ว่าด้วยเรื่องของไก่

(1/4) > >>

แจ้ง ใบตอง:
ผมเคยอ่านในต่วยตูนเกี่ยวกับเรื่อง พยัญชนะไทย เวลาให้เด็กๆ ท่องเราจะมีคำสร้อยต่อท้าย
พยัญชนะนั้น ๆ ทำให้เด็กๆ จำได้ง่ายขึ้น  เช่น ก.ไก่ ข.ไข่ ค.ควาย ง.งู ฯลฯ พวกคำสร้อยต่างๆ
ส่วนมากจะนำมาจากชื่อสัตว์ที่พบเจอในชีวิตประจำวันของเรา

ผมก็มาคิดต่อไปว่า สัตว์อะไรที่คนไทย หรือสังคมไทยมีความคุ้นเคยมากที่สุด ลองทายดูครับ
บางคนว่าวัว,ควาย เพราะเป็นสัตว์ที่ผูกพันอยู่กับวิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่โบราณถึงปัจจุบัน
บางคนคิดว่าเป็นสุนัข เพราะมีความใกล้ชิดกับคนมากที่สุด บางคนว่าเป็นช้างเพราะว่าเป็นสัตว์
ประจำชาติ ฯลฯ

แต่สำหรับผมแล้วสัตว์ที่คนไทยให้ความคุ้นเคยด้วยมากที่สุดคือ "ไก่" ครับ หลายๆคนอาจจะสงสัย
ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ไม่เชื่อก็ลองสังเกตดูตามสำนวนคำพังเพยต่างๆสิครับ มี "ไก่"เข้าไป
เกี่ยวข้องอยู่เสมอๆ เช่น

-ไก่ได้พลอย
-ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่
-ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
-ไก่แก่แม่ปลาช่อน
-หมาหยอกไก่
-เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ
-ไก่อ่อน
-ไก่เขี่ย
-เจ้าชู้ไก่แจ้
-หน้าซีดเป็นไก่ต้ม
-งงเป็นไก่ตาแตก
-ไก่รองบ่อน
-ปล่อยไก่
-ไก่โห่
-ตื่นก่อนไก่
-ไก่หลง
-จับไก่
ฯลฯ

พวกสำนวนหรือคำต่างๆ ที่ไม่ระบุคำว่าไก่แต่ใช้ลักษณะอาการของไก่ เช่น
-คางเหลือง
-สู้ยิบ(เย็บ)ตา
-ป้อ
-ตีปีก
-ซุกปีก
-เหนียงยาน,เหนียงห้อย
-จิก
ฯลฯ

หรืออาหารที่เอาไก่ไปตั้งชื่อทั้งที่ไม่มีไก่เลยซักนิด คือ ไก่สามอย่าง  แฟชั่นกระโปรงสุ่มไก่
ก็เป็นที่นิยมในสมัยหนึ่ง เครื่องใช้ก็มีไม้ขนไก่, ปากไก่,ถ้าจะเจาะรู้ก็ใช้ตาไก่ กีฬาก็มีลูกขนไก่,ชนไก่
เพลงก็มีเพลงปรบไก่ ดอกไม้ก็มีดอกหงอนไก่ เด็กๆที่เรียนลูกเสือก็ต้องหัดผูกเงื่อนหักคอไก่
ตามปฏิทินก็มีปีไก่(ระกา) ในวรรณคดีก็มีพระลอตามไก่ ใครที่เป็นช่างไม้ก็ต้องรู้จักอกไก่ ช่างซ่อมรถ
ต้องรู้จักไส้ไก่ แม้กระทั่งอวัยวะของคนก็ยังมีลิ้นไก่ ดูเหมือนไก่จะเข้าไปมีพัวพันอยู่เกือบทุกวงการ
แม้กระทั่งวงการยุติธรรมก็ยังมีคุกขี้ไก่ ...

ใครที่เป็นนักเลงไก่ชน ต้องรู้จักไก่ชนหนองจอก  ไก่ชนหนองจอก มีชื่อมากขายตัวละหลายพัน
บางตัวก็เป็นหมื่น บ้านคุณลุงผมก็เลี้ยงไว้หลายตัวเหมือนกัน เห็นเวลาเค้าชนไก่แล้วสงสาร
บางทีตีกันจนสำลักเลือดต้องเอาขนไก่แยงไปในคอเพื่อล้วงเลือดออกมาบางตัวก็ตายคาสนาม เป็นการ
ทรมานไก่อย่างมาก  ทั้งๆที่นักเลงไก่บางคนรักไก่เหมือนลูก ไม่นานมานี้ดูเหมือนจะมีแนวคิดจากคนใหญ่
คนโตในรัฐบาลให้มีการเปิดบ่อนไก่ชนถูกกฎหมาย เพื่อส่งเสริมให้มีการเลี้ยงไก่ คัดพันธุ์ไก่ให้ดีขึ้น
แต่เรื่องก็เงียบๆ ไป

จำได้ว่าเมื่อสมัยสงครามโลก รัฐบาลได้ส่งเสริมให้ประชาชนเลี้ยงไก่เอาไว้กินไข่หรือหรือเลี้ยงเอาไว้เป็นอาหาร
คนใหญ่คนโตคนมีเงินก็ดันไปเลี้ยงไก่ต่างประเทศที่ราคาแพงๆ จน คุณ ป.อินทปาลิต ได้เขียนแซวเอาไว้ใน
สามเกลอเหมือนกัน (หรือเขียนเป็นตอนผมจำไม่ได้แล้ว)

ที่เกริ่นมาข้างต้นเพื่อยืนยันว่าคนไทยเราผูกพันอยู่กับไก่อย่างมากจริงๆ ไม่ทราบว่าในต่างประเทศ
มีความเชื่อ/สุภาษิต/คำพังเพย หรือคำคมอะไรเกี่ยวกับไก่บ้างหรือไม่ครับ

เทาชมพู:
รู้แต่ศัพท์บางคำค่ะ  มีคำว่าไก่แต่ไม่ได้หมายถึงไก่

hen-pecked =กลัวเมีย

henhearted =ใจเสาะ ขี้ขลาด

hen party งานชุมนุมที่มีแต่ผู้หญิงล้วนๆ



cock of the..... = หัวโจก/คนเด่นคนดัง

cock sparrow = คนซ่าส์ หรือเบ่ง



chick = ผู้หญิงสาว(สะแลง)



กระโปรงสุ่มไก่ แปลตรงตัวจากภาษาอังกฤษ ว่า hen (chicken)coop ตอนหลังมาเรียกว่า hoop



บ่อนไก่ชนตอนนี้ถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือคะ  เคยไปเห็นค่ะอยู่ในบริเวณที่ทำการเกษตรจังหวัด แต่จังหวัดไหนไม่บอกนะคะ



ขอแจ้งเพื่อนฝูงในเรือนไทยว่า คุณแจ้งกำลังอยู่ในช่วงใกล้ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทให้จบ

ก็เลยคงจะแวะมาคุยได้น้อยหน่อยในเทอมนี้

ถ้าจบแล้วเทอมหน้าคงมาได้ปลอดโปร่งขึ้น

ขออวยพรให้คุณแจ้งไปถึงเป้าหมายได้สมความตั้งใจค่ะ

เปียว:
best of luck ด้วยคนครับ

ไงก็อย่านึกถึงแต่กระทู้ RW621 นะ ฮะๆๆ เดี๋ยวจะเขียนไม่รู้เรื่อง



เวลาผมคุยๆกับเพื่อน ก็มีใช้กันตรงๆว่า you're chicken ไปเลยก็มีครับ หมายถึง ใจเสาะ ขี้ขลาด ทำนองนั้น พอๆกับคำว่า you're vegetable อ่อนแอ และขี้ขลาด ไม่แน่ใจว่าพูดกันเฉพาะหมู่เพื่อนๆผม หรือเป็นสะแลงทั่วไป



ไก่ตาแตก นี่มาจากไก่ชน ที่ชนกันแล้วโดนเดือยคู่ต่อสู่แทงตา (แตก หรือ บอดไป) หรือเปล่าครับ ?

อ้อยขวั้น:
ชอบกินไก่ค่ะ เอ๊ะ! เกี่ยวไหมเนี่ย

นกข.:
ใครเป็นแฟนสตรีสารภาคพิเศษสำหรับนักอ่านรุ่นเยาว์บ้างครับ

จำ "สองขา" ได้ไหมครับ "สองขา"  เป็นนามปากกาของคุณครู (ในเรื่องชื่อครูหวาน) ที่ไปสอนเด็กๆ ในหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงไงครับ

ครั้งหนึ่ง ผมมีเกียรติได้พบและทำความรู้จักคุณครู "สองขา" ซึ่งขณะนี้แต่งงานและใช้ชีวิตเป็นคุณแม่ลูกสองอยู่ต่างประเทศ (ไม่ใช่ประเทศที่ผมอยู่ตอนนี้ครับ) คุยกันสนุกสนานหลายเรื่อง

เรื่องหนึ่งที่เราคุยกันก็คือ เรื่องภาษา ที่นักภาษาศาสตร์คงจะเรียกว่า การเลียนเสียงธรรมชาติ ซึ่งเด็กๆ จะเริ่มทำ ตอนจะหัดพูด ที่เรายกตัวอย่างขึ้นมาคุยกันก็คือ ไก่เหมือนกัน ในเมืองต่างๆ ขันไม่เหมือนกัน หรือที่จริงไก่มันก็ขันเหมือนกันนั่นแหละ แต่หูคนฟังที่พูดภาษาต่างๆ ฟังออกมาไม่เหมือนกัน

คุณครู "สองขา" บอกว่า เสียง เอ้กอี้เอ้กเอ้ก - ที่หูไทยได้ยินเสียงไก่ขันนั้น คนกะเหรี่ยงได้ยินว่า เก่งกะเร่งเก้ง....
ฝรั่ง (ที่พูดภาษาอังกฤษ) เรารู้กันอยู่แล้วว่า ได้ยินเสียงไก่ขันเป็น ค็อก อะดูเดิ้ลดู...
ผมเคยได้ยินว่า ญี่ปุ่นได้ยินไก่ขันว่า คิคิคิริ (คุณภูมิกรุณาแก้ไขด้วยครับ)
ส่วนจีน ยังหาไม่พบว่าได้ยินไก่ขันว่าอะไร ถามคนจีนมาสองสามคนแล้วก็เจอแต่ยิ้ม ส่ายหน้า (อาจนึกในใจว่าเอาเอาไรมาถามวะ-)

คุณครู "สองขา" เลยเกิดไอเดียว่า จะลองรวบรวมไก่ขันในสำเนียงภาษาต่างๆ เพราะชุมชนของคุณครูมีเด็กชาติต่างๆ หลายชาติ ป่านนี้ผมก็ไม่ทราบว่าโครงการไปถึงไหนแล้ว ถ้าทำเป็นพจนานุกรมไก่ห้าสิบภาษาได้ก็จะดี ไก่มันจะได้สื่อสารกันได้รู้เรื่อง ไม่มีกำแพงภาษาขวางกั้น เพื่อเสริมสร้างภราดรภาพแห่งชาวไก่ต่อไป - เอ.. ผมชักจะเพ้อ ....

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป