เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 5403 เมื่อฝรั่งอังกฤษก็ double standard ได้ไม่แพ้คนไทย
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 26 มี.ค. 15, 03:38

ข่าวจาก BBC Thai ครับ ถึงข้อสรุปสุดท้ายของทาง BBC



บีบีซีปลดเจเรอมี คลากสัน ไม่ให้ดำเนินรายการท็อปเกียร์ ระบุ "ล้ำเส้น"

ลอร์ดโทนี ฮอลล์ ผู้อำนวยการทั่วไปของบีบีซี ประกาศว่า บีบีซีจะไม่ต่อสัญญาให้เจเรอมี คลากสัน หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทถึงขั้นทำร้ายร่างกายผู้กำกับรายการคนหนึ่ง

ลอร์ด ฮอลล์ บอกว่าเขาตัดสินใจเรื่องนี้อย่างระมัดระวังและทราบดีว่าจะมีผู้ที่มีความเห็นแตกต่างออกไป อย่างไรก็ดี ได้เกิดการ “ล้ำเส้น” เกิดขึ้นในกรณีนี้ และเขาไม่อาจให้อภัยได้

คลากสันถูกสั่งพักดำเนินรายการเมื่อวันที่ 10 มีนาคม หลัง “ทะเลาะวิวาท” กับออยซิน ไทมอน ที่โรงแรมในเมืองยอร์คเชียร์ มีรายงานว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเพราะไม่มีการจัดเตรียมอาหารร้อนให้เขา

จากการสอบสวนเป็นการภายในเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พบว่านายเทย์มอน ต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอง หลังถูก “ทำร้ายทั้งทางร่างกายและวาจาทั้งที่ไม่ได้ยั่วยุหรือท้าทาย”

นายไทมอน ถูกทำร้ายจนปากเจ่อและแตก และยังถูกว่ากล่าวด้วยถ้อยคำสบถ และถูกขู่ว่าจะถูกไล่ออกจากงาน เหตุการณ์ยุติลงเพราะผู้เห็นเหตุการณ์เข้ามาห้าม

ทั้งนี้ นายไทมอน ไม่ได้รายงานเรื่องนี้ต่อบีบีซี และเป็นที่เข้าใจว่าคลากสัน ได้รายงานเรื่องนี้ให้ผู้บริหารบีบีซีหลายคนทราบเอง หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา

หลังจากนั้นบีบีซีได้สั่งพักงานเขา ซึ่งทำให้แฟนรายการจำนวนมากพากันออกมาสนับสนุนคลากสันรวมทั้งลงชื่อทางออนไลน์นับล้านชื่อเพื่อให้บีบีซียอมให้เขากลับมาดำเนินรายการต่อ

เป็นที่คาดว่ารายการท็อปเกียร์จะยังออกอากาศต่อไปโดยปราศจากคลากสัน ที่คงจะถูกรุมแย่งตัวจากสถานีโทรทัศน์ช่องอื่น ขณะที่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเจมส์ เมย์ และริชาร์ด แฮมมอนด์ ผู้ดำเนินรายการร่วมจะยังดำเนินรายการต่อไปหรือไม่ สัญญาของคนทั้งสามจะสิ้นสุดภายในปีนี้

รายการท็อปเกียร์เป็นหนึ่งในรายการที่ทำเงินให้บีบีซีมากที่สุด มียอดขายในต่างประเทศราว 50 ล้านปอนด์ต่อปี
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 29 มี.ค. 15, 16:07

ท่านธมฺมวิตกฺโกเคยเขียนสอนไว้ว่า จะไปถืออะไรกับปากมนุษย์ ถึงจะดีแสนดีมันก็ติ ถึงจะชั่วแสนชั่วมันก็ชม

ฝรั่งหรือไทยมันก็ไอ้ครือกัน  รู้อย่างนี้จะได้ไม่จิตตกกับไอ้พวกตะแบงบางสายพันธุ์   นะคุณประกอบนะ


อีกตัวอย่างหนึ่ง ที่อยู่เฉยๆไว้จะดีกว่า

อุดรธานี - พนักงานโรงพยาบาลเอกอุดรที่มี “เสี่ยบั๊ก” บรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์ เป็นเจ้าของ และตอนนี้เป็นผู้ต้องหาจ้างวานฆ่าพระหมอ โพสต์ข้อความระบายความในใจ ยังนับถือ ยังภูมิใจ และไม่อายใคร เพราะเขาคือเจ้านายของฉัน
      
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายบรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์ “เสี่ยบั๊ก” ประธานการมการบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร ตกเป็นผู้ต้องหาบงการฆ่าพระอาจารย์บัณฑิต สุปัญฑิโต หรือพระหมอ ทำให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา
      
        ทั้งนี้ พนักงานซึ่งทำงานในโรงพยาบาลเอกอุดรคนหนึ่ง ได้ออกมาระบายความในใจผ่าน เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีข้อความระบุว่า “ไม่ว่าเหตุการณ์จะลงเอยอย่างไร ใครจะมองท่านยังไง หรือสังคมจะพิพากษาท่านไปขนาดไหน ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเพราะสำหรับเราแล้วท่านยังคงเป็นเจ้านายผู้โอบอ้อมอารีมีเมตตาต่อพวกเราเสมอ และความเคารพนับถือที่มีต่อท่านก็ยังมั่นคงไม่ได้จางหายไป หรือลดลงไปแม้แต่น้อย และฉันก็ภูมิใจที่ได้ทำงานในโรงพยาบาลเอกอุดร ฉันไม่อายใคร โรงพยาบาลของฉัน เจ้านายของฉัน”
      
        โดยข้อความดังกล่าวเพื่อนพนักงานรายนี้เข้ามากดถูกใจแล้วกว่า 50 คน
      
        นอกจากนี้ ยังมีเพื่อนแสดงความเห็นต่อโฟสต์นี้ว่า ใช่ๆๆ พวกเราคือ “ครอบครัวเอกอุดร” เรารักท่าน รักเจ้านาย หรือเห็นด้วย 1,000%

ที่มา


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9580000036151


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 29 มี.ค. 15, 17:17

ตัวอย่างข้างบนที่ท่านอาจารย์นวรัตนนำมาให้ชม ผมก็เห็นด้วยเช่นกันว่าอยู่เฉยๆ ยังจะดีกว่า  แต่จากข้อความให้กำลังใจดังกล่าว และการกด like อีกมากมาย ผมคิดว่าผมเห็นอะไรบางอย่างที่น่ากลัว นอกจากแค่เรื่องของการสองมาตรฐานหรือการไม่รู้ดีรู้ชั่วของคน

อย่างแรกที่เห็นก็คือ การเลียแข้งเลียขาเจ้านายอย่างไร้ยางอายของคนที่เขียน เพราะข้อความทั้งหมด เป็นการยกย่องล้วนๆ แบบไม่มีอย่างอื่นเจือปน ผมไม่รู้จักนายเสี่ยอะไรคนนี้ ไม่รู้ว่านิสัยใจคอหรือการปฏิบัติต่อลูกน้องเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าผมเห็นโลกมาขนาดหนึ่ง เจอผู้คนมาหลากหลาย มีโอกาสสังเกตคนทั้งคนดีคนชั่ว  สิ่งหนึ่งที่ผมพบคือ คนที่มีข้อเสียไม่ว่าแบบไหน ไม่สามารถปกปิดข้อเสียของตนได้ตลอด สุดท้ายข้อเสียนั้นๆ ต้องแสดงออกมา  เช่นความโง่เขลา เย่อหยิง ถือดี กักขระ บ้าอำนาจ เจ้าชู้ เห็นแก่ตัว เอาแต่ได้  ไม่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ฯลฯ  สิ่งเหล่านี้สังเกตได้ง่ายกว่าความดี เช่นความโอบอ้อมอารี มีน้ำใจ เสียสละมากมายนัก   อาเสี่ยคนนี้เป็นผู้จ้างวานจริงหรือไม่ ศาลยังไม่ตัดสิน แต่พฤติกรรมหลายๆ อย่างก็บ่งชี้ให้เห็น ทั้งยังมีข่าวมากมายที่ออกมาตีแผ่ทำให้เข้าใจได้ไม่ยากว่าคนคนนี้ดีเลวอย่างไร  จะให้เชื่อว่าคนคนนี้ดีจริง  ดังนั้นการที่ลูกน้องรักมากนี่ผมคงทำใจเชื่อได้ยาก


เมื่อวันนี้มีคนออกมาแสดงความชื่นชมบูชา  และเป็นคนที่อยู่ในสถานะลูกจ้างหรือลูกน้อง  ทำให้มองอย่างอื่นไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความต้องการเอาอกเอาใจที่เกินธรรมดาแบบออกนอกหน้า ขี้ประจบ และยังป่าวประกาศโชว์ให้โลกออนไลน์และคนรอบข้างเห็น  การทำแบบนี้เป็นการกระทำที่หวังผล มากกว่าการแสดงออกซึ่งความเคารพนับถือจริงๆ ที่ควรแสดงออกอย่างอื่นที่เป็นการส่วนตัวกว่า


ส่วนคนที่กด like ก็เช่นกัน  ผมมองว่าน่ากลัว เพราะมันเป็นเหมือนจิตวิทยาการนำฝูง  ผมไม่เชื่อว่าคนที่กดไลค์ทั้งหมดเห็นดีเห็นงามไปกับการประจบเอาใจนี้  แต่เมื่อเพื่อนกด ฉันก็ต้องกด เพราะการไม่กดอาจกลายเป็นความนอกคอก การไม่เห็นใจเจ้านายในยามวิกฤติ และอาจส่งผลถึงบทบาทสถานะหรือหน้าที่การงานของตนในทางอ้อมได้ ทำให้ต้องแห่แหนเข้ามาให้กำอกกำลังใจกันแบบนี้  เพราะใครไม่กดไลค์จะกลายเป็นเหมือนลูกน้องที่ไม่มความภักดีไปอีก


เห็นเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงยุคนาซีมากๆ เดี๋ยวไว้ส่งเล่มวิทยานิพนท์แล้ว จะกลับมาเล่าเรื่องของนาซีที่เป็นคนธรรมดา แต่สิ่งแวดล้อมชักนำทำให้กลายเป็นผู้รับผิดชอบฆ่าคนไปเป็นล้าน สภาวะแวดล้อมทำให้คนเราขาดเขลาต่อจริยธรรมได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง