลื่อยฟันเหยื่อ  การฟันเหยื่อในบ่อมักจะติดขอบบ่อ  ทำให้จับเหยื่อได้น้อย 
เมื่อเลี้ยงปลามาได้ราว 1 เดือน  ปลาฉนากทั้งสองก็ได้ย้ายไปอยู่ร่วมกับโลมาหัวบาตรอีก 3 ตัวในบ่อขนาด 5x12 เมตร ลึก 2.5 เมตร ความจุรวม 150 ตัน (โลมาชุดนี้ได้มาจากจังหวัดตราด  เริ่มต้นการเลี้ยงด้วยน้ำเค็ม  แล้วค่อยๆปรับลดความเค็มลงตามลำดับ  จนน้ำจืดสนิทในราวหนึ่งปี  โลมาหัวบาตรเป็นโลมาชนิดที่ปรับตัวอยู่ในน้ำความเค็มต่ำ หรือน้ำจืดได้ดี  การเลี้ยงโลมาในน้ำจืดย่อมประหยัดค่าใช้จ่ายลงมาก) โลมาล่าเหยื่ออย่างชาญฉลาดและไม่มีทางรอดสำหรับเหยื่อที่เป็นเป้าหมายโดยเฉพาะในบ่อพื้นที่จำกัด  แต่โลมาก็ไม่ใช่สัตว์ก้าวร้าว  จึงอยู่ร่วมกับปลาฉนากในบ่อเดียวกันได้อย่างดี  และการให้อาหารปลาฉนากก็ทำได้อย่างเต็มที่  เพราะบ่อมีระบบกรองน้ำที่ดี  ปลาฉนากปรับตัวได้ดีมากจนบางครั้งได้กลิ่นคาวกุ้งคาวปลา  ก็จะว่ายขึ้นมารออาหารใกล้ผิวน้ำ  แม้ว่าปลาฉนากจะปรับตัวได้ดี  แต่เติบโตช้ามาก  ความยาวเพิ่มขึ้นราว 10 เซนติเมตรเท่านั้นจากการเลี้ยงนานถึง 3 ปี

สรุป ปลาฉนากเลี้ยงค่อนข้างยาก  ไม่เหมาะกับนักเลี้ยงทั่วไป  และปัจจุบันถูกจัดเป็นปลาหายากใกล้สูญพันธุ์ตามรายชื่อในบัญชีแดงของ IUCN  และมีชื่ออยู่ในบัญชีหมายเลข 2 (Appendix ll) ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าใกล้สูญพันธุ์ หรือ CITES  กล่าวให้เข้ากับยุคสมัยก็ต้องเรียกว่า  ปลาฉนากคือมรดกโลกที่มีชีวิตนั่นเอง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10885



ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 24 ก.ย. 15, 09:48

ปลาฉนากแม่น้ำที่คุณธสาครนำเสนอเป็น สัตว์ประหลาด จริง ๆ นั่นแหละ

ข้อมูลจาก บทความของคุณกิตติพงษ์ จารุธาณินทร์

ชื่อวิทยาศาสตร์  :   Pristis microdon Latham, 1794
ชื่อ               :   Largetooth Sawfish, Freshwater Sawfish
ชื่อไทย          :   ฉนากจะงอยปากกว้าง, ฉนากน้ำจืด, ปลาขนาก
ถิ่นอาศัย         :   ชายฝั่งทะเลแถบอินโดแปซิฟิก บางครั้งเข้ามาในแม่น้ำสายใหญ่ในประเทศไทยเคยมีรายงานการพบที่แม่น้ำท่าจีน เจ้าพระยา และบางปะกง

http://youtube.com/watch?v=qf6YotKNGEI#ws

อ่าน ประวัติของคุณกิตติพงษ์ ก็ทึ่งในความสามารถ ท่านจบนิติศาสตร์แต่รอบรู้ในเรื่องปลาของเมืองไทย เป็นตัวอย่างของการศึกษาซึ่งไม่ได้มีเพียงในรั้วโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยโดยแท้  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10885



ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 25 ก.ย. 15, 11:29

ขอยกกรณีเทียบเคียงปลาฉลาม-กระเบน-ฉนาก กล่าวคือ ปลาฉนากแม้มีรูปร่างคล้ายปลาฉลาม  แต่ปลาฉนากกลับเป็นญาติใกล้ชิดของปลากระเบน
คงจะจำปลาโรนันตัวนี้ได้

ตัวนี้ก็ของจริงหนอ  ยิงฟันยิ้ม


ญาติใกล้ชิดกับฉนากก็มีโรนันอีกตัว  ยิงฟันยิ้ม



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 242


ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 25 ก.ย. 15, 15:35

รูปนี้มีเลศนัย  ตรงไหนเอ่ย?


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 242


ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 27 ก.ย. 15, 02:20

1) ฟันเลื่อย เล็กๆ ใหญ่ๆ
2) ...
3) ...
เดี๋ยวมาใบ้ต่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10885



ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 28 ก.ย. 15, 09:23

ภาพชัด ๆ  สัตว์ปริศนาของคุณธสาคร   ยิ้มเท่ห์


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10885



ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 28 ก.ย. 15, 09:27

สัตว์ปริศนาของคุณธสาครคือ ปลาฉลามฟันเลื่อยพันธุ์ญี่ปุ่น Japanese sawshark Pristiophorus japonicus คล้ายกับปลาฉนากที่อยู่ทางด้านขวา แต่มีข้อต่างกันหลายอย่างเช่น

ลักษณะทางกายภาพ     ปลาฉลามฟันเลื่อย                         ปลาฉนาก

๑. ช่องเหงือก                  อยู่ด้านข้าง                                  อยู่ด้านล่าง
๒. หนวด                       มีหนวด ๑ คู่                                ไม่มี
๓. ฟันเลื่อย                    มีฟันขนาดไม่เท่ากัน                         ฟันขนาดเท่ากัน   
๔. ถิ่นอาศัย                    เขตน้ำลึกนอกชายผั่ง                       เขตน้ำตื้นชายฝั่ง
๕. ขนาด                       ค่อนข้างเล็ก ยาวประมาณ ๑.๕ เมตร       ค่อนข้างใหญ่ โตเต็มที่ยาวประมาณ ๗ เมตร      


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 242


ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 28 ก.ย. 15, 16:36

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10885



ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 02 ต.ค. 15, 13:35

ส่งท้ายเรื่อง ฉนาก-กระเบน-ฉลาม ด้วยสัตว์ประหลาดตัวนี้

ตัวอะไรหนอ  ยิ้มเท่ห์


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 30
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง