เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 24
  พิมพ์  
อ่าน: 38396 คดีพระปรีชากลการ มโหฬารงานสร้างทางการเมือง
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 26 มี.ค. 15, 14:18

ขอสลับฉากหน้าม่าน

เชิญท่านนวรัตนจิบชาแก้คอแห้งก่อน    ดิฉันมีเวลาแป๊บก่อนลงเรือนไปงาน ขอเล่าถึงท่านโหมด พระยากระสาปนกิจโกศลอีกสักเล็กน้อย

ท่านผู้นี้เป็นคนเปรื่องปราดอย่างที่ฝรั่งเรียกว่าเป็นพวก was born before the time  คือเป็นพวกล้ำสมัย   เห็นอะไรที่คนร่วมสมัยไม่เห็น ทำอะไรที่คนร่วมสมัยไม่ทำ

ย้อนหลังกลับไปสมัยรัชกาลที่ 1    หนังสือหนังหาต่างๆไม่ได้พิมพ์ขายกันอย่างสะดวกเหมือนสมัยนี้    แม้แต่ตำรากฎหมายซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ประชาชนทั้งหลายควรรู้  ทางการก็ไม่ได้ให้คัดลอกเผยแพร่ให้รู้กันอย่างแพร่หลายเหมือนยุคนี้       เมื่อก่อนมีโรงพิมพ์เกิดขึ้นในสยาม ก็เป็นที่เข้าใจถึงความยากลำบากที่จำนวนหนังสือมีอยู่จำกัด
แต่เมื่อหมอบรัดเลย์ตั้งโรงพิมพ์    หนังสือต่างๆก็เริ่มขยายวงกว้างขึ้น    ข้าราชการหนุ่มคนหนึ่งชื่อนายโหมด ไปหาสำเนากฎหมายตั้งแต่รัชกาลที่ 1 มาได้ ครบ 1 ชุด  เห็นว่าเป็นประโยชน์ที่ประชาชนจะมีความรู้ทางกฎหมาย  ก็ไปจ้างโรงพิมพ์พิมพ์ขึ้นโดยไม่ได้ขออนุญาตจากทางราชการ 
กลายเป็นเรื่องใหญ่  สมเด็จพระนั่งเกล้าฯ กริ้วว่า ถ้าใครๆ มีกฎหมายอยู่ในมือไม่เลือกหน้า พวกเจ้าถ้อยหมอความก็จะเอาไปใช้เป็นเครื่องมือสำหรับคดโกงให้ยากแก่กระบิลเมือง จึงดำรัสสั่งให้ริบหมดทั้งฉบับเขียนและฉบับพิมพ์  และให้เอาไปเผา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 26 มี.ค. 15, 14:23

แต่หนังสือส่วนหนึ่งที่พิมพ์แล้วยังเหลือรอดเป็นหนังสือต้องห้าม เก็บไว้ในหอพระสมุด      ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ทรงเห็นประโยชน์ของการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายพระจอมเกล้าฯ  ทรงเห็นว่านายโหมดตีพิมพ์กฎหมายเป็นคุณต่อแผ่นดิน ไม่ควรจะริบมาเก็บเอาไว้ไม่ให้ผู้ใดเห็น ก็เลยทรงมีพระบรมราชานุญาตให้เผยแพร่ได้   ทรงซื้อแจกทุกโรงทุกศาล ที่เหลือก็ขายเล่มละ 10 บาท
ทางโรงพิมพ์จึงได้มีโอกาสจำหน่ายหนังสือกฎหมายให้แก่ประชาชนทั้งเล่ม 1 และเล่ม2  นายโหมดก็รอดตัวไป   

ก็ยังไม่พบว่านายโหมดโดนพระราชอาญาในรัชกาลที่ 3 ด้วยหรือเปล่า  ต้องส่งไม้คืนซายานวรัตน   ถึงเวลาลงจากเรือนแล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 26 มี.ค. 15, 14:43

เยี่ยมเลยครับ

ขอบพระคุณที่อุตสาห์ปลีกเวลามาสลับฉาก อยากได้อย่างนี้เยอะๆ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 26 มี.ค. 15, 14:54

คดีพระยาอาหารได้ผลตามคาด  เพราะเป็นเรื่องกระเทือนศักดิ์ศรีของตระกูลบุนนาคมาก เพราะนอกจากเกี่ยวดองนับญาติกันแล้ว พระยาอาหารยังเป็นพ่อตาของพระอมรวิไสยสรเดช (โต บุนนาค) บุตรของเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ สมุหกลาโหม ผู้เป็นบุตรคนโตของสมเด็จเจ้าพระยาโดยตรงอีกที

แม้เรื่องที่พระยาอาหารพาดพิงถึงสมเด็จเจ้าพระยา  เช่นนำเงินอากรค่านาที่เสนาบดีกรมนาคนก่อนเคยถวายเป็นเงินพระคลังข้างที่ ปีละ ๒,๐๐๐ ชั่ง ไปมอบให้กับสมเด็จเจ้าพระยา และเรื่องใช้อำนาจที่มีอยู่นำข้าวเปลือกข้าวสารในความดูแลซึ่งเป็นของหลวงไปกำนัลแก่สมเด็จเจ้าพระยาและท่านผู้หญิง พระเจ้าอยู่หัวจะไม่ทรงติดใจ เพราะท่านก็ว่าท่านนำไปเลี้ยงดูคนในสังกัด ซึ่งถือว่าเป็นคนของทางราชการเช่นกัน แต่ถึงตอนนี้ การโจมตีของกลุ่มสยามหนุ่มก็เพิ่มกระแสรุนแรง  ทั้งข่าวเต้าข่าวลือข่าวใต้ดิน

ที่เล่นแบบจะๆบนดินนั้น ดรุโณวาทลงบทความของเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค)น้องชาย โจมตีฝ่ายสยามเก่าว่าทำงานล้มเหลว แล้วยังหวงอำนาจ โฉบมาจบที่วังหน้าว่าคณะที่ปรึกษาจะถวายความจงรักภักดีต่อผู้สืบราชสมบัติที่เป็นโอรสของพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น

เจอหมัดชุดนี้ของบุนนาคหัวก้าวหน้าผู้น้องชายคนเล็กต่างมารดาของตนเองเข้า สมเด็จเจ้าพระยาท่านถึงกับต้องเซเข้ามุม  หลบไปให้น้ำยังจวนที่ราชบุรี ถิ่นอิทธิพลเก่าของตนเองเลยทีเดียว
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 26 มี.ค. 15, 15:20

ระหว่างคุณนวรัตนพักยก ขอเข้ามาเสริมที่มาของนามสกุล "อมาตยกุล" และ "บุนนาค"

และในบรรดาสมาชิกที่มีเพียงไม่กี่คน พระยากระสาปนกิจโกศล (โหมด) พระยาเจริญราชไมตรี (ตาด) น้องชาย ได้เป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน

พระยาเจริญราชไมตรี (ตาด) ต่อมาได้เป็น พระยาธรรมสารนิติพิพิธภักดี ผู้พิพากษาศาลต่างประเทศ  มีบุตรธิดากับคุณหญิงอิ่ม  ๖ ท่านชื่อคล้องจองกันไพเราะทีเดียวคือ แสนถนอม-จอมถวิล-ปิ่นอนงค์-พงษ์ประวัติ-ถัดประคอง-รองจรูญ บุตรคนที่สองต่อมาได้เป็น พระยาอภัยรณฤทธิ์ (ถวิล) มีบุตรกับคุณหญิงทรามสงวน ๖ ท่าน

คุณหญิงทรามสงวน  มีบุตรกับพระยาอภัยรณฤทธิ์ (ถวิล  อมาตยกุล)  ดังนี้

๑.พระยาอภัยรณฤทธิ์ (เกษียร  อมาตยกุล)  

๒.พระยาวิชิตสรสาตร์ (อำนวย  อมาตยกุล)

๓.พระยาอรรถกลยวทาวัท  (กระแส  อมาตยกุล)

๔.ท่านผู้หญิงนงเยาว์ ภรรยาเจ้าพระธรรมาธิกรณาธิบดี (หม่อมราชวงศ์ปุ้ม  มาลากุล)

๕.คุณหญิงชลอ  ภรรยาพระยาสรกิจพิศาล (ดำริห์)

๖.พระยารักษาเทพ  (เชาวน์  อมาตยกุล)

๗.ญ ชื่อ สนาน

บุตรคนแรกนี้แหละเป็นผู้ขอพระราชทานนามสกุล "อมาตยกุล" ตามราชทินนามของพระยามหาอำมาตย์ (ป้อม) ผู้เป็นบิดาของ พระยากระสาปนกิจโกศล (โหมด) และ พระยาธรรมสารนิติพิพิธภักดี (ตาด)  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 26 มี.ค. 15, 15:41

ที่เล่นแบบจะๆบนดินนั้น ดรุโณวาทลงบทความของเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค)น้องชาย โจมตีฝ่ายสยามเก่าว่าทำงานล้มเหลว แล้วยังหวงอำนาจ โฉบมาจบที่วังหน้าว่าคณะที่ปรึกษาจะถวายความจงรักภักดีต่อผู้สืบราชสมบัติที่เป็นโอรสของพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น

เจอหมัดชุดนี้ของบุนนาคหัวก้าวหน้าผู้น้องชายคนเล็กต่างมารดาของตนเองเข้า สมเด็จเจ้าพระยาท่านถึงกับต้องเซเข้ามุม  หลบไปให้น้ำยังจวนที่ราชบุรี ถิ่นอิทธิพลเก่าของตนเองเลยทีเดียว

ผู้ขอพระราชทานนามสกุล "บุนนาค" ก็คือ "บุนนาคหัวก้าวหน้า" คนนี้นี่เอง  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 499


ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 26 มี.ค. 15, 22:22

เว้นจากการเข้าเรือนไทยเพียงแค่วันเดียว มาวันนี้ก็มีเรื่องยาวให้ติดตามอีกแล้ว ชอบค่ะชอบ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 27 มี.ค. 15, 07:48

เว้นจากการเข้าเรือนไทยเพียงแค่วันเดียว มาวันนี้ก็มีเรื่องยาวให้ติดตามอีกแล้ว ชอบค่ะชอบ ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มกว้างๆ ขอบคุณครับ ขอบคุณคุณเพ็ญด้วย

เช้านี้ มาต่อกันในเหตุการณ์หลังจากนั้น
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 27 มี.ค. 15, 07:49

พระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งให้พระยาราชวรานุกูล(รอด) สมาชิกสภาที่ปรึกษาราชการ แผ่นดินและที่ปรึกษาในพระองค์ ให้เข้าดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมนาแทน ผลประโยชน์จากกรมนั้นจึงถ่ายเทจากสมเด็จเจ้าพระยา กลับมาสู่พระราชอำนาจ

แม้ว่าสมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์จะมิได้คัดค้านหรือแสดงความไม่พอใจในเรื่องนี้อย่างออกนอกหน้า แต่คนทั่วไปทั้งไทยและเทศต่างตั้งข้อสังเกตว่า ท่านใช้น้ำอดน้ำทนรอเวลาถึง ๕ ปี พระปรีชากลการบุตรชายคนโตของพระยากระสาปนกิจโกศลก็พลาดบ้าง โดนข้อหาเดียวกัน คือฉ้อโกงของหลวงเข้าให้มั่ง ทำให้ตัวพระยากระสาปน์ผู้บิดาและครอบครัวอมาตยกุลคนสำคัญๆทั้งหมดต้องตกเป็นจำเลย โดยมีสมเด็จเจ้าพระยาและคนใหญ่คนโตในตระกูลบุนนาค เป็นผู้ที่มีบทบาทร่วมเป็นพระเอกของคดี

ผลของคดีจบลงไม่เหมือนกัน  ตอนนั้นยังไม่มีใครคิดคำว่าสองมาตรฐาน มิฉะนั้น บทความของนิวยอร์คไทม์ฝรั่งคงเล่นคำว่า double standard
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 27 มี.ค. 15, 07:57

ก่อนจะถึงเรื่องดังกล่าว สยามต้องผ่านเรื่องใหญ่ทางการเมืองอีกเรื่องหนึ่งก่อน คือ หลังจากที่ได้สยบสมเด็จเจ้าพระยาไปได้ในระดับหนึ่งแล้ว ก็ถึงคิวกระพระราชวังบวรวิไชยชาญ แล้วเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า วิกฤตวังหน้า

ผมได้เขียนเรื่องนี้ไว้แล้วในกระทู้เรื่อง “  นิราศกรมหมื่นสถิต ว่าด้วยวิกฤตวังหน้า” ท่านที่สนใจสามารถย้อนกลับไปอ่านได้ตามระโยงข้างล่าง

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=4297.0

ผมจะไม่เขียนเรื่องซ้ำๆกันอีก นอกจากจะขอนำใจความที่ผมเจอใหม่ในเว็บ อ้างถึง พ.อ.รศ.ดร.พีรพล สงนุ้ย อาจารย์ประจำกองวิชาประวัติศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ผู้เคยศึกษาเอกสารชั้นต้นของกองจดหมายเหตุกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส   ได้เขียนบทความเปิดเผยเรื่องที่กงสุลการ์นิเยร์ ( Frederic Garnier) เขียนรายงานจากกรุงเทพส่งไปปารีส เริ่มตั้งแต่ก่อนวิกฤตการณ์วังหน้าจนจบ ซึ่งท่านเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือ เพราะเอกสารมีความสมบูรณ์มาก และฝรั่งเศสในช่วงนั้นอยู่ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ไม่มีส่วนได้เสียโดยตรงกับการเมืองไทย  

นายการ์นิเยร์ได้บันทึกเหตุการณ์กรณีวังหน้าในช่วงนั้นไว้ดังนี้

"ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีสิ่งบอกเหตุหลายอย่างทำให้คิดว่า (autorisent a penser) พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๑ ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าพระองค์ไม่ทรงโปรดกษัตริย์พระองค์ที่ ๒ เลย ได้ทรงร่วมกันวางแผนกับคนสนิท (ses plus intimes confidents) เพื่อหาทางถอดถอน แล้วจะโปรดเกล้าฯให้พระอนุชาร่วมพระชนนีทรงเป็นวังหน้าแทน หรือยุบวังหน้าไปเลยเพื่อประหยัดงบประมาณแผ่นดิน แต่กระทำการสำคัญนี้จะต้องไม่ใช้ความรุนแรง  วังหน้าต้องทรงกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดผิดอย่างมหันต์ก่อน จึงจะขอให้ที่ประชุมเสนาบดียอมรับการถอดถอนวังหน้าได้  แต่ด้วยพระชนมายุ ๔๐ เศษและพระประสบการณ์ที่สั่งสม  ทำให้วังหน้าค่อนข้างเก็บพระองค์ ไม่ทรงยุ่งเกี่ยวกับใคร และทรงระมัดระวังพระองค์อย่างมากในทุกโอกาส ทำให้จับผิดพระองค์ได้ยาก เมื่อวังหน้าไม่ทรงมีข้อบกพร่อง ดังนั้นเมื่อมีเหตุการณ์ใดๆ ที่สามารถใช้เป็นข้ออ้างได้ พวกเขาจึงไม่พลาดโอกาสที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์"  
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 27 มี.ค. 15, 08:02

"คืนวันที่ ๒๘ ธันวาคม เกิดไฟไหม้ (บางทีวางเพลิงเพื่อเหตุผลดังที่กล่าวแล้ว) ในเขตพระบรมมหาราชวัง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกับวังหน้า กรณีเช่นนี้ ตามโบราณราชประเพณี เป็นหน้าที่โดยตรงของวังหน้าที่ต้องดับไฟ ด้วยเสียงกลองฆ้องให้สัญญาณเตือนภัย

พระมหาอุปราชซึ่งกำลังประชวรด้วยโรคไขข้อ(rhumatisme) ทำให้เสด็จพระดำเนินไม่ได้นับเดือนแล้ว (qui un rhumatisme empechait de marcher depuis un mois) เจ้าหน้าที่เวรยามของวังหน้า รีบวิ่งไปดับเพลิงแต่ลำพังโดยทุกนายมีถังน้ำอยู่ในมือ ไม่ช้าเพลิงจึงสงบ ทันใดนั้นเองพวกที่หลบอยู่คอยโอกาสจะให้โทษวังหน้าก็ออกมากล่าวหาว่า พระมหาอุปราชทรงส่งทหารมาเพื่อยึดวังหลวงและเพื่อจับพระมหากษัตริย์ (Immediatement, les gens qui quetaient une occasion d'incrimer le Wangnah l'accuerent d'avoir envoye ses soldats pour envahir le palais et saisir du Premier Roi) มีคนยืนยันแม้กระทั่งว่า ได้เห็นวังหน้าเสด็จฯ ตรวจการณ์รอบพระบรมมหาราชวังบนหลังม้า ทั้งๆ ที่พระองค์ทรงขยับเขยื้อนไม่ได้ ไม่ว่าเรื่องที่กล่าวมานี้จะจริงหรือเท็จ ความวิตกกังวลเรื่องการยึดอำนาจโดยวังหน้าก็ได้แผ่ขยายออกไปแล้ว

พระมหากษัตริย์ทรงมีพระบรมราชโองการให้ระดมกำลังไพร่พลในเขตพระนครและติดอาวุธให้ รวมทั้งอาสาสมัครจากบริเวณปริมณฑล ข่าวการระดมไพร่พลนี้ ทำให้วังหน้า ซึ่งทรงมีกำลังทหารพร้อมอาวุธครบมือตลอดเวลา ๔๐๐ นาย จึงจัดกำลังเพื่อป้องกันพระบวรราชวังจากการโจมตี เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในวันที่ ๒๙ ธันวาคม..."

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 27 มี.ค. 15, 08:32

แม้สาเหตุของเพลิงไหม้จะไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า เป็นเพราะเหตุใด แต่สุดท้ายกรมพระราชบวรได้เสด็จลี้ภัยไปอยู่สถานกงสุลอังกฤษ ตามข้อความในบทโหมโรงของผมข้างบนของกระทู้นี้

รายงานของนายการ์นิเยร์ ไม่ได้เอ่ยถึงอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่กล้าระบุลงไปตรงๆว่าเป็นฝีมือของใครที่ทำให้เพลิงเกิดลุกขึ้น
แต่แก๊สมันลุกเป็นไฟด้วยตัวมันเองไม่ได้ ต้องมีคนกระทำ จะทำด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าไม่มีเอกสารฝ่ายไทยที่กล่าวถึงสาเหตุ และการลงโทษผู้ที่ประมาทเลินเล่อจนทำให้เกิดไฟไหม้  หากใช้พื้นฐานเดียวกับที่ เดวิด บี. เจ. อดัม (David B.J. Adams) เขียนไว้ว่า ได้พบเอกสารของกงสุลฝรั่งเศสที่รายงานไปยังกรุงปารีสก่อนเหตุไฟไหม้จะเกิดขึ้น มีความว่า ได้มีประกาศข้อความคิดอยู่ในที่สาธารณะ เป็นเชิงล้อเลียนกระทบถึงท่าทีของสมเด็จเจ้าพระยาที่มีต่อปฏิกิริยาของกลุ่มสยามหนุ่ม ผู้ต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยท่านระบุว่าคนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมที่ก่อกวนความสงบสุข เป็นตัวทำลายชาติบ้านเมือง ถ้าดังนั้นก็ขอให้ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินกวาดล้างคนพวกนี้ พร้อมทั้งล้มล้างสภาที่ปรึกษาไปด้วยเลย ท้ายประกาศแม้จะไม่ลงชื่อผู้เขียน แต่การ์นิเยร์ระบุว่า ผู้ที่เขียนข้อความดังกล่าวคือบุตรชายของพระยากระสาปนกิจโกศล คือ พระปรีชากลการ หลวงพิจารณ์จักรกิจ และหลวงพินิจจักรภัณฑ์

ถ้าข้อมูลของฝรั่งเศสเป็นความจริง ผมก็กล้าที่จะพูดว่า พี่น้องสามใบเถาเป็น activist ในความขัดแย้งทางการเมืองขณะนั้น
แล้วโรงแก๊สในวังหลวงซึ่งควบคุมดูแลโดยตัวบิดา นายช่างใหญ่เมืองสยามผู้มีชื่อเสียง และลูกๆที่ได้ชื่อว่าหัวรุนแรง การระเบิดแล้วเกิดเพลิงไหม้ภายใต้ภาวะที่ควบคุมได้ เพลิงลุกในวงจำกัด และสามารถดับลงอย่างรวดเร็วก่อนจะลุกลามไปที่อื่นนั้น คือข้อพิรุธ
 
แล้วหลังจากนั้นก็ยังโปรดเกล้าให้หลวงพินิจจักรภัณฑ์ ผู้รับผิดชอบ  ย้ายโรงผลิตแก๊สไปอยู่แถวหน้าวัดสุทัศน์ เมื่อทำเสร็จแล้วทรงเลื่อนบรรดาศักดิ์ให้เป็นพระยาอภิรักษ์ราชอุทยาน และเป็นผู้บังคับการโรงแก๊สแทนบิดาด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง แถมด้วยเหรียญบุษปมาลาเป็นบำเหน็จ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 27 มี.ค. 15, 08:47

ความไว้วางพระราชหฤทัยพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อครอบครัวพระยากระสาปนกิจโกศลนั้นลึกซึ้งมาก  จนกระทั่งเรื่องเงินๆทองๆ เห็นได้จากการที่พระยากระสาปน์ฯและบุตรทั้งสาม ได้รับราชการมีตำแหน่งใหญ่ๆ กระจุกตัวอยู่ในกรมกระษาปณ์สิทธิการทุกคน  มีหน้าที่ผลิตเหรียญบาทที่มีส่วนผสมของเงินแท้ออกสนองตลาดเศรษฐกิจ  แต่มีหลักฐาน ฝรั่งเคยต่อว่าๆเหรียญบาทไทยไม่มีมาตรฐานเท่าที่ควร เพราะพบว่ามีจำนวนมากที่มีสินแร่เงินน้อยกว่าที่รัฐบาลกำหนด  เรื่องเช่นเดียวกันนี้ ครั้งหนึ่งสมเด็จเจ้าพระยาก็เคยตั้งข้อสังเกตในปี ๒๔๑๗ว่า มีเหรียญเงินปลอมที่ผลิตออกไปจากแท่นของโรงกระษาปณ์เอง แต่พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงแสดงความสงสัยว่า พวกของพระยากระสาปน์เป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องการผสมเงินผสมทอง จะเป็นผู้ทำของปลอมออกมาให้ถูกจับได้ง่ายๆได้อย่างไร ปรากฏในพระราชหัตถเลขาถึงกรมพระยาบำราบปรปักษ์
 
แม้กระนั้น เมื่อพระองค์โปรดให้ตั้งเจ้าพนักงานคนอื่นในโรงกระษาปณ์ เป็นคณะกรรมการพิสูจน์เงินปลอมนั้น ก็ได้ความจริงว่า เป็นเหรียญเงินที่ผลิตจากโรงกระษาปณ์จริง แต่เป็นเหรียญมีตำหนิที่จะต้องคัดทิ้งตามระบบตรวจสอบ ทว่าบางส่วนเกิดหลุดออกไปได้ด้วยมือที่มองไม่เห็น 
ต่อเรื่องนี้ พระเจ้าอยู่หัวก็เพียงทรงมีพระราชหัตเลขาถึงเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ว่า เหรียญบาทที่ผลิตออกมามีเป็นจำนวนมาก ก็ย่อมจะต้องหลงหูหลงตาเจ้าพนักงานไปบ้างเป็นธรรมดา แล้วมีพระราชบัญชาให้เจ้าพระยาสุรวงศ์ออกประกาศ ให้ผู้ที่มีเงินปลอมเหล่านั้นนำมาแลกของใหม่

เรื่องนี้ก็เป็นอันปิดฉาก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 27 มี.ค. 15, 09:31

นึกถึงเรื่องเพลิงไหม้  นึกถึงสงครามข่าวกรองที่ดำเนินมาระยะหนึ่งก่อนเกิดเหตุวิกฤตวังหน้า   เมื่อเกิดเหตุตูมตามขึ้นมา   ทำให้วังหน้าตัดสินพระทัยหนีมากกว่ามอบตัว 
แล้วนึกถึงกลศึกในเรื่องพระอภัยมณี

จะพลิกพลิ้วชิวหาเป็นอาวุธ         ประหารบุตรเจ้าลังกาให้อาสัญ

สงครามมีหลายรูปแบบ มากกว่าที่พงศาวดารหรือประวัติศาสตร์บันทึกไว้
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 27 มี.ค. 15, 10:22

เห็นจะจริง

ถ้าอ่านสามก๊ก จะเห็นว่าสงครามไม่จำเป็นต้องประดาบเพื่อเอาชนะ รอยหยักในสมองนั่นแหละที่สำมะคัญ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 24
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.081 วินาที กับ 19 คำสั่ง