เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 12 13 [14]
  พิมพ์  
อ่าน: 20192 จักรวาลน่าพรั่นสะพรึง ชวนให้เราใคร่ครวญคำนึงถึงอัตตาตัวตน(ใหม่)
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 195  เมื่อ 22 ก.พ. 16, 16:07

        เมื่อข้อมูลจากยานเคปเลอร์ที่นาซาส่งออกไปสำรวจอวกาศได้พบปรากฏการณ์ วัตถุขนาดใหญ่เท่ากับ
ดาวเคราะห์น้อยเซเรส Ceres ของระบบสุริยะ ถูกกลืนเข้าไปในวงจรมรณะรอบดาวแคระขาวดวงนี้ จากการ
สังเกตการณ์จับจังหวะแสงวาบได้ทุก 4.5 ชั่วโมง คำนวณวงโคจรของวัตถุนี้ได้ที่ประมาณ 520,000 ไมล์จาก
ดาวแคระขาว
         จากนั้น นักดาราศาสตร์จึงใช้กล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินส่องไปติดตามสังเกตการณ์ต่อพบว่าเมื่อวัตถุ
เคลื่อนผ่านดาวแคระขาวนี้มีผลให้ความสว่างของดาวลดลง 40 %
         ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ คือการกลืนดาวเคราะห์บริวารของดาวแคระขาว ที่กระทำโดยแรงโน้มถ่วงมหาศาล
ดูดดาวบริวารให้เข้ามาในระยะใกล้ จากนั้นพลังของแรงโน้มถ่วงนี้ก็จะฉีกมวลของดาวเคราะห์จนแตกเป็นกลุ่มก๊าซ
และเศษมวลของดาวเคราะห์ ให้กระจายอยู่ในวงโคจรแผ่นวงแหวนรอบดาวแคระขาว จนในที่สุด ดาวเคราะห์บริวาร
ก็จะแตกสลายไป

31tv.ru


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 196  เมื่อ 22 ก.พ. 16, 16:19

       นับเป็นครั้งแรกที่นักดาราศาสตร์ไทยได้เห็นจุดจบของดาวเคราะห์แบบวันต่อวัน ผ่านกล้องโทรทรรศน์
ของประเทศไทย
       จากการเฝ้ามองชะตากรรมของดาวบริวารในระบบดาวใกล้บ้านเราดวงนี้แล้วมองย้อนกลับมา ก็จะเห็น
ชะตากรรมของโลกเราใบนี้ในหลายพันล้านปีข้างหน้าว่าเหมือนกัน นั่นคือเมื่อดวงอาทิตย์หมดพลังงานลง
ก็จะกลายเป็นดาวแคระ และโลกพร้อมทั้งดาวบริวารระบบสุริยะดวงอื่นๆ ก็จะทยอยกันถูกฉีกเคี้ยวแหลกตามๆ
กันไปในที่สุด

ภาพวาดดาวแคระขาวเคี้ยวดาวบริวาร  

sci-news.com


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 197  เมื่อ 01 มี.ค. 16, 11:06

          คุณอาจวรงค์ นักสื่อวิทยาศาสตร์,นักเขียน แต่งกลอนนี้ลงเฟซบุค อ่านแล้วชอบขอแชร์


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 198  เมื่อ 01 มี.ค. 16, 11:08

imagine.gsfc.nasa.gov/science/objects/stars1.html


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 199  เมื่อ 01 มี.ค. 16, 11:12

          ๒ คำสุดท้ายของวรรคส่งในบทที่ ๕ - ดาวดาว(น่าจะเป็น ดวงดาว) คุณวรงค์บอกว่าพิมพ์ผิดไป


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10741



ความคิดเห็นที่ 200  เมื่อ 01 มี.ค. 16, 14:25

กวีกาลแห่งดาวฤกษ์

๑.อันดวงดาวกลางฟ้ายามราตรี
มิได้มีอายุมั่นอนันต์สมัย
แต่มีเกิดแก่ดับสลับไป
เป็นวงจรอยู่ในจักรวาล

๒.เมื่อกลุ่มแก๊สดึงดูดกันพลันหนาแน่น
เกาะเป็นก้อนกลายเป็นแก่นของมวลสาร
ไฮโดรเจนร้อนเร่งเปล่งพลังงาน
เป็นสายธารแสงสว่างอย่างมณี

๓.แต่วันหนึ่งที่เชื้อเพลิงเริ่มร่อยหรอ
แรงโน้มถ่วงเริ่มไม่พอจะอัดขยี้
ให้ดาวนั้นคงรูปร่างไว้อย่างดี
มันจึงเริ่มอ้วนพีเป็นสีแดง

๔.พอดาวเฒ่าขยายตัวถึงจุดหนึ่ง
แรงโน้มถ่วงจะตบผึงเหมือนกลั่นแกล้ง
ให้ดาวฤกษ์แตกพร่างอย่างรุนแรง
กลายเป็นแสงโนวามหาประลัย

๕.ละอองแก๊สจะกระจายหลายปีแสง
เป็นถิ่นแห่งเนบิวลาอยู่อาศัย
รออีกหลายพันล้านปีที่ยาวไกล
แก๊สจะเริ่มรวมกันใหม่เป็นดวงดาว *

๖.แม้ดาวฤกษ์แสนใหญ่โตกว่าโลกา
เมื่อถึงครายังแตกดับลับหนหาว
ชีวิตคนแค่พริบตาดาราพราว
จงเร่งเร้าอย่าประมาททุกชาติไป

อาจวรงค์
๑๐ ก.พ. ๒๕๕๙


* แก้ไขตามความเห็นของคุณศิลา
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 317


ความคิดเห็นที่ 201  เมื่อ 03 มี.ค. 16, 13:57

จึงเป็นที่มาของข้อสอบข้อที่ว่า

อ้างถึง
4.ข้อคิดใดที่ได้จากการศึกษาเรื่องวิวัฒนาการของดาวฤกษ์
1.น้ำขึ้นให้รีบตัก
2.สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
3.ทุกสิ่งดำรงอยู่และดับไป
4.รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา
5.เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 12 13 [14]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.047 วินาที กับ 19 คำสั่ง