เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10
  พิมพ์  
อ่าน: 20022 ปูจานเด็ด
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 120  เมื่อ 08 ธ.ค. 14, 13:41

ผมเคยทานปูขนในภัตตาคารจีนมาแล้ว กุ๊กจะเสริฟมาทั้งตัวให้เราใช้ซ่อมเล็กๆแคะเนื้อกันเอง ไม่ค่อยได้เนื้อได้หนังเท่าไหร่เพราะมันตัวไม่ใหญ่นัก

ปูขนในภัตตาคารจีนกับปูขนที่ภัตตาคารญี่ปุ่นเป็นคนละพันธุ์กัน

ปูขนจีน Chinese mitten crabหรือ Shanghai hairy crab ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Eriocheir sinensis Eriocheir = ก้ามมีขน  sinensis = เมืองจีน

ภาพโดยคุณ "ฒ" # ๑๑๒



ส่วนปูขนญี่ปุ่น horsehair crab ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Erimacrus isenbeckii

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 121  เมื่อ 09 ธ.ค. 14, 16:58

ปูอลาสก้านึ่งกระเทียม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 122  เมื่อ 06 ธ.ค. 17, 20:09

ไข่เจียวปูอีกสไตล์หนึ่งเป็นเมนูปูจานเด็ดของร้าน "เจ๊ไฝ"

หน้าตาน่ากินทีเดียว



แต่ดูราคาแล้วอาจมีอาการลังเลบ้างเล็กน้อย  ยิ้มเท่ห์

ภาพจาก http://bacolodgirleatsworld.blogspot.com/2013/04/hungry-in-bangkok-sequel.html




ไข่เจียวปู ๘๐๐ เจ๊ไฝประตูผี คว้า ๑ ดาวมิชลินสตาร์สตรีทฟู้ด

วงการอาหารฮือฮาหลัง "มิชลีนสตาร์" เผยชื่อร้านสตรีทฟู้ดเมืองไทยปรากฏ "เจ๊ไฝ-ประตูผี" เจ้าของตำนาน "ไข่เจียวปู" ติด ๑ในสุดยอดร้านอาหารกรุงเทพ

มีร้านอาหารที่ผ่านการคัดเลือกให้อยู่ในคู่มือ มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ รวมทั้งสิ้น ๕๒ ร้าน ประกอบด้วย ร้านที่ผ่านการคัดเลือกระดับ ๒ ดาวมิชลิน จำนวน ๓ ร้าน ร้านระดับ ๑ ดาว มิชลิน จำนวน ๑๔ ร้าน และร้านอาหารรางวัลบิบ กูร์มองด์ อีก ๓๕ ร้าน รวมทั้งหมด ๕๒ ร้าน โดยร้าน "เจ๊ไฝ" ถือเป็นร้านอาหารริมทางระดับ ๑ ดาว ร้านแรกของโลก ที่ถูกระบุในคู่มือมิชลินไกด์

ข่าวจาก เดลินิวส์


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 123  เมื่อ 06 ธ.ค. 17, 21:18

เห็นข่าวนี้ทางทีวีเช่นกันค่ะ ขอแสดงความยินดีด้วย 
เอาลงในเรือนไทย ไม่ถือเป็นการโฆษณาให้เจ๊นะคะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 124  เมื่อ 06 ธ.ค. 17, 21:28

สำหรับความรู้สึกของการได้รับดาวมิชลินในครั้งนี้ เจ๊ไฝบอกว่าดีใจที่ได้รับมา แต่ก็คงขายของได้เท่าเดิม เพราะทางร้านก็รองรับคนได้เท่าเดิม

"ทีแรกตอนเขาโทรมาบอกให้ไปงานประชุม จะเอาดาวมิชลินให้ เราก็บอกว่าเราไม่ไปหรอก เพราะเป็นวันทำงานของเรา จนเขาต้องให้ผู้ใหญ่โทรมาบอกว่าไปเถอะ และลูกสาวก็บอกว่ามันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตเลยนะ จึงมา" เจ๊ไฝกล่าวในงานเปิดตัวคู่มือมิชลิน

https://www.facebook.com/thestandardth/posts/1801083293517888

ดาวมิชลินคงไม่ทำให้รายได้ของเจ๊เพิ่มขึ้นสักเท่าไร เพราะเป็นร้านเล็ก ๆ มีไม่กี่โต๊ะ แต่ที่ได้มากกว่านั้นคือเกียรติยศในวิชาชีพซึ่งน้อยคนจะได้รับ  ยิงฟันยิ้ม





บันทึกการเข้า
พระนาย
อสุรผัด
*
ตอบ: 6


ความคิดเห็นที่ 125  เมื่อ 10 ธ.ค. 17, 16:57

ไม่รู้มาทันตลาดไหมน่ะครับ
ช่วงที่ผ่านมาผมมีโอกาสไปประเทศเพื่อนบ้าน คือเวียดนามบ่อย และได้มีโอกาสลองลิ้มชิมรสปูที่นั้น ซึ่งมีขนาดที่ใหญ่กว่าปูบ้านเรามากนััก จนกระทั่งได้ไปทานปูที่สามย่านซีฟู๊ดสาขาไซ่ง่อน
 ก็พึ่งทราบว่านอกจากที่เค้าเปิดร้านอาหารไทยที่นั่นแล้วเค้ายังนำเข้าปูจากเวียดนามมาขายที่ไทยด้วยอาจจะเป็นเพราะความนิยมในการทานปูของบ้านเราก็ตามทีแต่สิ่งที่ทราบคือปูบ้านเราคงเหลือน้อยเต็มที
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 126  เมื่อ 10 ธ.ค. 17, 19:40

รสชาติปูเวียตนามเป็นไงคะ  ถ้าเทียบกับปูม้าของไทย
บันทึกการเข้า
พระนาย
อสุรผัด
*
ตอบ: 6


ความคิดเห็นที่ 127  เมื่อ 10 ธ.ค. 17, 21:28

รสชาติปูเวียตนามเป็นไงคะ  ถ้าเทียบกับปูม้าของไทย

ปูไทยกับเวียดนามไม่ว่าจะเป็นปูม้าหรือปูทะเลรสก็คล้ายกันมิต่างกันครับด้วยภูมิประเทศไกล้เคียงกัน แต่จะต่างก็ตรงที่ถ้าเอามาปรุงรสให้วิจิตรพิศดารก้คงต้องบอกว่าไทยชนะ ด้วยเพราะเป็นรสที่คุ้นลิ้นกว่าครับ
บันทึกการเข้า
heha
ชมพูพาน
***
ตอบ: 133


ความคิดเห็นที่ 128  เมื่อ 10 ธ.ค. 17, 22:50

ผมเคยไปนอนริมทะเลเวียดนามแถวมุยเน่ (ค่อนไปทางเวียดนามใต้) อยู่หลายคืน
ชายฝั่งทะเลเขายาวมาก อาหารทะเลอุดมสมบูรณ์
ชาวประมงหิ้วปลาหมึกขึ้นมาขายจากเรือประมงที่ทำด้วยไม้ไผ่สานยาชันกันน้ำ ทรงกลม
ปลาหมึกขึ้นจากทะเลตัวใสแจ๋ว หวานมาก เมื่อตายสีจะขุ่นขาว

--------
พูดถึงเวียดนามนึกขึ้นได้ครับ คนงานชายที่บ้านคนหนึ่งอายุ 45 ปี เชื้อสายมอญ แต่เกิดบนแผ่นดินไทย
เมื่อปี 2530 เป็นวัยรุ่นอยู่ เข้ากรุงหางานไม่ได้ เพื่อนชวนไปเป็นตังเกที่มหาชัย

ออกจับปลาได้ไม่กี่เที่ยว วันหนึ่งแล่นเรือจากมหาชัยไปสองวันสองคืน จึงเริ่มจับปลา
ปลาชุกมาก จับได้เต็มท้องเรือเร็วมาก ขณะกำลังจะกลับบ้าน โดนทหารเวียดนามจับข้อหารุกน่านน้ำ
ติดคุกเวียดนามอยู่แปดเดือน เขาเล่าว่าได้กินมื้อเดียว เป็นข้าวแดงเปล่าๆ วันละถ้วยตวง ประมาณสี่ขีด
คนจ่ายข้าว ปาดเรียบไม่มีพูน กินข้าวปล่าไม่มีกับ คลุกกับเกลือ มีเกลือตุ่มใหญ่ๆ 4-5 ตุ่ม ให้ต้กเอง
ตอนรัฐบาลไทยไถ่ตัวกลับบ้าน เกลือหมดตุ่มทุกตุ่มพอดี

วิธีการทำให้อิ่มชั่วครั้งชั่วคราวคือเล่นแชร์ ทุกคนสละข้าวคนละช้อน ให้คนที่หนึ่ง
วันรุ่งขึ้นทุกคนสละข้าวคนละช้อน ให้คนที่สอง เวียนไปเช่นนี้จนรอบวง
เรือลำตัวเองมีสิบกว่าคน ทั้งแคมป์เป็นคนงานไทยอยู่เกือบสามร้อยคน
ที่พักไม่เชิงคุก แต่เป็นที่พักกลางทุ่งนา มีคนชวนหนี
แต่ตรองดู ถ้าหนีไม่รู้จะไหนีไปไหน โดนจับได้มีสิทธิ์โดนยิง
สุดท้ายแปดเดือนได้บินกลับดอนเมือง มีผู้สื่อข่าวมาทำข่าวด้วย



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 129  เมื่อ 11 ธ.ค. 17, 16:36

เรื่องนี้น่าจะทำเป็นเรื่องสั้นชั้นดีได้ทีเดียว  โดยเฉพาะตอนสละข้าวคนละช้อน เป็นไฮไลท์ของเรื่องที่น่าประทับใจ
เสียดายในห้องนี้ไม่มีใครเป็นนักเขียนสไตล์คุณอาจินต์ ปัญจพรรค์

พวกนี้กลับมาบ้านแล้วน่าจะไปเช็คไตกันดูบ้างนะคะ  ว่าเกลือ 4-5 ตุ่มทำพิษระยะยาขนาดไหน   

ป.ล. ปลาหมึกตัวใสแจ๋วรสหวานนั่นกินกันสดๆเลยหรือคะ   กินกันตั้งแต่ยังไม่ทันขุ่นขาวเลยใช่ไหม
บันทึกการเข้า
heha
ชมพูพาน
***
ตอบ: 133


ความคิดเห็นที่ 130  เมื่อ 11 ธ.ค. 17, 20:10

วิธีให้อิ่มได้อีกหน่อยคือรับจ้างบีบนวดแก้เมื่อย ได้ค่าจ้างเป็นข้าวแดง 2 ช้อน

ชีวิตบนเรือตังเกมีกิจวัตรที่ซ้ำซาก เริ่มจากเรื่องกินมีแม่ครัวหุงหาให้
เป็นกฏของเรือว่าห้ามกินกุ้งและปลาหมึก จับได้กุ้ง ไต้ก๋งชำเลืองไม่ขาดสายตา
เพื่อนเคยเม้มกุ้งทะเล ลองกินให้พอรู้รส เลือกกุ้งตัวยาวสักคืบ
แกะเปลือก ทำกุ้งแช่น้ำปลาเคี้ยวกับพริกขึ้หนู
ส่วนปลาหมึกไต้ก๋งก็ห้าม แต่ไม่เข้มงวดนัก ใกล้ไม้ใกล้มือ แอบย่างกินสองสามครั้ง

ที่โอชารสหน่อยคือ ปลากระเบนย่าง อันนี้ไม่ต้องแอบ
ย่างจนหอม เนื้อขาว คลุกข้าวราดน้ำปลาพริก แลกกับกุ้งเผาต้องตรองดูก่อน

ก่อนนอน อาบน้ำทะเล ตบท้ายด้วยน้ำจืดคนละ 2 ขัน ใครแถมขันที่ 3 โดนเหล่
พอทิ้งอวนลงทะเล หัวถึงหมอนราว 4 ชั่วโมง มีกริ่งปลุกตื่น เข้านอนตอนกี่โมงเอาแน่เอานอนไม่ได้
ขึ้นฝั่งเจ้าของเรือเอาปลาไปขาย ไต้ก๋งได้ส่วนแบ่ง 10% ลูกเรือได้คนละ 2% ราวห้าหกพันบาท
ทริปสั้นทริปยาวได้ส่วนแบ่งไม่เท่ากัน เคยไปทางอินโด แล้วเอาปลามาขายที่ปัตตานี แล้วก็ออกไปใหม่

ปี 2530 เวียดนามยังไม่เปิดประเทศ วินาทีโดนจับเรือเร็วทหารเวียดนาม 3 ลำ ขนาบ
ไต้ก๋งซิ่งเรือหนีไม่ได้ เรืออืด ปลาเต็มเร่งไม่ขึ้น
ทหารเท้าเปล่า ขึ้นเรือตรงรี่มาค้นขนมปัง นมข้น โอวัลติน รุมทึ้งข้าวของ
แม้กระทั่งข้าวสาร น้ำตาลทราย ผ้าขาวม้ากลางเก่ากลางใหม่ตากบนราว ก็ยังไม่เว้น

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 131  เมื่อ 12 ธ.ค. 17, 11:41

ข้างบนนี้คนงานชายวัย 45 เล่าให้ฟัง   หรือว่าคุณเฮฮาจำแลงกายลงไปเป็นลูกเรือเองคะ   บรรยายได้ราวกับตาเห็น

ทำให้นึกถึงคุณชายประกอบเทพ สมาชิกอีกคนของเรือนไทยที่ตอนนี้คงกำลังยุ่งกับงาน  เลยไม่ได้เข้ามาคุยนานแล้ว
รายนี้ก็จำแลงกายเป็นรถขับแท็กซี่ แสวงหารักแท้  ปิดบังตัวเองว่าตัวจริงเป็นเจ้าชายแคว้่นปางฟ้า อยู่หลายปีจนเลิกไปเอง

คุณเฮฮานี้จะเป็นประเภทอยู่วังจุฑาเทพ  แต่ชอบแปลงกายเป็นลูกเรือไต้ก๋งไปผจญภัยหรือเปล่าหรอ
บันทึกการเข้า
heha
ชมพูพาน
***
ตอบ: 133


ความคิดเห็นที่ 132  เมื่อ 12 ธ.ค. 17, 12:39

เราต้องมีกุศโลบายในการล้วงและการซัก
คนงานบ้านอยู่ชายแดน รู้ภาษาไทย 90% อีก 10% ที่ไม่รู้ ปวดเศียรเวียนหัวได้มากครับ

คนงาน: พ่อผมเป็นช่างไม้ ตายเพราะกินหมักมาก หมักที่เป็นลูกๆ เคี้ยวปากแดง
ผม: เขาเรียก หมาก เสียงยาวๆๆๆ ถ้าหมักเสียงสั้น คือ หมักเหล้า

ผม: แกย้ายหัวก๊อกจากท่อด้านนี้ ไปไว้ที่ท่อด้านนั้น
คนงาน: (งง งง) เปลี่ยนก็เปลี่ยนสิครับ พูดว่าย้าย ใครจะไปเข้าใจ
ผม: ไม่ใช่เปลี่ยน ย้ายคือการยกกะบิ ยกมาทั้งยวง เปลี่ยนคือเปลื่ยนตัวใหม่

ผม: เวลากู้อวน เคยเจออะไรทีทำให้แกตื่นเต้นที่สุด
คนงาน: ไม่ตื่นเต้นเลย เห็นทุกวันทุกวัน
ผม: ไอ้ 5 เอ้ย แกก็บอกมาสิ ได้นางเงือกติดอวนมาตัวหนึ่ง
คนงาน: เจอปูม้าตัวยาวเกือบไม้บรรทัด เจอกระเบนราหูกางปีกเกือบสามเมตร เต่าทะเลตัวเบ้อเริ่ม
ถ้ายังเป็นเราก็ปล่อยลงทะเล

บันทึกการเข้า
heha
ชมพูพาน
***
ตอบ: 133


ความคิดเห็นที่ 133  เมื่อ 12 ธ.ค. 17, 14:28


ป.ล. ปลาหมึกตัวใสแจ๋วรสหวานนั่นกินกันสดๆเลยหรือคะ   กินกันตั้งแต่ยังไม่ทันขุ่นขาวเลยใช่ไหม


หาดมุยเน่ ยาวไปเป็น 10 กม. ที่บริเวณนักท่องเที่ยวอยู่ กระจายตัวช่วงไม่เกิน 2 กม.
ถัดจากนั้นเป็นหาดสงบๆ สกปรกจากขยะธรรมชาติ เช่น ลูกมะพร้าวแห้ง ใบมะพร้าวแห้ง
กลางคืนหงอยเหงา บรรยากาศเหมือนไทยยุคที่นางเอกและพระเอกส่องไฟฉาย วิ่งตะครุบปูลม
เช้ามืด เรือประมงกลมๆ จอดเทียบหาด ขนกุ้งปูปลาไปส่งตลาด

ผมอยู่หลายวัน มีเหล็กย่างปลา น้ำจิ้มซีฟูด น้ำสลัด และถ่านไฟเป็นถุงๆ พร้อมสรรพ
ผ่าท้องเอาไส้ออก ก็ย่างเลยครับ ปลาหมึกเห็นไฟแปบก็สุก

ไปต่อเรื่อยๆ จะเจอหมู่บ้านชาวประมง ตากปลาหมึก ปลาเล็กปลาน้อยแห้ง
ปลาหมึกแห้งยาวเท่าไม้บรรทัด โลละสี่ห้าร้อยบาทเหมือนกันครับ



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 134  เมื่อ 12 ธ.ค. 17, 15:04

จากปูไปถึงหาด 
ไปหา Mui Ne Beach มาประกอบกระทู้    รูปนี้เคยเห็นแต่ไม่รู้ว่าเป็นที่นี่ค่ะ
หาดสวย ทรายขาวละเอียด


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง