เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 24
  พิมพ์  
อ่าน: 38378 คดีพระปรีชากลการ มโหฬารงานสร้างทางการเมือง
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 195  เมื่อ 10 เม.ย. 15, 08:00

อย่างไรก็ดี พระเจ้าอยู่หัวก็ยังทรงเห็นว่าหนังสือดังกล่าวพระปรีชาเขียนขึ้นอย่างมีชั้นเชิง ทำนองจะบอกว่าตนบกพร่องโดยสุจริตนั่นแล ทองที่คืนมาคราวนี้ก็อ้างว่ากำลังจะนำไปส่งอยู่แล้ว แต่ถูกจับเสียก่อน การเขียนคราวนี้เพียงแต่แสดงความอ่อนน้อมต่อแผ่นดินเท่านั้น แต่ไม่ได้ยอมรับว่าตนกระทำทุจริต

สมเด็จเจ้าพระยากราบบังคมทูลว่าคนพวกนี้ถือตนว่าฉลาด จะเขียนหนังสือต้องมีชั้นมีเชิง จะให้เขียนสารภาพชัดๆอย่างที่ต้องการคงเป็นไปไม่ได้ 
เรื่องเดียวกันนี้ เจ้าพระยาสุภานุวงศ์เคยคิดดังๆออกมาว่า  หรือพระปรีชาจะกลัวภรรยาจะรู้ว่าตนทำผิด เพราะแฟนนีเคยทำจดหมายถึงพระปรีชาในคุกว่า “ถ้าคุณเป็นคนฉ้อในหลวงแล้ว ฉันก็ไม่อยู่กับคุณ จะกลับไปบ้านเสียไม่ขออยู่กับคนโกงเจ้านายของตนเอง”
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 196  เมื่อ 10 เม.ย. 15, 08:21

ถึงตรงนี้ผมงงว่า น้ำหนักทองคำที่พระปรีชายอมคืนให้นั้นต่างกับที่สมเด็จเจ้าพระยากล่าวกับพระยากสาปน์มากหลายเท่าตัว ไม่ทราบว่าเป็นลูกเล่นที่ท่านบลัฟคู่เจรจา หรือมีจริงตามที่สายสืบรายงาน แต่ถูกนางแฟนนีกับพ่อขมายต่อไปอีกที  แล้วไปโผล่ร่องรอยให้เห็นในปารีสภายหลัง ตามที่คุณเพ็ญเอาเอกสารมาดักหน้าให้ดูกันแล้ว พระองค์เจ้าปฤศฎางค์ อัครราชทูตสยามประจำกรุงปารีส ที่แฟนนีขอเข้าพบเพื่อขอความช่วยเหลือ ได้ทรงทำรายงานกลับมากรุงเทพ ซึ่งผมจะเล่าให้อ่านกันต่อไปตามลำดับ ไม่ให้เรื่องราวมันกระโดดไปกระโดดมา ท่านผู้อ่านจะเกิดความสับสน หรือผมนั่นแหละที่จะสับสน

ส่วนข้อความในจดหมายของแฟนนีที่กองเซ็นเซ่อร์หน้าคุกอ่านแล้วนำไปรายงานนายนั้น ก็คงเป็นแค่กลลวงธรรมดาๆเพื่อออกตัวไว้ก่อนว่า เดี๊ยนเป็นคนใสซื่อนะยะ ทองที่หายไปอย่าได้มาโทษเดี๊ยนกับแดดดี๋เป็นทีเดียวเชียวนะ ขอบอก 
เราๆท่านๆก็เคยอ่านเชอร์ล็อคโฮมส์กันมาแล้ว เรื่องยังงี้ก็ต้องเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกันไว้ก่อน

ผมเคยอ่านเจอ แต่คราวนี้หาไม่เจอแล้ว จำได้คร่าวๆว่านายน๊อกซ์เคยพูดว่า สยามเลี้ยงข้าราชการไม่พออยู่พอใช้ ให้เงินเดือนเพียงน้อยนิด เหมือนให้แต่ข้าว ส่วนกับข้าวให้ไปหาเอาเอง ข้าราชการที่เบียดบังราษฎร์ไม่ได้จึงต้องเบียดบังหลวง คอร์รัปชั่นกันทั้งระบบ ในหลวงก็ทรงทราบแต่ก็เลือกที่จัดการเฉพาะคน ที่พระปรีชาโดนเช็กบิลครั้งนี้อย่างไรเสียตนก็เห็นว่าไม่ยุติธรรม เพราะใครๆก็โกงกินกันทั้งนั้น

แหะ ๆ…เอื๊อกกกก
ตรรกะของนายน๊อกซ์ เดี๋ยวนี้คนในประเทศนี้ก็ยังนำมาอ้างอยู่เลยนะครับ เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนสำนวนซะใหม่นิดๆหน่อยๆ เพิ่มศัพท์สมัยใหม่เข้ามาบ้าง เช่นคำว่าสองมาตรฐานเป็นต้น เท่านั้น
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 197  เมื่อ 10 เม.ย. 15, 10:09

เรื่องเดียวกันนี้ เจ้าพระยาสุภานุวงศ์เคยคิดดังๆออกมาว่า  หรือพระปรีชาจะกลัวภรรยาจะรู้ว่าตนทำผิด เพราะแฟนนีเคยทำจดหมายถึงพระปรีชาในคุกว่า “ถ้าคุณเป็นคนฉ้อในหลวงแล้ว ฉันก็ไม่อยู่กับคุณ จะกลับไปบ้านเสียไม่ขออยู่กับคนโกงเจ้านายของตนเอง”

เจ้าพระยาภาณุวงศ์ กระมัง

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 198  เมื่อ 10 เม.ย. 15, 10:35

คราวนี้ คุณเพ็ญผิด


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 199  เมื่อ 10 เม.ย. 15, 14:10

คราวนี้ คุณเพ็ญผิด

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 200  เมื่อ 10 เม.ย. 15, 14:39

คราวนี้ คุณเพ็ญผิด

เอ้า แก้เป็นผมผิดก็ได้


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 201  เมื่อ 10 เม.ย. 15, 16:33

วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน คณะผู้พิพากษาประกอบด้วยคณะลูกขุน ๘คน และตุลาการศาลรับสั่ง ๗คน รวมเป็น ๑๓คน ได้นั่งบัลลังก์พิจารณาความผิดของพระปรีชากลการ ๒ ประเด็น คือเรื่องทุจริตเหมืองทองคำ และเรื่องฆ่าคนตาย ความว่า

ประเด็นเหมืองทองคำ 
ได้นำใบฎีกาเบิกเงินที่ได้สำเนามาจากพระคลังมหาสมบัติ มาหักกับบัญชีของนายสุดใจ แต่เนื่องจากพระปรีชาไม่สามารถนำบัญชีของตนมายืนยัน และไม่สามารถชี้แจงค่าใช้จ่ายสำหรับจำนวนเงินที่ขาดไปได้ ประกอบคำสารภาพว่าได้เบียดบังทองคำหลวงบางส่วนที่ถึงกำหนดส่งเข้าคลังแล้ว แต่ไม่ส่งไป จนเลยกำหนดจริง จึงพิจารณาว่าพระปรีชายังคงค้างเงินหลวงอยู่อีก เป็นการส่อเจตนาในการฉ้อบังเงินทองของหลวงไว้เป็นประโยชน์ของตน ถือว่าได้มีความผิดมหันตโทษ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 202  เมื่อ 10 เม.ย. 15, 16:36

ประเด็นที่สอง เรื่องฆ่าคนตายมีสองคดี

คดีนายเกิดนั้น พระปรีชายอมรับว่าได้สั่งจำตรวน ใส่ขื่อคา เฆี่ยนตีและกักขังนายเกิดจริง แต่มิได้มีเจตนาจะให้ถึงตาย แต่มีพยานหลายปากให้การตรงกันว่า พระปรีชาได้สั่งให้เฆี่ยนและให้เอาเหล้กตีข้อเท้าทั้งสองของนายเกิดไม่ให้หนีไปได้อีก  แล้วยังสั่งทรมานให้นายเกิดอดข้าว วันรุ่งขึ้น หลวงประจนกล้าหาญ ผู้คุมได้รายงานว่า นายเกิดหิวข้าวเดินไม่ได้ใกล้จะตายแล้ว พระปรีชาได้กล่าวว่า  มันตายเสียก็ดี อาญาอุทธรณ์จะได้สูญ ตั้งแต่นี้อย่าให้มันกินข้าวกินน้ำอีกเลย  ครั้นเมื่อพระปรีชารู้ว่านายเกิดตายเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๔๒๑ ก็ได้แสดงความโล่งใจกับผู้คุมว่า ช่างมัน สิ้นทุกข์สิ้นร้อนไป

เรื่องนี้คณะตุลาการได้ให้ทั้งโจทก์และจำเลยนำสืบพยาน  แต่พระปรีชาไม่ติดใจที่จะนำสืบพยานฝ่ายตน จึงเห็นว่าพระปรีชาและหลวงประจนกล้าหาญ ผู้คุม มีควมผิดร่วมกัน เป็นมหันตโทษ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 203  เมื่อ 10 เม.ย. 15, 16:39

ส่วนคดีจีนทำหมันนั้น พระปรีชายอมรับว่าเป็นผู้สั่งให้นายสาย นายเริก นำคนจีนทั้งสองไปส่งขึ้นฝั่งตรงข้ามให้กลับบ้าน  เพราะก่อการวิวาทจึงเลิกจ้าง แต่พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ให้การว่าพระปรีชาสั่งให้เอาผ้าขะม้ามัดมือไพล่หลัง พอเรือไปถึงกลางน้ำคนของพระปรีชาก็ผลักคนจีนทั้งสองลงจากเรือ ทั้งที่มือยังถูกมัดไพล่หลังอยู่ จึงไม่มีโอกาสช่วยตนเองให้รอดจากการจมน้ำตายได้ 

แม้พระปรีชาจะไม่ยอมรับผิด  แต่พยานที่เป็นเจ้าหน้าที่จับกุม คนแจวเรือ และพยานอีก ๔ปาก ซึ่งล้วนเป็นบ่าวทาษคนสนิทในบ้านของพระปรีชาจำเลย ต้องบทพระอัยการว่าด้วยองค์พยาน  เบิกความสมข้อกล่าวหาเอาเป็นความจริงได้ว่า พระปรีชากลการ นายยิ้ม นายหลง ผู้สั่งและผู้ร่วมกระทำการผลักคนจีนทั้งสองให้ตกน้ำตาย มีความผิดขั้นมหันตโทษ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 204  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 06:00

ลักษณะความผิดของจำเลยและผู้สมรู้ร่วมคิด ต้องตามกฏหมายว่าด้วยการทำร้ายฆ่าฟันกันถึงตาย หรือจ้างวานผู้อื่นไปทำร้าย การเบียดบังพระราชทรัพย์ ทรัพย์สมบัติ ช้างม้าวัวควาย ข้าทาษบริวารของพระคลังหลวง โดยปิดบังไม่ให้รู้บัญชีฎีกา  หรือรู้เห็นแต่มิได้กราบบังคมทูลให้ทรงทราบ ความผิดตามลักษณะนี้มีโทษรุนแรง  คือประหารชีวิต ตัดมือ ตัดเท้า และลดหลั่นลงไปถึงเฆี่ยน จองจำ และปรับโทษ

ด้วยเหตุนั้น คณะผู้พิพากษาจึงเห็นพร้อมกันว่า พระปรีชากลการ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงชุบเลี้ยงให้เป็นที่ปรึกษาในพระองค์ เป็นเจ้าเมืองปราจีนบุรี และผู้ดูแลบ่อทอง แต่กลับมาทำการฉ้อโกง มิหนำซ้ำยังได้พยายามปกปิดความผิดโดยทรมานนายเกิดที่นำเรื่องมาฟ้องจนถึงตาย และยังบังอาจบันดาลโทสะจับจีนช่างหมันโยนลงน้ำจนตาย แสดงว่าจำเลยเป็นคนปราศจากความเมตตา ทำการเกินอำนาจโดยไม่เกรงกลัวพระราชอาญา
พระปรีชากลการจึงมีความผิดเป็นอุกฤษโทษ ให้ริบราชบาทว์ ถอดยศบรรดาศักดิ์  ให้ลงพระราชอาญาเฆี่ยน ๓ ยก แล้วนำตัวไปประหารชีวิต ให้ตายตกไปตามกัน เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

นายสุดใจผู้สมรู้ร่วมคิดในการทำบัญชีลับ  มีความผิดด้วย แต่เนื่องจากสารภาพและให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จึงได้รับลดหย่อนโทษเป็นถูกจำคุก
สำหรับบุคคลรายนี้นั้น เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่งเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษให้นายสุดใจออกจากคุกก่อนกำหนด และรับกลับเข้าทำงานในกรมพระสุรัสวดีที่ท่านเองเป็นเจ้ากรม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 205  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 06:04

หลวงประจนหาญกล้าผู้คุมซึ่งได้รับคำสั่งให้เฆี่ยนและทรมานนายเกิดจนตาย ต้องได้รับโทษประหารชีวิตเช่นกันกับพระปรีชากลการ แต่เนื่องจากหลวงประจนหาญกล้าได้ให้การเป็นประโยชน์แก่การสอบสวน และเป็นพยานสำคัญในเรื่องนี้  จึงเห็นควรได้รับการผ่อนผันให้มีโทษปรับเป็นสินไหมพิไน พร้อมทั้งให้มอบเงินเป็นค่าทำศพให้กับญาติพี่น้องของนายเกิดผู้ตาย

ส่วนนายสาย นายเริก ผู้สมรู้ร่วมคิด ซึ่งเป็นผู้ผลักจีนช่างหมันลงน้ำตาย จะต้องมีโทษถึงประหารชีวิตเช่นเดียวกับพระปรีชาผู้ออกคำสั่ง แต่บุคคลทั้ง ๒ได้ตายไปแล้วก่อนหน้านี้ สำหรับนายหลง นายยิ้ม คนแจวเรือมีความผิดเป็นมหันตโทษ แต่นายยิ้มได้เป็นผู้มายื่นเรื่องราวรับสารภาพและกลับเป็นโจทก์ฟ้องพระปรีชากลการ นายยิ้มมีความผิดระคนชอบ จึงเห็นควรให้ยกโทษ กับให้เฆี่ยนนายหลง ๒ ยก แล้วจำคุกไว้
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 206  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 08:17

พระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้ทำตามคำขอของคณะลูกขุน แต่ในเมื่อจะต้องตายแล้วก็ทรงมีพระกรุณาเป็นครั้งสุดท้าย ให้งดโทษเฆี่ยน และให้นำตัวพระปรีชาไปประหารชีวิต ณ สถานที่เกิดเหตุ จังหวัดปราจีนบุรี

กลางดึกของคืนวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๔๒๒  เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง ประธานในการประหารชีวิตไอ้สำอางที่ถูกถอดบรรดาศักดิ์จากที่พระปรีชากลการ รับพระบรมราชโองการแล้วนำตัวไอ้สำอางออกจากที่คุมขัง โดยนักโทษยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกนำไปประหารชีวิต เพราะมีความมั่นใจในความที่บิดาของตนบอกว่าสมเด็จเจ้าพระยารับปากแล้วว่าจะช่วย ถ้าได้รับหนังสือสารภาพผิด  ส่วนพระบาทเจ้าอยู่หัวนั้น น่าจะทรงนึกถึงความหลังที่เคยสนองพระเดชพระคุณ และทรงมีพระเมตตาต่อตนเป็นพื้นอยู่แล้ว ครั้นถูกนำมาเข้าเครื่องจองจำ ๕ ประการ คือเอาตรวนเหล็กคล้องคอ สวมกุญแจมือ ตีตรวนใส่เท้า ล่ามโซ่ที่เอว ใส่คาที่คอ  ก็ชักรู้ชะตากรรม  ถูกเขาจูงไปลงเรือที่มีทหารคุ้มกันแข็งแรง เรือที่นำนักโทษไปประหารนั้นเป็นเรือรบ เมื่อพร้อมแล้วก็ยิงปืนข่มขวัญ แล้วออกเดินทางไปปราจีนบุรีอย่างรวดเร็ว

จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ปีเถาะ จุลศักราช ๑๒๔๑ หน้า ๑๑๔ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๓๒๒ บันทึกไว้ดังนี้

เวลายามหนึ่ง สั่งให้จำไอ้สำอางปรีชา ๕ประการเต็มที่
เวลาสองยาม เจ้าพระยามหินธร พระยามหามนตรี พระยารองเมือง และนายพธามรงค์(พะทำมะรง)ทหาร  เอาตัวไอ้สำอางไปออกประตูรัตนพิศาล แลประตูสุนทรทิศ พาไปออกประตูลงท่าพระ ลงเรือหาญหักศัตรู
เวลาออกเรือยิงปืนหาญหักศัตรู ต่อสู้ไพรีทั้งสองลำ กับเรือราชสีห์ลำหนึ่ง  ผู้ที่ไปนั้น เจ้าพระยามหินทร พระยารองเมือง พระพิเรนทรเทพ จมื่นวิไชยยุทธ พระศักดิเสนี หลวงสุริยามาตย์ นายพธำรงค์ ตำรวจ ทหาร มาก
เมื่อลงเรือ เจ้าพระยามหินธร พระยารองเมืองขัดดาบด้วย

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 207  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 08:50

ไอ้สำอางได้อ้อนวอนถามคนโน้นคนนี้ว่าตนจะต้องตายด้วยเรื่องอะไร แต่ก็ไม่มีใครเปิดปากเพราะกลัวว่าจะมีความผิด คงปล่อยให้คิดฟุ้งซ่านไป ไอ้สำอางก็พล่ามไปเรื่อยว่าคงจะเป็นเรื่องนายเกิดบ้าง เปลี่ยนเป็นเรื่องที่แต่งงานกับลูกสาวกงสุลน๊อกซ์บ้าง แต่ไม่ยักคิดว่าเป็นเรื่องฉ้อราชบังหลวง  แถมน้อยใจพระเจ้าอยู่หัวเสียอีก โดยกล่าวกับผู้คุมว่า ถ้าผู้ใดจะคิดทำราชการต่อไป ก็ให้ดูตนเป็นตัวอย่าง เคยทำความดีความชอบมามากมาย แต่ก็ต้องมาตายเยี่ยงนี้
   
ครั้นเดินทางมาถึงปราจีนบุรี ในเวลาประมาณ ๔โมงเช้าของวันที่ ๒๔ พฤศจิกายนแล้ว เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง ประธานในพิธีได้เรียกประชุมกรมการเมืองในเวลาบ่าย ๔โมง  ให้มีการอ่านท้องตราประกาศความผิดของพระปรีชากลการให้ทุกคนได้ยิน ขณะอ่านพระบรมราชโองการให้ประหารชีวิต ไอ้สำอางได้โวยวายขึ้นแบบไม่หยุดว่า ไม่ได้คุมเหงราษฏรผู้หนึ่งผู้ใดให้เดือดร้อน …..ตายครั้งนี้ความไม่จริง แล้วเปลี่ยนเป็นคร่ำครวญว่า... โบสถ์สร้างขึ้นยังไม่ทันแล้ว…..เพราะมีเมียฝรั่งตัวจึงตาย...แดดร้อนดังนี้ทำไมจะได้สติ 

หนังสืออนุสรณ์ คุณหลวงบำรุงรัฐนิการ ญาติรุ่นหลัง  ตีพิมพ์ในปี ๒๔๘๓ มีแถมว่า “เมื่อตายแล้ว  เราจะไปอยู่ที่หลังคาแดงโน้น” พอพูดแล้วได้สักครู่หนึ่ง  ก็เผอิญมีก้อนเมฆลอยมาบังพระอาทิตย์ กระทำให้บริเวณเหล่านั้นร่มครึ้ม  ปราศจากแสงแดด มีละอองน้ำโปรยลงมาจากอากาศเป็นฝอยเยือกเย็นไปทั่ว  แต่ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ไม่ปรากฏในสำนวนของผู้อื่นทั้งที่เป็นทางการและบันทึกส่วนตัว         
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 208  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 08:56

พระปรีชาถูกประหารชีวิตในที่สาธารณะในขณะที่อายุได้ ๓๘ปี ศรีษะของไอ้สำอางถูกนำไปเสียบประจานไว้หน้าป้อม เมืองปราจีนบุรีได้ติดประกาศความผิดของพระปรีชากลการเอาไว้ให้ราษฎรอ่าน พร้อมจัดทหารรักษาการอยู่รอบบริเวณนั้นอีก ๓วัน เป็นอันเสร็จพิธีการ

คนอย่างพระปรีชากลการไม่มีทางจะเข้าใจถึงเหตุผลที่แท้จริงได้ว่า ทำไมตนจึงต้องมาจบชีวิตลงอย่างนั้น

คนบางคนหลอกตัวเองมาตลอดว่าความเลวที่ตนทำนั้น ไม่ได้ผิดมากมายอะไรเพราะใครๆเขาก็ทำกัน เพียงแต่ความซวยเท่านั้นที่ทำให้ตนถูกจับลงโทษ โดยที่คนอื่นไม่ถูกจับ

พระปรีชาไม่มีสำนึกในความเลวที่ตนก่อขึ้นซ้ำซ้อนหลายคดีเลย  ที่ชั่วที่สุด คือไปดึงเอาต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของสยาม ข่มขู่ท่านผู้นำประเทศ ส่งผลกระทบกระเทือนถึงความมั่นคงของชาติบ้านเมือง เพียงเพื่อจะหาทางให้ตนได้ทรัพย์ที่ฉ้อโกงไป  แล้วลอยตัวเป็นอิสระ สุขสำราญในชีวิตที่เหลือท่ามกลางพวกสอพลอที่หวังเศษเงินเล็กๆน้อยๆในกระเป๋า คนอย่างนี้ไม่สมควรที่จะตายดี การประหารชีวิตพระปรีชากลการตามกฎหมายบ้านเมืองถือว่าเป็นธรรมที่สุดแล้วที่คนพรรค์นี้พึงจะได้รับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 209  เมื่อ 11 เม.ย. 15, 09:24

ขณะอ่านพระบรมราชโองการให้ประหารชีวิต ไอ้สำอางได้โวยวายขึ้นแบบไม่หยุดว่า ไม่ได้คุมเหงราษฏรผู้หนึ่งผู้ใดให้เดือดร้อน …..ตายครั้งนี้ความไม่จริง แล้วเปลี่ยนเป็นคร่ำครวญว่า... โบสถ์สร้างขึ้นยังไม่ทันแล้ว…..เพราะมีเมียฝรั่งตัวจึงตาย...แดดร้อนดังนี้ทำไมจะได้สติ  

"เพราะมีเมียฝรั่งตัวจึงตาย" ก็จริงอย่างที่คุณพระว่า ถ้าไม่มีเมียเป็นฝรั่ง ไม่มีพ่อตาที่ชื่อว่า "น็อกซ์" ก็คงไม่ชักพาให้คดีนี้เป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ โทษของคุณพระอาจไม่ถึงประหารชีวิต
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 24
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง