เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
อ่าน: 12793 นายในวรรณคดี ในหัวใจคุณ เจ้าคะ
พิงค์
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 16 มิ.ย. 01, 23:30

สุดสาคร หนึ่งเดียวเลยค่ะ
ปนหมั่นไส้นิดหน่อยตอนที่ไปหลงนางสุลาลีวัณจนลืมน้องน้อยเสาวคนธ์
บันทึกการเข้า
นนทิรา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 18 มิ.ย. 01, 08:42

ชอบระเด่นลันไดด้วยคนค่ะ เป็นหนุ่มมีอารมณ์ขัน
บันทึกการเข้า
คิม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 13 ก.ค. 01, 15:35

ชอบจูกัดเหลียงค่ะ
บันทึกการเข้า
สะใภ้จ้าว
ชมพูพาน
***
ตอบ: 132

นักเรียนชั้นม.4


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 23:49

 สงสารพระลักษณ์จัง ไม่มีพระมเหสี
บันทึกการเข้า
จิตแผ้ว
ชมพูพาน
***
ตอบ: 169


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 14 พ.ค. 06, 07:53

 ท้าวก่ำกาดำ ถึงรูปจะชั่วตัวจะดำแต่น้ำใจดี รักเดียวใจเดียว มุ่งมั่นในรักเดียวแต่นางลุน
ธิดาองค์สุดท้องของเจ้าเมือง มีความสามารถเป่าแคนระดับเซียนเรียกพี่ดังกลอนลำข้างล่าง
           ท้าวก็เป่า จ้อย จ้อย อ้อยอิ่ง กินนะรี
บุญมี เลยเป่าแถลง ดังก้อง
เสียงแคนดังม่วนแม่ง พอล่มหลูด ตายไปนั้น
ท้าวก็เป่า จ้อย จ้อย คือเสียงเสพ เมืองสวรรค์
ปรากฏดัง ม่วนก้อง ในเมือง อ้อยอิ่น
เป็นที่ใจ ม่วนดิ้น ดอมท้าว เป่าแคน
สาว ฮามน้อย วางหลามาเบิ่ง
เขาก็ปบ ฝั่งฟ้าว ตีนต้อง ถืกตอ
บางผ่อง ป๋าหลาไว้ วางไป ทั้งแล่นก็มี
บางผ่อง เสื้อผ้าหลุด ออกซ้ำ เลยเต้นแล่นไปก็มี
ฝูงคนเฒ่า เหงานอน หายส่วง
สาวแม่ฮ่าง คะนิงโอ้ อ่าวผัว
ฝูงพ่อฮ่าง คิดฮ่ำ คะนิงเมีย
เหลือทน ทุกข์อยู่ ผู้เดียว นอนแล้ง
เป็นที่ อัศจรรย์แท้ เสียงแคน ท้าวก่ำ
ไผได้ฟัง ม่วนแม่ง ใจสล่าง หว่างเว
ฝูง (คน) กินเข่า คาคอ ค้างอยู่
ฝูง (คน) อาบน้ำป๋าผ่า แล่นมา.... (นั่นละนา)
บันทึกการเข้า
Malagao
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 30 ก.ย. 06, 17:37

 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21
พวกพระเอกในวรรณคดีไม่รู้เป็นยังไง หูเบา เจ้าชู้แทบทั้งนั้น เลยแอบมาหลงรักหนุมานแทนดีกว่า
โดย: นิลลา [IP: 202.28.136.201]
วันที่ 7 มิ.ย. 2544 - 20:33:43

เอ๊ะ! เอ๊ะ! หนุมานไม่เจ้าชู้เหรอ
ฟันแล้วทิ้งเรอะเปล่า
มาเจอกกันอีกที ลูกโตเป็นหนุ่มหมดแล้ว
บันทึกการเข้า
Malagao
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 08 ต.ค. 06, 19:15


ก.ย..๔๘
           ในบรรดา “พระเอกในวรรณคดี” ถ้าถามสาวสมัยนี้ว่า  พระเอกคนไหน “โดนใจ” เป็นพิเศษ  หลายคนคงทำหน้าพูดไม่ออก บอกไม่ถูก ยิ่งสาววัยรุ่นอาจจะนึกต่อว่าในใจ  ทำไมไม่ถามว่าระหว่างฟิล์ม  โดม  ปีเตอร์ ไจใจ๋  เคน  เจอรี่  แวนเนส หรือ เจย์  โช  คนไหนเป็นหนุ่มในดวงใจนะ  จะได้ตอบได้ทันที  เพราะพระเอกในวรรณคดีแต่ละคน  ล้วนห่างไกลความร่วมสมัยเสียเหลือเกิน  อย่างไรก็ดี  เชื่อว่าสาวๆบางคนก็คงได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ “หนุ่มในวรรณคดีไทย” มาบ้างไม่มากก็น้อย  โดยเฉพาะ “ขุนแผน” ที่มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อไม่นานมานี้  ก่อนจะพูดถึงขุนแผน  หนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทุกยุคทุกสมัยปรารถนาอยากจะเป็น  เพราะคิดว่าผู้หญิงมักหลงรัก และมีเมียได้หลายคนนั้น  กลุ่มประชาสัมพันธ์  สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ  กระทรวงวัฒนธรรม  จะขอแนะนำ “พระเอกหนุ่มในวรรณกรรม” ทั้งประเภทรักเดียวใจเดียวและได้ชื่อเจ้าชู้หลายเมียให้รู้จัก ดังนี้
 พระราม  ในเรื่อง “รามเกียรติ์” เป็นโอรสของท้าวทศรถ  ผู้ครองกรุงอโยธยา  และมีมเหสีสามองค์ คือ นางเกาสุริยาแม่พระราม  นางไกยเกษีแม่พระพรต  และนางสมุทรเทวี แม่พระลักษณ์กับพระสัตรุด  เดิมท้าวทศรถจะยกเมืองให้พระราม  ในฐานะโอรสองค์โต  แต่นางไกยเกษีได้ทูลขอให้พระพรตโอรสของตน  และขอให้พระรามออกเดินป่า ๑๔ ปี  ท้าวทศรถได้เคยประทานพรแก่นางไกยเกษีตอนช่วยรบจนชนะยักษ์  จึงจำต้องรักษาสัตย์  พระรามจึงต้องออกจากเมืองไป โดยมีพระลักษณ์ อนุชาต่างมารดา  และนางสีดา มเหสีตามเสด็จ  เมื่ออยู่ในป่านางสำมนักขา น้องสาวทศกัณฐ์เกิดไปเห็นรูปโฉมพระราม ก็ตกหลุมรักเพราะหล่อตรงสเปค พยายามจะไปเกี้ยวพาราสี แต่พระรามไม่เล่นด้วย นางจึงหันไปทำร้ายนางสีดา  พระลักษณ์ก็เลยตัดหู จมูก มือและเท้าก่อนปล่อยตัวไป  นางยักษ์ยัวะไปฟ้องพี่ชาย  แล้วเล่าถึงความงามของนางสีดาให้พี่ชายฟัง พร้อมยุยงส่งเสริมให้ไปลักนางสีดามา เลยกลายมาเป็น “ศึกชิงนาง” ที่มีทั้งมนุษย์  ลิง ยักษ์รบกันนานยืดเยื้ออย่างที่เราทราบๆกันดี  ว่าไปแล้ว พระรามของเรามิใช่ธรรมดาเลย เป็นพระนารายณ์อวตารมาเชียวแหละ  ดังนั้น จึงมีรูปสมบัติ คุณสมบ้ติเพียบพร้อม ดีกรีการศึกษาก็จบจากสำนักฤษีวิศวามิตร  ความเก่งกล้าไม่ต้องพูดถึง เพราะสามารถปราบรามสูร  และฆ่ายักษ์ไปหลายตน แถมยังชนะการประลองยกศร จนได้อภิเษกกับนางสีดา สาวไหนเลือก “พระราม” คงไม่ต้องช้ำใจ  เพราะเธอรักเดียวใจเดียว  เพียงแต่  คู่สร้างคู่สมในเรื่องนี้ออกจะเป็นรักมาราธอนไปเสียหน่อย  เพราะกว่าจะได้ครองคู่อยู่ด้วยกันก็ต้องใช้เวลาสู้รบกับทศกัณฐ์เสียหลายปี  และยังต้องพิสูจน์ “รัก” ด้วยการลุยไฟก่อนจะจบอย่างแฮบปี้เอ็นดิ้ง เฮ้อ !
