เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 2974 ท่านใดขับรถพระที่นั่งในร.6
Kunlamata
พาลี
****
ตอบ: 226


 เมื่อ 19 มี.ค. 15, 14:26

มีประวัติของสารถีขับรถพระที่นั่งในร.6มั้ยคะอาจารย์
ใช้คำว่า"สารถี"ถูกมั้ยคะหรือใช้คำอื่น
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 19 มี.ค. 15, 15:14

เข้าทางคุณ V_Mee  พอดีค่ะ
สมัยเรียนที่เตรียมฯ  มีอาจารย์พิเศษมาสอน นักเรียนเรียกกันว่าอาจารย์เจ้าคุณ  น่าจะเป็นพระยาเทพอรชุน สารถีรถพระที่นั่งในรัชกาลที่ 6 ค่ะ
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 19 มี.ค. 15, 17:25

สารถีรถพระที่นั่งเท่าที่มีบันทึกไว้มี ๒ ท่านครับ
ท่านแรกชื่อ เทียบ  อัศวรักษ์  ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น นายวรการรถม้า จางวางรถม้าในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  ท่านผู้นี้เป็นสารถีรถม้าพระที่นั่งเมื่อครั้งยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ต่อมาได้เลื่อนเป็นพระยาอัศวบดีศรีสุรพาหน เจ้ากรมพระอัศวราช  แล้วย้างไปรับราชการตำรวจเป็นนายพลตำรวจตรีคนแรกของกรมตำรวจ (เวลานั้นตำรวจภูธรยังใช้ยศทหารบกอยู่)  สุดท้ายเป็นพระยาคทาธรบดีสีหราชบาลเมือง สมุหเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลราชบุรี

อีกท่านหนึ่งชิ่อเดิม ทับทิม  อมาตยกุล  เมื่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จกลับจากอังกฤษ  ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ โปรดให้ยืมตัวนายจ่าเรศ (ทับทิม  อมาตยกุล) มาช่วยฝึกหัดมหาดเล็กข้าในกรมที่พระราชวังสราญรมย์  เมื่อเสด็จเสวยราชย์แล้วได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระมาตลรถาทร เจ้ากรมยานยนต์หลวง  แล้วเลื่อนเป็นพระยาบุศยรถบดี  ท่านผู้นี้เป็นสารถีรถยนต์พระที่นั่งมาตั้งแต่ต้นจนปลายรัชกาล
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 20 มี.ค. 15, 06:59

ขอแก้ไขครับ นายวรการรถม้าเป็นนายวรการบัญชาครับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 20 มี.ค. 15, 07:05

นั่นซี ผมอ่านแล้วหม่างๆอยู่  แต่ไม่กล้าขัดอาจารย์วี
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 20 มี.ค. 15, 09:32

ท่านแรกชื่อ เทียบ  อัศวรักษ์  ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น นายวรการรถม้า จางวางรถม้าในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  ท่านผู้นี้เป็นสารถีรถม้าพระที่นั่งเมื่อครั้งยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ต่อมาได้เลื่อนเป็นพระยาอัศวบดีศรีสุรพาหน เจ้ากรมพระอัศวราช  แล้วย้างไปรับราชการตำรวจเป็นนายพลตำรวจตรีคนแรกของกรมตำรวจ (เวลานั้นตำรวจภูธรยังใช้ยศทหารบกอยู่)  สุดท้ายเป็นพระยาคทาธรบดีสีหราชบาลเมือง สมุหเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลราชบุรี

ท่านผู้นี้เป็นต้นสกุล "อัศวรักษ์"

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2456/D/648.PDF


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 20 มี.ค. 15, 09:42

มีราชทินนามที่คล้ายกับนามสกุลข้างบน คือ "หลวงชัยอัศวรักษ์" คณบดีคนแรกของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อได้ยินชื่อนี้หลายท่านคงคิดว่าท่านนามสกุล "อัศวรักษ์"  แต่นามสกุลที่แท้จริงของท่านคือ "แสง-ชูโต"

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2475/D/610_2.PDF


บันทึกการเข้า
Kunlamata
พาลี
****
ตอบ: 226


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 21 มี.ค. 15, 01:21

นามสกุลพระราชทานที่ลงท้ายด้วย"สุต" และ "สูต"
เช่น  กรสูต พันธุมสุต
เปิดพจนานุกรมดูความหมายคำว่า"สูต"
(มค. สูต) น. ผู้ขับรถหรือนายม้าต้น, สารถี เป็นตำแหน่งสำคัญในราชการในอินเดียโบราณเพราะเป็นคนสนิทของพระราชา เมื่อพระราชาออกรบก็เหมือนไว้พระชนม์ในมือสารถี เพราะถ้าสารถีขับรถไม่ดีก็มักจะเสียทีแก่ข้าศึก อนึ่ง ใน เวลาพระราชาทรงรถไปรบนั้น สารถีเป็นที่ปรึกษา ในทา
ดูคำอื่นๆในหมวดแปล ไทย-ไทย อ.เปลื้อง ณ นคร

อยากทราบว่าเป็นนามสกุลที่พระราชทานให้ข้าราชการที่เป็นสารถีหรือไม่คะ
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 21 มี.ค. 15, 07:06

นามสกุลพระราชทานที่ลงท้ายด้วย สุต และสูต ไม่มีสกุลใดที่ต้นสกุลเป็นสารถีเลยครับ  ส่วนมากจะสืบเชื้อสายมาจากข้าราชการกระทรวงวังและกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ

สำหรับสกุล กรสูต พระราชทาน จมื่นเทพสุรินทร์* (เปลื้อง)  ปลัดกรมในกรมพระราชพิธี  กระทรวงวัง   เป็นบุตรพระยาบำเรอภักดิ์ (กร)
สกุล พันธุมสุต พระราชทาน ขุนรัตนโกษา (ช้อย)  นายเวรกรมสารบรรณ  กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ  บุตรนายพันธุ์ָ

ส่วนสกุลสำหรับผู้มีหน้าที่เป็นสารถีส่วนใหญ่จะลงท้ายด้วย ศวิน เช่น
อินทวาศวิน  พระราชทาน มหาดเล็กวิเศษขุ้ย  สารถีในกรมพระอัศวราช  กับนายอิ่ม (บิดา)  ปู่ชื่ออิน
โกมลาศวิน  พระราชทาน มหาดเล็กวิเศษยอม  สารถีในกรมพระอัศวราช  ปู่ชื่ออ่อน
ก์งถาศวิน  พระราชทาน มหาดเล็กวิเศษกรด  สารถีในกรมพระอัศวราช
มีนาศวิน  พระราชทาน มหาดเล็กวิเศษปุ้ย  สารถีในกรมพระอัศวราช บิดาชื่อมี
จารวาศวิน  พระราชทาน มหาดเล็กวิเศษเปลี่ยน สารถีในกรมพระอัศวราช   บิดาชื่อเอี่ยม
ลีลาศวิน  พระราชทาน มหาดเล็กวิเศษแดง (เล็ก)  สารถีในกรมพระอัศวราช   กับนายขำ (บิดา)  ปู่ชื่อลี
วัจนาศวิน  พระราชทาน มหาดเล็กวิเศษชุ่ม  สารถีในกรมพระอัศวราช   ปู่ชื่อคำ
ฯ ล ฯ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 21 มี.ค. 15, 07:35

นามสกุลพระราชทานที่ลงท้ายด้วย สุต และสูต ไม่มีสกุลใดที่ต้นสกุลเป็นสารถีเลยครับ  ส่วนมากจะสืบเชื้อสายมาจากข้าราชการกระทรวงวังและกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ

สำหรับสกุล กรสูต พระราชทาน จมื่นเทพสุรินทร์* (เปลื้อง)  ปลัดกรมในกรมพระราชพิธี  กระทรวงวัง   เป็นบุตรพระยาบำเรอภักดิ์ (กร)
สกุล พันธุมสุต พระราชทาน ขุนรัตนโกษา (ช้อย)  นายเวรกรมสารบรรณ  กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ  บุตรนายพันธุ์ָ

ในที่นี้ สุต และ สูต แปลว่า "ลูกชาย"

ส่วนสกุลสำหรับผู้มีหน้าที่เป็นสารถีส่วนใหญ่จะลงท้ายด้วย ศวิน

ศวิน มาจาก อัศวิน แปลว่า "นักรบขี่ม้า"
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.055 วินาที กับ 19 คำสั่ง