เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10 11 ... 24
  พิมพ์  
อ่าน: 38359 คดีพระปรีชากลการ มโหฬารงานสร้างทางการเมือง
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 120  เมื่อ 02 เม.ย. 15, 08:02

มาถึงตอนนี้ พระเจ้าอยู่หัวและเสนาบดีผู้ใหญ่ทั้งสองท่านเห็นพ้องกันว่า ป่วยการที่จะทำความเข้าใจกับนายน๊อกซ์เสียแล้ว จึงตัดสินใจส่งคณะทูตพิเศษรีบเดินทางออกไปชี้แจงกับรัฐบาลอังกฤษในทันที  เมื่อทูตออกไปแล้วจึงทำหนังสือถึงนายน๊อกซ์ว่า รัฐบาลสยามได้ส่งคณะทูตไปลอนดอน เพื่อชี้แจงต่อกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษในกรณีย์ที่รัฐบาลและกงสุลใหญ่อังกฤษมีความเห็นไม่ตรงกัน สุดแล้วแต่รัฐบาลอังกฤษจะมีความเห็นควรประการใด

นายน๊อกซ์คาดไม่ถึงว่ารัฐบาลสยามจะทำอะไรได้เร็วขนาดนั้น เมื่อไม่สามารถจะคัดค้านได้ทันการ ก็ต้องเลยตามเลย โดยทำหนังสือตอบไม่ขัดข้องกลับมา แต่ยังไม่วายที่จะขู่ว่า ไม่แน่ที่รัฐบาลอังกฤษจะต้อนรับคณะทูตสยามก็ได้ เพราะรัฐบาลกระทำข้ามขั้นตอนข้ามหัวเขา โดยไม่ทำหนังสือถึงกงสุลใหญ่ให้เห็นชอบและเสนอเรื่องไปที่รัฐบาลอังกฤษก่อน  ต่อเมื่อทางลอนดอนตอบรับแล้วค่อยไป พร้อมกันนั้น นายน๊อกซ์ได้ขอสำเนาหนังสือราชการที่คณะทูตได้นำไปอังกฤษให้เขาได้ทราบความด้วย  แต่รัฐบาลตอบปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า เมื่อเกิดคดีความพระปรีชาขึ้นมาในตอนแรก แล้วนายน๊อกซ์ทำรายงานไปยังกระทรวงต่างประเทศอังกฤษนั้น รัฐบาลสยามก็ไม่มีโอกาสได้เห็นเช่นกัน

ช่างโต้ตอบได้ถึงพริกถึงขิงดีแท้

นายน๊อกซ์คงลืมไปว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงเตรียมการที่จะส่งคณะทูตให้นำเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไปถวายพระนางเจ้าวิกตอเรียมานานพอสมควร โดยทีแรกกะจะออกเดินทางตั้งแต่เดือนเมษา แต่ต้องเลื่อนเพราะทางอังกฤษแจ้งว่าพระนางเจ้าทรงพระประชวร ไม่พร้อมที่จะเสด็จออกรับคณะทูต ในเมื่อคณะทูตพร้อมที่จะเดินทางอยู่แล้ว จึงโปรดเกล้าให้ออกไปเลย ให้กงสุลสยามในลอนดอนแจ้งกระทรวงการต่างประเทศว่า จะไปหารือถึงกำหนดการใหม่ที่จะนำเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไปถวาย  ซึ่งรัฐบาลอังกฤษยินดีต้อนรับ แล้วจะถือโอกาสหารือกันเรื่องนายน๊อกซ์ด้วย
 
ดังนั้น เพื่อให้เหตุผลของฝ่ายไทยหนักแน่นที่จะไม่ปล่อยตัวพระปรีชา และลงโทษตามความผิด ก็จะต้องรีบทำการสอบสวนคดีความโดยเร็ว ให้ได้ผลก่อนที่คณะทูตจะเดินทางถึงกรุงลอนดอนได้ก็ยิ่งดี
ดังนั้น หลังจากนายน๊อกซ์เข้าเฝ้าได้เพียงวันเดียว ก็ได้มีพระบรมราชโองการให้คณะตุลาการ เบิกตัวพระปรีชาออกมาขึ้นศาลเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๔๒๒ ประเดิมในข้อหาเรื่องขาดถือน้ำพระพิฒน์สัตยาก่อน เพราะทุกคนคิดว่าเป็นคดีที่ง่ายที่สุดที่จะเอาผิดได้
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 121  เมื่อ 02 เม.ย. 15, 08:09

คดีนี้หลวงจ่าเมือง (อิ่ม) เป็นผู้กล่าวหาว่าพระปรีชากลการไม่ได้ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาเป็นเวลา ๓ ปี

หลังจากรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว พระปรีชาได้ให้การปฏิเสธทันทีว่าไม่เคยขาดการถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาแม้แต่เพียงปีเดียว บางปีก็รับน้ำพระราชทานที่ปราจีนบุรี บางปีก็รับที่กรุงเทพ มีอยู่ปีเดียวคือ เมื่อพ.ศ.๒๔๑๙ พระปรีชากลการไม่ได้เข้าร่วมพิธีที่เมืองปราจีนเพราะต้องไปต้อนรับกงสุลฝรั่งเศส และกงสุลโปรตุเกสที่เดินทางไปปราจีนบุรี แต่ก็ได้สั่งให้กรมการเมืองนำน้ำพระพิพัฒน์สัตยาไปให้ที่จวน พร้อมกับอ้างพยานของตน คือ พระปลัด หลวงยกกระบัตร หลวงวัง และหลวงบรรเทาทุกข์ราษฎร

เมื่อเรียกพยานทั้ง ๔ คนมาสอบสวนหลังไมค์  คำตอบก็ตรงตามคำให้การของพระปรีชา ทำให้คณะตุลาการเกิดความวิตกกังวลว่า ถ้าจะมีการเบิกความกันอย่างเป็นทางการในศาลแล้ว พระปรีชาก็จะต้องเป็นฝ่ายชนะแน่นอน จะเป็นการประเดิมด้วยความพ่ายแพ้ของรัฐบาล เข้าทางนายน๊อกซ์ที่จ้องจับผิดอยู่พอดี ดังนั้น คณะตุลาการจึงนำความขึ้นกราบบังคมทูลว่า จะยังไม่เบิกตัวพยานฝ่ายผู้ต้องหามาให้การในศาลก่อน  เนื่องจากได้รับหนังสือจากปราจีนบุรีขอให้รีบส่งตัวกรมการเมืองทั้ง ๔คน กลับไปช่วยราชการด่วน

เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับพระปรีชามากถึงกับทำหนังสือถวายฎีกา กล่าวหาว่าคณะตุลาการไม่มีความยุติธรรม ที่ไม่นำสืบพยานฝ่ายพระปรีชาหลังจากที่ตนเบิกความไปแล้ว แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีการไต่สวนคดีต่อ หรือมีคำสั่งศาลแต่ประการใด เพราะหลังฉากนั้นตุลาการกลัวว่าโจทก์จะแพ้น็อคจำเลยในยกแรก
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 122  เมื่อ 02 เม.ย. 15, 10:17

แ อ่ น  แ อ น แ อ๊ น น น น น น น

BOAT AHOY !

เรือรบอังกฤษ ม า แ ล้ ว ว ว ว ว


บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 313


ความคิดเห็นที่ 123  เมื่อ 02 เม.ย. 15, 16:22

อ้างถึง
ยังไม่แน่ใจว่าที่กล่าวนี้หมายถึงข้าราชการไทย เช่นพระปรีชากลการด้วยหรือเปล่า 
หมายถึง นายน๊อกซ์ ครับอาจารย์
คือ ด้วยความที่เขาดำรงตำแหน่ง กงศุล ซึ่งคงจะมีอำนาจหน้าที่อยู่ระดับหนึ่ง ในฐานะตัวแทนรัฐบาลอังกฤษ แต่อย่างไรเสีย ตัวแทนก็ต้องมีบางเรื่องที่ตัดสินใจโดยพลการไม่ได้บ้างเป็นแน่ การที่เขาไปเจรจากับพระเจ้าอยู่หัวว่า จะให้การสนับสนุนในเรื่องต่างๆ นั้น ผมรู้สึกว่าเกินอำนาจที่เขาจะทำได้หนะครับ

ขอบคุณครับ   
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 124  เมื่อ 02 เม.ย. 15, 17:41

ปกติ เบอร์หนึ่งของสำนักงานตัวแทนทางการทูต ไม่ว่าจะเป็นระดับทูตหรือกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานก็ตาม แม้จะมีอำนาจหน้าที่เท่าที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลของตน แต่ก็สามารถปฏิบัติเกินกว่านั้นได้โดยความรับผิดชอบของตนเอง

ยกตัวอย่างกงสุลฝรั่งเศส นายปาวีคราว ร.ศ.๑๑๒ เขาขอเรือรบมาข่มขู่สยาม โดยจะให้เข้ามาจอดในแม่น้ำเจ้าพระยารวม ๓ลำ แต่ฝ่ายไทยไม่อนุญาต เพราะขณะนั้นมีลำหนึ่งจอดอยู่หน้าสถานทูตแล้ว เขาก็ดื้อรั้นจะให้เข้ามาให้ได้ ฝ่ายไทยจึงขอร้องไปทางกระทรวงต่างประเทศที่ปารีส ให้ระงับ รัฐบาลฝรั่งเศสเห็นด้วยจึงโทรเลขแจ้งมาทางกงสุลแต่เช้าตรู่ ให้นำไปมอบให้ผู้บังคับการกองเรือที่กำหนดจะมาถึงนอกสันดอนในตอนเย็น ว่าให้ทอดสมอรออยู่นอกสันดอนก่อน  แต่นายปาวีก็ใช้เลห์เหลี่ยมเอาคำสั่งสำคัญนั้นใส่ถุงเมล์ ปนกับจดหมายอื่นๆเป็นร้อย ให้ทหารนำไปให้บนเรือรบโดยไม่บอกสักคำว่าในถุงนั้นมีคำสั่งจากปารีส เรือรบฝรั่งเศสจึงแหกด่านเข้ามาแล้วเกิดปะทะกับฝ่ายไทยที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า เมื่อเรือรบเข้าไปจอดที่หน้าสถานทูตแล้ว รัฐบาลฝรั่งเศสก็ปล่อยให้เลยตามเลย

การปฏิบัติตามคำสั่งแบบเจ้าเลห์นี้ ถือว่านายปาวีเสี่ยง เพราะถ้ารัฐบาลฝรั่งเศสเอาเรื่อง เขาก็ผิดเต็มประตู

ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เอกอัครราชทูตไทยประจำวอชิงตัน ดีซี ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้ไปยื่นหนังสือประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกา แต่ท่านไปบอกว่าท่านจะฝ่าฝืนคำสั่งรัฐบาลโดยไม่ประกาศ รัฐบาลมองว่าท่านเป็นกบฐ  บังเอิญญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้สงคราม อเมริกันชนะ ม.ร.ว.เสนีย์จึงกลายเป็นฮีโร่

กลับมาที่นายน๊อกซ์ เขาก็ทราบว่าเขาทำเกินอำนาจ แต่ถ้าเขาบลั๊ฟพระเจ้าอยู่หัวสำเร็จ รัฐบาลอังกฤษก็คงตกรางวัลให้เขา เขาจึงยอมเสี่ยง เมื่อเสี่ยงแล้วผลไม่เป็นไปตามที่คาด เขาก็ต้องรับชะตากรรม
อย่างไรก็ดี ถือว่าเขาก็ได้ทั้งเงินทั้งกล่อง ถึงหมดหน้าที่ รัฐบาลอังกฤษก็จ่ายเงินบำนาญให้เขาถึงสองในสามของเงินเดือนสุดท้ายที่ได้รับไปตลอดชีวิต ส่วนกล่องก็เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นอัศวิน ทำให้เขาได้รับคำหน้านามว่าท่านเซอร์อย่างโก้หรู
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 125  เมื่อ 03 เม.ย. 15, 06:27

เรือรบหลวงฟ๊อกซ์ฮาวด์(H.M.S.Foxhound)ของอังกฤษได้มาถึงปากน้ำเจ้าพระยาในวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๔๒๒ ซึ่งฝ่ายไทยได้รับรายงานให้ทราบล่วงหน้าแล้วจากกงสุลสยามที่ประจำอยู่ในสิงคโปร์ จึงได้เตรียมแผนรับอยู่  ตามประเพณีนั้น เมื่อเรือรบเข้ามาแล้วกัปตันเรือจะต้องเข้าเยียมคำนับเสนาบดีกรมท่า แต่คราวนี้นายน๊อกซ์ได้ห้ามไว้ ความรู้ถึงพระเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯให้เจ้าพระยาภาณุวงศ์จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยไปเยี่ยมกัปตันถึงในเรือแทน พร้อมกับจัดส่งผลหมากรากไม้หลายเข่งไปให้บรรดาลูกเรือตามน้ำใจไมตรีที่ฝ่ายไทยเคยปฏิบัติกับแขกเมือง และเจ้าพระยาภาณุวงศ์ยังได้ขออนุญาตกัปตัน เชิญนายทหารเรือคนอื่นๆไปเลี้ยงที่เรือนรับรองของท่านเป็นการผูกมิตร อิ่มหนำสำราญแล้วก็บ่นๆให้ฟังว่าการที่กงสุลใหญ่เรียกเรือรบมาครั้งนี้ ก็เพื่อจะให้สนับสนุนข้อเรียกร้องส่วนตัวของตนเอง ตอนแรกพวกนั้นก็รับฟังไว้เฉยๆ แต่พอมีคำสั่งจากกงสุลใหญ่ไม่ให้พูดคุยกับคนไทยเป็นอันขาด  พวกทหารเรืออังกฤษก็เลยเข้าใจเหตุผลที่ซ่อนอยู่ว่าทำไมพวกตนจึงถูกเรียกมา  หายมึนว่าทำไมคนไทยไม่เห็นจะมีท่าทีเป็นศัตรู  แถมดูเป็นมิตรยิ่งกว่าชาวพื้นเมืองใดๆที่พวกเขาไปเล่นเกมGunboat diplomacyมา  นี่ ..กงสุลสั่งทหารเรือมาจะให้เข่นฆ่าผู้ใด

นายน๊อกซ์ยังช๊อกอยู่ที่ไทยสามารถส่งคณะทูตไปอังกฤษได้อย่างรวดเร็วจนตนตั้งตัวไม่ทัน จึงไม่กล้าออกคำสั่งให้เรือรบดำเนินการตามแผนที่คิดไว้เดิม  พอดีทางกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษได้รับรายงานเรื่องเรือรบที่นายน๊อกซ์สั่งเข้าไปสยาม ได้ถึงที่หมายแล้ว จึงมีโทรเลขถึงผู้บังคับการเรือมิให้กระทำการรุนแรงใดๆ  หากไม่มีคำสั่งโดยตรงจากรัฐบาลอังกฤษ

ทหารเรืออังกฤษมานอนตบยุงเมืองไทยอยู่ได้ประมาณสองอาทิตย์  เมื่อไม่เห็นกงสุลใหญ่ขยับอย่างไร ก็ขออนุญาตบ๋ายบายกลับไปฐานทัพที่ฮ่องกง
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 126  เมื่อ 03 เม.ย. 15, 11:07

ตั้งแต่ก่อนที่เรือรบจะเข้ามา พระเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าแต่งตั้งคณะตุลาการเพิ่ม เพื่อเร่งสอบปากคำพยานโจทก์ในคดีลักโคกระบือ๑๐คน ที่พามาจากปราจีนบุรี แบบตัวต่อตัว พวกนี้เป็นนักโทษที่การตรงกันว่าติดคุกอยู่ในข้อหาเป็นผู้ร้ายลักโคกระบือ แต่ได้รับโทษอยู่ได้ไม่นาน พระปรีชาได้ปล่อยให้ไปทำนาอยู่กับนายเอี่ยมที่หลังโรงถลุงทองพักหนึ่ง แล้วก็สั่งให้นายเอี่ยมปล่อยพวกตนให้ไปขโมยกระบือและม้านำมาขายให้กับพระปรีชา

ตุลาการจึงได้นำตัวนายเอี่ยมมาสอบสวน นายเอี่ยมได้ให้การชัดเจนว่า ได้ทำทุกอย่างตามคำสั่งของพระปรีชา ที่สั่งให้ถอดตรวนนักโทษ ๑๗ คน พร้อมด้วยกระบือของหลวง ๓๐ตัว ส่งมาให้นายเอี่ยมใช้ทำนา ต่อมาพระปรีชาก็สั่งให้นายเอี่ยมปล่อยนักโทษเหล่านั้นไปขโมยกระบือและม้ามาขายให้ตัวเอง แล้วตบรางวัลให้เป็นกระบือบ้าง นายเอี่ยมให้การแบบละเอียดถึงการรับซื้อของโจรดังกล่าวแก่ตุลาการจนหมดสิ้น แม้กระทั่งเมื่อพระปรีชาแต่งงานแล้วพาแฟนนีไปฉลองที่ปราจีนบุรี ก็สั่งให้นายเอี่ยมนำกระบือที่รับซื้อเอาไว้ไปขายให้หมด เพื่อเอาเงินมาทุ่มจัดงาน

นอกจากคนพวกนั้นแล้ว คณะตุลาการยังได้สอบถามพยานอีกหลายคน ซึ่งให้การตรงกันและยืนยันว่าได้เห็นพระปรีชาจ่ายเงิน เมื่อซื้อของจากคนร้ายเหล่านั้นด้วย
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 127  เมื่อ 03 เม.ย. 15, 11:08

ในวันเดียวกับที่เรือรบมาถึงเมืองสยาม คณะตุลาการได้เบิกตัวพระปรีชากลการออกมาแจ้งข้อกล่าวหารวม ๒ เรื่อง คือ เรื่องฉ้อโกงที่นาของหมื่นอาทภ้กดี นายตุ้ม นายเหม อำแดงมี ไปใช้ในประโยชน์ส่วนตัว และเรื่องนายเอี่ยมให้การซักทอดว่า พระปรีชาสั่งให้ปล่อยนักโทษออกไปขโมยกระบือและม้าของราษฎร

พระปรีชาให้การว่า เมื่อครั้งที่ได้รับพระราชโองการให้ออกไปจัดการทำเหมืองทองนั้น ทางราชการได้มีท้องตราให้เจ้าเมืองปราจีนบุรีคนก่อนจัดหาที่ดินหลังโรงถลุงแร่ให้ใช้กิจการ ถ้าที่ดินนั้นมีเจ้าของก็ให้หาที่ดินแปลงอื่นให้ไปแทน ครั้นเมื่อติดประกาศให้เจ้าของที่นานั้นมาแสดงตน ก็มีเพียงอำแดงมีมาคนเดียว พระปรีชาเห็นว่าที่ดินผืนนั้นยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรในเวลานั้น จึงได้ออกตราจองให้แก่นายเอี่ยม และได้สั่งให้หลวงประจนผู้คุมถอดตรวนนักโทษที่มีประกันจำนวน ๑๗ คน พร้อมกระบือ ๓๐ตัว ส่งไปให้นายเอี่ยมทำนาจริง ครั้นพอได้ข้าวมาก็ได้แบ่งข้าวนั้นให้ไปใช้เลี้ยงนักโทษในที่คุมขัง ซึ่งตรงกับคำให้การของนายเอี่ยมและพยานอีกหลายคน แต่อย่างไรก็ตามพระปรีชากลการไม่ยอมให้การถึงเรื่องปล่อยนักโทษไปลักขโมยเพื่อมาขายให้กับตน

พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสเรื่องคำให้การในเรื่องที่ดินว่า “...เขาให้การพอมีเหตุผลฟังได้...เราจะจับก็ไม่สู้มั่น...”
แต่เรื่องที่พระปรีชาปล่อยผู้ร้ายไปลักขโมยราษฎรนั้น ทรงเห็นว่า “ถึงพระปรีชากลการจะไม่รับก็ไม่สำคัญเพราะมีพยานยืนยันให้เห็นชัดแจ้ง ขณะนี้ยังมีข้อกล่าวหาที่มีความสำคัญและรุนแรงอยู่อีก ๒เรื่องคือ เรื่องฆ่าคนตาย และเรื่องฉ้อโกงพระราชทรัพย์ของหลวงในบ่อทอง ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความมั่นคงมากกว่าทุก ๆ เรื่องที่ผ่านมา”
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10732



ความคิดเห็นที่ 128  เมื่อ 03 เม.ย. 15, 15:32

ระหว่างที่คุณนวรัตนพักยก มีนิยายเกี่ยวกับเหตุการณ์ตอนนี้มาให้อ่านสนุก ๆ  ยิงฟันยิ้ม

แม้เรือหลวง Foxhound ยังเดินทางจากฮ่องกงมาไม่ถึง ข่าว “บอมบาร์ด” กรุงเทพฯ สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วกรุงอีกครั้ง บรรดาห้างร้านโรงสีทยอยปิดกิจการ กรมทหารหน้าต้องรับภาระหนักเพื่อออกตระเวนสร้างความมั่นใจ ยอดถูกเรียกพบจมื่นสราภัยฯ ทันที เพราะท่านอยากขอยืมเสื้อโค้ดกันหนาวเพื่อเดินทางไปลอนดอนด่วนจี๋ในคณะทูตพิเศษ เพื่อชี้แจงความจริงแก่นายกรัฐมนตรีอังกฤษ

“ฮึ่ม... นุ่มแล้วก็อุ่นดี นี่ทำจากหนังควายป่าอเมริกันที่ยิงเองเชียวหรือ”   ท่านจมื่นชอบใจเพราะพวกอังกฤษคงไม่เคยเห็นเป็นแน่   “ฉันฝากบ้านฝากเมืองกับพี่นะ เพราะพระปรีชาฯอยากมีเมียแหม่มแท้ ๆ เลยเป็นชนวนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ถ้ายิงกันขึ้นแล้วเขาหาเรื่องยึดไปครึ่งเมืองอย่างที่พม่าเห็นจะต้านลำบาก อย่าลืมที่เคยคุยกันเรื่องป้อมปืนบนภูเขาทองล่ะ”

“แต่ดูท่านไม่ค่อยกังวลเลยทั้ง ๆ ที่เรือปืนคงมาถึงนี่ก่อนท่านทันเข้าคลองสุเอซเสียอีก”

“นายอาลาบาสเตอร์เขาทูลแนะว่า ฉันไปถึงสิงคโปร์แล้วส่งโทรเลขไปลอนดอนเสียก่อนก็ยังทัน อังกฤษไม่โง่หาเรื่องปวดหัวขณะนี้หรอก ไหนจะรบกับพวกซูลู แล้วก็แขกอาฟกานิสถาน เสียรี้พลใช่น้อย *   ขนาดยื่นอัลติเมตัมที่พม่าเมื่อเดือนก่อน พม่าเขาทำเฉยเสียก็ยังเงียบอยู่”

“กระผมภูมิใจที่ท่านได้ไปอังกฤษ เหมือนครั้งเจ้าคุณสุรศักดิ์มนตรีคุณพ่อของท่านไปดูปืนใหญ่อาร์มสตรองให้สมเด็จพระจอมเกล้านะขอรับ แต่ เอ...คราวนี้เชื่อว่าสมเด็จเจ้าพระยาฯ ท่านอาจยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”

“ฮึ ๆ พี่ยอดว่านกตัวแรกคือ พ่อตา ตัวที่สอง คือ ลูกเขยละซิ”

“ถ้าจริงก็เสี่ยงเอาบ้านเมืองเป็นเดิมพันนะขอรับ จริงอยู่นายน็อกซ์ข่มเหงทำความรำคาญมามาก ปีก่อนเอะอะจนได้ตั้งกงสุลที่เชียงใหม่ ก็น่าจะโดนท่านศอกกลับเอาบ้าง แต่รายพระปรีชาฯนี่กระผมไม่แน่ใจว่าทำไม”

“พี่ยอดไปเชื่อข่าวลือทำไมว่าท่านอาฆาตต้องการแกล้งพ่อของพระปรีชาฯ ซึ่งเคยสาบานร่วมกับเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงค์ว่าจะป้องกันสมเด็จเจ้าพระยาฯ มิให้คิดเอาราชสมบัติด้วยชีวิต ญาติผู้ใหญ่ของฉันก็เป็น ๑ ใน ๓ ผู้ร่วมสาบานไม่เห็นท่านว่าอะไร กลับเมตตาฉันมาแต่เล็กแต่น้อย ถ้าเอามาโยงเป็นนิทานกับท่าน ๆ ก็เสียหายทั้งที่ทำคุณแก่แผ่นดินมามาก รอดูผลการสอบก่อนเถิด”

ก่อนล่ำลา ท่านทักว่า   “ถูกข่มเหงคราวนี้ คงมีคนเฝ้าจับตากลุ่มวังหน้าที่เข้าข่ายน่าสงสัยอีกหน คนที่หลุดไปคราวก่อนอาจไม่รอด ถ้ายังคิดเข้ากับต่างชาติอยู่”


พอคณะทูตไปแล้ว เรือหลวง Foxhound ก็มาอย่างสันติจริงในวันที่ ๑๒ เมษายน ดังคาด แม้ว่าจะดันจอดผิดที่ไปทอดสมออยู่หน้าวังหลวงจนชาวบ้านหนีกันอลหม่าน ผู้บังคับการเรือเข้าใจแล้วว่าถูกหลอกมาด้วยเรื่องส่วนตัวของกงสุล จึงปฏิเสธที่จะรับคำสั่งใด ๆ จากมิสเตอร์น็อกซ์โดยตรง ราชการในกรุงเทพฯกลับสู่ภาวะปกติ ตลอด ๒๙ วัน ที่เรือถูกรั้งเอาไว้ที่นี่


* อังกฤษไม่มีเวลามาสนใจเรื่องของนายน็อกซ์ในกรุงเทพฯนัก เพราะติดพันกับ ๒ ศึก ศึกแรก ศึกอาฟกานิสถานครั้งที่ ๒ (The 2nd Afghan War) เริ่มในเดือน พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๗๘ คาบต่อถึงปี ค.ศ. ๑๘๗๙ เพื่อแก้ตัวที่เคยเสียฟอร์ม พ่ายหมดรูป ในปี ค.ศ. ๑๘๔๑ ครั้งก่อนนั้นทหาร ๑๖,๕๐๐ คน ในสังกัดห้างอินเดียตะวันตก ถอยจากกรุงคาบูล ถูกซุ่มยิงในช่องเขาไคเบอร์ทีละคน เหลือแต่หมอสนามชื่อ  Dr. Brydon ที่ชาวอาฟกานแกล้งไว้ชีวิตกลับไปเล่าตำนานสยองที่อินเดียเพียงคนเดียว เรื่องนี้พวกรัสเซียคงลืมทำการบ้าน แล้วก็เป็นอีกมหาอำนาจที่แตกทัพแพ้ไปอีกใน ๑๐๐ ปีถัดมา การพ่ายทัพคราวนั้นทำให้ทหารแขกสีป่ายในสังกัด เรรวนก่อกบฏขึ้น นายน็อกซ์มาทำงานในสยามหลังจากเหตุการณ์นี้สงบราบคาบแล้ว

        
จาก สุดสองทวีป โดย จ่าน้อม ทหารหน้า
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 129  เมื่อ 03 เม.ย. 15, 16:47

คุณจ่าน้อม ทหารหน้าแต่งนิยายอิงประวัติศาสตร์สนุกของท่าน ปนเรื่องจริงกับเรื่องไม่จริงอย่างไรก็ไม่มีใครว่า แต่คนอ่านๆแล้วอย่าเผลอนำไปอ้างอิงเข้านะครับ สอบตกไม่รู้ด้วย

เรื่องนี้มีหม่อมเจ้าฉวีวาด ปราโมชเข้าฉากลงเรือสำเภาหนีไปเขมรตอนที่วังหน้าเสด็จลี้ภัยไปอยู่สถานกงสุลอังกฤษด้วย เพราะไปเอานิยมนิยายที่เขียนขึ้นมาให้คนเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริงของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มาแต่งต่อลงไปอีก ติดสมองคนอ่านไปอย่างไรบ้างก็ไม่รู้

ที่ผมเขียนอาจไม่สนุกเท่าของเขา แต่มันเป็นเรื่องจริง มีอ้างอิงทั้งนั้น แต่ไม่ได้มาลงไว้เพราะไม่อยากให้กลายเป็นหนังสือตำราประวัติศาสตร์ กลัวคนอ่านจะเบื่อ ทว่าหากมีท่านใดสงสัยตรงไหนขอให้บอกนะครับ จะแถลงแบบเข้าซอยเป็นประเด็นๆไปให้หายข้องใจ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 130  เมื่อ 04 เม.ย. 15, 07:18

ในวันที่เรือรบขึ้นจากสมุทรปราการเข้ามาจอดที่หน้าสถานกงสุลอังกฤษ สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินและสภาที่ปรึกษาในพระองค์ได้ประชุมร่วมกัน เมื่อถึงวาระการรายงานผลของการส่งข้าหลวงพิเศษไปสืบคดีที่ปราจีนบุรีว่า ได้พยานเอกสารและพยานบุคคลในเรื่องฆ่าคนตาย ๒ คดีด้วย สภาที่ปรึกษาฯ จึงมีความเห็นว่า ถึงข้อกล่าวหามีมูล แต่คณะตุลาการต้องทำการสอบสวนให้ได้ความแน่ชัดก่อนจึงจะพิพากษาลงโทษได้

เนื่องจากความฆ่าคนตายเป็นเรื่องสำคัญมีโทษสถานหนัก จึงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะตุลาการเพิ่มขึ้นเป็น ๘ คนสำหรับคดีนายเกิด ซึ่งเป็นเรื่องที่สมเด็จเจ้าพระยาแนะนำให้นายรักได้ยื่นเรื่องราวกล่าวโทษไว้แล้วตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๔๒๒ คณะตุลาการได้เบิกตัวพระปรีชาออกมาให้การในวันที่ ๑๗ พฤษภาคม เพื่ออ่านข้อกล่าวหาของนายรักน้องชายของผู้ตาย และคำให้การของหลวงประจนหาญกล้า ผู้คุมใหญ่ที่ยอมรับสารภาพและให้การซักทอดว่าพระปรีชาเป็นผู้สั่งตนให้จัดการทรมานจนนายเกิดตาย
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 131  เมื่อ 04 เม.ย. 15, 07:39

ครั้งนี้ก็อีก พระปรีชาได้แสดงความเก๋าในการต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรม สงสัยจะได้แอดไวเซอร์กฏหมายไทยชั้นดีจากสถานกงสุลอังกฤษ เปิดฉากขึ้นก็ลุกขึ้นกล่าวกับคณะตุลาการว่าจะไม่ยอมให้การใดๆทั้งสิ้น จนกว่าจะมีการสืบพยานต่อหน้าตน ตุลาการจึงต้องนำตัวนายรัก และหลวงประจนหาญกล้าออกมาให้การต่อหน้าจำเลย  เมื่อถึงตอนซักค้าน พระปรีชาบังคับให้หลวงประจนลูกน้องเก่าระบุวันและเดือนที่ตนสั่งให้ทรมานนายเกิด ครั้นหลวงประจนหาญกล้าประจนความหาญกล้าของพระปรีชาเข้า ก็เงอะๆงะๆ ตอบอย่างลังเลว่าประมาณเดือน ๙ ตุลาการจึงพูดนำว่า เดือน ๘ หรือเดือน ๙ จำให้แน่ พระปรีชาก็โวยขึ้นทันทีว่าตุลาการแนะพยานผิดจรรยาบรรณ ไร้ความยุติธรรมต่อจำเลย และไม่ยอมให้มีการสืบพยานต่อไป
 
เพื่อแก้ปัญหานี้ ตุลาการจึงให้พระปรีชาทำหนังสือร้องเรียน เรื่องที่จำเลยต้องการให้พยานผู้นี้กำหนดวันเดือนปีที่เห็นจำเลยกระทำความผิดให้แน่นอน แล้วนำเสนอสมาชิกสภาที่ปรึกษา ซึ่งมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าไม่สำคัญ เพราะในหลักฐานคำให้การของพยานหลายๆคน ก็ได้ระบุวันเดือนไว้มั่นคงแล้ว แต่พระปรีชายืนกรานไม่ยินยอม ตุลาการจึงบอกว่าถ้ายังไม่ยอมก็ขอให้ทำเรื่องขึ้นกราบบังคมทูล พระปรีชาจึงได้ยอม

หลังจากนั้นจึงมีการนำพยานโจทก์อีก ๖คน มาให้การต่อหน้าพระปรีชา สอดคล้องเป็นเรื่องเดียวกันเป๊ะตามข้อกล่าวหาทุกประการ เมื่อมีพยานยืนยันต่อหน้าเช่นนี้ พระปรีชาจึงต้องยอมจำนน โดยให้การยอมรับว่าได้สั่งให้เฆี่ยนและจองจำนายเกิดจริง แต่ปฏิเสธเรื่องที่สั่งการให้หลวงประจนหาญกล้าทรมานนายเกิดจนตาย

ถึงแม้พระปรีชาจะไม่ยอมรับสารภาพตลอดข้อหา แต่ตุลาการก็มีความเห็นว่า พยานโจทก์ที่มาให้การล้วนแล้วแต่เป็นผู้อยู่ร่วมในเหตุการณ์เกือบทั้งหมด คำให้การของพยานโจทก์จึงมีน้ำหนักเชื่อถือได้ ความผิดของพระปรีชาปรากฏเป็นที่แน่ช้ด

อนึ่งโปรดสังเกตบทความในนิวยอร์คไทม์ที่ระบุว่า ขบวนการศาลของไทยไม่เปิดโอกาสให้พระปรีชาซักถามพยานที่ให้การปรักปรำตน จึงไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากลในเรื่องความยุติธรรม
เรื่องนี้ ท่านก็วินิจฉัยเองก็แล้วกัน
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 132  เมื่อ 04 เม.ย. 15, 12:58

คดีจับจีนช่างทำหมันทิ้งน้ำให้ตาย 

หมันในที่นี้หมายถึงวัสดุที่นำมาทำเป็นเส้นยาวๆแบบเชือก สำหรับตอกอัดเข้าไปในร่องกระดานของเปลือกเรือเพื่อกันไม่ให้น้ำเข้าท้องเรือ ไม่ใช่หมายถึงการทำหมันคุมกำเนิดคนหรือสัตว์นะครับ

เมื่อพระปรีชาสั่งให้เจ้าเมืองโค่นต้นไม้และแปรรูปเป็นไม้กระดานมาใช้งาน ก็เบียดบังเอาไม้ตะเคียนงามๆมาต่อเรือไรสซิ่งซันของตน  แล้วจ้างคนจีนมาทำหมันตอกเรือ ๒คน   จากคำให้การตอนหนึ่งของหลวงสะท้านราชกิจ และขุนชำนาญอักษร ได้กล่าวพาดพิงไปถึงเรื่องที่พระปรีชาทำโทษจีนสองคนนั้น ข้าหลวงที่ลงไปสืบคดีให้ความสนใจเพราะเห็นว่าเป็นการกระทำนอกอำนาจและขาดมนุษยธรรม และเข้าข่ายฆ่าคนตาย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 133  เมื่อ 04 เม.ย. 15, 13:04

ในระหว่างวันที่ ๒๕-๒๗ พฤษภาคม ๒๔๒๒ ตุลาการได้กระทำการสอบสวนพระปรีชาในข้อหากระทำการอันเป็นเหตุให้ชาวจีน ๒คนถึงแก่ความตาย ตามฟ้องของนายยิ้ม โดยมีนายนวน นายชื่น และนายหลง เป็นพยาน 
เรื่องนี้มีว่า เมื่อจีนทั้งสองทะเลาะวิวาทกับนายอ้น ลูกจ้างของพระปรีชาด้วยเรื่องสัพเพเหระ เมื่อนายชื่น นายนวน ซึ่งเป็นตำรวจได้ไปห้ามปราม จีนทั้งสองขัดขืนและต่อสู้ จึงได้ทำการจับกุมตัว พระปรีชาสั่งให้ตัดผมเปียของจีนทั้งสองออก แล้วสั่งเฆี่ยนคนละ ๓๐ ที และให้นายสาย นายเริก จับทั้งสองคนมัดมือไพล่หลัง เอาลงเรือไปผลักลงน้ำที่ปากคลองบางหอย ซึ่งเป็นแหล่งที่มีจระเข้ชุกชุม ทำให้จมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตาคนบนเรือทั้งหมดนั้น

นายยิ้มซึ่งยังคงเป็นทาสอยู่แม้จะหลังหลังประกาศเลิกทาษแล้วเนื่องจากยังใช้หนี้ไม่หมด  เป็นผู้หนึ่งที่ถูกใช้ให้ไปกับเรือและรู้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ  ได้กลายมาเป็นผู้กล่าวโทษพระปรีชาในเรื่องนี้ เพราะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพระปรีชา
คือว่าหลังจากคนจีนถูกผลักตกน้ำจมหายไปแล้ว นายยิ้มได้หลบหนีไปเพราะกลัวจะมีความผิดถึงตน ภายหลังได้นำเงินมาไถ่ค่าตัวหลุดจากความเป็นทาษแล้ว มีคนเอาจดหมายของนายเกิดมาไหว้วาน ให้ช่วยนำไปให้พระโทรเลขธุรานุรักษ์  ภายหลังได้รู้ข่าวว่านายเกิดถูกพระปรีชาทนมานจนตาย จึงตั้งใจว่าถ้าญาติพี่น้องของนายเกิดฟ้องพระปรีชาเมื่อไร นายยิ้มก็จะถือโอกาสฟ้องเรื่องของจีนช่างทำหมันด้วยเช่นกัน ส่วนนายนวน นายชื่นซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมชาวจีนทั้งสองก็ได้ร่วมมือให้การเป็นพยาน ต้องกันกับคำกล่าวหาของนายยิ้มด้วย
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 134  เมื่อ 04 เม.ย. 15, 13:12

หลังตุลาการอ่านข้อกล่าวหาจบ พระปรีชาให้การรับว่า ได้สั่งให้นายชื่นจับชาวจีนทั้งสองลงเรือไปปล่อยที่อื่นเพราะก่อการวิวาทจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้สั่งให้มัดมือไพล่หลัง และไม่ได้สั่งให้ผลักตกน้ำ
และเช่นเดียวกับคราวก่อน พระปรีชาได้ร้องคัดค้านการสอบสวนของคณะตุลาการว่า พยานโจทก์เป็นคนของพระปรีชาทั้งสิ้น และมีพิรุธว่าพยานเหล่านี้ก็ได้ให้การเรื่องนี้ไว้แล้ว ก่อนที่นายยิ้มจะมายื่นเรื่องกล่าวฟ้องตน

คณะตุลาการได้มีหนังสือขึ้นกราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัว ว่าถึงแม้พระปรีชาจะไม่ยอมรับผิด และคัดค้านพยานบุคคลฝ่ายโจทก์ก็ตาม แต่ก็เห็นว่าพยานเหล่านี้ต่างก็เป็นญาติ และบ่าวทาษของพระปรีชาทั้งสิ้น ถือว่าเป็นองค์พยานตามลักษณะกฎหมายไทยได้ พยานทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ เช่นนายนวน นายชื่น เป็นคนตัดเปียและเฆี่ยน นายยิ้มผู้กล่าวหาและนายหลงก็เป็นผู้อยู่ในเรือลำนั้นด้วย ขาดตัวการสำคัญที่เป็นผู้ลงมือผลักชาวจีนทั้งสองทิ้งน้ำ คือ นายสาย นายเริก ซึ่งได้ตายไปเองตามธรรมชาติก่อนหน้าที่จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ ตุลาการจึงลงความเห็นว่า ด้วยพยานบุคคลที่สำคัญเช่นนี้ จึงเชื่อได้ว่าพระปรีชาได้กระทำความผิดจริงตามข้อกล่าวหา
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10 11 ... 24
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.045 วินาที กับ 19 คำสั่ง