เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 24
  พิมพ์  
อ่าน: 38777 คดีพระปรีชากลการ มโหฬารงานสร้างทางการเมือง
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 28 มี.ค. 15, 05:50

อยู่มาคราวหนึ่งได้เกิดเรื่องขึ้น  นายเกิด เสมียนคนสนิทพระปรีชาเองถูกพระปรีชาลงโทษ เพราะไปยุ่งกับผู้หญิงในจวนถึงกับท้องโตขึ้นมา พระปรีชาโกรธมากสั่งเฆี่ยนนายเกิด แล้วนำตัวไปขังไว้ นายเกิดคุมแค้น จึงขียนหนังสือฟ้องไปยังญาติผู้ใหญ่ของตนว่า พระปรีชายักยอกทั้งเงินหลวง และทองคำจากเหมืองเป็นส่วนตน  ฝากนายสายไปให้พระโทรเลขธุรานุรักษ์ให้นำทูลเกล้าถวาย ให้แต่นายสายกลับเอาหนังสือนั้นไปให้พระปรีชาเสียก่อน นายเกิดจึงโดนหนักกว่าเดิม

ครั้นพระปรีชาเข้ากรุงเทพ นายเกิดหนีคุกไปได้แต่ถูกตามจับกลับมา พระปรีชาเลยให้ใส่ขื่อคา ผูกเอว ผูกเท้า แล้วยังให้ผู้คุมเอาเหล็กตีข้อเท้าให้แตกอีกด้วย วันๆหนึ่งให้ข้าวกินแค่สองปั้น นายเกิดได้รับทุกข์เวทนาสาหัส แต่ยังอุตสาห์เขียนหนังสือฟ้องได้อีก คราวนี้ฝากนายจุ้ยไปถึงมือพระโทรเลขสำเร็จ เมื่อพบกัน พระโทรเลขจึงต่อว่าพระปรีชา แต่แล้วก็เหมือนยิ่งยุ พอกลับมาถึงปราจีนอีกครั้ง  นายเกิดจึงถูกพระปรีชากลการเฆี่ยนซ้ำ แล้วทรมานให้อดอาหารจนถึงความตาย 

แต่เรื่องนี้หาได้เงียบไปอย่างที่พระปรีชาหวังไม่ มีผู้นำกระดาษเขียนข้อความไปปิดที่กำแพงเมืองว่า “พระปรีชาลูกพระยากระสาปน์ หลานเจ้าคุณปากกระสอบ ออกมาตั้งทำทองที่ปากคลองดักลอบ ไม่ได้ทองสักกอบ หัวจะกุด”  เมื่อพระปรีชารู้เรื่องก็เรียกกระดาษนั้นไปดูแล้วประกาศให้สินบนนำจับคนที่นำหนังสือมาปิด ๖๐ บาท แต่ก็จับมือใครดมไม่ได้

เรื่องราวทั้งหมดนั้น พระโทรเลขธุรานุรักษ์นำไปรายงานเจ้าพระยาภาณุวงศ์พร้อมหนังสือของนายเกิด แล้วจึงถึงหูถึงตาสมเด็จพระยาในที่สุด
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 28 มี.ค. 15, 06:02

สัมพันธภาพของพระปรีชาและแฟนนี นายน๊อกซ์คงจะรู้ๆอยู่ แต่เมื่อพระปรีชาเป็นCEO ของเหมืองทองคำหลวง ฐานะร่ำรวย มีรถม้าเก๋งเรือยนต์เก๋ง ปลูกคฤหาสน์ใหญ่โตเทียมวังดังภาพของคุณหนุ่มรัตนะสยาม นายน๊อกซ์ก็หยวนๆให้คบกัน
หลังๆพระปรีชาอาจจะชวนนายน๊อกซ์คุยเชิงปรึกษาในเรื่องเหมืองทองคำด้วย ไม่ทราบว่าจะเป็นการขอความเห็นหรือกระตุ้นให้เกิดความโลภ แต่นายน๊อกซ์ก็หลงคาถาถึงกับพาแฟนนี ไปเที่ยวเมืองปราจีนบุรีในพ.ศ. ๒๔๒๑ เพื่อชมโรงถลุงทองคำแล้วค้างที่จวนเจ้าเมืองของพระปรีชากลการหนึ่งคืน บ่าวไพร่ก็คาบข่าวไปลือกันในตลาดปราจีนว่า พระปรีชากลการกับแหม่มแฟนนีเป็นแฟนกัน แบบไม่เกรงใจภรรยาใหญ่น้อยบ้างเลย

ต่อมา พระปรีชาและบิดาจึงได้เข้าเฝ้ากราบบังคมทูลว่า นายน๊อกซ์จะช่วยหานายช่างชาวอังกฤษมาทำงานในเหมืองทอง เพราะเห็นคนไทยทำงานอย่างขาดประสบการณ์ทางด้านนี้ ทำให้ส่งทองคำมาถวายได้ไม่มากเท่าที่ควร พร้อมทั้งทูลเกล้าถวายหนังสือของนายน๊อกซ์ แต่พระเจ้าอยู่หัวเพียงแต่ทรงรับไว้พิจารณา

เวลานั้น เสียงลือกันสะพัดหนาหูขึ้นในกรุงทุกทีว่าพระปรีชายักยอกทองในหลวง พระปรีชาเองก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจ  เหตุว่าทองคำบริสุทธิ์ที่ส่งมาถวายยังต่ำกว่าเป้าหมายมาก จึงนำตนเองเข้าไปใกล้ชิดกับนายน๊อกซ์จนถึงขั้นขอแต่งงานกับแฟนนี  แต่ก็ผิดหวัง ได้รับการปฏิเสธ แล้วนายน๊อกซ์ผู้เป็นบิดายังห้ามมิให้พระปรีชาเข้าบ้านตนหลังจากนั้นอีกด้วย
สงสัยว่าจะเป็นเพราะไปเห็นบรรดาเมียๆของพระปรีชาที่ปราจีนแล้วปลงไม่ตก  หรือเห็นว่าทองคำที่โรงถลุงไม่น่าประทับใจดังที่โม้ไว้ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่าง

และแล้วกรรมหรือเวรอันใดมิทราบที่เปิดประตูนรกบนโลกให้กับชายหญิงทั้งสอง
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 29 มี.ค. 15, 06:52

เหตุเกิดที่บางปะอิน


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 78  เมื่อ 29 มี.ค. 15, 06:54

ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๒๑ พระเจ้าอยู่หัวมีหมายกำหนดการ จะเสด็จพระราชพิธีฉลองวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ ที่เพิ่งสร้างเสร็จ บรรดาขุนนาง ข้าราชการชั้นสูงได้รับหมายไปห้เข้าเฝ้าตามหน้าที่ กงสุลประเทศต่างๆได้รับเชิญไปในงานฉลองครั้งนี้ด้วย โดยทางสำนักพระราชวังจะจัดเรือนรับรองสำหรับแขกต่างประเทศที่ไปร่วมงานทุกคน
กงสุลน๊อกซ์เกิดติดธุระจึงมอบหมายให้แฟนนีไปแทน  แล้วตนจะรีบตามไปสมทบในวันต่อไป ส่วนพระปรีชาที่ต้องไปตามหน้าที่ ก็ไปโดยเรือกลไฟส่วนตัวชื่อ Rising Sun หรือในพากษ์ภาษาไทยว่า อัษฎางค์ อันหรูเริ่ด

หลังเช็กอินแล้ว วันรุ่งขึ้นทั้งคนไทยและต่างชาติที่ไปร่วมงานซุบซิบกันว่า แฟนนี น๊อกซ์ บุตรสาวกงสุลใหญ่อังกฤษ ไม่ได้ค้างคืนในบ้านรับรองที่ทางการจัดไว้ให้ แต่กลับไปค้างบนเรือของพระปรีชากลการ ขุนนางไทย พฤติกรรมดังกล่าว ได้ถูกรายงานให้สมเด็จเจ้าพระยารับทราบด้วย ซึ่งท่านก็แสดงความสนใจเป็นพิเศษ ถึงกับตามขึ้นไปเยี่ยมแฟนนีบนเรืออัษฎางค์ของพระปรีชา เพื่อให้ประจักษ์ความจริงด้วยตาตนเอง

ในวันต่อมาเมื่อนายน๊อกซ์ได้นำกัปตันฮิล (Captain Hill) หัวหน้าคณะสำรวจการทำแผนทีระหว่างบางปะอินถึงทวาย ไปเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชวังบางปะอิน สมเด็จเจ้าพระยาจึงแจ้งให้นายน๊อกซ์ทราบเรื่องแฟนนีกับพระปรีชา นายน๊อกซ์โกรธมาก และกลับกรุงเทพในทันทีที่เสร็จธุระ
วันรุ่งขึ้น นายกูลด์ (E.E. Gould) ผู้ช่วยกงสุลถูกส่งให้ไปตามตัวแฟนนีกลับ พระปรีชาร้อนใจเรื่องว่าที่พ่อตากับแฟนตนเองมาก  ถึงกับนำเรือตามแฟนนีกลับกรุงเทพด้วย  ทั้งๆที่พระราชพิธียังไม่เสร็จสิ้น และไม่ได้เข้าไปกราบถวายบังคมลากลับตามธรรมเนียมอีกด้วย

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 79  เมื่อ 29 มี.ค. 15, 07:00

ถึงกรุงเทพแล้ว นายน๊อกซ์ได้ส่งนายกูลด์ไปเป็นทนายหน้าหอ เพื่อเจรจากับพระปรีชาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งพระปรีชายอมรับผิดทุกอย่าง และขอแต่งงานกับแฟนนีโดยเร็วที่สุด 
นายน๊อกซ์จึงตั้งเงื่อนไขว่าถ้าจริงจังดังนั้น พระปรีชาจะต้องยกย่องแฟนนีให้เป็นภรรยาหลวง พร้อมทั้งต้องจ่ายเงินค่าสินสอด ๕,๐๐๐ ปอนด์ นำฝากธนาคารที่กรุงลอนดอนในนามของแฟนนี ส่วนในการแต่งงานนั้นให้ทำพิธีแบบไทยที่บ้านของพระปรีชากลการเอง ไม่อนุญาตให้ใช้สถานกงสุลอังกฤษ อันจะทำให้การสมรสได้รับการรับรองตามกฏหมายของอังกฤษ ตามที่พระปรีชาร้องขอ  หลังจากแต่งงานกันแล้ว ก็ห้ามบุคคลทั้งสองไปมาหาสู่กับตนที่บ้านกงสุลเป็นอันขาด พร้อมกันนี้ นายน๊อกซ์ ได้ระบุว่าถ้าพระปรีชากลการมีความผิดได้รับพระราชอาญาไม่ว่าเรื่องใด ก็จะไม่ยอมให้ความช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น
   
พระปรีชากลการจำต้องยอมตามเงื่อนไขทุกประการ พิธีแต่งงานมีขึ้นในวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๒๑ โดยมีฝรั่งมาร่วมงานเพียงคนเดียวคือ นายกูลด์ ในฐานะตัวแทนของนายน๊อกซ์  วันรุ่งขึ้นพระปรีชาได้พาแฟนนีนั่งเรือ Rising sun, Honeymoon กันไปยังปราจีนบุรี และได้จัดงานเลี้ยงฉลองเพื่อแนะนำคุณนายแฟนนีแก่บรรดาข้าราชการ พ่อค้าอาเสี่ย พร้อมรับของขวัญในเมืองนั้นด้วย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10759



ความคิดเห็นที่ 80  เมื่อ 29 มี.ค. 15, 09:20

หลังเช็กอินแล้ว วันรุ่งขึ้นทั้งคนไทยและต่างชาติที่ไปร่วมงานซุบซิบกันว่า แฟนนี น๊อกซ์ บุตรสาวกงสุลใหญ่อังกฤษ ไม่ได้ค้างคืนในบ้านรับรองที่ทางการจัดไว้ให้ แต่กลับไปค้างบนเรือของพระปรีชากลการ ขุนนางไทย พฤติกรรมดังกล่าว ได้ถูกรายงานให้สมเด็จเจ้าพระยารับทราบด้วย ซึ่งท่านก็แสดงความสนใจเป็นพิเศษ ถึงกับตามขึ้นไปเยี่ยมแฟนนีบนเรืออัษฎางค์ของพระปรีชา เพื่อให้ประจักษ์ความจริงด้วยตาตนเอง

เรือของพระปรีชากลการที่สร้างขึ้นที่ปราจีณนั้น ยาวประมาณ ๑๕๐ ฟุต  เป็นที่สนใจมีเอ่ยไว้ในบันทึกราชการ
หลายครั้ง  ชื่อไทย ชื่ออัษฎางค์

เรือลำนี้พระปรีชากลการพาแฟนนี น้อกซ์ไปเที่ยวบางปะอิน  ซึ่งต่อมาเรียกกันว่า ฟุ้งซ่านนัก
หนังสือประวัติศาสตร์บางเล่มบอกว่าไปเสพมธุจันทร์รส(ภาษาโบราณ)
มีเรื่องที่อ่านมาว่า ที่จริงภรรยาสองคนของพระปรีชากลการอยู่ในเรือด้วย
แต่ถ้าจะคิดอย่างสิวิไลซ์  หญิงสองคนนั้นไม่มีเกียรติหรือวัยหรือสกุลสูงพอที่จะเป็นชาเปอโรนของธิดากงสุล

...

มีคำให้การของภรรยาคนหนึ่งของพระปรีชากลการว่า  พระปรีชากลการกับแฟนนีรักกันที่ปราจิณ  พี่น้องก็ถูกกัน
(อ่านมาจากเล่มอื่นว่า    ตอนนั้นนอกซ์พาลูกไปเที่ยวและพักอยู่กับพระปรีชากลการ  ถ้าจำไม่ผิดเป็นเวลาสองอาทิตย์)

ในหนังสือลูกท่านหลานเธอ ของคุณศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย พูดถึงเรื่องนี้ในอีกทางหนึ่ง

คุณศันสนีย์เธอว่าทั้งสองชอบกีฬาขี่ม้าเหมือนกัน วันหนึ่งในเวลาเช้า ฝ่ายชายอยู่ในกลุ่มข้าราชบริพารที่ทรงโปรดปราน  ขี่ม้าตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฝ่ายหญิงก็ขี่ม้าเล่นกับบิดา แม้ว่าฝ่ายชายจะมีภรรยาและบุตรชายหญิงอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสรู้จักกันครั้งแรกจึงอยู่ในฐานะมิตรสหาย ต่อมาเมื่อภรรยาฝ่ายชายถึงแก่กรรม ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนจึงพัฒนาเป็นความรักในที่สุด

ส่วนเรื่องเหตุการณ์ที่บางปะอิน คุณศันสนีย์เธอเล่าว่าเป็นเหตุการณ์ก่อนการแต่งงาน มิใช่ไปเพื่อเสพมธุจันทร์รส (honeymoon) ไม่ ครั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๑ พระปรีชากลการได้พาแฟนนี่นั่งเรือส่วนตัวไปในงานฉลองพระราชวังบางปะอินและค้างแรมด้วยกันบนเรือ มีบ่าวไพร่อยู่บนเรือด้วยกันหลายคน แต่ทั้งคู่มิได้อยู่ร่วมห้องกัน และกลับกรุงเทพฯในขณะที่งานฉลองยังไม่เสร็จสิ้น โดยไม่ได้กราบบังคมทูลลาให้ทรงทราบ

เหตุการณ์ที่บางปะอินจึงเป็นเหตุให้ทั้งสองต้องจัดงานแต่งงานโดยเร็วเพื่อกันข้อครหา
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 81  เมื่อ 29 มี.ค. 15, 10:28

ขอบคุณครับคุณเพ็ญ
ที่ยกขึ้นมาลอยๆคงต้องการให้ผมอธิบาย

ข้างบนนั่นเป็นเรื่องราวบรรดามีในเน็ทที่เราๆท่านๆเล่นกันมาแต่เก่าก่อน  ก็ดังที่ผมบอกไปแล้วตอนต้นๆของกระทู้นี้  เอกสารไทยชั้นปฐมภูมิของประวัติศาสตร์ช่วงนี้หาดูได้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ มีให้ค้นคว้าเยอะทีเดียว แต่ตอนนั้นไม่มีใครเข้าถึง
 
ตามความที่ปรากฏในเอกสาร “บันทึกการเข้าเฝ้าของมิสเตอร์น๊อกซ์” ซึ่งเจ้าพระยาภาณุวงศ์มีไปยัง พระยาอัศดงคต กงสุลสยาม ณ สิงคโปร์ ๔ เมษายน ค.ศ. ๑๘๗๙ ไม่ได้ระบุว่าแฟนนีเดินทางไปบางปะอินอย่างไร ผมจึงไม่ได้สนใจจะกล่าวถึง
 
อ้างถึง
เรือของพระปรีชากลการที่สร้างขึ้นที่ปราจีณนั้น ยาวประมาณ ๑๕๐ ฟุต  เป็นที่สนใจมีเอ่ยไว้ในบันทึกราชการ
หลายครั้ง  ชื่อไทย ชื่ออัษฎางค์

เรือลำนี้พระปรีชากลการพาแฟนนี น้อกซ์ไปเที่ยวบางปะอิน  ซึ่งต่อมาเรียกกันว่า ฟุ้งซ่านนัก
หนังสือประวัติศาสตร์บางเล่มบอกว่าไปเสพมธุจันทร์รส(ภาษาโบราณ)
มีเรื่องที่อ่านมาว่า ที่จริงภรรยาสองคนของพระปรีชากลการอยู่ในเรือด้วย
แต่ถ้าจะคิดอย่างสิวิไลซ์  หญิงสองคนนั้นไม่มีเกียรติหรือวัยหรือสกุลสูงพอที่จะเป็นชาเปอโรนของธิดากงสุล

พอได้อ่านที่คุณเพ็ญยกข้อความที่คุณwandeeเคยเขียนไว้มาแปะข้างต้น เลยอยากอธิบายว่า เรือของสถานกงสุลอังกฤษนั้น แม้น๊อกซ์จะใช้เป็นพาหนะนำกัปตันฮิลมาเข้าเฝ้าในวันรุ่งขึ้น แต่ถ้าวันนั้นจะนำนางมาส่งในฐานะที่ลูกสาวเป็นตัวแทนของกงสุลใหญ่อังกฤษมาร่วมในพระราชพิธี  แล้วกลับไปกรุงเทพในวันนั้นเพื่อไปรับนายน๊อกซ์ที่จะตามมาสมทบในวันต่อมา ก็ยังทันถมถืด  หรือจะให้เรือลำอื่นๆของสถานกงสุลมาประจำไว้เลย ก็จะสมเกียรติยศของชาติมหาอำนาจ  ไม่ใช่ฝากผู้แทนรัฐบาลอังกฤษมากับเรือส่วนตัวของขุนนางไทย ประหนึ่งฝรั่งสะพายเป้อย่างนั้น
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 82  เมื่อ 29 มี.ค. 15, 10:33

“บันทึกการเข้าเฝ้าของมิสเตอร์น๊อกซ์” ของเจ้าพระยาภาณุวงศ์ เขียนไว้ละเอียดลออ เพราะต้องการให้กงสุลสยามนำความไปแจ้งให้รัฐบาลอาณานิคมอังกฤษทราบโดยปราศจากข้อสงสัย  ท่านไม่ได้บอกว่านางแฟนนีไปถึงบางปะอินด้วยเรือของใคร  เพราะไม่จำเป็น

เรื่องเล่าแบบไทยๆที่กล่าวว่าพระปรีชากลการพาแฟนนี น้อกซ์ไปเที่ยวบางปะอิน  ซึ่งต่อมาเรียกกันว่า ฟุ้งซ่านนัก
หนังสือประวัติศาสตร์บางเล่มบอกว่าไปเสพมธุจันทร์รส(honeymoon) ก็ไม่จริง  เพราะต่างคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องไป แล้วเผอิญไปเจอกันที่นั่น หรืออาจจะนัดหมายกันแบบว่า ไปเจอกันที่นั่นนะที่รัก มากกว่า

ส่วนเรื่องที่ว่า ภรรยาสองคนของพระปรีชากลการอยู่ในเรือด้วยนั้น สลับสับสนแล้ว  ไปราชการในพระราชพิธีอย่างนี้ใครเขาเอาภรรยาไปถึงสองคนให้ถูกนินทา 

แต่หลังจากแต่งงานแล้วไปปราจีน ขากลับนางแฟนนีต้องนอนมากับภรรยาอื่นๆของพระปรีชา(ฝรั่งเติม s ให้ด้วย)นั้น นิวยอร์กไทม์ได้กล่าวไว้แล้ว ย้อนกลับไปอ่านได้ครับ 
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 83  เมื่อ 29 มี.ค. 15, 10:36

อ้างถึง
ในหนังสือลูกท่านหลานเธอ ของคุณศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย พูดถึงเรื่องนี้ในอีกทางหนึ่ง

ส่วนเรื่องเหตุการณ์ที่บางปะอิน คุณศันสนีย์เธอเล่าว่าเป็นเหตุการณ์ก่อนการแต่งงาน มิใช่ไปเพื่อเสพมธุจันทร์รส (honeymoon) ไม่ ครั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๑ พระปรีชากลการได้พาแฟนนี่นั่งเรือส่วนตัวไปในงานฉลองพระราชวังบางปะอินและค้างแรมด้วยกันบนเรือ มีบ่าวไพร่อยู่บนเรือด้วยกันหลายคน แต่ทั้งคู่มิได้อยู่ร่วมห้องกัน และกลับกรุงเทพฯในขณะที่งานฉลองยังไม่เสร็จสิ้น โดยไม่ได้กราบบังคมทูลลาให้ทรงทราบ

นี่ก็เหมือนกัน ถูกครึ่งนึงไม่ถูกสองครึ่ง ถ้าหากท่านเชื่อเอกสารของทางราชการที่ผมนำมาเขียน ไม่ใช่เรื่องที่เขียนจากที่เล่าต่อๆกันมา
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 500


ความคิดเห็นที่ 84  เมื่อ 29 มี.ค. 15, 12:13

ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๒๑ พระเจ้าอยู่หัวมีหมายกำหนดการ จะเสด็จพระราชพิธีฉลองวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ ที่เพิ่งสร้างเสร็จ บรรดาขุนนาง ข้าราชการชั้นสูงได้รับหมายไปห้เข้าเฝ้าตามหน้าที่ กงสุลประเทศต่างๆได้รับเชิญไปในงานฉลองครั้งนี้ด้วย โดยทางสำนักพระราชวังจะจัดเรือนรับรองสำหรับแขกต่างประเทศที่ไปร่วมงานทุกคน
กงสุลน๊อกซ์เกิดติดธุระจึงมอบหมายให้แฟนนีไปแทน  แล้วตนจะรีบตามไปสมทบในวันต่อไป ส่วนพระปรีชาที่ต้องไปตามหน้าที่ ก็ไปโดยเรือกลไฟส่วนตัวชื่อ Rising Sun หรือในพากษ์ภาษาไทยว่า อัษฎางค์ อันหรูเริ่ด

หลังเช็กอินแล้ว วันรุ่งขึ้นทั้งคนไทยและต่างชาติที่ไปร่วมงานซุบซิบกันว่า แฟนนี น๊อกซ์ บุตรสาวกงสุลใหญ่อังกฤษ ไม่ได้ค้างคืนในบ้านรับรองที่ทางการจัดไว้ให้ แต่กลับไปค้างบนเรือของพระปรีชากลการ ขุนนางไทย พฤติกรรมดังกล่าว ได้ถูกรายงานให้สมเด็จเจ้าพระยารับทราบด้วย ซึ่งท่านก็แสดงความสนใจเป็นพิเศษ ถึงกับตามขึ้นไปเยี่ยมแฟนนีบนเรืออัษฎางค์ของพระปรีชา เพื่อให้ประจักษ์ความจริงด้วยตาตนเอง

ในวันต่อมาเมื่อนายน๊อกซ์ได้นำกัปตันฮิล (Captain Hill) หัวหน้าคณะสำรวจการทำแผนทีระหว่างบางปะอินถึงทวาย ไปเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชวังบางปะอิน สมเด็จเจ้าพระยาจึงแจ้งให้นายน๊อกซ์ทราบเรื่องแฟนนีกับพระปรีชา นายน๊อกซ์โกรธมาก และกลับกรุงเทพในทันทีที่เสร็จธุระ
วันรุ่งขึ้น นายกูลด์ (E.E. Gould) ผู้ช่วยกงสุลถูกส่งให้ไปตามตัวแฟนนีกลับ พระปรีชาร้อนใจเรื่องว่าที่พ่อตากับแฟนตนเองมาก  ถึงกับนำเรือตามแฟนนีกลับกรุงเทพด้วย  ทั้งๆที่พระราชพิธียังไม่เสร็จสิ้น และไม่ได้เข้าไปกราบถวายบังคมลากลับตามธรรมเนียมอีกด้วย



ตรงนี้ก็น่าจะเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้วนะคะ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 85  เมื่อ 29 มี.ค. 15, 12:32

อ้างถึง
ตรงนี้ก็น่าจะเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้วนะคะ

ช่ายแร๊ว
บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 460


ความคิดเห็นที่ 86  เมื่อ 29 มี.ค. 15, 17:08

สมาชิกกลุ่มสยามหนุ่มเปลี่ยนไป?..!!!
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 87  เมื่อ 30 มี.ค. 15, 06:50

ครับ การเมืองเปลี่ยน คนก็ต้องเปลี่ยน

หลังที่วิกฤตวังหน้าจบ โดยพระเจ้าอยู่หัวทรงได้สิ่งที่พึงได้ไปเกือบหมด ทั้งอำนาจการเก็บภาษีที่มารวมไว้กับส่วนกลาง และการโอนแสนยานุภาพของทหารวังหน้ามาขึ้นกับวังหลวง เหลือไว้ให้เป็นทหารรักษาวังเพียงสองร้อยตามคำแนะนำของเซอร์แอนดรู  เรื่องก็จบ กรมพระราชวังบวรท่านก็ไม่ยุ่งกับราชการบ้านเมืองอีกต่อไป

พระเจ้าอยู่หัวทรงมีโอกาสปรับความเข้าใจกับสมเด็จเจ้าพระยาเรื่องการรีบร้อนเลือกวังหน้า ซึ่ง “วังหน้าเป็นคนไม่คุ้นเคย ไม่มีความไว้ใจ” โดยไม่รอไว้ให้พระองค์เป็นผู้เลือก จนสุดท้ายได้เกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่วิกฤตการณ์ในที่สุด โชคดีที่จบลงได้โดยบ้านเมืองไม่เสียหาย เพราะอังกฤษไม่ได้ต้องการเราไปเป็นเมืองขึ้นเลย ตามที่กลัวๆกัน

ต่อเรื่องนี้ สมเด็จเจ้าพระยาได้กราบบังคมทูลว่า ในเวลานั้นพระเจ้าอยู่หัวยังทรงพระเยาว์ และตนเห็นว่ากำลังทรงพระประชวรหนักมาก เกรงว่าจะเกิดความวุ่นวายขึ้นได้ เพราะมีพระบรมวงศานุวงศ์ เช่น กรมขุนวรจักรานุภาพที่มุ่งหมายจะเป็นวังหน้า และในระหว่างนั้น พรรคพวกของสมเด็จพระปิ่นเกล้าก็ยังมีอยู่มากมาย  ซึ่งก็คงไม่พอใจถ้าเจ้านายของตนมิได้เป็นวังหน้า จึงต้องคิดหาทางออกในลักษณะนี้  ความนี้ปรากฏในพระราชหัตถเลขา วันพฤหัสขึ้น๑ค่ำเดือน๘ จศ ๑๒๓๖ “รัชกาลที่ ๕ ถึงสมเด็จกรมพระยาบำราบปรปักษ์” ผมไม่ได้แต่งขึ้นเอง

แปลว่า หลังเกิดวิกฤตวังหน้าแล้ว พระเจ้าอยู่หัวน่าจะทรงเข้าใจอะไรๆดีขึ้น และคงจะทรงหยุดระแวงในความซื่อสัตย์จงรักภักดีของสมเด็จเจ้าพระยาแล้ว  บทบาทของกลุ่มสยามหนุ่มก็หมดไป เพราะที่ผ่านมาคนก็เห็นแล้วว่าพวกนี้คือคนที่สร้างปัญหา ส่วนพวกขุนนางตระกูลบุนนาคเองก็ต้องปรับตัวในระหว่างกัน ซึ่งถึงยังไงๆ เลือดก็ข้นกว่าน้ำ

แต่ก็ยังมีพวกลูกหลานของเจ้านายวังหลวงบางสายราชกุล ที่ยังไม่ค่อยจะหยุดซ้ำเติมวังหน้า หรือสมเด็จเจ้าพระยาอยู่  ซ้ำคนใกล้ชิดพระองค์บางคนก็คอยหาข่าวเน่าแบบเดิมๆมาเติมเชื้อให้เสมอตามธรรมชาติมนุษย์  เดี๋ยวหากมีอารมณ์จะเขียนถึง ผมจะทำมาเล่าต่อในตอนท้ายๆของกระทู้  จะพาเข้าซอยตอนนี้ไม่ได้  มันลึก เดี๋ยวจะหลงทางพาไปโผล่ออกทะเล
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 88  เมื่อ 30 มี.ค. 15, 07:56

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงมีพระวัยวุฒิในช่วงเพลานั้น


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 89  เมื่อ 30 มี.ค. 15, 08:02

เรื่องพระปรีชาแต่งงานกับแฟนนี พระเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงทราบโดยพลัน เพราะทรงพระประชวรอยู่มิได้เสด็จกลับกรุงเทพ สมเด็จเจ้าพระยาเป็นผู้ทำหนังสือกราบบังคมทูลขึ้นไปเมื่อตัวท่านได้รับรายงาน พร้อมกับขอให้ทรงทำโทษพระปรีชาที่แสดงความกระด้างกระเดื่อง บังอาจหลบหนีหน้าที่ตามผู้หญิงไปโดยมิได้กราบบังคมทูลลา และฝ่าฝืนแต่งงานกับชาวต่างชาติ  ข้ดต่อข้อห้ามของข้าราชการ โดยมิได้มีพระบรมราชานุญาต

สมเด็จเจ้าพระยาเลยกราบบังคมทูลต่อไปว่า คงจะเนื่องจากมีราษฎรมาฟ้องร้องพระปรีชากลการหลายราย แต่ทางราชการยังรีรอมิได้จัดการดำเนินคดีแต่อย่างใด ดังนั้น การที่พระปรีชากลายเป็นบุตรเขยของกุลสุลอังกฤษไปเช่นนี้แล้ว น่าจะเป็นการส่อเจตนาของพระปรีชาที่หวังพึ่งอิทธิพลชาติมหาอำนาจ  หากพระปรีชาต้องคดีความ จะสร้างปัญหายากลำบากแก่ทางราชการแน่นอน

สุดท้าย ได้ถวายคำแนะนำให้พระเจ้าอยู่หัวทรงป้องกันพระเกียรติยศ โดยรีบจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เพื่อจะได้เป็นตัวอย่างต่อคนอื่นๆ ที่อาจกระทำการอันภัยต่อชาติบ้านเมืองเช่นนี้อีกในกาลข้างหน้า

พระเจ้าอยู่หัวทรงมีหนังสือตอบ เห็นด้วยที่จะต้องรักษาพระเกียรติยศและอำนาจของแผ่นดิน  จึงทรงมอบหมายให้สมเด็จพระยาปรึกษากับเจ้าพระยาภาณุวงศ์ เสนาบดีกระทรวงต่างประเทศ  และเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ สมุทพระกลาโหม เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ทำหนังสือกราบบังคมทูลต่อ มีความอันสำคัญตอนหนึ่งว่า “..คนตระกูลนี้ พระองค์ได้ทรงอุปการะเลี้ยงดูและไว้วางพระทัยให้ใช้สอยพระราชทรัพย์หลวงอย่างฟุ่มเฟือยยิ่งกว่าขุนนางทั้งปวง ถ้ายังทรงพระอาลัยอยู่ จะคิดให้เต็มสติปัญญาก็ยาก กลัวจะเป็นการตีงูให้หลังหักไป...”
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 24
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง