เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 13 14 [15] 16 17 ... 24
  พิมพ์  
อ่าน: 37949 คดีพระปรีชากลการ มโหฬารงานสร้างทางการเมือง
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 210  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 09:35

การมีเมียฝรั่งไม่ได้เกิดจากความรักบริสุทธิ์  แต่เป็นเพราะมีแผนลับลมคมนัย จะใช้อิทธิพลต่างชาติมาคุ้มครองผลประโยชน์ที่จำเป็นจะต้องแบ่งกันทั้งสองฝ่าย การกล่าวเพียงว่า เพราะมีเมียฝรั่งตัวจึงตาย เป็นการเบี่ยงเบนประเด็นไปโทษกฏหมายล้าสมัยของสยาม

ติดไว้ก่อนครับ แล้วผมจะมาอธิบายอีกทีว่ามันไม่ใช่ประเด็นนั้น
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 211  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 09:37

เมื่อเรื่องสงบลง ชาวบ้านได้ตั้งศาลเจ้าพ่อสำอางให้ใหญ่โตที่ลานประหาร คนคงไปขอหวยกันตรึม

คนไทยบางจำพวกก็ประหลาดอยู่  ประเภทที่บูชาชูชก ทำเป็นรูปหล่อมาห้อยคอแทนพระก็มี ทั้งๆที่ชูชกนั้นเมื่อตายแล้วได้กลับชาติไปเกิดเป็นเทวทัต ตั้งตนเป็นศัตรูคู่อาฆาตพระพุทธเจ้าแท้ๆ ผมถามเหตุผลว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น ได้คำตอบว่าชูชกมันขี้ขอดี  บูชาแล้วเวลาไปขออะไรใครก็มักจะได้ …เออนะคนเรา  นี่พวกบูชาเจ้าพ่อสำอางคงหวังถูกหวย หรืออยากรวยทางลัด  แต่จะรวยด้วยวิธีใดไม่สำคัญ  ขอให้รวยไว้ก่อนก็แล้วกัน

ปัจจุบันศาลเจ้าพ่อสำอางได้เปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม  เขาว่าย้ายสถานที่มาตั้งอยู่ด้านข้างของสถานีตำรวจภูธรประจำจังหวัด ศูนย์ข้อมูลทางวัฒนธรรมของปราจีนบุรีในเว็บบันทึกไว้ว่า

"เจ้าพ่อสำอาง คือ พระปรีชากลการ เดิมชื่อ สำอาง อมาตยกุล เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๙ ได้เป็นเจ้าเมืองปราจีนบุรีอยู่ ๔ปี ได้ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินจังหวัดปราจีนบุรี เช่น การสร้างถนน สถานที่ราชการ อาคารต่างๆ โรงงานเครื่องจักรสำหรับ ทำทอง บูรณะและสร้างอุโบสถวัดหลวงปรีชากูล และถึงแม้ว่าดวงชะตากรรมของท่าน จะต้องโทษทัณฑ์ด้วยการถูกประหารชีวิต แต่ประชาชนชาวจังหวัดปราจีนบุรีก็ยังเคารพบูชา จนถึงทุกวันนี้"

นักการเมืองไทยทุกระดับของยุคนี้ก็ใช้งบประมาณหลวงไปสร้างโน่นสร้างนี่  แจกบ้างให้กู้แบบไม่สนใจจะได้คืนบ้าง ส่วนหนึ่งก็ยักย้ายถ่ายเทเข้ากระเป๋าตนเองและพวกพ้องกันร่ำรวย บางคนกินกันชั่วลูกชั่วหลานไม่หมดแล้วก็ยังไม่หยุดโกง  แต่ชาวบ้านก็ชื่นชมยกย่องว่าฯพณฯท่านเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดิน
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 212  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 09:43

ศาลเจ้าพ่อสำอางในภาพที่ฝรั่งเอาไปตีพิมพ์ในหนังสือ กับภาพที่ถ่ายปัจจุบัน อ้างว่าเป็นศาลเก่าของพระปรีชาที่อยู่ในบริเวณวัดหลวงปรีชานุกูล ถ้าจริงก็คงเป็นตรงลูกศรชี้  ส่วนศาลที่ว่าอยู่ข้างสถานีตำรวจเป็นอย่างไร ต้องพึ่งคุณเพ็ญชมพูอีกแล้ว


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10674



ความคิดเห็นที่ 213  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 09:47

นักการเมืองไทยทุกระดับของยุคนี้ก็ใช้งบประมาณหลวงไปสร้างโน่นสร้างนี่  แจกบ้างให้กู้แบบไม่สนใจจะได้คืนบ้าง ส่วนหนึ่งก็ยักย้ายถ่ายเทเข้ากระเป๋าตนเองและพวกพ้องกันร่ำรวย บางคนกินกันชั่วลูกชั่วหลานไม่หมดแล้วก็ยังไม่หยุดโกง  แต่ชาวบ้านก็ชื่นชมยกย่องว่าฯพณฯท่านเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดิน

แถว ๆ บ้าน ก็มีถนนทางเข้าเขาใหญ่ตั้งชื่อเป็นอนุสรณ์เจ้าพ่อที่มีพฤติกรรมแบบเดียวกับที่คุณนวรัตนว่า  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 214  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 09:47

เยอะครับคุณเพ็ญ เยอะ บรรยายไม่หมด ที่ยังไม่ตายก็อีกมาก

นี่คือภาพจวนเจ้าเมืองที่พระปรีชาเคยอยู่ จากหนังสิอฝรั่งเช่นกัน คุณไกรฤกษ์ นานาได้เอามาลงพิมพ์ในหนังสือของท่าน


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 215  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 10:10

เอาวัตุดิบจากเว็บนี้มาทำภาพขึ้นใหม่

http://www.amatyakulfamily.com/2011/index.php?option=com_content&view=article&id=39:2012-08-02-06-15-32&catid=1:amatyakul-photo-gallery&Itemid=3


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10674



ความคิดเห็นที่ 216  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 10:33

คุณพระปรีชาฯ กลายเป็นหม่อมเจ้าไปแล้ว  ยิงฟันยิ้ม

จาก http://www.amphoe.com/menu.php?mid=1&am=345&pv=29


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 217  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 10:39

ข้างบนนี่เว็บของส่วนราชการจังหวัดปราจีณบุรีหรือเปล่าคะ?
ถ้าใช่  ข้าราชการหรือคนชาวปราจีนเข้ามาอ่าน กรุณาบอกเวบมาสเตอร์ให้แก้ไขด้วยนะ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 218  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 13:23

คุณ Wandee เคยเล่าไว้ในนี้แหละว่า “พระยาภาษจดหมายไปรเวตถวายด้วยเส้นดินสอเข้ามาฉบับ ๑ ว่าเมื่อคืนนี้   มีเรือโบตเก๋ง ๔ แจว  ผู้หญิงอยู่ในนั้น  ร้องสักรวา  แจวขึ้นข้างบน ตั้งแต่ปากคลองโอ่งอ่าง  ไปจนหน้าบ้านเจ้าพระยามหินทร แล้วกลับมาอีก  แล้วล่องลงไปล่างผู้ฟังเขาจำไว้ได้”
สงสัยว่าจะเป็น Caroline บุตรสาวมิสเตอร์นอกซ์ ความว่า
              
                          สักรวาวันนี้พระปรีชา
                          ต้องรับอาญาพระเจ้าอยู่หัว
                          กำเริบจิตรคิดการห่ามเกินตัว
                          ทั้งพันพัวราชทรัพย์ก็นับพัน
                          กลับออกไปก็มิได้บังคมบาท
                          ถืออำนาจผู้ใดกระไรนั่น
                          ทรงการุณชุบเลี้ยงถึงเพียงนั้น
                          หรือหมายมั่นพึ่งใครให้ว่าเอย

     นักประวัติศาสตร์ก็มิได้บันทึกที่มาที่ไปของสักรวาเรื่องนี้ไว้ แต่รูปการณ์ไม่น่าเชื่อว่าเป็นคาโรไลน์ น๊อกซ์  บ้านอยู่ถึงสี่พระยา  มันเรื่องอาไร้ของนางถึงต้องลงทุนขนาดน้าน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 219  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 20:11

ลองแกะรอยเล่นๆ
สาวนักร้องที่นั่งเรือโบต 4 แจว เห็นทีจะมีนายที่บุญหนักศักดิ์ใหญ่ไม่เบา   มีเรือหลายลำพอจะแบ่งเรือโบต มาให้ลูกน้องสาวนั่งขึ้นล่องแม่น้ำ ส่งเสียงร้องสักรวามาตามทางโดยไม่มีเรือของใครกล้าไปจับกุม   
ถ้าไม่ใช่ว่าร้องประสานเสียงกันหลายสาว   ก็ต้องเป็นคนเดียวที่มืออาชีพ ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วกังวานได้ยินไปสองฟากฝั่งน้ำ
เพราะถ้าได้ยินแค่กลางแม่น้ำ ชาวบ้านไม่ได้ยิน   ก็ไม่รู้จะร้องไปทำไม

เพลงนี้ มีเป้าหมาย จงใจให้ได้ยินถึงบ้านเจ้าพระยามหินทรฯ  เพราะเรือล่องจากคลองโอ่งอ่างไปหยุดแค่นั้น ก่อนจะวกกลับตามทางเดิม
keyword น่าจะอยู่ในวรรคสุดท้ายของสักรวา

"หรือหมายมั่นพึ่งใครให้ว่าเอย"
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 220  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 20:17


     นักประวัติศาสตร์ก็มิได้บันทึกที่มาที่ไปของสักรวาเรื่องนี้ไว้ แต่รูปการณ์ไม่น่าเชื่อว่าเป็นคาโรไลน์ น๊อกซ์  บ้านอยู่ถึงสี่พระยา  มันเรื่องอาไร้ของนางถึงต้องลงทุนขนาดน้าน

   เนื้อหาของสักรวา ตำหนิพระปรีชาเต็มๆ   ย่อมไม่ได้มาจากฝ่ายเครือญาติพวกพ้องของพระปรีชา  จึงไม่เชื่อว่าคาโรไลน์จะเกี่ยวอะไรด้วย
   นอกจากตำหนิพระปรีชา  ยังพุ่งเป้าไปที่ "ขาใหญ่" ที่ในกลอนบอกว่าพระปรีชาหวังพึ่ง
                          กลับออกไปก็มิได้บังคมบาท
                          ถืออำนาจผู้ใดกระไรนั่น
                          ทรงการุณชุบเลี้ยงถึงเพียงนั้น
                          หรือหมายมั่นพึ่งใครให้ว่าเอย
   ถ้าไม่ใช่กงสุลน๊อกซ์   ก็ต้องมีคนใหญ่โตฝ่ายสยามอีกคนหนึ่งสนับสนุนพระปรีชาอยู่    เจ้านายของสาวนักร้องจึงส่งลูกน้องมาว่ากระทบกระแทกแดกดันเข้าให้   
   แต่จะเป็นใครนั้น คงจะต้องใช้ verb to เดา  เดากันไปเอง

     
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 221  เมื่อ 12 เม.ย. 15, 06:59

ถ้าไม่ใช่กงสุลน๊อกซ์   ก็ต้องมีคนใหญ่โตฝ่ายสยามอีกคนหนึ่งสนับสนุนพระปรีชาอยู่    เจ้านายของสาวนักร้องจึงส่งลูกน้องมาว่ากระทบกระแทกแดกดันเข้าให้  
แต่จะเป็นใครนั้น คงจะต้องใช้ verb to เดา  เดากันไปเอง


มีรายชื่อที่เข้าข่ายปรากฏในประวัติศาสตร์ให้เดาเพียงสองคนครับ  คนแรกคือนายน๊อกซ์ผู้มีอำนาจในฐานะกงสุลใหญ่ของชาติมหาอำนาจ ผู้ที่กราบทูลพระเจ้าอยู่หัว อ้างตนว่ามีความชอบธรรมที่จะแทรกแทรงกิจการภายในของประเทศอนารยะอย่างสยาม  อีกคนหนึ่งนั้นคือ พระยากสาปนกิจ ประมุขตระกูลขุนนางใหญ่อันดับสอง รองจากบุนนาค และทุกคนเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท นอกนั้นแล้ว ส่องอินทรเนตรหาใครอีกไม่เจอ

แต่ในตอนเช้าของวันเดียวกันที่พระปรีชาถูกนำตัวไปประหารชีวิต และมีการลอยเรือร้องสักวาในตอนกลางคืนนั้น พระยากระสาปนกิจโกศล เจ้าหมื่นศรีสรรักษ์ และหลวงพินิตจักรภัณฑ์ ได้ถูกเรียกมาสอบสวนในฐานะเป็นผู้รู้เห็นเป็นใจ และเบิกเงินร่วมกับพระปรีชากลการในคดีทุจริต

ตามพระกระทู้ที่ทรงตั้งถาม ทั้งสามยอมรับว่า ถึงจะมิได้กระทำเอง หรือสนับสนุนให้พระปรีชาทำความชั่วดังที่เกิดขึ้น แต่การที่รู้เรื่องแล้วมิได้กราบบังคมทูลถือว่ามีความผิดตามกฎของสภาที่ปรึกษาในพระองค์ ด้วยเหตุนี้คณะตุลาการจึงกราบบังคมทูลให้ถอดยศถาบรรดาศักดิ์ และปลดออกจากการเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาทั้งสองคณะไว้ก่อน แล้วจำขังไว้สอบสวนพิจารณาคดีต่อไป

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 222  เมื่อ 12 เม.ย. 15, 07:37

ระหว่างที่พระยากระสาปน์และบุตรชายทั้งสองถูกจองจำอยู่นั้น ตุลาการได้ตรวจสอบทรัพย์สินเงินทองที่ริบราชบาทว์จากบ้านพระปรีชา ไม่พบเงินทองของมีค่าที่น่าจะต้องมีอยู่ นอกเหนือจากบรรดารถเรือ เครื่องปืนพร้อมกระสุน รวมทั้งโต๊ะเก้าอี้ เครื่องถ้วยกะลาแตก ซึ่งไม่มีมูลค่ามากนัก เมื่อเรียกสอบบุคคลในบ้านเพิ่มเติมก็ได้ความว่า ได้มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สมบัติเงินทองไปฝากไว้บ้านญาติและที่สถานกงสุลอังกฤษก่อนหน้านี้มานานแล้ว

แต่เรื่องใหม่ที่โผล่ขึ้นในการสอบพยานครั้งนี้ปรากฏว่า  บ่าวไพร่และคนในครอบครัวของพระยากระสาปน์ได้ให้การว่า พระยากระสาปน์และบุตรชายทั้งสองร่วมกันทำการทุจริตในโรงกษาปณ์สิทธิการมานานหลายปี เนื่องจากได้มีการขนทองแดงใส่หีบจากบ้านไปโรงกระษาปณ์ ขากลับก็ขนเงินมาบ้านเป็นประจำ แล้วก็แบ่งกันในระหว่างพ่อลูกซึ่งรวมทั้งพระปรีชาด้วย
เรื่องนี้พระยากระสาปนกิจโกศล เจ้าหมื่นศรีสรรักษ์ และหลวงพินิตจักรภัณฑ์ ยอมรับในศาลว่าได้เก็บเศษเงินที่ตกค้างอยู่ในเบ้าหลอมครั้งละประมาณ ๔๐-๕๐ ชั่ง แล้วหลอมให้เป็นลิ่ม นำไปแลกเป็นเหรียญบาทกลับมาแบ่งปันกันที่บ้าน จริงตามข้อกล่าวหา

เมื่อเป็นเช่นนี้ ความผิดของบุคคลทั้งสาม จึงมิใช่เพียงสมรู้ร่วมคิดกับพระปรีชาเท่านั้น หากแต่ยังมีความผิดในการทุจริตในกิจการโรงกระษาปณ์สิทธิการอีกกระทงหนึ่งด้วย
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 223  เมื่อ 12 เม.ย. 15, 08:21

เรื่องนี้ สมเด็จเจ้าพระยาได้เคยตั้งข้อสงสัยเรื่องเหรียญเงินที่ผลิตจากโรงกษาปณ์สิทธิการว่ามีทองแดงปนมากเกินกว่าเนื้อเงินมาแล้วครั้งหนึ่งในพ.ศ. ๒๔๑๙ หรือประมาณ ๔ ปีที่ผ่านมา แต่เรื่องนี้ก็มิได้รับความสนพระทัยจากพระเจ้าอยู่หัวที่จะลงโทษทัณฑ์ตามที่สมเด็จเจ้าพระยาถวายคำแนะนำ ทรงเชื่อใจคนพวกนี้ว่ากระทำการบกพร่องในขบวนการผลิตโดยสุจริต ความย่ามใจจึงเกิดขึ้นอีกอย่างต่อเนื่องโดยสมเด็จเจ้าพระยาต้องยอมเอาหูไปนาเอาตาไปไร่

การพิจารณาตัดสินคดีของพระยากระสาปน์และบุตรชายสองคนในเรื่องนี้ ไม่เยิ่นเย้อเหมือนคดีบุตรชายคนโตที่มีอิทธิพลต่างชาติเข้ามาแทรกแซง และจำเลยทั้งสามก็ยอมร่วมมือกับคณะตุลาการให้ปากคำและรับสารภาพโดยดี แต่ให้เหตุผลว่าการตรวจสอบเนื้อเงินในเหรียญกระทำโดยเจ้าพนักงานจากพระคลังมหาสมบัติทุกครั้ง จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าฉ้อโกง หากแต่เนื้อเงินที่เก็บมาเป็นประโยชน์ส่วนตัวนั้น เป็นเพียงผลพลอยได้เล็กๆน้อยๆ (เหมือนเงินทิปบ๋อย ชดเชยกับเงินเดือนที่น้อยนิด แบบว่าเศรษฐีอย่างพวกตนไม่พอใช้)
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 224  เมื่อ 12 เม.ย. 15, 08:42

เมื่อสมเด็จเจ้าพระยาได้กราบบังคมทูลเร่งให้การตัดสินโทษแล้วเสร็จก่อนที่กงสุลอังกฤษคนใหม่จะเดินทางมาถึง ซึ่งเผลอๆอาจจะเกิดประเด็นยุ่งยากลำบากใจมาให้สยามได้อีก  ดังนั้น ในวันที่ ๒๔มกราคม ๒๔๒๒ คณะลูกขุนจำนวน ๑๐ คน จึงได้ประชุมตัดสินว่า พระยากระสาปนกิจโกศล มีความผิดในฐานะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับพระปรีชากลการ เพราะมีชื่อเป็นผู้ประทับตราในฎีกาตั้งเบิกจากพระคลังมหาสมบัติ จึงต้องได้รับโทษเสมอกับพระปรีชากลการ คือ ให้ริบราชบาทว์ เฆี่ยน ๓ ยก และประหารชีวิต ส่วนเจ้าหมื่นศรีสรรักษ์ และหลวงพินิตจักรภัณฑ์ ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเบิกและลงชื่อเบิกเงินไปจากพระคลังมหาสมบัติและแสดงพฤติกรรมที่รู้เห็นเป็นใจกับพระปรีชากลการนั้น มีความผิดเป็นมหันตโทษ ให้ลงโทษริบราชบาทว์ เฆี่ยนคนละ ๓ ยก แล้วเอาเข้าคุก

ส่วนการยักยอกเงินจากโรงกระษาปณ์สิทธิการ เนื่องจากข้อแก้ตัวของพระยากระสาปน์และบุตรชาย ได้อ้างเจ้าพนักงานจากพระคลังมหาสมบัติเป็นผู้รับรองมาตรฐานของเหรียญที่พวกตนรับผิดชอบในการผลิตและส่งมอบ ถ้าเอาผิดตรงนี้เดี๋ยวจะลามไปกันใหญ่ ดังนั้นคณะตุลาการจึงตัดสินคดีในความผิดเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองทองของพระปรีชาเท่านั้น
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 13 14 [15] 16 17 ... 24
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.061 วินาที กับ 19 คำสั่ง