เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 16 17 [18] 19 20 ... 24
  พิมพ์  
อ่าน: 38780 คดีพระปรีชากลการ มโหฬารงานสร้างทางการเมือง
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 255  เมื่อ 14 เม.ย. 15, 16:54

ในปีพ.ศ. ๒๔๒๗ หุ้นส่วนชาวฝรั่งเศสทั้งสองได้ตกลงได้ขายกิจการทั้งหมดให้นายอัลเบิร์ต ยุคเกอร์ชาวสวิส ซึ่งลงทุนร่วมกับนายเฮนรี ซิกก์ โดยใช้ชื่อว่ายุคเกอร์ซิกก์ แอนด์โก(Jucker & Sigg & CO) ซึ่งนอกจากกิจการทั้งหลายแหล่ที่ผมเอ่ยไปแล้ว ยังมีกิจการโรงสีข้าวสามเสน ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพด้วย

มิถุนายน ๒๔๒๗ นางแฟนนีได้ทำหนังสือร้องเรียนกับท่านทูตตามเรื่องที่กำลังเขียนถึงอยู่นี้

นายอัลเบิร์ต ยุคเกอร์ตายในกรุงเทพในปี ๒๔๒๘ ด้วยโรคยอดนิยมของฝรั่ง คืออหิวาตกโรค มาดามเลยหอบลูกๆกลับไปอยู่สวิตเซอร์แลนด์ ทิ้งบริษัทไว้ให้นายซิกก์ดูแล จนมีนักธุรกิจสวิสอีกคนหนึ่งชื่ออัลเบิร์ต เบอรรี่ (Albert Berli) เข้ามาซื้อหุ้นของนายซิกก์ แล้วเข้าครอบครองกิจการในปี ๒๔๓๒
ลูกๆของนายยุคเกอร์เมื่อจบการศึกษาแล้วได้กลับมาดูแลกิจการของพ่อ และทำงานในฐานะหุ้นส่วนกับนายเบอรีในปี ๒๔๔๔ แล้วบริษัทได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นเบอรียุคเกอร์ จนทุกวันนี้
บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 460


ความคิดเห็นที่ 256  เมื่อ 14 เม.ย. 15, 18:15

อาจารย์NAVARAT.Cขยันจริงๆ ช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ ก็ยังไม่ยอมห่างหายไปไหน
ขอบคุณครับที่นำความรู้มาให้ถึงหน้าจอ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10759



ความคิดเห็นที่ 257  เมื่อ 14 เม.ย. 15, 19:54

หนังสือของนางแฟนนีนี้ ต้นฉบับดั้งเดิมจะเป็นอย่างไรไม่ทราบ

ต้นฉบับหนังสือของแฟนนีมีดังนี้

The property I had in my hands when my late husband was arrested was as follows :

1. One share in my late husband s name in the rice mill of the firm Malherbe, Jullien & Co., value 100 catties.
2. A receipt in the name of my late husband for $24,000 dollars lent by him to the firm Malherbe, Jullien & Co.
3. A receipt in the name of my late husband for $ 14,400 dollars lent by him to the Patriew Company Mill.
4. A share in the Patriew Mill, value 150 catties, in the name of my late husband.
5. A receipt signed by Nai Sin for Patriew Mill Company for 6286 ticals at 1 % per month, payable on demand, lent by my late husband.
6. A receipt from Nai Sin, manager of the above mill for 8000 ticals, due to my late husband for rice supplied by him.
7. A receipt from Chin Toh for 50 catties due to my late husband for money advanced by him to Chin Toh.
8. A boxful of documents in the Siamese language, some of which I believe were mortgages on landed property in Siam.

Patriew เข้าใจว่าคือ แปดริ้ว


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10759



ความคิดเห็นที่ 258  เมื่อ 14 เม.ย. 15, 20:23

During the imprisonment of Phra Preecha, I offered to give up the keys and all possessions to Phya Krasarb, Phra Nai Sri and Luang Pinit. They refused to accept the offer -- Mr Gould being witness to this act.

On the night of 26th November 1879, soldiers came to the house to confiscate all the property. I left the house ten minutes before the said occupation, not. wishing to receive the insults of the people.

When money was required for my passage to Europe, Mr. Sigg wrote to ask Mr. Read to give me all I required, as he would pay the sum from moneys in his hand, the interest at the rate of 2 salung to the catti of the sum of $ 24, 000 dollars having not been paid since 1877. But on settling the account, I found that Mssrs. Malherbe, Jullien & Co, instead of paying Mr. Read with the balance of interest of 24, 000 dollars, had sold my late husband's share at their Rice Mill (see No. 1) and had bought it themselves without accounting for the interests during the two years. With the money for this share they paid Mr, Read and sent me the balance of £500. I never found out what this share was sold for although it was a paper-note share worth 100 catties.


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10759



ความคิดเห็นที่ 259  เมื่อ 14 เม.ย. 15, 20:26

In May 1879, Mr. Sigg  asked me to give him the receipt (see No 3) for money lent by Phra Preecha as working capital of Patriew, which receipt Phra Preecha had given me. When I handed over the receipt of $14, 400 dollars, Mr. Sigg took it as his loan to Patriew Mill and gave me a receipt in my name from the firm of Malherbe, Jullien & Co as having received the said sum from me. In June 1881, Mr. Sigg proposed to Mr. Gould, my attorney, that I should give up this receipt of $14, 400 to him in return for a receipt in my own name for the sum of $24, 000 (see No. 2) which the firm of Malherbe, Jullien & Co. then, held in the name of Phra Preecha. Seeing that the sum of 24, 000 dollars was more than $14, 400, Mr. Gould accepted the transaction and gave up the $14, 400 for the receipt in my own name of $24, 000 which I now have in Europe and which I am willing to give to the Siamese Government as their legal property confiscated from Phra Preecha.


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10759



ความคิดเห็นที่ 260  เมื่อ 14 เม.ย. 15, 20:29

To the best of my knowledge, the share in the Patriew Mill (see No. 4) was given to Malherbe, Jullien & Co by Mr. Gould. I do not know what has become of the receipt (see No. 6) which I gave to Mr. Sigg, and which I have asked him to collect for me. The receipt from Chin Toh (No. 7) was given by me to Mr. Gould, and as far as I know he has it. As for the box containing the mortgages (No. 8 ), I left it in Bangkok with my sister, Mrs. Leonowens, and she has it now.

In 1880, the Siamese Government asked Mssrs. Malherbe, Jullien & Co if they had any property of Phra Preecha for which they denied all knowledge and instead put in claims as creditors for merchandise supplied to Phra Preecha, and I believe the Siamese Government has paid the firm accordingly.

To my knowledge, there was a large quantity of rose-wood belonging to my late husband in the possession of Mssrs. Malherbe, Jullien & Co in their lower store. I do not know where all this went to. —

Fanny Preecha Koulakarn. Paris 12th June 1884.

rose-wood อาจจะเป็นได้ทั้ง ไม้พะยูง และ ไม้ชิงชัน


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 261  เมื่อ 15 เม.ย. 15, 06:01

อาจารย์NAVARAT.Cขยันจริงๆ ช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ ก็ยังไม่ยอมห่างหายไปไหน
ขอบคุณครับที่นำความรู้มาให้ถึงหน้าจอ ยิ้ม

ครับ ผมไม่ได้ไปไหนไกลๆ นอกจากออกไปนอกบ้านบ้าง เวลาที่มีเหลือก็นั่งหน้าจอ อ่านบ้างพิมพ์บ้างเป็นเครื่องอยู่

แต่ Fanny and the Regent ที่คุณหมอค้นหามาลงนี่น่ะ ไม่มีคำถามหรือความเห็นอื่น นอกจากต้องการจะให้ผมอ่านเท่านั้นหรือครับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 262  เมื่อ 15 เม.ย. 15, 07:26

เอาตรงนี้ก่อนแล้วกันนะครับ ทรัพย์สินที่นางแฟนนีบอกว่าอยู่กับนางตอนที่พระปรีชาถูกจับกุมน่ะ มีดังนี้
The property I had in my hands when my late husband was arrested was as follows :

1. One share in my late husband s name in the rice mill of the firm Malherbe, Jullien & Co., value 100 catties.
๑ หุ้นสามัญในชื่อสามีผู้ล่วงลับไปแล้วของดิฉัน ของโรงสีบริษัทมาแลบยุเลียนแอนด์โก มูลค่า ๑๐๐ชั่ง

2. A receipt in the name of my late husband for $24,000 dollars lent by him to the firm Malherbe, Jullien & Co.
๒ ใบรับเงินในชื่อสามีผู้ล่วงลับไปแล้วของดิฉันเป็นเงิน ๒๔๐๐๐ ดอลลาร์ ให้บริษัทมาแลบยุเลียนแอนด์โกกู้

อธิบายเสียเลยว่าทำไมผมจึงไม่แปลตามคุณไกรฤกษ์ที่ระบุว่าเป็นสัญญากู้เงิน ที่ผมอยากเห็นต้นฉบับคือตรงนี้เอง แฟนนีใช้คำว่าใบรับเงิน(ที่ให้กู้ไป) ซึ่งผมใช้คำที่ถูกต้องกว่า ว่า(ใบ)หุ้นกู้

หุ้นกู้(Debenture)นี้มีความหมายเดียวกับพันธบัตร(Bond) ผิดกันที่หุ้นกู้(Debenture)ใช้เรียกสำหรับกิจการบริษัท แต่พันธบัตร(Bond)ใช้เรียกกับกิจการของรัฐ
ทั้งหุ้นกู้กับพันธบัตรคล้ายกับสัญญากู้เงิน แต่ผิดกันตรงที่ทั้งหุ้นกู้กับพันธบัตรสามารถขายต่อหรือโอนให้ผู้อื่นได้โดยเพียงแต่ลงนามสลักหลังบัตร(ที่แฟนนีเรียกใบรับเงิน) และผู้นั้นนำไปให้ผู้ออกบัตรเปลี่ยนชื่อให้เป็นของตน แล้วรับดอกเบี้ยประจำงวดๆต่อไป และไปขึ้นเงินต้นคืนจากผู้ออกบัตรเมื่อครบอายุตามกำหนด

แต่การกู้เงินทำไม่ได้ด้วยเพียงแต่ผู้กู้ออกใบเสร็จรับเงินให้เท่านั้น ทั้งคู่ต้องกระทำเป็นสัญญากู้เงิน ผู้ให้กู้และผู้กู้จะสิ้นสภาพหนี้ต่อกันเมื่อมีการชำระหนี้เท่านั้น การเปลี่ยนชื่อผู้กู้หรือผู้ให้กู้ตามปกติจะเปลี่ยนได้หากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งยินยอม หรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสียชีวิตหรือเลิกกิจการ แล้วมีคำสั่งศาลให้โอนสภาพหนี้ไปยังทายาท หรือนิติบุคคลอื่น โดยยกเลิกสัญญาเก่าแล้วทำสัญญาระหว่างกันขึ้นใหม่
ทุกกรณีย์ที่กล่าวมาถือว่ายุ่งยากมาก สัญญากู้เงินจึงกระทำกันระหว่างบุคคลกับบุคคลที่ไว้วางใจกันมากๆ หรือถ้าเป็นกับนิติบุคคลก็ต้องมีหลักทรัพย์ไปจำนำจำนองเพื่อค้ำประกันวุ่นวาย

ใบหุ้นกู้ที่นางแฟนนีอ้างถึง บริษัทปฏิเสธที่จะชำระคืนหนี้ เนื่องจากหุ้นกู้ตราไว้มีกำหนด ๑๐ปี นั่นยังไม่ครบกำหนด แต่บริษัทคงต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ทุกงวดแก่ผู้ถือใบหุ้นตามทะเบียนของบริษัท เพียงแต่เป็นใครก็ไม่ทราบ สันนิฐานไว้ก่อนว่าเป็นนายซิกก์ตามที่นางแฟนนีอ้างว่าเป็นผู้โอนไปเป็นชื่อของเขา
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 263  เมื่อ 15 เม.ย. 15, 07:54

3. A receipt in the name of my late husband for $ 14,400 dollars lent by him to the Patriew Company Mill.
4. A share in the Patriew Mill, value 150 catties, in the name of my late husband.
๓ กับ ๔ ไม่แปลนะครับ ความคล้ายๆกันกับที่แปลไปแล้ว

5. A receipt signed by Nai Sin for Patriew Mill Company for 6286 ticals at 1 % per month, payable on demand, lent by my late husband.
๕ ใบหุ้นกู้(ใบรับเงิน)ลงนามโดยนายสินในนามของบริษัทโรงสีแปดริ้ว เป็นเงิน ๖๒๘๖บาท ดอกเบี้ยเดือนละ ๑%จ่ายเมื่อทวงถาม ออกให้ในชื่อสามีผู้ล่วงลับไปแล้วของดิฉัน

6. A receipt from Nai Sin, manager of the above mill for 8000 ticals, due to my late husband for rice supplied by him.
อันนี้น่าสนใจครับ
๖ ใบรับของลงนามโดยนายสิน ผู้จัดการของโรงสีข้างต้น มูลค่า ๘๐๐๐บาท ออกให้ในชื่อสามีผู้ล่วงลับไปแล้วของดิฉัน สำหรับข้าวที่ส่งขายให้
 
อ้าวๆๆๆ ข้าวที่ผลิตได้จากนาหลังโรงถลุงทองหรือเปล่า ไหนว่าเอาไปให้คนคุกกิน ยังแปลกใจอยู่ว่าสมัยโน้นพวกเจ้านายเขาใจดีกับนักโทษในคุกขนาดนั้นเชียวรื้อ นี่ไง หางโผล่มาแล้ว
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 264  เมื่อ 15 เม.ย. 15, 08:19

7. A receipt from Chin Toh for 50 catties due to my late husband for money advanced by him to Chin Toh.
8. A boxful of documents in the Siamese language, some of which I believe were mortgages on landed property in Siam.

๗ กับ๘ นี่ไม่แปลก็แล้วกัน เพราะคงคล้ายกับของคุณไกรฤกษ์
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 265  เมื่อ 15 เม.ย. 15, 09:59

ใจจริงคุณนายแฟนนีก็รู้ใช่ไหมว่าสามีเธอขอรับฉันเงินและทองของรัฐบาลไปเยอะ   แต่เธออยากได้บางส่วนคืนเข้ากระเป๋าเท่านั้นเอง
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 266  เมื่อ 15 เม.ย. 15, 10:00

ไม่ต้องสงสัยเลยครับ รู้อยู่เต็มหัวอก ที่ยอมเป็นเมียคงจะเห็นว่ารวยมหาศาลนี่เอง แค่เศษเงินที่หลวงแบ่งให้ก็คุ้มแล้ว
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 267  เมื่อ 15 เม.ย. 15, 10:04

เอาของคุณเพ็ญชมพูมาแปลต่อ ดีกว่าอยู่เฉยๆ

During the imprisonment of Phra Preecha, I offered to give up the keys and all possessions to Phya Krasarb, Phra Nai Sri and Luang Pinit. They refused to accept the offer -- Mr Gould being witness to this act.
ระหว่างที่พระปรีชาถูกจำคุก ดิฉันออกปากขอมอบกุญแจและของในครอบครองแก่พระยากสาปน์ พระนายศรี และหลวงพินิจ  แต่ทุกคนปฏิเสธคำเสนอ นายกูลด์เป็นพยานรู้เห็นการกระทำนี้

ก็มันเรื่องอะไรที่ใครจะไปกล้ารับ ก็หลวงพินิจเองผู้รักษากุญแจไว้เดิมถูกพี่ชายเรียกคืนไปให้เมียแหม่มเก็บไว้แทนก่อนที่ตัวเองจะเดินเข้าไปติดคุก  เมื่ออยู่ในมือนางแล้ว อะไรในนั้นจะถูกยักย้ายถ่ายเทไปที่ไหนบ้างแล้วก็ไม่รู้ ไปรับเข้าก็ซวยไม่เลิกแน่นอน
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 268  เมื่อ 15 เม.ย. 15, 10:06

On the night of 26th November 1879, soldiers came to the house to confiscate all the property. I left the house ten minutes before the said occupation, not. wishing to receive the insults of the people.

ในคืนของวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๔๒๒ ทหารได้เข้ามาใบน้านเพื่อริบราชบาทว์ทรัพย์สินทุกอย่าง  ดิฉันออกจากบ้านสิบนาทีก่อนที่จะถูกยึดครอง ด้วยไม่ประสงค์ที่จะถูกเหยียดหยามจากผู้คน

แสดงว่าแม้จะเตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว การออกจากบ้านของแฟนนีคงจะฉุกละหุกพอดู  และนี่คงมีเส้นมีสายดีอยู่ด้วย จึงได้รับการเตือนล่วงหน้าจากผู้(ที่นาง)ไม่ประสงค์จะออกนาม  น่าจะเป็นพวกที่เป็นสายลับให้อังกฤษมากกว่าสายลับทางฝ่ายครอบครัวพระปรีชา

และนางคงจะต้องไปหลบอยู่ที่กงสุลอังกฤษ ก่อนที่เรือจะออกเดินทางในอีกสองวันต่อมา และทางการเปิดทางสะดวกให้นางตามรับสั่งของพระเจ้าอยู่หัว
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10920


ความคิดเห็นที่ 269  เมื่อ 15 เม.ย. 15, 10:09

When money was required for my passage to Europe, Mr. Sigg wrote to ask Mr. Read to give me all I required, as he would pay the sum from moneys in his hand, the interest at the rate of 2 salung to the catti of the sum of $ 24, 000 dollars having not been paid since 1877.

เมื่อดิฉันต้องการเงินเพื่อจะเดินทางผ่านเข้ายุโรป  นายซิกก์เขียนหนังสือถึงนายรีดให้ๆทุกอย่างที่ดิฉันต้องการ ซึ่งเขาจะก็จะได้จ่ายเงินที่เขาถือไว้ในมือ คือดอกเบี้ยในอัตรา ๒ สลึงต่อชั่ง ของเงินต้น ๒๔๐๐๐ ดอลลาร์ ซึ่งไม่เคยจ่ายมาเลยตั้งแต่ปี ๒๔๒๐

ดอกเบี้ยในอัตรา ๒ สลึงต่อชั่ง = ๐.๖๒๕% น่าจะต่อเดือน ไม่ใช่ต่อปี ดังนั้นดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบต้นแล้วก็คงโขอยู่
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 16 17 [18] 19 20 ... 24
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.064 วินาที กับ 19 คำสั่ง