เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 4391 น้ำผึ้งขวดเดียว
cameraman
อสุรผัด
*
ตอบ: 21


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 01 พ.ย. 14, 22:09

มองไปตรงกลางจานนะครับ จะเห็นใบไม้เรียวยาวสีน้ำตาล เหมือนใบตะไคร้รองก้นจานเป็นแพเลย

ลำพังข้าวขาหมูบ้านเรา ชั้นไขมันหนา ทำให้หนังขาหมูนุ่ม

แต่จานนี้มาแปลก หนังกรอบกระดึ๊บ กรึ๊บ ไม่มัน ไม่เลี่ยน
สุกรไร้มัน เลี้ยงได้เก่งจัง!

ผมเลิกน้ำอัดลมมานานแล้ว แต่วันนี้ชาจีนเอาไม่อยู่จริงๆ ครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 01 พ.ย. 14, 22:22

ต้องกลับไปทบทวนความจำเป็นการใหญ่  ว่าเราเคยกินกระดูกหมูชิ้นเล็กๆ  ผิดปกติเข้าไปบ้างหรือเปล่า โดยไม่ทันเฉลียวใจ


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 01 พ.ย. 14, 22:29

อาจจะเป็นเนื้อลูกหมูแบบหมูหันรึเปล่าครับ

แต่หมูหันนี่ผมก็กินไม่ลงเหมือนกัน มันดูทารุณมากไปเหมือนกินเด็ก


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
cameraman
อสุรผัด
*
ตอบ: 21


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 01 พ.ย. 14, 23:23

มีใครเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมดินแดนเนื้อสวรรค์ถึงได้กระจุกตัวอยู่สกลนคร จังหวัดที่มิใช่ชายแดน?


ท่าข้ามจากดินแดนเหงียนมาไทยมีอยู่ 2 ช่องทางครับ
ทางเเรกจากเวียดนามใต้ จะข้ามทางด่านเลาบาว-สะหวันนะเขต-มกดาหาร

อีกทางหนึ่ง จากเวียดนามเหนือ จะข้ามทางเมืองวิง-ท่าแขก-นครพนม
ผมเคยไปติดด่านอยู่แถวนั้น ต้องนอนในรถ รอสว่าง ด่านจึงเปิด
ชาวเวียดนามนับร้อยคนรอข้ามด่านเพื่อมาไทย
โดยมากมาทำงานโรงงานอยุธยา และทำงานการ์เมนท์นครปฐม
ค่าแรงวันละ 300 บาท ไม่ได้ทำให้นายจ้างกระทบกระเทือนใดๆ
เพราะพวกนี้ทำงานเหมา นับชิ้น เหยียบจักรตะบี้ตะบัน หามรุ่งหามค่ำ

ด้วยความที่นครพนมเป็นจังหวัดเล็ก 20 กว่ากิโลก็สุดจังหวัด
พอลูกหลานเหงียนมาปักหลักที่ไทย ล้นนครพนม ก็เป็นสกลนคร


ถ้าอยู่บ้านเรา ไม่ต้องกลัวพลาดว่าจะได้เนื้อเอ๋ง โดยที่ไม่ได้ขอ
เพราะเอ๋งเป็นของแพงครับ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 01 พ.ย. 14, 23:30

เรื่อง "ขาหมูจานเดียว" สนุกกว่า "น้ำผึ้งขวดเดียว"  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
hobo
พาลี
****
ตอบ: 324


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 02 พ.ย. 14, 02:06

ได้ยินมาเหมือนกันว่า เนื้อสุนัขแพงกว่าเนื้อสุกรมาก ที่จะเอามาขายปนมาถูกๆ ไม่น่าจะเป็นไปได้ครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 02 พ.ย. 14, 08:49

จริงอย่างที่คุณโฮโบว่า อาหารจานเด็ดที่คุณ cameraman สั่งมาชื่อว่า Heo Giả Cầy

ตามเมนูร้านอาหารที่ฮอยอันราคา ๗๕,๐๐๐ ดอง (ราว ๑๑๕ บาท) แพงกว่าทุกรายการในเมนูเดียวกัน  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 02 พ.ย. 14, 18:46

ตกลงว่าเป็นเนื้อหมูนะคะ


บันทึกการเข้า
cameraman
อสุรผัด
*
ตอบ: 21


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 02 พ.ย. 14, 20:01

เมื่อคืนนี้ผมนอนที่กวางซี (Guangxi)

เมืองหนานหนิงเป็นเมืองหน้าด่านที่ชาวเวียดนามอาศัยอยู่มาก อาหารการกินก็คล้ายกัน
ที่ตลาดสดอาหารพวกขนมเข่ง ขนมเทียน (ประเภทแป้งข้าวเจ้าหรือข้าวเหนียว) หน้าตาเหมือนอาหารเวียดนามมาก

เพื่อนฝรั่งถ่ายรูปน้องเอ๋งชำแหละมาให้ชมด้วย วัฒนธรรมในครัวสองดินแดนไม่ผิดกันเท่าไร
ผมไม่อยากโพสต์รูปนั้น รู้สึกพะอืดพะอมใช่ที่ขอรับ

เช้านี้ผมเพิ่งซื้อตั๋วที่เมืองจีน (เส้นใต้สีน้ำเงินแสดงวันที่ 2 เดือน 11) ข้ามมาเวียดนาม
นั่นคือเมื่อวานกินอาหารจีน ที่เมืองจีน

ถ้าเป็นเมนูภาษาอังกฤษ ก็ไม่มีปัญหา
แต่ถ้าเป็นเมนูจีน ผมใช้วิธีเหลือบดูโต๊ะข้างๆ จานไหนหน้าตาดูดี ก็ชี้ตาม

ขอบคุณครับที่ช่วยปลอบใจ




บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 02 พ.ย. 14, 20:34

เอาใจช่วยว่าเป็นลูกหมูค่ะ
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 499


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 02 พ.ย. 14, 21:25

ยังจำได้ถึงเมื่อสิบกว่าปีก่อนตอนไปเที่ยวคุนหมิงแบบแบ็กแพ็คกับเพื่อนเพียงสองคน  เราซื้อเฉพาะตั๋วเครื่องบินไปกลับกับห้องพักเพียงสองอย่างเท่านั้นค่ะ นอกนั้นไปหาเอาข้างหน้า โดยที่เราทั้งคู่พูดภาษาจีนได้ชนิดงูๆปลาๆและด้วยสำเนียงกระเหรี่ยงระดับสูสีไม่มีน้อยหน้ากัน มิหนำซ้ำยังอ่านภาษาจีนกันแทบไม่ออกเลยค่ะ คือถ้าเป็นตัวอักษรที่มีมากกว่าหกเจ็ดขีดขึ้นไปก็ยากเกินระดับความสามารถของเราทั้งคู่

วันแรกที่ไปถึง เรากินอาหารเช้าในโรงแรมที่พักที่บริการแบบบุฟเฟ่ต์  ซึ่งรวมอยู่ในค่าห้องที่ขายเป็นแพ็คเกจเรียบร้อยแล้ว  วันต่อมาเรายอมเสียสิทธิเพราะรู้สึกขาดรสชาติชีวิตหากมัวแต่กินบุฟเฟต์ในโรงแรม จึงพากันออกไปหาอาหารกินตามร้าน โดยเปลี่ยนร้านใหม่ทุกมื้อและเปลี่ยนบรรยากาศไม่ซ้ำ

ครั้งหนึ่ง เราเข้าร้านหรูซึ่งมีเมนูเป็นภาษาจีนล้วนๆ  โดยไม่มีรูปอาหารให้ดูเลย ครั้นจะจิ้มสั่งแบบสุ่มสี่สุ้มห้าก็กลัวว่าเดี๋ยวเกิดแจ็คพ็อตเจอเมนูหมูเอ๋งเข้า  เลยงัดภาษาจีนงูๆปลาๆของเราออกมาใช้ บวกกับทำท่าทางบอกกับบ๋อยให้รู้ว่าเราไม่กินเนื้อวัว โดยเอามือตั้งขึ้นทำเป็นเขาบนหัวของเราพร้อมทั้งร้องมอๆ และส่ายหน้า  บอกให้บ๋อยรู้ว่าเราไม่กินเนื้อตัวแบบนี้ จากนั้นก็ทำเสียงโฮ้งๆ บอกให้รู้ว่าไอ้ตัวที่ร้องแบบนี้เราก็ไม่กินเหมือนกันนะคะ

พอบ๋อยคล้อยหลัง เพื่อนดิฉันเกิดฉุกคิดได้ เปรยขึ้นว่า
"หมาแต่ละชาติมันเห่าไม่เหมือนกันนี่หว่า โฮ้งๆนั่นมันเห่าแบบหมาไทย หมาฝรั่งเห่าบ๊อกๆ เธอว่าบ๋อยจะเข้าใจมั้ยว่าเมื่อกี้เราหมายถึงหมาน่ะ"  
ทำเอาดิฉันใจฝ่อ ชักกลัวว่าจะได้เปิบพิสดาร
แต่โชคดีที่บ๋อยคนนั้นฉลาด จัดอาหารทะเลล้วนๆมาให้เรา เลยรอดตัวไป

ถ้าคุณหาญบิงเข้ามาอ่าน ช่วยบอกหน่อยได้มั้ยคะ ว่าหมาจีนเห่ายังไง?  
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 03 พ.ย. 14, 08:10

ฮิ ฮิ 5 - 5  5


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 03 พ.ย. 14, 09:14

หมาจีนหัวเราะแบบนี้เอง   5 5 5


บันทึกการเข้า
นางมารน้อย
พาลี
****
ตอบ: 297


ทำงานแล้วค่ะ


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 03 พ.ย. 14, 10:18

มายืนยันค่ะ ว่าน้ำผึ้งแท้ใส่ตู้เย็นจะไม่มีลักษณะแปรเปลี่ยนใดๆ ที่บ้านมีอยู่ขวดหนึ่งค่ะ เป็นน้ำผึ้งเลี้ยงจากดอกลำใย

หอบหิ้วมาเอาไว้ขัดตัว เอาไว้ข้างนอกไม่ได้ เดี๋ยวมดกวน เลยต้องเอาไว้ในตู้เย็นค่ะ สภาพจะไม่มีการจับเป็นไขใดๆเลย

เหมือนวางไว้ข้างนอกทุกประการ
บันทึกการเข้า

สวัสดีทุกๆท่านค่ะ
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 03 พ.ย. 14, 15:47

ยังจำได้ถึงเมื่อสิบกว่าปีก่อนตอนไปเที่ยวคุนหมิงแบบแบ็กแพ็คกับเพื่อนเพียงสองคน  เราซื้อเฉพาะตั๋วเครื่องบินไปกลับกับห้องพักเพียงสองอย่างเท่านั้นค่ะ นอกนั้นไปหาเอาข้างหน้า โดยที่เราทั้งคู่พูดภาษาจีนได้ชนิดงูๆปลาๆและด้วยสำเนียงกระเหรี่ยงระดับสูสีไม่มีน้อยหน้ากัน มิหนำซ้ำยังอ่านภาษาจีนกันแทบไม่ออกเลยค่ะ คือถ้าเป็นตัวอักษรที่มีมากกว่าหกเจ็ดขีดขึ้นไปก็ยากเกินระดับความสามารถของเราทั้งคู่

วันแรกที่ไปถึง เรากินอาหารเช้าในโรงแรมที่พักที่บริการแบบบุฟเฟ่ต์  ซึ่งรวมอยู่ในค่าห้องที่ขายเป็นแพ็คเกจเรียบร้อยแล้ว  วันต่อมาเรายอมเสียสิทธิเพราะรู้สึกขาดรสชาติชีวิตหากมัวแต่กินบุฟเฟต์ในโรงแรม จึงพากันออกไปหาอาหารกินตามร้าน โดยเปลี่ยนร้านใหม่ทุกมื้อและเปลี่ยนบรรยากาศไม่ซ้ำ

ครั้งหนึ่ง เราเข้าร้านหรูซึ่งมีเมนูเป็นภาษาจีนล้วนๆ  โดยไม่มีรูปอาหารให้ดูเลย ครั้นจะจิ้มสั่งแบบสุ่มสี่สุ้มห้าก็กลัวว่าเดี๋ยวเกิดแจ็คพ็อตเจอเมนูหมูเอ๋งเข้า  เลยงัดภาษาจีนงูๆปลาๆของเราออกมาใช้ บวกกับทำท่าทางบอกกับบ๋อยให้รู้ว่าเราไม่กินเนื้อวัว โดยเอามือตั้งขึ้นทำเป็นเขาบนหัวของเราพร้อมทั้งร้องมอๆ และส่ายหน้า  บอกให้บ๋อยรู้ว่าเราไม่กินเนื้อตัวแบบนี้ จากนั้นก็ทำเสียงโฮ้งๆ บอกให้รู้ว่าไอ้ตัวที่ร้องแบบนี้เราก็ไม่กินเหมือนกันนะคะ

พอบ๋อยคล้อยหลัง เพื่อนดิฉันเกิดฉุกคิดได้ เปรยขึ้นว่า
"หมาแต่ละชาติมันเห่าไม่เหมือนกันนี่หว่า โฮ้งๆนั่นมันเห่าแบบหมาไทย หมาฝรั่งเห่าบ๊อกๆ เธอว่าบ๋อยจะเข้าใจมั้ยว่าเมื่อกี้เราหมายถึงหมาน่ะ"  
ทำเอาดิฉันใจฝ่อ ชักกลัวว่าจะได้เปิบพิสดาร
แต่โชคดีที่บ๋อยคนนั้นฉลาด จัดอาหารทะเลล้วนๆมาให้เรา เลยรอดตัวไป
ถ้าโชคร้าย ก็ได้ตัวนี้แน่นอน


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง