เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
อ่าน: 7570 ความแตกต่างในความเหมือนของพระเมรุมาศสองพระมหากษัตริย์
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 25 ม.ค. 15, 10:15

แต่นั่นแหละครับ กฏทุกข้อย่อมมีข้อยกเว้นได้
พระเมรุมาศสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทาเทวีนารีรัตน์ในรัชสมัยต้นรัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างเป็นพระเมรุมาศยอดปรางค์ตั้งแต่แรก รวมถึงองค์ประกอบอื่นๆครบครัน

ถ้าเห็นยักษ์ทวารบาลอย่างเดียวโดยไม่ดูตาม้าตาเรือให้ดีแล้วฟันธงขวับไป ธงอาจหักบนเวทีแบบแพร่ภาพออกอากาศ สร้างความสะใจให้คนดูได้


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 25 ม.ค. 15, 10:16

ลักษณะยอดปรางค์ที่มีความแตกต่างกันสังเกตุง่ายๆ อันดับแรกคือ ยอดปรางค์ของพระเมรุมาศสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวมีลักษณะเพรียวแหลมกว่าพระเมรุมาศสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
และจำนวนบัว ก็ซ้อนชั้นต่างกันคือ ๘ ชั้นและ ๗ ชั้น


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 25 ม.ค. 15, 10:19

ปรางค์ทิศเล็กๆ ที่อยู่สันหลังคาทั้ง ๔ ด้าน มีการโครงสร้างที่ต่างกัน

พระเมรุมาศของสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ยอดปรางค์ทิศเล็กๆ จะตั้งอยู่บนฐานเขียงที่สูงทับอยู่บนหลังคา

พระเมรุมาศของสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ยอดปรางค์ทิศเล็กๆ จะสร้างต่อสันหลังคา



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 25 ม.ค. 15, 10:24

และที่เป็นประจักษ์พยานสำหรับภาพถ่ายที่อยู่ในหีบไม้ของทอมสันคือ เมื่อขยายให้เห็นหน้าบันของพระเมรุมาศนี้ ปรากฎพระราชลัญจกรเป็นฉัตรขาวกระหนาบ มีพาน ๒ ชั้นและพระมหาพิชัยมงกุฎ

ซึ่งแสดงว่าพระเมรุมาศนี้ของรัชกาลที่ ๔ ไม่ใช่ของพระปิ่นเกล้าฯ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 25 ม.ค. 15, 11:40

ส่วนใหญ่แล้ว คำถามจะมาจากภาพคู่นี้ ว่าพระเมรุมาศองค์ใดเป็นของพระจอมเกล้าฯ องค์ใดพระปิ่นเกล้าฯ และ สังเกตุได้ที่ไหน อย่างไร
ซึ่งผมเชื่อว่าท่านที่ติดตามกระทู้ความแตกต่างในความเหมือนของพระเมรุมาศสองพระมหากษัตริย์ มาถึงตรงนี้ก็จะตอบได้แล้ว

หลังจากนี้ไปผมจะกล่าวถึงว่า แล้วกระจกต้นฉบับพระเมรุมาศสมเด็จพระจอมเกล้าไปอยู่กับทอมสันได้อย่างไร แล้วกลายมาบรรยายภาพกันเป็นพระเมรุมาศสมเด็จพระปิ่นเกล้าได้อย่างไร


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 26 ม.ค. 15, 06:56

ประวัติของจอห์น ทอมสันเท่าที่หาได้ในเวปทั้งภาษาไทยและอังกฤษ มีข้อความซ้ำๆกัน สำนักพิมพ์ ริเวอร์ บุคส์ นำมาลงไว้ว่า

เมื่อร้อยห้าสิบปีที่แล้ว มีช่างภาพท่านหนึ่งได้เดินทางเข้ามายังกรุงสยาม เพื่อถ่ายภาพทิวทัศน์ พระมหากษัตริย์ ผู้คนและอื่นๆ ช่างภาพผู้นี้คือ นายจอห์น ทอมสัน (๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๓๘๐-๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๓) เป็นช่างภาพรุ่นบุกเบิกและนักผจญภัยชาวสกอต เขาเป็นหนึ่งในช่างภาพคนแรกๆ ที่เดินทางไปมายังเอเชียในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๐๕ เขาได้ออกเดินทางมายังสิงคโปร์ อันเป็นการเริ่มต้นการเดินทางไปยังเอเชียและใชชีวิตที่นี่ในอีกสิบปีต่อมา โดยได้เดินทางไปทั่วเอเชีย ในขั้นต้นเขาได้ก่อตั้งร้านถ่ายภาพในสิงคโปร์

ใน พ.ศ. ๒๔๐๘ เขาตัดสินใจเดินทางมายังสยามและถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ ๒๘ กันยายน จอห์นได้ติดต่อกับบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์และเหล่าขุนนางต่างๆ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในระหว่างที่อยูในกรุงเทพฯ ไปกับการถ่ายภาพบุคคลสำคัญๆ มากมาย โดยการถ่ายภาพนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในเมืองสยามเวลานั้นและเป็นที่น่าตื่นตกตื่นใจของรัชกาลที่ ๔ พระบรมวงศ์และขุนนางคนสำคัญที่ได้รับการถ่ายรูปและการถ่ายภาพพระราชพิธีสำคัญๆ เช่น พระราชพิธีโสกันต์ของเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ขณะทรงพระเยาว์และพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินและได้ไปเยี่ยมชมวัดวาอารามต่างๆ เขาได้ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมากมายหลายพระอิริยาบถ ภายในพระบรมมหาราชวัง

ผลงานของเขานับเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่สำคัญของไทย เพราะขณะนั้นการถ่ายภาพเพิ่งจะอุบัติขึ้นในโลกเป็นครั้งแรกได้ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ……



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 26 ม.ค. 15, 07:02

ข้างบนเป็นหนังสือพิมพ์ออกในรัชกาลที่ ๔ของหมอบรัดเล ชื่อบางกอกรีคอร์ดเดอร์ ฉบับเดือนธันวาคม ๒๔๐๘ (ปีฉลู) ลงข้อความโฆษณาของช่างชักรูปชาวสยามซึ่งรับถ่ายภาพทั่วไป รวมถึงมิศเตอร์ทอมสันด้วย โดยขณะหนังสือวางตลาดนั้น ตัวเขาได้เข้ามายังกรุงเทพเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน และด้วยการติดต่อประสานงานของกงสุลอังกฤษ เพื่อขออนุญาตผ่านแดนไปถ่ายภาพนครวัต ทำให้ทอมสันได้เข้าเฝ้าและถวายการฉายพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ รวมถึงได้รับพระบรมราชานุญาตให้ถ่ายภาพในพระบรมมหาราชวัง และบุคคลต่างๆทั้งเจ้านายและราษฎรทั่วไป

ก่อนที่เขาจะเดินทางออกจากกรุงเทพไปเขมร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เขาได้ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ ในพระราชพิธีโสกันต์สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ณ วันพฤหัสบดี เดือนยี่ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปีฉลู สัปตศก  หลังจากนั้นแล้วในเดือนเดียวกันนี้ ทอมสันได้เดินทางออกจากกรุงเทพเพื่อไปทำงานของเขาต่อ โดยไม่ระบุวันที่ว่าจะเป็นก่อนหน้าหรือหลังการเสด็จสรรคตของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ซึ่งอุบัติในวันอาทิตย์ เดือนยี่ แรม ๖ ค่ำ ปีฉลู ศกเดียวกัน


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 26 ม.ค. 15, 07:05

เดือนยี่คือมกราคม ฝรั่งเปลื่ยนศักราชแล้ว แต่ไทยยังเป็นปี ๒๔๐๘อยู่ (ศักราชใหม่จะเปลี่ยนในเดือนเมษายน) เลยเป็นเหตุให้เกิดความสับสน ในกรณีย์ที่เกี่ยวกับงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ

หลังเสด็จสรรคต ได้ทรงโปรดเกล้าให้ตั้งพระบรมศพบำเพ็ญพระราชกุศลอยู่ปีเศษ ระหว่างนั้นก็ได้ดำเนินการสร้างพระเมรุมาศ จนเสร็จพร้อมแล้วจึงกำหนดการออกพระเมรุ  เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงพระบรมศพ ในวันขึ้น ๑๔ค่ำเดือน ๓ ปีขาล

ปีขาลถ้านับปีแบบไทยจะเป็นพ.ศ. ๒๔๐๙ ถ้าคนเอาตัวเลข๕๔๓ไปลบออกเพื่อแปลงเป็นค.ศ. จะได้ = ๑๘๖๖ ปีที่ทอมสันบันทึกว่าตนยังอยู่ในสยาม   ผู้ที่ค้นพบรูปภาพพระเมรุมาศในกล่องของเขาเลยโมเมว่าทอมสันคงได้เห็นเหตุการณ์และถ่ายภาพพระเมรุมาศของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯไว้แน่จึงเขียนอธิบายไปอย่างนั้น ทั้งๆอันที่จริง ทอมสันได้ออกจากสยามไปก่อนงานออกพระเมรุเป็นปีแล้ว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 26 ม.ค. 15, 07:08

ส่วนภาพพระเมรุมาศที่พบในกล่องของทอมสันเป็นพระเมรุมาศองค์ใดนั้น ไม่ต้องสงสัยเลย เป็นพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯแน่ แต่เขาจะได้มาอย่างไรนั้นก็สุดแต่จะเดากันไป อย่างไรก็ตามทอมสันเองก็ไม่ได้อ้างว่าตนเป็นผู้ถ่ายภาพสองภาพดังกล่าว เขาเก็บเอาไว้โดยเขียนอธิบายไว้แบบมั่วสุดๆว่า The cremation pyre of the King's son (Brir ?) คำในวงเล็บนี่ฝรั่งด้วยกันยังอ่านไม่ออก ตีความไม่ได้ว่าเขาต้องการเขียนว่ากระไร คนไทย(บางคน)ไปเดาว่าหมายถึงพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯโน่น

ภาษาของทอมสันสะท้อนระดับการศึกษาของเขา ถ้าเขาเขียนหนังสือได้ดีกว่านี้ เราคงจะได้อ่านเรื่องราวดีๆที่อยู่เบื้องหลังการเดินทางไปถ่ายภาพในหลายๆประเทศของเอเซีย และทำไมบางคนที่ตามศึกษาประวัติของเขาจึงบ่นว่า น่าผิดหวังมาก


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 26 ม.ค. 15, 07:10

ภาพเจาะรายละเอียดจากนิทรรศการภาพถ่ายของทอมสันคราวนี้

ยักษ์ทวารบาล รู้สึกจะผอมสูงหุ่นเป็นฝรั่งกว่ายักษ์วัดพระแก้วนะครับ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 26 ม.ค. 15, 07:12

หน้ารั้วราชวัตร มีศาล เหมือนศาลเจ้าที่เรียงรายอยู่ด้วย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 26 ม.ค. 15, 07:17

ม่านกันแดดและฝนด้านทิศตะวันออก

โดยปกติน่าจะม้วนไว้


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 26 ม.ค. 15, 07:41

ดูสภาพที่รกๆ มีคนปรากฏระเกะระกะทำให้น่าเชื่อว่าการถ่ายภาพชุดนี้น่าจะกระทำก่อนงานออกพระเมรุ ม่านที่ห้อยเพียงแค่จะบังแดดโดยไม่คำนึงถึงความสวยงามนี้ น่าจะมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อจะกางกั้นให้ช่างที่กำลังทำงานอยู่ภายในมากกว่า

งานออกพระเมรุพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯนั้น มีขึ้นในเดือนมีนาคม ๒๔๑๒ ซึ่งไม่ใช่ฤดูฝน


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 26 ม.ค. 15, 08:42

ในหนังสือที่ออกขายในงานนิทรรศการ มีภาพแผนผังพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ประกอบเพื่ออธิบายภาพถ่ายพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯที่อ้างว่านายทอมสันเป็นผู้ถ่ายด้วย

คงแก้ไขไม่ได้แล้ว น่าสงสารนักอ้างอิงรุ่นต่อๆไป


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 26 ม.ค. 15, 16:54

มีของแถมครับ

ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นจนถึงต้นรัชกาลที่ ๕ การสร้างพระเมรุมาศสำหรับพระเจ้าแผ่นดินจะยึดถือโบราณราชประเพณีครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นหลัก  กล่าวคือ ช่างจะทำเป็นพระเมรุมาศขนาดสูงใหญ่ พระเมรุชั้นนอกจะทำเป็นพระเมรุยอดปรางค์ครอบคลุมพระเมรุทองทรงบุษบกขนาดเล็กกว่าซึ่งตั้งอยู่ภายใน ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมโกศก่อนถวายพระเพลิง


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.033 วินาที กับ 19 คำสั่ง