เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 10113 มีนิยายเรื่องไหนที่นางเอกขี้เหร่บ้างไหมคะ
nevergiveup
อสุรผัด
*
ตอบ: 10


 เมื่อ 06 พ.ย. 14, 19:41

มีเรื่องไหนที่ผู้ประพันธ์ให้นางเอกขี้เหร่แต่นิยายสนุกมากและน่าติดตามจนวางไม่ลงในความคิดของท่านผู้อ่านบ้างไหมคะ  พระเอกขี้เหร่เคยอ่านแล้วและติดอันดับต้น ๆ ของนิยายสุดโปรดด้วยค่ะ  แต่นางเอกขี้เหร่  ยังไม่เคยอ่านค่ะ  ช่วยแนะนำด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 06 พ.ย. 14, 19:57

นึกไม่ออกค่ะ  ใครนึกออกกรุณาตอบคุณเจ้าของกระทู้ด้วยนะคะ
บันทึกการเข้า
Kunlamata
พาลี
****
ตอบ: 226


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 06 พ.ย. 14, 21:01

นางแก้วหน้าม้าตามเรื่องเกิดมาหน้าเหมือนม้า มาถอดหน้าม้าสวยงามภายหลัง(เหมือนทำศัลยกรรมมั้ยคะ)
นับว่านางเอกขี้เหร่แต่กำเนิดได้มั้ยคะ เรื่องก็สนุกดีนะคะ

       บทละครนอก เรื่อง แก้วหน้าม้า  เป็นวรรณคดีพระราชนิพนธ์ ของ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์  พระราชโอรสลำดับที่ ๓๕ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กับเจ้าจอมมารดาศิลา  พระนิพนธ์ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ นอกจากพระนิพนธ์เรื่องแก้วหน้าม้าแล้ว  ยังทรงมีผลงานพระนิพนธ์อื่นๆ เช่น บทละครนอกเรื่องยอพระกลิ่น  โคลงนิราศฉะเชิงเทรา  บทละครนอกโม่งป่า  และเพลงยาวสังวาสอีกหลายสำนวน

เรื่องย่อ

      นางแก้วหน้าม้าเป็นธิดาสามัญชนชาวเมืองมิถิลา เหตุที่นางมีชื่อเช่นนี้เพราะก่อนตั้งครรภ์ผู้เป็นมารดาได้ฝันว่าเทวดานำแก้วมาให้ พอให้กำเนิดบุตรสาวเลยตั้งชื่อว่า “แก้ว” แต่เนื่องจากใบหน้าเหมือนม้า ชาวบ้านเรียกว่า นางแก้วหน้าม้า
      นางแก้วนั้นวัยไล่เลี่ยกับพระปิ่นทอง พระโอรสเมืองมิถิลา และมีญาณวิเศษสามารถล่วงรู้ลมฝน จึงเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน เมื่อเก็บว่าวจุฬาได้ นางแก้วดีใจจะเก็บไว้เล่นเอง เมื่อพระปิ่นตามมาขอว่าวคืน นางแก้วขอสัญญากับพระโอรสว่าต้องมารับนางเข้าวังไปเป็นมเหสี พระปิ่นรับปากเพียงเพราะหวังอยากได้ว่าวคืน รออยู่หลายวันไม่เห็นพระปิ่นทองมารับ นางแก้วจึงเล่าเรื่องให้พ่อกับแม่ฟัง และขอให้ไปทวงสัญญา เมื่อพ่อแม่ไปทวงสัญญากับพระปิ่น ท้าวภูวดลกริ้วตรัสให้นำตัวไปประหาร แต่พระนางนันทาได้ทัดทานพร้อมเรียกพระโอรสมาสอบถาม พระปิ่นทองยอมรับว่าสัญญาจะให้มาอยู่กับสุนัข เมื่อพระปิ่นทองสัญญาแล้ว พระนางนันทาสั่งให้ไปรับตัวนางแก้วมาอยู่ในวัง ครั้งไม่มีวอทองมารับสมกับตำแหน่งมเหสี นางแก้วก็ไม่ยอมไป จนในที่สุดนางแก้วได้นั่งในวอทอง พร้อมกับแต่งตัวสวยพริ้ง พอมาถึงวังหลวง ท้าวภูวดลกับพระปิ่นทองเห็นนางแก้วรูปร่างหน้าตาน่าเกลียด กริยามารยาทกระโดกกระเดกก็ทนไม่ได้ คิดหาทางกำจัดนางแก้ว แต่พระนางนันทานึกเอ็นดู

      นางแก้วเข้าวังมาไม่นาน ท้าวภูวดลกับพระปิ่นทองหาทางกำจัดนางแก้ว โดยให้นางแก้วไปยกเขาพระสุเมรุมาไว้ในเมืองภายใน 7 วัน หากทำไม่สำเร็จจะต้องได้รับโทษประหาร แต่ถ้าทำได้จะจัดพิธีอภิเษกสมรสกับพระปิ่นทอง นางแก้วออกไปตามป่า เสี่ยงสัตย์อธิษฐานกับเหล่าทวยเทพว่าหากตนเป็นเนื้อคู่ของพระปิ่นทอง ขอให้พบเขาพระสุเมรุ เดินทางต่อไปอีกสามวัน พบพระฤาษีรีบเข้าไปกราบและเล่าเรื่องราวทั้งหมด พระฤาษีมีใจเมตตาจึงช่วยถอดหน้าม้าออกให้ นางแก้วกลายเป็นหญิงที่งดงามโสภา แล้วเสกหนังสือเป็นเรือเหาะให้ลำหนึ่งพร้อมมอบอีโต้ไว้เป็นอาวุธ นางแก้วจึงสามารถไปยกเขาพระสุเมรุมาถวายท้าวภูวดลได้สำเร็จ


      ท้าวภูวดลพยายามหาหนทางที่จะเลี่ยงคำสัญญาเลยมอบให้พระปิ่นทองเดินทางไปอภิเษกกับเจ้าหญิงทัศมาลี ราชธิดาของท้าวพรหมทัต ก่อนเดินทางไป พระปิ่นทองกล่าวว่า ถ้ากลับมานางยังไม่มีลูกจะถูกประหาร นางแก้วนั่งเรือเหาะตามพระปิ่นทองไปแล้วถอดหน้าม้าออก ไปขออาศัยอยู่กับสองตายายในป่า เมื่อพระปิ่นทองผ่านมา นางแก้วก็ไปอาบน้ำที่ท่า พระปิ่นทองเห็นเข้าเกิดหลงรัก และไปเกี้ยวพาราณสี จนได้นางแก้วเป็นเมีย ต่อมานางแก้วตั้งครรภ์ พระปิ่นทองต้องการกลับกรุงมิถิลาและได้มอบแหวนให้นางแก้วเพื่อยืนยันว่าเด็กในท้องนางแก้วเป็นลูกของพระปิ่นทองจริง

      ขณะเดินทางกลับกรุงมิถิลา ระหว่างอยู่ในทะเลย เรือสำเภาของพระปิ่นทองถูกมรสุมพัดเข้าไปในถิ่นยักษ์ เมื่อนางแก้วคลอดบุตรชายชื่อว่า “ปิ่นแก้ว” ก็คิดจะพาลูกกลับไปหาพระปิ่นทอง โดยได้แวะไปลาพระฤาษี พระฤาษีบอกนางแก้วว่า พระปิ่นทองอยู่ในอันตราย นางแก้วฝากลูกไว้กับพระฤาษีแล้วแปลงร่างเป็นผู้ชายขึ้นเรือเหาะไปรบกับท้าวพาลราช เจ้าเมืองยักษ์ จนได้รับชัยชนะ นางแก้วในร่างชายหนุ่ม จึงเชิญพระปิ่นทองให้ครองเมืองยักษ์ และตนขอเพียงนางสร้อยสุวรรณ ธิดายักษ์ที่อายุเพียง 15 พรรษา และนางจันทา ธิดายักษ์องค์เล็กวัย 14 พรรษาไปเป็นชายา นางแก้วพาสองธิดายักษ์ไปหาพระฤาษีแล้วเล่าเรื่องราวให้ฟังพร้อมถอดรูปให้ดู สองธิดายักษ์รับปากว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ นางแก้วจึงพาสองธิดายักษ์มามอบให้พระปิ่นทอง ต่อมาพระปิ่นทองเดินทางกลับเมืองมิถิลาพร้อมกับสองธิดายักษ์

      นางแก้วได้พาลูกกลับมาเฝ้า พระปิ่นทอง ท้าวภูวดล พระนางนันทา นางสร้อยสุวรรณ และนางจันทา พร้อมกับกราบทูลว่าพระปิ่นแก้วเป็นพระโอรสของพระปิ่นทองกับนางแก้ว พระปิ่นอนงกับท้าวภูวดลไม่เชื่อ นางแก้วเลยมอบแหวนที่พระปิ่นทองเคยมอบให้ในร่างนางมณีรัตนา นางสร้อยสุวรรณและนางจันทาช่วยกันเลี้ยงดูพระปิ่นแก้ว แถมยกมือไหว้นางแก้ว พระปิ่นทองสงสัยว่าไปมีลูกกับนางแก้วได้ตั้งแต่เมื่อไร่

      เจ้าหญิงทัศมาลีคิดถึงพระปิ่นทองก็เดินทางมาหาพระปิ่นทอง เมื่อเดินทางมาพบพระปิ่นทองแล้วเกิดการหึงหวงกับนางสร้อยสุวรรณและนางจันทาสองธิดายักษ์ จนมีเรื่องทะเลาะวิวาท โดยนางแก้วเข้าช่วยเหลือ นางทัศมาลีเห็นว่าสู้ไม่ได้ จึงหนีกลับเมือง ต่อมาเจ้าหญิงทัศมาลีได้ให้กำเนิดพระโอรส ตั้งชื่อว่า “เจ้าชายปิ่นศิลป์ไชย”

      ท้าวกายมาต ผู้ครองนครไกรจักร เป็นญาติของท้าวพาลราชซึ่งถูกแก้วสังหาร และนางสร้อยสุวรรณ กับ นางจันทา กลายเป็นชายาของพระปิ่นทอง ก็เกิดแค้นใจ ยกทัพมาที่เมืองมิถิลา พระปิ่นทองไม่ชำนาญการรบ นางสร้อยสุวรรณและนางจันทาแนะว่าให้ไปขอความช่วยเหลือจากนางแก้วหน้าม้า พร้อมบอกใบ้ให้รู้ความจริง

      พระปิ่นทองรีบไปง้อขอคืนดีกับนางแก้ว นางแก้วยอมช่วยเพราะเห็นแก่พระนางนันทา โดยแปลงร่างเป็นชายหนุ่มถืออีโต้ไปเฝ้าพระปิ่นทองโดยบอกว่าพี่แก้วให้มาช่วย นางแก้วไม่สามารถทำอะไรท้าวประกายมาตได้ เพราะท้าวประกายมาตมีฤทธิ์รักษาแผลได้ นางแก้วจึงขี่เรือเหาะข้ามศีรษะท้าวประกายมาต ทำให้มนต์เสื่อม จึงสามารถจัดการได้ พอชนะศึกแก้วในร่างของชายหนุ่มขอลากลับทันที พระปิ่นทองจึงมั่นใจว่าต้องเป็นนางแก้วแน่นอน จึงตามไปหาที่ห้องกล่าวง้องอน นางแก้วหน้าม้าก็ทำเป็นเล่นตัว พระปิ่นทองแกล้งทำทีเชือดคอตาย นางแก้วจึงยอมใจอ่อนถอดหน้าม้าออก เมื่อความทราบถึงท้าวภูวดลและนางนันทา ก็ดีพระทัย จึงจัดพิธีอภิเษกสมรสให้นางแก้วเป็นมเหสีของปิ่นทองอย่างเอิกเกริก พร้อมทั้งกับนางแก้วได้ชื่อใหม่ว่า “นางมณีรัตนา” นางแก้วจึงให้คนไปรับพ่อกับแม่มาลี้ยงดูอย่างมีความสุขในวัง ต่อมาไม่นานนางแก้วก็ตั้งครรภ์อีกครั้ง แล้วได้อยู่ร่วมกันอย่างมี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 06 พ.ย. 14, 21:04

ถ้าเป็นวรรณคดี แก้วหน้าม้าก็นำมาเลยค่ะ
แต่คุณ nevergiveup ใช้คำว่า "นิยาย" ดิฉันก็เลยคิดว่าเธอหมายถึงนวนิยายยุคปัจจุบัน   นึกไม่ออกว่ามีนางเอกคนไหน พอจะสูสีกับแก้วหน้าม้าได้
บันทึกการเข้า
Kunlamata
พาลี
****
ตอบ: 226


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 06 พ.ย. 14, 21:20

"ข้าวนอกนา"ใช้ได้มั้ยคะ ดำก็น่าจะเป็นนางเอกขี้เหร่คนหนึ่ง
ข้าวนอกนา (เล่ม 1, 2) ของ สีฟ้า หรือ หม่อมหลวงศรีฟ้า (ลดาวัลย์) มหาวรรณ เป็นนวนิยายที่สะท้อนสังคม และเสียดสีสังคมได้อย่างสวยงาม เสนอความคิดทั้งทางด้านคุณธรรม มนุษยธรรม เชิดชูสิทธิมนุษยชน อีกทั้ง มีคุณค่าในฐานะที่เป็นวรรณกรรมที่มีวรรณศิลป์ สร้างอารมณ์สะเทือนใจ และให้ความสนุกสนานครบถ้วน


บันทึกการเข้า
nevergiveup
อสุรผัด
*
ตอบ: 10


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 07 พ.ย. 14, 08:29

ค่ะ  หมายถึงนิยายในยุคนี้  จะลองไปหา "ข้าวนอกนา" มาอ่านดูนะคะ
นิยายส่วนใหญ่ที่อ่านเจอ มีแต่พระเอกนางเอก หล่อสวย มีส่วนช่วยจูงใจให้เราจินตนาการและติดตามเรื่องราวของพวกเขา  เลยอยากอ่านเรื่องที่พระเอกนางเอกขี้เหร่ดูบ้างค่ะ  เพราะคิดว่าผู้ประพันธ์คงต้องใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นอย่างมากในการทำให้เรื่องราวน่าติดตามจนวางไม่ลง  เพราะตัวช่วยสวยหล่อลดลงไป
ขอบคุณสำหรับเรื่องย่อแก้วหน้าด้วยนะคะ  ท่านทรงมีจินตนาการล้ำยุคมากเลยค่ะ  มีทั้งเรือเหาะ  มีทั้ง face off ถอดหน้ากาก  ชอบกวีโบราณก็ตรงนี้ล่ะค่ะ


 
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 07 พ.ย. 14, 08:43

ถ้านางเอกอ้วน..ก็ไม่ได้อ้วนอึดถึดเตี้ยล่ำ แค่อวบอิ่มเกินพิกัดไปหน่อยน่ะค่ะ ยิงฟันยิ้ม คุณ Nevergiveup ถือว่าขี้เหร่มั้ยล่ะคะ? ถ้าใช่ มีเรื่องนึงจะแนะนำค่ะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 07 พ.ย. 14, 08:51

นางในวรรณคดี ๒ ท่านต่อไปนี้ มีรูปลักษณ์ตรงตามคำนิยามว่า "ขี้เหร่" ทุกประการ แม้มิใช่ "นางเอก" แต่ก็เป็น "ตัวเอก"  ใช่ด้วยความงามที่ใบหน้าแต่ด้วยความงามที่ปัญญา

คนแรกมาจากเรื่อง "เลียดก๊ก" ชื่อว่า "จงลีฉุน"

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมีพระราชโองการรับสั่งให้แปลเลียดก๊กเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๒

อุยอ๋องนั้นเมื่อว่างศึกมาสามปี  มีสามบ้านเมืองมานบนอบยำเกรง  น้ำใจกำเริบถือตัวว่าหาผู้เสมอเหมือนมิได้   ตั้งแต่เสพสุราทุกวันทุกเพลาไม่ขาด
ให้เสาะหญิงรูปงามจัดเข้ามาไว้   รื่นเริงไปในการสตรี

ยังมีสตรีคนหนึ่งชื่อ จงลีฉุน  บ้านอยู่นอกเมืองใกล้กันกับบ้านใหม่ของอุยอ๋อง

นางคนนี้มีปัญญาหลักแหลมนัก  แต่รูปร่างนั้นพิกล

จักษุกลมจมูกยาวหน้าผากใหญ่  คอสั้น  มือโตเท้าโต  นิ้วมือนิ้วเท้ายาว
ทั้งสูงทั้งใหญ่  สีตัวดำเหมือนทาหมึก

นุ่งกางเกงขาด  ใส่เสื้อเก่า

ออกจากบ้านเดินร้องมาแต่ไกลว่า เราจะมาหาอุยอ๋อง
ทหารทั้งปวงเห็นว่าวิปริตนัก  จึงไต่ถาม ว่าชื่ออะไร อยู่บ้านไหน มีธุระอะไร

หญิงนั้นบอกว่า อยู่บ้านบูเอียน  แขวงเมืองเจ๋
อายุ สี่สิบปี ยังไม่มีผัว
คิดอยู่ใคร่จะได้ผัว  แต่ชายผู้ใดเขาไม่ชอบใจ
ข้าพเจ้าจึ่งมายอมตัวอยู่กับอุยอ๋อง  จะขอเป็นเมียหลวง

ว่าแล้วก็ทำปริศนาใบ้ต่างๆ   คนทั้งปวงก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน

อุยอ๋องถามว่าปริศนาแปลว่าอะไร  นางขอโทษแล้วอธิบายว่า

ที่ข้าพเจ้าเบี้ยวปากขยิบตา เพราะท่านฟังแต่คนพูดไม่จริง
ข้าพเจ้ายิงฟัน  ด้วยเห็นว่าท่านพอใจเสพสุรามัวเมานัก  แล้วเพลิดเพลินลุ่มหลงด้วยสตรี
ข้าพเจ้ากอดเข่าและชี้นิ้ว  ด้วยเห็นว่าขุนนางเหล่านี้หามีกตัญญูต่อท่านไม่
ท่านชุบเลี้ยงเสียเปล่า  มิได้โอบอ้อมอาณาประชาราษฎร์
ท่านทิ้งเมืองมาดังนี้  ไม่ช้านานเท่าใดก็จะเกิดจลาจลในเมือง

ด้วยเหตุวาสนาอุยอ๋องจะยืดยาวไป ก็หายโกรธ  พิจารณาเห็นตามคำของนางจงลีฉุน
สรรเสริญนางว่ามีปัญญาหลักแหลมนัก
รับนางขึ้นเกวียนพาเข้าเมือง  ตั้งให้นางเป็นใหญ่กว่าภรรยาทั้งปวง  ยกบ้านเดิมให้เป็นส่วยด้วย
ตั้งแต่นั้นมาก็จัดแจงบ้านเมือง หาผู้มีสติปัญญามาชุบเลี้ยง

บลัดเลเริ่มพิมพ์เลียดก๊กเล่มแรกเมื่อปี ๒๔๑๓
เล่ม ๕ พิมพ์ในปี ๒๔๑๔ ปีมะเมีย โทศก

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 07 พ.ย. 14, 08:55

คนที่สอง นัยว่าอวตารมาจากเรื่องแรกชื่อว่า "วาลี" จากเรื่อง "พระอภัยมณี"

นางวาลีอายุ ๓๔  มีเชื้อสายพราหมณ์  ใบหน้าปรุ  ผิวพรรณดำ
ได้ศึกษาตำราโบราณทั้งไสยศาสตร์ กลศึก และฤกษ์์

เมื่อมาเข้าเฝ้า พระอภัยมณีถามว่าจะเลี้ยงไว้เป็นที่ปรึกษา  อยากจะเป็นพี่เลี้ยงเจ้านาย หรืออยากอยู่กรมท่า

นางวาลียืนยันว่าภักดีอยากเป็นมเหสี

พระอภัยมณีตรัสด้วยเป็นอย่างดีว่าควรพิเคราะห์ตัวเอง

จะควรเป็นมเหสีหรือมิควร  จงใคร่ครวญนึกความให้งามใจ

นางวาลีทูลว่า

แล้วหมายว่าฝ่าพระบาทก็มีห้าม        ล้วนงามงามเคยประณตบทศรี
แต่หญิงมีปัญญาเช่นข้านี้               ยังไม่มีไม่เคยเลยทั้งนั้น
จึงอุตส่าห์มายอมน้อมประณต         ให้พระยศใหญ่ยิ่งทุกสิ่งสรรพ์
บรรดาผู้รู้วิชาสารพัน                   จะหมายมั่นพึ่งพาบารมี

แม้นทรงศักดิ์รักโฉมประโลมสวาท    ไม่เลี้ยงปราชญ์ไว้บำรุงซึ่งกรุงศรี
ก็ผิดอย่างธรรมเนียมประเวณี          เห็นคนดีจะไม่มาสามิภักดิ์
ขอพระองค์ทรงตรึกให้ลึกซึ้ง          เป็นที่พึ่งแผ่ไปทั้งไตรจักร
อันรูปหญิงพริ้งเพริศล้ำเลิศลักษณ์     ดีแต่รักรอนรานการโลกีย์

นางวาลีนี้  วิชาความรู้ส่งให้งาม

ที่มา ห้องสมุด พันทิป เขียนโดย หญิงผู้มีปัญญา

สุนทรภู่ครูของฉันเป็นนักอ่านที่ยิ่งใหญ่

http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2007/06/K5548596/K5548596.html#4

หญิงขี้เหร่หากมีปัญญาก็พาให้งามได้ ด้วยประการฉะนี้แล   ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
CVT
องคต
*****
ตอบ: 434


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 07 พ.ย. 14, 11:08

สมัยก่อนนิตยสารฟ้าเมืองไทยเคยมีนวนิยายเรื่อง แก้วสารพัดนึก เป็นเรื่องของเด็กสาวที่หน้าตาน่าเกลียดเหมือนแก้วหน้าม้า
วันดีคืนดีได้ลูกแก้ววิเศษจากนางฟ้า เสกอะไรก็ได้ เลยเสกให้ตัวเองเป็นสายสวย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 07 พ.ย. 14, 11:23

ดูจากหน้าปกหนังสือเมื่อรวมเป็นเล่มแล้วก็ไม่ขี้เหร่เท่าไร พอไปวัดตอนสาย ๆ ได้  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 07 พ.ย. 14, 11:50

นิยายเรื่องนี้ของคุณสันต์ เทวรักษ์ดังมาก ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ พ.ศ. ๒๔๑๔  (สมบัติ-อรัญญา) และละครทางช่อง ๗ พ.ศ. ๒๕๓๕ (วรุฒ วรธรรม - อภัสนันท์ สุทธิกุล)  อ่านเรื่องย่อจาก เฟซบุ๊ก  

แก้ว เสมาทอง ภาคขี้เหร่ (ฟันเหยิน) ซ้าย - เวอร์ชันภาพยนตร์  ขวา - เวอร์ชันละคร  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 07 พ.ย. 14, 13:20

เพิ่งนึกขึ้นได้ถึงนางประแดะ ในเรื่องระเด่นลันได  แต่งโดย พระมหามนตรี (ทรัพย์)

ดิฉันกับเพื่อนๆร่วมชั้นชอบเรื่องนี้มาก  โดยเฉพาะบทชมโฉมนางประแดะ
 
"สูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด
 งามละม้ายคล้ายอูฐกะหลาป๋า
 พิศแต่หัวตลอดเท้าขาวแต่ตา
 ทั้งสองแก้มกัลยาดั่งลูกยอ
 คิ้วก่งเหมือนกงเขาดีดฝ้าย
 จมูกละม้ายคล้ายพร้าขอ
 หูกลวงดวงพักตร์หักงอ
 ลำคอโตตันสั้นกลม
 สองเต้าห้อยตุงถุงตะเครียว
 โคนเหี่ยวแห้งรวบเหมือนบวบต้ม
 เสวยสลายาจุกพระโอษฐ์อม
 มันน่าเชยน่าชมนางเทวี"

แค่เริ่มต้นอ่านมาถึง "งามละม้ายคล้ายอูฐกะหลาป๋า" พวกเราก็ขำกลิ้งแล้วละค่ะ หลุดเสียงก๊ากๆสนั่นห้องจนโดนอาจารย์ดุกันระนาว
บันทึกการเข้า
nevergiveup
อสุรผัด
*
ตอบ: 10


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 07 พ.ย. 14, 15:07

น่าสนใจทุกเรื่องเลยค่ะ  ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ  จะรีบไปหามาอ่านเลยค่ะ

เรื่องระเด่นลันไดเคยอ่านตอนเป็นนักเรียนค่ะเพราะเป็นหนังสืออ่านนอกเวลา  ชอบมาก ๆ ค่ะ

แนะนำมาได้นะคะ  จะเตี้ย อ้วน ล่ำ ดำ ถึก อวบเกินพิกัด  หน้าตาหน้าเกลียด  ขี้เหร่ อัปลักษณ์  ทั้งไทย จีน ฝรั่งได้หมดค่ะ  ได้อ่านจากที่ท่าน snap มาให้ก็รู้สึกว่าเรืองราวน่าจะต้องพิเศษและน่าสนใจมาก ๆ เลยค่ะ  จะรีบไปหามาอ่านค่ะ  เพราะเป็นคนชอบของแปลกค่ะ  อ่านพวกหล่อล่ำสวยเลิศมาเยอะแล้วค่ะ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 07 พ.ย. 14, 18:41

เพิ่งนึกออกอีกเรื่อง ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด ของคุณโบตั๋น พอจะถือว่านางเอกไม่สวยได้ไหมไม่ทราบนะครับ  เพราะตามมาตรฐานไทยปัจจุบัน ถ้าไม่ขาวจะถูกเหมาว่าไม่สวยหรือบ้านนอกไปทันที
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 19 คำสั่ง