เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10
  พิมพ์  
อ่าน: 27018 ท่านผู้หญิงกลีบ มหิธร
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 08 มิ.ย. 15, 15:41

เรื่องดอกไม้ที่คุณหมอ visitna ถามถึง  นมแมว Uvaria siamensis (แสดงว่าเป็นไม้พื้นเมืองของไทย) เป็นไม้พุ่มกิ่งเลื้อย สูงประมาณ ๓-๔ เมตร  ส่วนลำดวน Sphaerocoryne affinis เป็นไม้ขนาดใหญ่สูงประมาณ ๖-๑๐ เมตร ทั้งสองอยู่ในวงศ์เดียวกันคือ วงศ์กระดังงา Annonaceae ปรกติมีกลิ่นหอม เคยมีนมแมวอยู่ในบ้านก็หอมตลบอบอวลอยู่  ยิงฟันยิ้ม

นมแมว (ซ้าย) ลำดวน (ขวา) ดอกคล้าย ๆ กัน


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 08 มิ.ย. 15, 17:57

ยังมีจันกะพ้ออีกต้น สูง ๘ เมตรแล้วไม่มีดอกเลย
จันทน์กะพ้อของคุณหมออายุสักกี่ปีแล้ว บางคนปลูกสิบกว่าปีแล้วจึงจะเห็นดอก

...ดอกจันทน์กะพ้อร่วงพรู
เจ้ามิใช่ร่วงสู่ แผ่นดินแห่งไหนโดยง่าย...


http://youtube.com/watch?v=8gSbxTl5fo8#ws
บันทึกการเข้า
นางมารน้อย
พาลี
****
ตอบ: 297


ทำงานแล้วค่ะ


ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 10 มิ.ย. 15, 10:48

มาติดตามต่อ กระจ่างแล้วเจ้าค่ะเรื่องภรรยาถือน้ำ

อ่านในหนังสือ รสรักปักอุรา ของอ.กฤษณา อโศกสิน กล่าวถึงจันทร์กระพ้อว่า ปลูกยากนัก กว่าจะชำกิ่งให้รอดเป็นต้นใหญ่ได้ก็แทบล้มประดาตาย กว่าจะออกดอกได้ก็แสนลำบาก ค้นต่อไปจึงพบว่าเป็นไม้ค่อนข้างชอบน้ำชุ่มชื้นพอควร
บันทึกการเข้า

สวัสดีทุกๆท่านค่ะ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30983

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 15 มิ.ย. 15, 10:02

      คุณสมบัติพิเศษอีกอย่างหนึ่งของท่านผู้หญิงกลีบ นอกจากฝีมือในการทำกับข้าว ทำของหอม และปกครองบริวารมาด้วยดี คือท่านเป็นคนชอบอ่านหนังสือ     ในประวัติไม่ได้กล่าวว่าท่านเรียนหนังสือจากที่ไหน แต่คิดว่าคงเป็นสมัยท่านอยู่ในวัง  ได้เล่าเรียนเขียนอ่านโดยไม่ต้องไปเรียนหนังสือในร.ร.   ในรัชกาลที่ 6  เมื่อการออกหนังสือเป็นพระราชนิยม ทำให้ข้าราชการใหญ่น้อยพลอยสนใจไปด้วย   ท่านผู้หญิงก็สมัครเข้าเป็นสมาชิกบอกรับหนังสือ "ดุสิตสมิต"   และสมัครเข้าเป็นสมาชิกสโมสรทวีปัญญา ซึ่งเป็นสโมสรวรรณกรรม เพื่อจะได้รู้เรื่องในแวดวงวรรณกรรมสมัยนั้นมากขึ้น
      ในพ.ศ. 2462  เป็นทั้งปีโชคดีและเคราะห์ร้ายประดังเข้ามาพร้อมกัน    โชคดีคือพระยาจักรปาณีได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น ราชเลขาธิการ ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญเทียบเท่าเสนาบดี   และเป็นสามัญชนคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้    มีหน้าที่เข้าเฝ้าใกล้ชิดพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะผู้ที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัยมากที่สุดคนหนึ่ง    คุณหญิงกลีบจึงได้เป็นสตรีบรรดาศักดิ์ชั้นผู้ใหญ่ ได้ร่วมโต๊ะเสวยพร้อมกับพระบรมวงศานุวงศ์และทูตานุทูตต่างประเทศอยู่บ่อยๆ       แม้ในประวัติไม่ได้กล่าวถึงโดยตรง แต่เราก็คงพอเดาออกว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงเฟื่องฟูเต็มไปด้วยความสุข 
      แต่เคราะห์ร้ายก็จู่โจมกะทันหันมาในตอนปลายปี    เมื่อปาณี หรือนายจ่ายวด บุตรชายที่กำลังเป็นหนุ่ม มีอนาคตสดใส ในฐานะมหาดเล็กที่พระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดปราน  ถึงกับให้ทำหน้าที่เลขานุการคนสนิท  เกิดประสบอุบัติเหตุเมื่อขี่จักรยานยนต์จากวังจะกลับมาเยี่ยมบ้าน พร้อมด้วยเพื่อนมหาดเล็กคือหม่อมทวีวงศ์ถวัลยศักดิ์   
    หม่อมทวีวงศ์ฯได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่รอดตาย    ส่วนปาณีเสียชีวิต    ทำให้คุณหญิงกลีบวิปโยคแสนสาหัส   ทุกข์ครั้งนี้คงทำให้ท่านหมดกำลังใจลงไปมาก  ญาติสนิทมิตรสหายจึงสังเกตว่าท่านทรุดโทรมและแก่ลงจนผิดตา นับแต่สูญเสียบุตรชาย   
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 15 มิ.ย. 15, 11:45

ขุนตำรวจเอก พระมหาเทพกษัตรสมุห(เนื่อง  สาคริก)  เขียน


     "ระหว่่างต้นปี ๒๔๖๓  นายจ่ายวด(ปรานี  ไกรฤกษ์) กับข้าพเจ้า  ทำหน้าที่เป็นเสมียนประจำออฟฟิศทนายความของท่านราม ณ กรุงเทพ  

อยู่ด้วยกันที่พระราชวังพญาไท  ทุกโอกาสที่เสด็จลงดุสิตธานีจะต้องอยู่คอยเฝ้ารับใช้     วันหนึ่งคุณจ่ายวดซื้อมอเตอร์ไซด์ยี่ห้ออินเดียนสีแดงมาใหม่คันหนึ่ง  

เป็นธรรมดาที่มักจะใช้เวลาง่วนอยู่กับรถตามลักษณะของคนที่กำลังหนุ่ม

     ณ บริเวณถนนหน้าเรือนพักของมหาดเล็กรับใช้  ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับบ้านสองชั้นที่คุณเฉลิมลาภพักอยู่ชั้นบนพอดีนั้น   ตอนเย็นใกล้เวลาที่ท่านรามจะเสด็จลงดุสิตธานี

ข้าพเจ้าก็แต่งตัวนุ่งผ้าม่วงสีน้ำเงิน   สวมเสื้อนอกขาวเดินลงมาจากเรือนพัก   เห็นคุณจ่ายวดกำลังง่วนอยู่กับรถมอเตอร์ไซด์   จนกะดูว่าพอจะติดเครื่องให้รถวิ่งได้

ก็หันมาชวนข้าพเจ้าให้ขึ้นนั่งเกาะท้ายเพื่อไปลองวิ่งดู    พอข้าพเจ้านึกได้ตอนที่จะขึ้นนั่ง  ก็พูดกับคุณจ่ายวดว่า  เผื่อเสด็จลงมาในตอนนี้แล้วไม่เห็นเราทั้งสองคน

น่าจะพลอยกันถูกกริ้วเป็นแน่   คุณจ่ายวดก็ว่า  เออ! จริงซิ   ถ้าเช่นนั้นเนื่องอยู่คอยรับหน้าท่านจะดีกว่า  อย่าไปเลย

     ยังมิทันจะสิ้นเสียงเรื่องการต่อรองกัน   ก็พอได้ยินเสียงคุณเฉลิมลาภตะโกนเสียงดังลงมาจากชั้นบนว่า  จะไปไหนกัน  ขอไปด้วยคน  รอด้วย ๆ  แล้วก็รีบ

วิ่งตึง ๆ ลงบันไดมาโดยไม่รอคำตอบ  ถึงพื้นชั้นล่างแล้วก็วิ่งตรงมากระโดดขึ้นนั่งท้ายรถมอเตอร์ไซด์ทันที         สมัยนั้นรถมอเตอร์ไซด์ยังไม่มีสต้าตเตอร์  

ข้าพเจ้าเห็นเขานั่งกันเรียบร้อยดีแล้วก็ช่วยเข็นท้ายให้เครื่องติดวิ่งออกประตูหายไป   แล้วข้าพเจ้าก็ไปคอยเฝ้ารับใช้ท่านราม ณ กรุงเทพ อยู่ตามหน้าที่


     เวลาผ่านไปไม่ถึง ๒ ชั่วโมง  นายพยอม อักษรมัต  ก็มาขอเฝ้ากราบบังคมทูลว่า  นายจ่ายวดขี่มอเตอร์ไซด์พาม.ร.ว. เฉลิมลาภ

ไปชนกับรถยนต์หลวงแดงพญาเข้าที่ถนนราชวิถีตอนข้ามทางรถไฟไปจากพระราชวังพญาไทประมาณ ๔ เส้น   นายจ่ายวดกะโหลกศีรษะแตกสลบ  

ส่วนหม่อมราชวงษ์เฉลิมลาภกระดูกไหปลาร้าหักเป็นลมอยู่"

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 15 มิ.ย. 15, 11:49

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะทรงขับรถยนต์พระที่นั่งที่พระราชวังสนามจันทร์ นักเรียนมหาดเล็กรับใช้ปาณี ไกรฤกษ์ โดยเสด็จพระราชดำเนินมาท้ายรถยนต์พระที่นั่ง
 


บันทึกการเข้า
otto t
อสุรผัด
*
ตอบ: 6


ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 15 มิ.ย. 15, 23:53

ขออนุญาตเข้ามานั่งเรียนอยู่หลังห้องด้วยอีกคนนะคะอาจารย์ อายจัง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30983

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 16 มิ.ย. 15, 07:56

มาเสิฟโจ๊กมื้อเช้าให้นักเรียน ทั้งรุ่นก่อนรุ่นหลังค่ะ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 16 มิ.ย. 15, 08:40

ขอเลือกชามบน-ล่างซ้าย หน้าตาดูดี

ขอบพระคุณคุณเทาชมพูสำหรับอาหารมื้อเช้านี้  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 16 มิ.ย. 15, 16:20

อยากกิน


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
Anna
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 16 มิ.ย. 15, 21:15

เห็นคุณประกอบน้ำหูน้ำตาไหลแล้วสงสารจัง อันที่จริงโจ๊กก็ทำไม่ยากหรอกนะคะ เพื่อนดิฉันที่อยู่เมืองนอกเคยเล่าให้ฟังว่า เขาทำโจ๊กโดยเอาข้าวสวยที่หุงแฉะๆใส่เครื่องปั่น แล้วผสมน้ำมากๆ จากนั้นก็ต้มใส่หมูใส่ไข่ ใส่ผักโรยเท่าที่จะหาได้ ก็พอแก้ขัดได้ค่ะ จะขาดก็แต่ปาท่องโก๋เท่านั้นที่ต้องมโนเอาเองในระหว่างกิน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30983

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 17 มิ.ย. 15, 20:56

      เมื่อความทุกข์เรื่องปาณีค่อยบรรเทาลง   คุณหญิงกลีบก็อ้างว้างอีกครั้งเมื่อบุตรชายอีก 3 คนคือวิสุทธิ์ วิจิตราภรณ์ และภูษณาภรณ์  ได้รับพระราชทานทุนหลวงไปศึกษาต่อในประเทศอังกฤษ   แต่ท่านก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้ผ่านไปด้วยความตรอมใจ  ตรงกันข้าม ท่านกลับหาอะไรต่อมิอะไรมาทำให้มีคุณค่า เช่นอบรมกิจการบ้านเรือนให้ธิดาทั้งหลายของท่าน    เสาะหาครูมาสอนวิชาการเรือนทั้งสูงเช่นปอกมะปรางริ้ว  ละเลงขนมเบื้อง  ทำขนมโบราณหายาก   
     พระยาจักรปาณีเป็นชายไทยที่มีรสนิยมเรื่องอาหารแตกต่างจากชายไทยโดยมาก   คือท่านชอบรับประทานอาหารฝรั่งทั้ง 3 มื้อ   คุณหญิงก็จ้างกุ๊กฝรั่งจากวังกรมหลวงราชบุรีฯ  มาสอนวิชาทำอาหารฝรั่งแบบยากๆ จนชำนาญ   สมัยนั้นไม่มีเตาอบไฟฟ้า แม้แต่เครื่องไม้เครื่องมือทำขนมต่างๆที่เป็นของหาง่ายในสมัยนี้ ก็ยังไม่มี   แต่ท่านก็สามารถทำอาหารและขนมฝรั่งต่างๆได้สำเร็จ
     การเลี้ยงดูธิดาของท่าน สะท้อนค่านิยมของชนชั้นสูงในสมัยนั้น  นอกจากสอนเรื่องอาหารการกิน ร้อยมาลัย จัดการบ้านเรือนแล้ว ท่านยังส่งธิดาไปรับการอบรมเรื่องขนมธรรมเนียมประเพณีจากคุณท้าวนารีวรคณารักษ์ พี่สาวของเจ้าคุณ    สิ่งเหล่านี้เป็นการเตรียมตัวธิดาของท่านให้พร้อมสำหรับเป็นภรรยาของขุนนางต่อไปในภายหน้า
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30983

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 18 มิ.ย. 15, 17:44

     ชีวิตของคุณหญิงกลีบ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนถึงบทบาทหน้าที่ของสตรีชั้นสูงในสังคมไทย (ที่มิใช่ชั้นเจ้านาย)  เมื่อ 100 ปีก่อน   คือเป็นสตรีที่มีสามีเป็นฉัตรแก้วกั้นเกศโดยแท้    จะเห็นได้ว่า จากหญิงสาวที่พ่อเก็บตัวให้อยู่ในสวน  แต่โชคชะตาบันดาลให้เธอได้เป็นภรรยาของขุนนางหนุ่มที่ก้าวหน้าในราชการ   ชีวิตเธอก็ขึ้นบันไดไปสู่ที่สูง เคียงข้างสามี   สามีมีบรรดาศักดิ์สูงสุดในราชการได้ขนาดไหน  เธอก็สูงสุดในฐานะสตรีบรรดาศักดิ์ได้ขนาดนั้น
     คุณหญิงกลีบมีคุณสมบัติที่น่าชมเชยหลายอย่าง ไม่เฉพาะแต่โชคบันดาลเท่านั้น  คือสามารถทำตัวให้เข้าได้กับคนรอบข้างในครอบครัวสามี    ต้องดูแลเอาใจใส่พ่อแม่สามี   ปกครองบริวาร และลูกๆ   ตลอดจนภรรยาน้อยและลูกภรรยาน้อย    แล้วยังต้องพัฒนาตัวเองไม่หยุดยั้ง ทำตัวเองให้ทันสมัยไม่คร่ำครึ เพื่อจะออกงานสังคมเคียงข้างสามีได้ไม่ขัดเขิน     ฝีมือในการทำอาหารและดอกไม้ก็ต้องนำออกมาใช้ประโยชน์ ทั้งในด้านเป็นหน้าเป็นตาให้สามี และหารายได้ในยามสามีตกอับในหน้าที่การงาน    เรียกได้ว่าเป็นกองหลังที่แข็งแกร่ง
     ส่วนบุตรธิดานั้น  คุณหญิงกลีบก็เอาใจใส่ทั้งบุตรชายและหญิง   บุตรชายได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ คนเป็นแม่ก็ต้องหักใจไม่ให้ห่วงใย   ธิดาทั้งหลายท่านก็อบรมให้รู้จักการเหย้าการเรือนและขนบธรรมเนียมชั้นสูง   เตรียมพร้อมจะเป็นสตรีบรรดาศักดิ์ต่อไป 
    สมัยนั้นสังคมมีระเบียบแบบแผนตายตัวอยู่มาก   ลูกชายขุนนางก็จะเป็นขุนนางต่อไป  ในสายงานเดียวกับบิดา     ส่วนลูกสาวขุนนางก็จะเป็นภรรยาขุนนาง   ลูกเขยก็จะถูกคัดเลือกมาให้สมน้ำสมเนื้อ  เพื่อชีวิตลูกสาวจะได้ดีแบบเดียวกับแม่     การเรียนรู้วิชาต่างๆระดับสูงของแม่บ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น ตั้งแต่เธอเหล่านั้นยังเยาว์
    แต่ทุกอย่างก็มาพลิกผันเมื่อเกิดเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 

    ก่อนหน้านี้ ชีวิตยังดำเนินไปด้วยความราบรื่นตามขั้นตอน   ชะตาของคุณหญิงกลีบยังก้าวขึ้นสู่ที่สูงไม่หยุดยั้ง   ในพ.ศ. 2465  สามปีก่อนสิ้นรัชกาลที่ 6   พระยาจักรปาณีฯได้เลื่อนขึ้นเป็นเจ้าพระยามหิธร   คุณหญิงกลีบก็ได้รับพระราชทานเครื่องราชทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เป็น ท่านผู้หญิงกลีบ มหิธร
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30983

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 18 มิ.ย. 15, 21:02

ประวัติคลาดเคลื่อนไปหน่อย  เพราะเขียนโดยไม่ได้เปิดหนังสือ
คุณ V_Mee กรุณาแก้มาให้ตามนี้ค่ะ ขอขอบคุณอย่างยิ่ง

เรียนท่านอาจารย์ที่เคารพ

อ่านที่ท่านอาจารย์เขียนไว้ในกระทู้ท่านผู้หญิงกลีบ  มหิธร ว่า  คุณหญิงกลีบก็ได้รับพระราชทานเครื่องราชทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เป็น ท่านผู้หญิงกลีบ มหิธร

ความตอนนี้อาจจะคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงในสมัยนั้นครับ  เพราะข้อเท็จจริงที่พบในสมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น  ถ้าสามีได้เป็นเจ้าพระยารับพระราชทานปฐมจุลจอมเกล้าแล้ว  คุณหญิงภรรยาจะได้รับพระราชทานทุติยจุลจอมเกล้า  แล้วในเวลาต่อมาจึงรับพระราชทานเครื่องยศเป็นท่านผู้หญิง  ตัวอย่างเช่น ท่านผู้หญิงเสงี่ยม  พระเสด็จสุเรยทราธิบดี  เมื่อเจ้าพระยาพระเสด็จฯ ได้เป็นเจ้าพระยาเสนาบดีแล้ว  ท่านผู้หญิงเสงี่ยมได้รับพระราชทาน ท.จ.  ต่อจากนั้นอีกราว ๒ ปี จึงได้รับพระราชทานเครื่องยศเป็นท่านผู้หญิง  แต่คุณหญิงประจวบ  รามราฆพ  เมื่อสมรสกับเจ้าพระยารามราฆพเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ นั้น  เจ้าพระยารามฯ ได้เป็นเจ้าพระยาสุพรรณบัฏแล้ว  คุณหญิงจึงได้รับพระราชทานตรา ท.จ.  แต่ยังมิทันได้รับพระราชทานเครื่องยศเป็นท่านผู้หญิง  ล้นเกล้าฯ เสด็จสวรรคตเสียก่อน  คุณหญิงประจวบจึงเป็นเอกภรรยาทเจ้าพระยาที่เป็นเพียงคุณหญิงมาจนถึงแก่กรรมครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 19 มิ.ย. 15, 10:34

ความตอนนี้อาจจะคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงในสมัยนั้นครับ  เพราะข้อเท็จจริงที่พบในสมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น  ถ้าสามีได้เป็นเจ้าพระยารับพระราชทานปฐมจุลจอมเกล้าแล้ว  คุณหญิงภรรยาจะได้รับพระราชทานทุติยจุลจอมเกล้า  แล้วในเวลาต่อมาจึงรับพระราชทานเครื่องยศเป็นท่านผู้หญิง  ตัวอย่างเช่น ท่านผู้หญิงเสงี่ยม  พระเสด็จสุเรยทราธิบดี  เมื่อเจ้าพระยาพระเสด็จฯ ได้เป็นเจ้าพระยาเสนาบดีแล้ว  ท่านผู้หญิงเสงี่ยมได้รับพระราชทาน ท.จ.  ต่อจากนั้นอีกราว ๒ ปี จึงได้รับพระราชทานเครื่องยศเป็นท่านผู้หญิง  แต่คุณหญิงประจวบ  รามราฆพ  เมื่อสมรสกับเจ้าพระยารามราฆพเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ นั้น  เจ้าพระยารามฯ ได้เป็นเจ้าพระยาสุพรรณบัฏแล้ว  คุณหญิงจึงได้รับพระราชทานตรา ท.จ.  แต่ยังมิทันได้รับพระราชทานเครื่องยศเป็นท่านผู้หญิง  ล้นเกล้าฯ เสด็จสวรรคตเสียก่อน  คุณหญิงประจวบจึงเป็นเอกภรรยาทเจ้าพระยาที่เป็นเพียงคุณหญิงมาจนถึงแก่กรรมครับ

จาก พระราชกฤษฎีกาให้ใช้คำนำนามสัตรี

คำนำหน้า "คุณหญิง" ไม่ต้องรอพระราชทานเครื่องยศ ส่วน "ท่านผู้หญิง" ต้องรอพระราชทานเครื่องยศ


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง