เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10 11
  พิมพ์  
อ่าน: 23986 “โพยม จันทรัคคะ” ถ้าท่านนี้ไม่ตัดสินใจ ไทยอาจเสียอธิปไตยได้
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10684



ความคิดเห็นที่ 120  เมื่อ 30 พ.ย. 14, 11:45

"ผมเป็นคนไทยแท้ๆ ผมมาทำงานเพื่อชาติ ไม่ควรยิงผมเลย"

หวังว่าคำขอสุดท้ายของพันตรีสมพงษ์ ศัลยพงษ์ จะเป็นข้อคิดเตือนใจสำหรับคนไทยทุกคนในปัจจุบัน

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 121  เมื่อ 10 ธ.ค. 14, 11:09

เรื่องราวของ ร.ต.อ.โพยม จันทรัคคะ คงจะยังไม่สมบูรณ์ หากผมไม่ขยายความต่อ ตามหัวเรื่องที่ผมกล่าวว่า ไทยอาจเสียอธิปไตยได้ นั้นน่ะ จะเสียอะไรแค่ไหนอย่างไร
จริงอยู่ที่บางท่านจะคิดว่าผลงานของเสรีไทยเท่าที่ปฏิบัติมาน่าจะเพียงพอแล้วที่จะทำให้ประเทศชาติรอดตัวจากสภาพของของผู้แพ้สงคราม แต่ในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นแต่ละตอนนั้น มันก็ไม่ง่ายนักทีเดียว

พอสงครามสงบแล้ว ผู้แทนกองทัพอังกฤษได้เข้าพบนายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งตัวแทนไปเจรจากับอังกฤษที่เมืองแคนดี้ เกี่ยวกับข้อการปฏิบัติหลังสงคราม ซึ่งรัฐบาลไทยได้แต่งตั้ง พลเอก หลวงเสนาณรงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกเป็นหัวหน้าคณะ ไปประชุมกับฝ่ายอังกฤษที่เมืองแคนดี้ ในวันที่ ๔ กันยายน ๒๔๘๘

คณะผู้แทนฝ่ายไทยได้รับการต้อนรับอย่างดี ก่อนเริ่มการเจรจา พลเอก ลอร์ดหลุยส์ เม้าท์แบตแตน ได้มานั่งหัวโต๊ะเป็นประธานในการเลี้ยงอาหารกลางวัน หัวโต๊ะอีกด้านหนึ่งนั้น นายเอสเลอร์ เดนนิ่ง (ภายหลังเป็น Sir Esler Denning) ที่ปรึกษาฝ่ายการเมืองของแม่ทัพอังกฤษนั่ง ครั้นรับประทานอาหารเสร็จ นายเดนนิ่งก็นำเอกสารมาแจกคนละปึกใหญ่ โดยลอร์ดหลุยส์กล่าวนำว่า เพื่อให้การปลดอาวุธญี่ปุ่นและการคืนสถานการณ์ปกติกับประเทศไทย นายเดนนิ่งจึงได้เสนอข้อตกลงนี้เพื่อให้ผู้แทนรัฐบาลไทยลงนามให้เรียบร้อย อังกฤษจะได้ดำเนินการต่อตามความมุ่งหมายของไทย คือยุติการเป็นปฏิปักษ์ระหว่างไทยกับอังกฤษได้

คณะผู้แทนฝ่ายไทยพออ่านเสร็จก็ถึงกับเหงื่อแตกพลั่กไปตามๆกัน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 ธ.ค. 14, 21:53 โดย เทาชมพู » บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 122  เมื่อ 11 ธ.ค. 14, 07:26

พลอากาศเอก ทวี จุลละทรัพย์ ได้เขียนบันทึกความจำ ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสืออนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพตัวท่านเอง กล่าวถึงเหตุการณ์ช่วงนี้ว่า

ข้าพเจ้าอ่านข้อความเป็นเลาๆและเรียนต่อท่านหัวหน้าคณะว่า ไม่ไหว ถ้าเราขืนเซ็นต์ไปก็เท่ากับเรายกเอาประเทศไทยให้เป็นเมืองขึ้นเขา เซ็นต์ไม่ได้แน่ คุณทวี ตะเวทิกุลหน้าแดง บ่นว่ากำลังจะเป็นไข้ ดร.เสริม พูดอะไรไม่ออกเลย พ.อ.สุรจิต และ พ.อ.เนตร หันมาทางประธานแล้วพูดว่า อย่าเซ็นต์ ๆ ดร.ป๋วยบอกว่าไม่เคยเห็นสัญญานี้มาก่อน หันมาทางข้าพเจ้าว่าจะทำอย่างไรดี ท่านประธานจึงให้ข้าพเจ้าแปลคำพูดแจ้งไปว่า ขอเวลานำไปพิจารณาเสนอรัฐบาลก่อน แต่นายเดนนิ่งบอกว่าไม่จำเป็น เพราะทางรัฐบาลไทยได้ยืนยันมาแล้วว่าคณะของเรามีอำนาจเต็มทุกประการ แต่อำนาจเต็มของเราในความหมายของเราคืออำนาจเต็มในการเจรจา แต่ไม่มีอำนาจเต็มในการที่จะหยิบยื่นอธิปไตยของชาติไปให้ใคร


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 123  เมื่อ 11 ธ.ค. 14, 08:35

พลอากาศเอกทวี หรือที่ตอนที่ท่านดังสุดๆนั้น หนังสือพิมพ์จะเรียกท่านว่าเสธฯวี ในอดีตเป็นนักบินมือเยี่ยมของกองทัพอากาศช่วงสงครามโลก และได้เข้าร่วมขบวนการเสรีไทยด้วยความเข้มข้นจนได้การยอมรับนับถือจากนายทหารอเมริกัน ชีวิตของท่านโลดโผนกว่าบทพระเอกจอเงินที่ท่านเคยเป็นพระเอกมาแล้วตั้งแต่ครั้งที่ยังติดยศเรืออากาศเอกในหนังดังเรื่อง “บ้านไร่นาเรา”
ขณะที่ไปปฏิบัติราชการที่แคนดี้ครั้งนี้ท่านเป็นนาวาอากาศโทแล้ว  นายปรีดีคัดเลือกให้นายทหารผู้นี้ไปเพราะเคยไปฝึกปฏิบัติการลับอยู่ที่นั่นนาน คุ้นเคยกับนายทหารสหรัฐที่ยังคงประจำการอยู่เป็นอย่างดี

บรรยากาศในห้องประชุมเสธฯวีบอกว่าอึดอัดเต็มที จึงลุกขึ้นคำนับท่านประธาน ขออนุญาตออกไปเพราะไม่สบาย ปวดท้องเหลือกำลัง ลอร์ดหลุยส์ก็พยักหน้าแถมบอกให้แวะไปหาหมอในกองบัญชาการของท่านเสียด้วย เสธฯวีออกมาได้ก็ดิ่งไปหาพลจัตวาทิมเบอร์แมน ผู้แทนกองทัพอเมริกันที่พักอยู่ในเรือนรับรองเดียวกัน แล้วส่งสัญญาฉบับนั้นให้อ่าน ซึ่งเขาอ่านอย่างรวดเร็วจนถึงหน้าสุดท้ายก็ร้องดังๆว่า เฮ้ ไทยไม่ใช่ศัตรู อังกฤษไม่ควรทำขนาดนี้นี่นา แล้วบอกเสธฯวีว่าจะรีบติดต่อวอชิงตันเดี๋ยวนั้นเลย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 124  เมื่อ 12 ธ.ค. 14, 07:13

พลจัตวาทิมเบอร์แมนหายไปชั่วครู่ก็กลับมาบอกว่า คุยกับพลตรี วิลเลียม โดโนแวน ผู้บัญชาการ O.S.S.แล้ว พลตรีวิลเลียมกำลังไปพบเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของกระทรวงต่างประเทศ ขอให้แจ้งกับคณะว่าอย่าให้คนไทยไปเซ็นต์สัญญาอะไรฉบับนี้เข้าเป็นอันขาดทีเดียว เสธฯวีก็โทรศัพท์เข้าไปที่ห้องประชุม ขอพูดกับพลตรีเฉลิมศักดิ์นายทหารคนสนิทของหัวหน้าคณะ เรื่องคำแนะนำของฝ่ายอเมริกันทันที

สักพักใหญ่ในห้องประชุมนั้น ทหารเข้ามาตามนายเดนนิ่งออกไปรับโทรศัพท์นอกห้อง เขากลับเข้าอีกครั้งเพื่อกระซิบอะไรบางอย่างกับลอร์ดหลุยส์  ผู้ซึ่งซึ่งหลังจากนั้นได้แจ้งกับผู้แทนรัฐบาลไทยว่ารัฐบาลอังกฤษไม่ติดใจที่จะให้ฝ่ายไทยลงนามในข้อตกลงฉบับนั้นแล้ว เพราะยังมีอีกหลายประเด็นที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ

เป็นอันว่าอังกฤษถูกบีบด้วยมือที่ใหญ่กว่าให้คลายมือที่กำลังบีบไทยให้แบนแต๊ดแต๋ ด้วยกำหนดเวลาภายใน ๔๘ชั่วโมงของลอร์ดหลุยส์ที่ฝ่ายไทยจะต้องลงนามให้เสร็จสิ้น ส่วนเรื่องว่าอเมริกันทราบเรื่องที่กำลังประชุมกันอยู่ได้อย่างไร  จึงมีปฏิกิริยาโดยทันทีนั้นไม่มีที่ใดกล่าวถึงนัก นอกจากในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพพลอากาศเอก ทวี จุลละทรัพย์ ซึ่งเจ้าตัวบันทึกเหตุการณ์ช่วงนี้ไว้สองสามย่อหน้า จากหนังสือที่มีความหนาสักหกร้อยหน้าเห็นจะได้ ถ้าผมไม่ได้บังเอิญซื้อมาจากร้านขายหนังสือเก่าในงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่แล้ว ก็คงไม่ได้เขียนความตอนนี้อย่างนี้


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 125  เมื่อ 12 ธ.ค. 14, 07:40

บทความเรื่อง “การเจรจาทางทหารระหว่างไทยกับฝ่ายสัมพันธมิตรหลังสงครามโลกครั้งที่ 2” หาได้ในเว็บ เขียนถึงเหตุการณ์ตอนนี้ว่า

นโยบายและข้อเรียกร้องของอังกฤษต่อไทยนั้นกำหนดขึ้นในระหว่างสงคราม และเตรียมไว้บังคับใช้กับไทยไปจนกว่าสงครามจะยุติ และมีข้อผูกมัดไทยไปจนถึงหลังสงครามยุติแล้ว  อังกฤษมีความคิดว่า หลังจากสัมพันธมิตรขับไล่ญี่ปุ่นออกไปแล้ว และมีการจัดตั้งรัฐบาลปลดปล่อยของไทย (Siamese Liberation Government) รัฐบาลปลดปล่อยต้องยอมรับข้อเรียกร้องทางการเมืองและทางทหารของอังกฤษ ที่ใช้บังคับในระหว่างสงคราม (การต่อสู้กับญี่ปุ่นจนประสบชัยชนะ) และผูกมัดไทยต่อไปหลังสงคราม (การร่วมมือทางเศรษฐกิจและทหาร) ที่สำคัญก็คือ   สถานะสงครามระหว่างไทยกับอังกฤษจะสิ้นสุดลง และอังกฤษจะฟื้นคืนความสัมพันธ์กับไทยก็ต่อเมื่อรัฐบาลปลดปล่อยของไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ อังกฤษใช้การรับรองรัฐบาลไทยและการฟื้นคืนความสัมพันธ์ทางการทูต เป็นตัวบีบให้ไทยยอมรับข้อเรียกร้องของตน…
…คณะทูตทหารของไทยเห็นว่า การลงนามในสัญญา จะทำให้ไทยตกอยู่ภายใต้การยึดครองของอังกฤษ จึงนำความไปบอกทหารอเมริกันหน่วย OSS (Office of Strategic Services) อันนำไปสู่การแทรกแซงของสหรัฐฯ การเข้าแทรกแซงนี้ทำให้อังกฤษต้องยอมแก้ไขสัญญาดังกล่าว


เป็นที่เปิดเผยภายหลังว่า เมื่อ OSS ที่แคนดี้โดยนายพลทิมเบอร์แมนรายงานไปยังนายพลโดโนแวนที่วอชิงตันสำนักงานใหญ่นั้น ได้กลายเป็นเรื่องเร่งด่วนถึงขั้นที่นายดีน อาชีสัน (Dean Acheson) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอเมริกัน ได้โทรศัพท์สายตรงไปยังนายเออร์เนสท์ เบวิน (Ernest Bevin)รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษทันที  แต่นายเบวินไม่อยู่ จึงสั่งการให้นายกิลเบอร์ต ไวนันท์ (Gilbert Winant) เอกอัครทูตประจำกรุงลอนดอนเข้าพบนายเคลมองท์ แอทท์ลี(Clement Attlee) นายกรัฐมนตรีอังกฤษโดยตรงในกลางดึกของคืนนั้น
  
โดยหลักการ สหรัฐได้บอกกับอังกฤษและฝรั่งเศสไว้ก่อนหน้าแล้วว่าไม่เห็นด้วยที่โลกจะกลับไปอยู่ในระบอบมหาอำนาจกับอาณานิคมเช่นครั้งก่อนสงคราม โดยเฉพาะสหรัฐได้ลงทุนไปมากเพื่อการเอาชนะสงครามครั้งนี้ จึงไม่อยากเห็นอังกฤษและฝรั่งเศสฉกฉวยประโยชน์ อย่างเช่นที่กำลังจะปฏิบัติต่อไทย ด้วยค่าใช้จ่ายของสหรัฐ
โดยทั่วไปจะสรุปกันว่าอังกฤษยอมแก้ไขสัญญา โดยส่งให้สหรัฐเห็นชอบก่อนที่จะบังคับให้ไทยลงนามต่อไป


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 126  เมื่อ 12 ธ.ค. 14, 07:49

ยังครับ ยังไม่จบ เรื่องที่ว่านี้ไม่มี Happy Ending
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 499


ความคิดเห็นที่ 127  เมื่อ 12 ธ.ค. 14, 17:59

ติดตามอย่างจดจ่อ รอลุ้นตอนต่อไปค่ะ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 128  เมื่อ 13 ธ.ค. 14, 09:21

^
ยิ้มกว้างๆ

เอกสารที่อังกฤษเสนอปึกใหญ่นั้นเป็นข้อความทั่วๆไปที่พอรับได้ แต่ที่ระบุว่าเป็นข้อตกลงที่รัฐบาลไทยจะต้องรับปฏิบัติ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๒๑ข้อนั้น บางข้อถือเป็นเรื่องใหญ่ที่หากรับไปแล้วจะเท่ากับการมอบอธิปไตยของชาติ ยอมอยู่ใต้บงการของอังกฤษอย่างไม่มีกำหนดเวลาโดยปริยาย
ผมได้ลอกหนังสือ “ไทยกับสงครามโลกครั้งที่ ๒” ของท่านศาสตราจารย์ ดร. ดิเรก ชัยนาม อดีตนักการทูตที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งได้เปิดเผยไว้โดยไม่ตัดตอน มาลงไว้ในกระทู้นี้สำหรับผู้ที่สนใจโดยเฉพาะ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 129  เมื่อ 13 ธ.ค. 14, 09:29

เพื่อเจรจาเรื่องนี้ที่เมืองแคนดี้ เกาะลังกา รัฐบาลไทยตกลงและได้ส่งคณะผู้แทนไปเมื่อวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘ (ค.ศ. ๑๙๔๕) เพื่อเจรจารายละเอียดเกี่ยวกับการทหารของสัมพันธมิตร ซึ่งจะจัดการให้ญี่ปุ่นทำพิธียอมแพ้และปลดอาวุธของกองทัพญี่ปุ่น ฝ่ายอังกฤษได้เสนอร่างความตกลง ๒๑ ข้อต่อคณะผู้แทนไทย มีความดังนี้

๑.ให้ยุบองค์การทหาร องค์การกึ่งทหาร องค์การการเมือง ซึ่งกระทำการโฆษณาเป็นปฏิปักษ์   
ต่อสหประชาชาติ
๒.ส่งมอบบรรดาเรือทั้งหมดที่เป็นของสหประชาชาติ ซึ่งอยู่ในท่าเรือให้แก่เจ้าหน้าที่
สัมพันธมิตร
๓.จะกระทำทุกวิธีทางเพื่อปลดเปลื้องบรรเทาทุกข์เชลยศึก และผู้ที่กักกันสัมพันธมิตร และจะ
ออกค่าใช้จ่ายในการจัดอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยา อนามัย และการขนส่ง ให้มีจำนวนเพียงพอ โดยปรึกษา
กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสัมพันธมิตร
๔.จะรับผิดชอบในการป้องกันรักษาและซ่อมแซมชดใช้ซึ่งทรัพย์สินของสัมพันธมิตรทั้งหมด
๕.ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทางการทหารฝ่ายสัมพันธมิตรในเรื่อง
   ก.ปลดอาวุธญี่ปุ่นในประเทศไทย และส่งมอบให้แก่ฝ่ายสัมพันธมิตร
   ข.ยึดและมอบเครื่องอุปกรณ์ในการสงครามของญี่ปุ่นให้แก่เจ้าหน้าที่ทางการทหารฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งจะได้จัดตั้ง รวมทั้งเรือรบ เรือสินค้าทุกชนิด เครื่องบิน อาวุธ กระสุน ยานยนต์ และยานอื่นๆ คลังทหารต่าง ๆ รวมทั้งน้ำมันที่ใช้ในการบิน และน้ำมันอื่นๆ กับเชื้อเพลิง เสื้อผ้า เครื่องมือเครื่องของวิทยุ และทรัพย์สมบัติอื่นๆ ซึ่งเป็นของกองทัพญี่ปุ่น
๖.ห้ามทำการค้ากับศัตรูของสัมพันธมิตร
๗.ยึดทรัพย์ของญี่ปุ่นทั้งหมด (และศัตรูอื่น) มอบให้กับสัมพันธมิตร
๘.ร่วมมือในการฟ้องร้องและสอบสวนบุคคลซึ่งต้องหาว่าเป็นอาชญากรสงคราม หรือผู้ที่ร่วมมือ
กับญี่ปุ่น หรือกับศัตรูของสัมพันธมิตรโดยเปิดเผย
๙.ส่งมอบตัวกบฏซึงเป็นชนชาติสัมพันธมิตรให้แก่เจ้าหน้าที่สัมพันธมิตร
๑๐.จะบำรุงรักษา และพร้อมที่จะช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ฝ่ายสัมพันธมิตร ทั้งทางทัพเรือ ทัพบก และทัพอากาศ ตลอดจนท่าเรือ สนามบิน สิ่งก่อสร้าง เครื่องมือเครื่องใช้ ทางคมนาคม อาวุธและคลังทุกชนิด ตามที่จะได้ระบุ และนอกจากนั้น รวมทั้งสิ้นปลูกสร้างบนพื้นดินและคลังสัมภาระอื่นๆ ตามแต่เจ้าหน้าที่ทหารสัมพันธมิตรจะได้แจ้งความประสงค์เป็นครั้งคราว เพื่อใช้เป็นที่พักทหารในการที่จะเข้ามาปลดอาวุธญี่ปุ่น และเป็นที่เก็บของด้วย
๑๑.จะให้ใช้ท่าเรือและให้ความสะดวกในการจราจรแก่เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรในดินแดนไทยได้ตามความประสงค์
๑๒.จัดการตามความประสงค์ของเจ้าหน้าที่สัมพันธมิตรในการควบคุมหนังสือพิมพ์ ตรวจตรา และควบคุมวิทยุ การติดต่อทางสายต่าง ๆ การติดตั้งหรือกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการคมนาคมภายใน
๑๓.จะดำเนินการปกครองทางพลเรือนต่อไปโดยปฏิบัติตามความประสงค์ของเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายสัมพันธมิตร เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติกิจการของเขาได้
๑๔. ในกรณีที่ต้องการจะให้มีความสะดวกการการเกณฑ์แรงงาน และในการใช้ประโยชน์ในดินแดนไทย ซึ่งการประกอบการอุตสาหกรรมขนส่ง ตลอดจนการคมนาคม โรงไฟฟ้า สาธารณกิจ และความสะดวกอื่น ๆ คลังเชื้อเพลิง และวัตถุอื่น ๆ ตามแต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารสัมพันธมิตรจะแสดงความประสงค์มา
๑๕. เรือสินค้าของชาวไทย ไม่ว่าจะอยู่ในน่านน้ำไทยหรือต่างประเทศ ต้องอยู่ในความควบคุมของสัมพันธมิตร เมื่อสัมพันธมิตรต้องการเพื่อผลประโยชน์ของสัมพันธมิตร
๑๖. ยอมให้จัดตั้งคณะผู้แทนทางทหาร ซึ่งแต่งตั้งโดยเจ้าหน้าที่ทางการทหาร เพื่อเป็นที่ปรึกษาในการจัดกำลัง การฝึก และการจัดเครื่องมือเครื่องใช้กำลังของกองทัพไทย
๑๗. ห้ามไม่ให้นำข้าว ดีบุก ยาง และไม้สัก ออกนอกประเทศชั่วระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่สัมพันธมิตรจะเห็นว่าจำเป็น โดยพิจารณาจากเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นอยู่ในขณะนั้น เว้นแต่ในความอำนวยของคณะกรรมการผสมฝ่ายสัมพันธมิตร หรือเจ้าหน้าที่คล้ายกัน ที่จะมาแทนคณะกรรมการคณะนี้
๑๘. ตลอดเวลาที่โลกยังขาดแคลนข้าว ตามความเห็นของคณะกรรมการผสมสัมพันธมิตร หรือเจ้าหน้าที่สัมพันธมิตร จะต้องปรับปรุงข้าวให้ได้ผลเป็นจำนวนมากที่สุด และจำนวนที่เหลือจะต้องมีไว้ให้กรรมการข้าวสัมพันธมิตร ด้วยราคาที่จะตกลงกับคณะกรรมการข้าว โดยถือราคาควบคุมข้าวที่อยู่ในประเทศอื่นๆในเอเชีย
๑๙. จะตกลงรายละเอียดกับคณะกรรมการข้าวของสัมพันธมิตรในเรื่องเกี่ยวกับวิธีการที่จะให้บังเกิดผลตามข้อตกลงข้างบนนี้ ข้อตกลงดังกล่าวนี้จะต้องกินความถึงรายละเอียดตามภาคผนวกแห่งข้อตกลงนี้ และนอกจากนั้นจะจัดให้มี
   ก. สัมพันธมิตรจะเข้าควบคุมเพื่อให้กิจการต่างๆที่สัมพันธมิตรต้องการ ให้เป็นไปตามความประสงค์ จนกว่ารัฐบาลไทยจะมีประกันให้แก่สัมพันธมิตร
   ข. เพื่อให้มีการร่วมมือภายหลังต่อไปอีก ระหว่างรัฐบาลไทยกับคณะกรรมการข้าวสัมพันธมิตร ในการที่จะบริการข้อผูกพันใดๆ ซึ่งได้มีขึ้นแล้วนั้นต่อไป
   ๒๐. การวางนโยบายการเงินของไทย (รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งกำหนดเมื่อเริ่มต้น) ต้องเป็นไปตามคำแนะนำของผู้แทนฝ่ายสัมพันธมิตร โดยยึดหลักความสะดวกที่จะให้การปลูกข้าวมีผลมากที่สุด และให้บังเกิดอุปโภคอื่นๆ ที่ยังขาดแคลนอยู่ และเพื่อหลีกเลี่ยงการยุ่งยากทางเศรษฐกิจ
   ๒๑. จะให้ข่าวที่ประสงค์โดยเร็วที่สุด และจะปฏิบัติตามภาคผนวก ซึ่งได้แนบมาด้วย
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 130  เมื่อ 13 ธ.ค. 14, 09:32

                            ภาคผนวก A

วิธีการซึ่งคิดว่าจำเป็นเพื่อประกันให้จำนวนข้าวเป็นสินค้าออกได้มากที่สุด

   (ก)  ให้เจ้าของข้าวแจ้งปริมาณข้าวเปลือก และข้าวสาร
   (ข)  ให้คาดคะเนข้าวที่เหลือใช้ในประเทศไทย
   (ค)  เก็บข้าวที่เหลืออยู่หรือได้มาจากองค์การตุนข้าว หรือถ้าจำเป็นให้เกณฑ์
   (ง)  ให้จัดข้าวที่เหลือนี้ขายให้คณะกรรมการข้าวสัมพันธมิตร ดังปรากฏในข้อ ๑๓ ในราคาที่ไมเกินราคาข่าวของพม่าที่ตั้งไว้
   (จ)  ห้ามส่งข้าวเปลือกหรือข้าวสารออกนอกประเทศ เว้นแต่จะโดยคำสั่งของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสัมพันธมิตร
   (ฉ)  ห้ามเก็บภาษีสินค้าออกหรือภาษีข้าวสารหรือข้าวเปลือก เว้นไว้แต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ข้าวฝ่ายสัมพันธมิตร
   (ช)  สนับสนุนให้มีการปลูกข้าวให้มากที่สุดในประเทศไทย
   (ซ)  จะทะเบียนโรงสีทุกแห่ง และจำกัดราคาซื้อขายข้าวโรงสีไม่ให้เกินราคาที่กะไว้
   (ด)  บูรณะโรงสีใหม่โดยทุก ๆ ทางที่สามารถ รวมทั้งการสับเปลี่ยนเครื่องจักรจากโรงสีที่เสียหายมากไปยังโรงสีที่เสียหายน้อย เพื่อให้โรงสี่ที่
              ใช้งานได้มีพอเพียงที่จะสีข้าว
   (ต)  ในการขนส่งข้าวจากนาไปโรงสี จากโรงสีไปท่าเรือ ให้มีการขนส่งที่เพียงพอกับข้าวที่เก็บเกี่ยวได้
   (ถ)  ให้รีบจัดการบูรณะท่าเรือให้เพียงพอ
   (ท)  ควบคุมการแจกจ่ายเครื่องบริโภค ในลักษณะที่ชักจูงให้เกิดชาวกสิกรรมจำนวนมากที่สุด
   (น)  การควบคุมข้าวข้างบนนี้จะทำชั่วระยะเวลาหนึ่ง จนกว่าความอัตคัดข้าวจะสิ้นสุดลง


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 131  เมื่อ 13 ธ.ค. 14, 10:02

จะเห็นได้ว่าหากไทยต้องปฏิบัติตามนั้นแล้ว ก็จะต้องสูญเสียอธิปไตยทางการทหาร(ข้อ๑ และข้อ๑๖) การศาล โดยสัมพันธมิตรจะเข้ามาร่วมจัดตั้งศาลอาชญาการสงครามในประเทศไทย(ข้อ๘)  การปกครอง ต้องเป็นไปตามความประสงค์ของสัมพันธมิตร(ข้อ๑๓) การเศรษฐกิจ ในเรื่องสินค้าออกที่สำคัญของไทย(ข้อ๑๗) โดยเฉพาะเรื่องข้าว ที่ต้องขายให้สัมพันธมิตรในราคาที่เขากำหนด(ข้อ๑๘ และ ๑๙) การเงิน การคลัง จะต้องดำเนินนโยบายตามที่เขาจะแนะนำ(ข้อ๒๐)

ทั้งนี้ ไม่มีการกำหนดเวลาแน่นอนว่าจะสิ้นสุดพันธะกันได้เมื่อไหร่ด้วย


บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 499


ความคิดเห็นที่ 132  เมื่อ 13 ธ.ค. 14, 20:25

อ่านแล้วเดือดปุดๆ  โกรธ หน็อย! ทำยังกะเราเป็นเมืองขึ้น  ขอโทษค่ะ...เผลอสติหลุดไปนิด อายจัง
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 133  เมื่อ 14 ธ.ค. 14, 07:06

คือเขาก็คิดอย่างนั้นกลายๆแหละครับ

เรื่องนี้ทำให้นายปรีดีต้องวางหมากการเมืองใหม่ ให้นายทวี บุณยเกตุลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลีกทางให้ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาและหัวหน้าเสรีไทยที่รัฐบาลอเมริกันรับรอง เข้ามารับหน้าเสื่อเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศแทน โดยหวังว่าจะมีประโยชน์ในการเจรจาต่อรองกับอังกฤษ  

หลังจากการเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวเพียง ๕ วัน อังกฤษก็ให้ทูตเข้าพบเพื่อแจ้งว่า ให้รัฐบาลไทยส่งคณะทูตไปแคนดี้ เพื่อเจรจาเกี่ยวกับการคืนความสัมพันธ์ระดับปกติระหว่างอังกฤษกับไทยต่อโดยเร็วที่สุด รัฐบาลไทยจึงแต่งตั้งคณะผู้แทนซึ่งส่วนใหญ่ก็คือบุคคลหน้าเดิมยกเว้นตัวประธาน ซึ่งเปลี่ยนจาก พลเอกหลวงเสนาณรงค์ ซึ่งเป็นทหาร ไปเป็นหม่อมเจ้าวิวัฒน์ไชย ไชยันต์ (ต่อมาทรงเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย) ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์การเงิน ขาดนาวาอากาศโท ทวี จุลละทรัพย์ไปคนเดียว ทำให้ท่านน้อยใจอยู่ไม่น้อยสังเกตุได้จากบันทึกของท่าน  แต่เรื่องนี้มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าอังกฤษเคืองๆอยู่ในเรื่องคราวที่แล้ว  ขืนไปให้เห็นหน้าเห็นจะมีรายการเสียมู๊ด


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 134  เมื่อ 14 ธ.ค. 14, 08:38

ครั้งแรกที่ผู้แทนคณะนี้ไปเจรจา ปรากฏว่าฝ่ายไทยก็ได้รับร่างสัญญาฉบับใหม่หนักไปกว่าเดิมอีก จากคราวที่แล้ว ๒๑ข้อ  อังกฤษเรียบเรียงใหม่เป็น ๕๑ข้อ  นำไปสู่ความเข้าใจของไทยว่าอังกฤษโกรธที่นำความไปบอกสหรัฐ  ข้อที่เพิ่มให้ชัดเจนจากครั้งที่แล้วก็คือ ไทยจะต้องให้ข้าวแก่อังกฤษเป็นจำนวน ๑ล้าน ๕แสนตันโดยไม่คิดราคา มูลค่าขณะนั้นไม่ต่ำกว่า ๒๕๐๐ล้านบาท เดี๋ยวนี้เป็นเท่าไหร่คงต้องคงต้องลองเทียบกับราคาก๋วยเตี๋ยวชามละบาทในสมัยเดียวกันดู   โดยอังกฤษอ้างว่าจะนำไปเลี้ยงดูผู้ที่อดอยากยากจนจากผลกระทบจากสงครามทั่วโลก ที่อยู่ในเครือจักรภพอังกฤษ

ผู้แทนไทยได้ส่งร่างสัญญาฉบับนี้มาให้รัฐบาลพิจารณาอย่างด่วน แม้ว่าอังกฤษจะบอกว่าแก้ไขถ้อยคำน่ะได้ แต่ถ้อยความแก้ไขไม่ได้  รัฐบาลไทยก็ยังยืนยันที่จะขอให้แก้ไขหลายข้อ  โดยเฉพาะเรื่องจำนวนของข้าวที่ไทยขอลดหย่อนบ้าง เพราะไทยได้บริจาคข้าวผ่านอังกฤษไปแล้ว ๒๔๐,๐๐๐ตันครั้งสงครามเลิกใหม่ๆ หากต้องกระทำตามที่ถูกบังคับ ไทยอาจจะกลายเป็นประเทศยากไร้ต้องขอรับบริจาคเสียเอง ฝ่ายอังกฤษจึงยอมรับไปปรึกษากับทางลอนดอน การเจรจาเริ่มยืดเยื้อ  แต่ในที่สุดอังกฤษก็แจ้งว่า ถ้าไทยยอมรับเรื่องข้าว อังกฤษก็จะยอมแก้ไขเรื่องอื่นๆที่ไทยขอไป

เมื่อไม่ได้ข้อยุติ คณะผู้แทนไทยจึงขอกลับกรุงเทพก่อน


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10 11
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.071 วินาที กับ 19 คำสั่ง