เจ้าเงาะ  ในเรื่อง “สังข์ทอง  เป็นพระเอกรักเดียวใจเดียวเช่นกัน  แต่รักของพี่สังข์ก็เป็นประเภทรักลำบาก ต้องไปอยู่กระท่อมปลายนากับนางรจนา  ชีวิตปูมหลังก็แสนรันทด  แม้จะเป็นถึงโอรสของท้าวยศวิมล กับนางจันทร์เทวี  มเหสีฝ่ายขวา  แต่ก็ถูกนางจันทาเทวี มเหสีฝ่ายซ้ายใส่ร้ายป้ายสี เพราะแม่คลอดออกเป็นหอยสังข์แทนที่จะเป็นคนธรรมดา เลยต้องระหกระเหินไปอยู่ป่า  พอออกจากหอยสังข์ได้ ตอนหลังยังถูกจับไปถ่วงน้ำ  ดีแต่พญานาคได้ช่วยชีวิตไว้  แล้วส่งไปให้นางพันธุรัต ยักษีแม่ม่ายเพื่อนรักของตนเลี้ยงดู  นางก็รักพระสังข์ดุจดังลูก  ครั้นต่อมา รู้ความลับว่าแม่เลี้ยงของตนเป็นยักษ์ ก็คิดหนี โดยก่อนไปได้แอบชุบตัวในบ่อทอง  พร้อมนำของทิพย์คือ เกราะรูปเงาะ  เกือกทอง และพระขรรค์แก้วไปด้วย นางพันธุรัตแทนที่โกรธ กลับมาตามกลับไปด้วยความรัก  แต่ไม่สำเร็จ นางจึงร้องไห้เสียใจจนตายไป ก่อนตายยังสอนมนต์เรียกเนื้อเรียกปลาให้อีกด้วย ต่อมานางรจนาก็ได้เลือกพระสังข์เป็นคู่  เพราะเป็นคนเดียวที่แลเห็นรูปทองอยู่ภายใน  ทำให้พระบิดากริ้ว หาว่าเลือกคู่ไม่เหมาะสมกับฐานะ ไล่ให้ไปอยู่กระท่อมปลายนา  กว่าพระเอกของเราจะยอมถอดรูปเงาะให้คนอื่นเขาได้ชื่นชมบ้าง ก็ต้องผ่านเรื่องราวอีกสารพัด ท้ายสุดร้อนถึงพระอินทร์ต้องแปลงกายมาท้าตีคลีเอาเมือง  จึงจะจบลงได้อย่างมีความสุข  ว่าไปแล้ว “พระสังข์”พระเอกของเราคงขี้อายไม่น้อย เพราะเกิดมาก็ซ่อนตัวในหอยสังข์ พอโตเป็นหนุ่มก็ซ่อนตัวในรูปเงาะ ทำให้ทั้งแม่และเมียเกือบแย่ไปตามๆกัน    อีกทั้งตอนที่หนีนางพันธุรัต   บางคนอาจคิดว่าพระสังข์ใจร้ายอกตัญญูต่อนางยักษ์ที่เลี้ยงมา  แต่หากจะวิเคราะห์ดูแล้ว  พระสังข์เคยถูกพ่อแท้ๆสั่งฆ่ามาแล้ว  พอรู้ว่าแม่เลี้ยงเป็นยักษ์  ช่วงนั้นคงอยู่ในวัยรุ่นพอดี จึงเกิดความกลัวและสับสน ไม่วางใจ  และคิดว่าหนีน่าจะปลอดภัยกว่า จึงไม่คิดกลับเมื่อแม่ยักษ์มาตาม
นอกจากสองพระเอกข้างต้นแล้ว เรายังมีพระเอกรูปงาม ชนิดว่าความหล่อร่ำลือไปไกล จนสาวละเมอเพ้อหา นั่นคือ พระลอ กษัตรย์หนุ่มแห่งเมืองแมนสรวง ซึ่งเดิมมีชายาอยู่แล้วชื่อ นางลักษณวดี ดูตอนต้นก็ทำท่าว่าจะรักเดียวใจเดียว   แต่เพราะกิตติศัพท์ความหล่อของท้าวเธอนั่นแหละ  ทำให้พระเพื่อนพระแพง ธิดาแฝดแห่งเมืองสรองเกิดหลงรัก ทั้งๆที่ยังไม่เคยเห็นตัวจริง  จึงได้ให้ปู่เจ้าสมิงพรายทำเสน่ห์จนเกิดวลี “พระลอตามไก่” อย่างที่เราได้ยินคนพูดถึงบ่อยๆนั่นแหละ   ผลการทำเสน่ห์ทำให้พระลอต้องลาแม่และเมีย ไปหานางทั้งสอง  แต่ด้วยวิบากกรรม  ท้ายสุดเจ้าย่าของพระเพื่อนพระแพงที่ผูกใจเจ็บว่าพระบิดาพระลอ ฆ่าสามีตัว  จึงสั่งให้ประหารทั้งสามคนด้วยธนูตายเป็นศพยืนเคียงกัน  กลายเป็นตำนานโศกนาฏกรรมรักอมตะที่เล่าขานต่อๆกันมา  จนน่าเสียดายว่า รูปโฉม ความหล่อเหลาพระเอกเรา แทนที่จะดี  กลับนำความเศร้าเสียใจมาสู่ผู้เกี่ยวข้อง  แบบนี้ต้องเรียกว่า “หล่อนำภัย”
ส่วนพระเอกที่ได้ชื่อว่า เจ้าชู้ มีเมียหลายคน ก็มี อิเหนา  แห่งวงศ์อสัญแดหวา  ซึ่งอิเหนานี้เป็นบทประพันธ์ของรัชกาลที่ ๒ ที่กล่าวกันว่าได้เค้าโครงเรื่องมาจากชวาหรืออินโดนีเซีย  โดยเล่าถึงกษัตริย์วงศ์อสัญแดหวาที่มีด้วยกันสี่องค์พี่น้อง คือ ท้าวกุเรปัน ท้าวดาหา  ท้าวกาหลัง และท้าวสิงหัดส่าหรี  ซึ่งถือว่าพวกตนเป็นวงศ์เทวา จึงมักให้ลูกหลานแต่งกันเอง  ด้วยเหตุนี้  ท้าวกุเรปันพระบิดาอิเหนา จึงได้ทรงตุนาหงัน(หมั้นหมาย)นางบุษบา ธิดาของท้าวดาหา พระอนุชาให้แก่อิเหนาตั้งแต่เกิด  ต่างจึงยังไม่เคยเห็นหรือรู้จักกันเลย  ครั้นอิเหนาโตเป็นหนุ่มไปช่วยงานศพพระอัยยิกาหรือยายที่เมืองหมันยา  พอได้พบกับนางจินตะหรา  ธิดาท้าวหมันยา  ก็เกิดหลงรัก หลังจากนั้นก็ได้ก่อเรื่องก่อราว และมีเมียอีกหลายคน โดยเมียคนแรกคือนางจินตะหรา  ต่อมาคือ นางมาหยารัศมี และนางสการะวาตี ที่อิเหนาได้มาระหว่างปลอมเป็นโจรชื่อปันหยี  จากนั้นก็ได้กับนางบุษบา โดยทำอุบายลักพานางไปไว้ในถ้ำ หลังจากไปช่วยรบ  แล้วได้เห็นนางเป็นครั้งแรก”เลิศล้ำนารีในแหล่งหล้า”ก็ถึงกับตะลึงจนเหงื่อตกและเกิดความเสียดาย ต่อมาเทวดาผู้ใหญ่ผู้เป็นต้นวงศ์อสัญแดหวาเห็นความประพฤติที่ไม่ค่อยงามนักของอิเหนา ก็เลยบันดาลลมให้หอบนางบุษบาหายไปและแปลงกายให้นางเป็นชายชื่อ อุณากรรณไปอยู่อีกเมือง ฝ่ายอิเหนากลับมาไม่พบนางในถ้ำก็ออกตามหา ระหว่างนี้ก็ได้นางกันจะหนา เป็นเมียอีกคน กว่าอิเหนาและบุษบาจะลงเอยกันได้ ต่างก็ต้องผจญภัยพลัดบ้านพลัดเมืองกันอยู่นาน ท้ายที่สุด ก็ไปพบกันที่เมืองกาหลัง พระบิดาอิเหนาและกษัตริย์ญาติวงศ์พงษ์อสัญแดหวาทั้งหลาย  จึงได้มาจัดพิธีอภิเษกอย่างเป็นเรื่องเป็นราวให้แก่อิเหนาที่เมืองกาหลังนี่เอง  โดยเห็นว่าอิเหนานั้นเป็นผู้มีพระเดชาที่เป็นทีเกรงขาม และมีอิสตรีที่รักล้วนโสภา  จึงควรแต่งตั้งอภิเษกตามตำแหน่งมเหสีที่มีได้ ๕ ตำแหน่งเพื่อเป็นเกียรติยศต่อไป คือ ตำแหน่งประไหมสุหรีหรืออัครชายาฝ่ายขวา  ได้แก่ นางจินตะหราวาตี  ส่วนนางบุษบา เป็นอัครชายาฝ่ายซ้าย  ตำแหน่งมะเดวี  ฝ่ายขวา  คือ นางสการะวาตี    มะเดวีฝ่ายซ้าย คือ  นางมาหยารัศมี ตำแหน่งมะโตฝ่ายขวา  ได้แก่ นางบุษบาวิลิศ  มะโตฝ่ายซ้าย คือ นางกันจะหนา  ตำแหน่งลิกูฝ่ายขวาได้แก่ กะระติกา  ลิกูฝ่ายซ้ายได้แก่ นางอรสา ตำแหน่งเหมาหลาหงี ฝ่ายขวา ได้แก่  นางสุหรันกันจา  เหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย  ได้แก่  นางหงยาหยา  สรุปแล้ว  อิเหนามีเมียทั้งหมด ๑๐ คน  อีกคนที่ได้ชื่อว่าเจ้าชู้ก็คือ พระอภัยมณี เพราะมีเมียถึง ๕ คน แต่ส่วนใหญ่คงจะทราบประวัติกันดีแล้ว
ที่นี้ก็มาถึง ขุนแผน พระเอกนักรักที่กล่าวถึงข้างต้น ว่ากันว่านอกจากจะหล่อเหลาแล้ว ขุนแผนยังเป็นคนมีวาจาอ่อนหวานคมคาย  และยังเป็นผู้มีวิชาความรู้ดี ไม่ว่าด้านตำรับตำราพิชัยสงคราม  วิชาอยู่ยงคงกระพัน เลี้ยงผีพราย สะเดาะโซ่ตรวน เสกใบมะขามเป็นต่อแตน และถอนอาถรรพ์  เป็นต้น ตอนเป็นแม่ทัพออกรบครั้งแรก  ขุนแผนซึ่งมีชื่อเดิมว่า “พลายแก้ว” อายุเพียง ๑๗ ปีเท่านั้น และยังรบชนะในศึกเมืองเชียงทองด้วย  พระพันวษาเลยแต่งตั้งให้เป็น “ขุนแผนแสนสะท้าน” ขุนแผนมีเมียทั้งหมด ๕ คน ได้แก่
           นางพิมพิลาไลย ที่มักเรียกสั้นๆกันว่า “นางพิม” เป็นลูกของนางศรีประจัน กับพันศรโยธาซึ่งเป็นพ่อค้า แต่ตายไปตั้งแต่นางยังเล็ก  นางพิมเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตางดงาม  อายุอ่อนกว่าขุนแผน ๒ ปี เป็นเมียคนแรกของขุนแผน และเป็นเมียที่เขารักที่สุด ขณะเดียวกันก็ทำให้เขาเจ็บแค้นมากที่สุดเช่นกัน  นางพิมมีลูกชายกับขุนแผนคนหนึ่ง คือ  พลายงาม  จะว่าไปแล้ว  แม้นางพิมจะปากร้าย แต่ก็เป็นผู้หญิงที่น่าสงสารไม่น้อย เพราะจริงๆนางก็รักเดียวใจเดียวกับขุนแผน  แต่ถูกแม่บังคับให้แต่งกับขุนช้าง ซึ่งก็ช้ำใจพออยู่แล้ว หนำซ้ำขุนแผนกลับจากรบยังพาเมียใหม่คือ นางลาวทองมาอีก  อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็ป่วยหนัก  จนต้องเปลี่ยนชื่อเป็น “นางวันทอง” ตลอดเวลาที่นางมีชีวิตอยู่ ล้วนแต่มีคนมากะเกณฑ์ชีวิตให้ ดังนั้น พอสุดท้ายต้องตัดสินใจเองว่าจะเลือกอยู่กับใครระหว่างขุนแผนและขุนช้าง นางจึงขาดความมั่นใจ ลังเล  ก็เลยถูกประหารชีวิตในที่สุด
           นางสายทอง  เมียคนที่สอง  เป็นทาสในครอบครัวนางศรีประจันต์ และเป็นพี่เลี้ยงนางพิม  มีอายุมากกว่านางพิม ๖ ปี มากกว่าขุนแผน ๒ ปี  นางเป็นแม่สื่อแม่ชักให้ขุนแผนกับนางพิม  และก็คงจะมีใจต่อขุนแผนด้วยเช่นกัน ดังนั้น พอขุนแผนลอบไปหานางพิมและได้เสียกันแล้ว  ก็คิดว่า “ครานั้นพลายแก้วคะนึงตรอง ถึงสายทองที่ทวงสินบนนั่น  ครั้นว่าจะหาเงินมาให้ปัน  ก็เสียชั้นเชิงชาติเจ้าชู้ไป” ว่าแล้วก็แอบไปหา ได้นางเป็นเมียอีกคน  แต่ก็ไม่ได้เลี้ยงดูหรือยกย่องเป็นเมียออกหน้าออกตาแต่ประการใด  คล้ายๆกับเป็นการตอบแทนคุณที่ช่วยเป็นแม่สื่อ  การได้นางสายทองจึงเป็นเพราะความเจ้าชู้และความคึกคะนองประสาวัยหนุ่ม
           นางลาวทอง  เป็นลูกสาวของแสนคำแมน  นายแคว้นบ้านจอมทอง ซึ่งพ่อยกให้ขุนแผนเพื่อตอบแทนบุญคุณที่กองทัพพลายแก้วไม่ได้รุกรานผู้คนในหมู่บ้านให้เดือดร้อน  นางจึงนับเป็นเมียคนที่สาม เมื่อขุนแผนชนะศึก พานางกลับไปสุพรรณบุรี  ได้เจอกับนางวันทองก็เกิดการหึงหวงกันขึ้น  ขุนแผนโกรธนางวันทองจึงพานางลาวทองไปอยู่เมืองกาญจน์ ต่อมานางป่วย ขุนแผนไปเยี่ยม ขุนช้างก็เลยถือโอกาสใส่ความว่าขุนแผนหนีเวร  นางจึงถูกพรากให้เข้าไปอยู่ในวัง ระหว่างนี้ด้วยความแค้นขุนแผนจึงหนีไปแสวงหาของดีสามอย่างคือ ดาบฟ้าฟื้น  ม้าสีหมอก และกุมารทอง แล้วกลับมาพานางวันทองหนีไป  ภายหลังกลับมาสู้คดี จนชนะขุนช้าง  และทูลขอนางลาวทองกลับไปอยู่กับตน  ทำให้พระพันวษากริ้วคล้ายว่าได้คืบจะเอาศอก จึงสั่งจำคุกขุนแผนเสีย ๑๕ ปี  นางวันทองก็ถูกขุนช้างฉุดกลับไปอยู่กับตนอีก จนคลอดพลายงามลูกขุนแผน  เมื่อเกิดศึกเชียงใหม่ “พลายงาม” ได้อาสาไปรบพร้อมขอพ่อไปช่วยด้วย ขุนแผนจึงพ้นโทษ ครั้นชนะศึกกลับมา  นางลาวทองก็ได้รับอภัยโทษกลับมาอยู่กับขุนแผน  ซึ่งช่วงนี้นางวันทองยังต้องอยู่กับขุนช้างเพราะถูกฉุดไปตั้งแต่ตอนขุนแผนติดคุก  จนกระทั่งพลายงามลอบจะพาแม่หนี เป็นคดีกัน  ในที่สุดนางวันทองก็ถูกประหารชีวิตเพราะตัดสินใจไม่ได้ว่าจะอยู่กับใคร   ส่วนขุนแผนภายหลังได้เป็น “พระสุรินทรฤาไชย เจ้าเมืองกาญจน์”อยู่กับเมียที่เหลืออยู่คือ นางลาวทองและนางแก้วกิริยา
           นางบัวคลี่  เป็นเมียคนที่สี่ของขุนแผน  เป็นแม่ของกุมารทอง หนึ่งในของดีที่ขุนแผนได้มาตอนหนีคดีที่ถูกขุนช้างใส่ร้าย  นางบัวคลี่เป็นลูกสาวของหมื่นหาญซึ่งมีอาชีพทำไร่  ล่าสัตว์และยังเป็นโจรด้วย  นางเป็นคนสวยคนหนึ่ง  เมื่อขุนแผนออกเสาะแสวงหาของดีสามอย่าง  มาพบกับบัวคลี่ก็มีความพึงพอใจ และดูลักษณะก็รู้ว่านางจะให้ลูกชายเป็นคนแรก  ดังนั้น  จึงฝากตัวเป็นสมุนของพ่อนาง และได้ช่วยงานหมื่นหาญ  จนพ่อนางยกนางให้เป็นภรรยา   ต่อมา  หมื่นหาญเกิดระแวงกลัวขุนแผนจะยึดอำนาจเพราะมีวิชาอาคมเก่งกว่า จึงวางแผนให้นางบัวคลี่วางยาพิษผัวตัว  นางก็เชื่อพ่อ  แต่ผีพรายของขุนแผนได้มากระซิบบอก  ขุนแผนรู้ตัวก็แค้นเคืองนางที่ไม่ซื่อ จึงแกล้งทำเป็นถูกยาพิษ ไม่สบาย  ครั้นนางนอนหลับก็ใช้มีดผ่าท้อง ควักลูกออกมาทำพิธีปลุกเสกเป็นกุมารทอง  ซึ่งแต่เดิมแม้ขุนแผนอยากจะได้กุมารทอง    ก็คงไม่คิดว่าจะทำเช่นนี้  แต่บังเอิญนางมาคิดทรยศเพราะเชื่อพ่อซะก่อน  ก็เลยต้องมาตายอย่างน่าอนาถ  และเชื่อว่านางบัวคลี่ก็รักขุนแผนไม่น้อย แต่ความกตัญญูต่อพ่อ ทำให้ต้องทำ
           นางแก้วกิริยา เป็นเมียคนที่ห้า  และคนสุดท้ายของขุนแผน นางเป็นลูกพระยาสุโขทัยกับนางเพ็ญจันทร์ พ่อพานางมาขายฝากเป็นทาสของขุนช้างเพื่อใช้หนี้ ขุนช้างนึกเอ็นดูจึงเลี้ยงนางไว้เหมือนน้องสาว ตอนที่ขุนแผนหาของดีได้แล้ว  ได้กลับมาเรือนขุนช้างจะพานางวันทองหนี แต่เข้าห้องผิด ไปเข้าห้องของนาง จึงได้นางเป็นเมียอีกคน  พร้อมทั้งให้เงินไถ่ตัวไว้ด้วย   นางแก้วกิริยาถือได้ว่าเมียที่ดีและซื่อสัตย์ยิ่ง  เพราะตอนขุนแผนต้องโทษจำคุก ๑๕ ปี นางก็คอยไปเยี่ยมเยียนและปรนนิบัติดูแลจนพ้นโทษ นางมีลูกกับขุนแผนหนึ่งคน  คือ พลายชุมพล
จากเรื่องย่อของ “พระเอกในวรรณคดี” ข้างต้น  เราจะเห็นได้ว่า  พระเอกของเราส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ “มีรูปต้องตา” คือ หล่อๆทั้งนั้น  หล่อสุดคง จะได้แก่ พระลอ ที่สาวได้ยินแค่เสียงลือเสียงเล่าอ้างฯ ก็หลงรักเสียแล้ว  ส่วนขี้ริ้วที่สุด คงเป็น เจ้าเงาะ ที่มีนางรจนาเห็นรูปทองอยู่คนเดียว นอกจากมีรูปสมบัติแล้ว  ส่วนมากก็มักมีฐานะดีด้วย  เพราะเป็นถึงลูกกษัตริย์หรือเจ้าเมือง  ยกเว้นแต่ขุนแผนที่เป็นสามัญชน แต่ที่น่าจะเป็นเสน่ห์อีกอย่างของพระเอกทั้งหลาย  คงจะได้แก่  “วิชาความรู้” อันเป็นคุณสมบัติที่ “ต้องใจ” สาวๆทุกยุคทุกสมัย  แม้แต่พระอภัยมณีซึ่งรบไม่เป็น ก็ยังมี “เพลงปี่พิฆาต” ไว้เป่าสะกดศัตรูหรือทำให้สาวงงงวยได้  กล่าวได้ว่าพระเอกในวรรณคดี ก็เป็นประเภทสูตรสำเร็จคล้ายสมัยนี้ คือ “รูปหล่อ  พ่อรวย  การศึกษาดี ดีกรีนอก”(ส่วนใหญ่จบการศึกษาจากต่างเมือง)
           หากจะสรุป “พระเอก”ที่เข้าข่ายมีเมียแยะ  และถูกกล่าวหาว่า“เจ้าชู้” และเป็นที่รู้จักกันดีก็ คือ อิเหนา  ขุนแผน  และพระอภัยมณี  สำหรับ อิเหนา แม้จะเจอะเจอใคร ก็ตกหลุมรัก  ได้เขาเป็นเมียไปหมด จนท้ายสุดมีเมียตามตำแหน่งได้ถึง ๑๐ คน เรียกว่าเจ้าชู้ไม่เบาแล้ว  แต่เมื่อเทียบกับ “พระอภัยมณี” ที่มีเมียน้อยกว่า คือมีเพียง ๕ คน  ต้องถือว่า พระอภัยมณีแน่กว่า เพราะมีเมียต่างเพศต่างพันธุ์  ชนิดข้ามสปีชีส์ไปเลย เป็นความสามารถเฉพาะตัว หากอยู่ถึงสมัยนี้ คงได้ลงข่าวหน้าหนึ่งฐานมีเมียแปลก  อย่างไรก็ดี  หากจะให้หนุ่มๆเลือกระหว่างเป็น อิเหนา  พระอภัยมณี และขุนแผน  เชื่อว่าส่วนใหญ่ คงจะขอเลือกเป็น “ขุนแผน” แน่  ทั้งๆที่ขุนแผนมีเมียจริงๆเพียง ๕ คนเท่ากับพระอภัยฯแต่น้อยกว่าอิเหนาเท่าตัว  ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น  สาเหตุหนึ่ง อาจเป็นเพราะตามประวัติ   นอกจากจะหน้าตาดีแล้ว  ขุนแผนยังมีวิชาอาคม และมีเวทย์มนต์แก่กล้าสารพัด     แต่ที่หนุ่มๆหลายคนอยากจะมีบ้าง  น่าจะเป็นคาถามหาละลวยที่เราเรียกว่า“นะจังงัง” ที่เป่าแล้ว ทำให้สาวๆหลงนั่นแหละ  ซึ่งจะว่าไปแล้วหากจะดูตามเนื้อเรื่อง เมียแต่ละคนที่ได้มา ก็ไม่ปรากฏชัดว่า ขุนแผนใช้คาถาที่ว่านี้สักเท่าใด  ดูแล้ว “เสน่ห์ขุนแผน” น่าจะมาจากหน้าตา บุคลิกความเป็นผู้นำและวาจาไพเราะเสียมากกว่า  ซึ่งเจ้าตัวก็คงทราบดี และมีพื้นฐานเจ้าชู้อยู่ด้วย  พอเห็นสาวใดต้องใจจึง ”หว่านเสน่ห์” ไปทั่ว  จนมีเมียถึง ๕ คนตามที่กล่าวข้างต้น  สรุปแล้ว ขุนแผน คงมีเสน่ห์จริง จึงมัดใจสาวไว้ได้  และเป็นแบบฉบับ “หนุ่มเจ้าเสน่ห์”  ที่หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทุกยุคทุกสมัยอยากเป็นบ้าง   แต่สำหรับสาวๆคงจะคิดหนักหน่อย  ว่าอยากได้แฟนเช่น “ขุนแผน” หรือเปล่า
                                   คุณล่ะ ถ้าต้องเลือก จะเลือก “พระเอกหนุ่มในวรรณคดี”  คนไหนดี?
........................................
อมรรัตน์  เทพกำปนาท
กลุ่มประชาสัมพันธ์   สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ  กระทรวงวัฒนธรรม
บันทึกการเข้า
Malagao
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 08:56

 พระราม พระลักษณ์  
บันทึกการเข้า
Malagao
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 09:28

 นายในวรรณคดีด้วยหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
Malagao
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 09:29


รูปไม่ขึ้นแฮะ
ต้องจุดธุปบอกก่อนหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
Malagao
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 09:30

อีกคนนะ เขาคู่กัน
บันทึกการเข้า
Malagao
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 13:11


บุเรงนองกะยอดินนรธา
( จะเด็ด ตอนอายุ 80 )
บันทึกการเข้า
Malagao
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 19:18

ฝนกำลังตก
น้ำกำลังจะท่วม
เรียกไกรทองมาไว้ก่อน
จะได้อุ่นใจ
บันทึกการเข้า
Malagao
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 20:05

เจ้าเงาะกับรจนา
บันทึกการเข้า
Malagao
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 20:07

เจ้าเงาะถอดรูปแล้ว หล่อแมะ สู้ท้าวสามล ได้หรือเปล่า
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง