เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
อ่าน: 12054 ข่าวเท็จสมัยรัชกาลที่๔ ซึ่งคนสมัยนี้ช่วยกันแพร่
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30548

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 10:17

ตามไปอ่านบทความในมติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1352354938

ขอตั้งข้อสังเกตตามนี้ค่ะ
1    หลังการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2367 ก็เกิดเสียงร่ำลือว่านี้คือ "ฆาตกรรมอำพราง"
เสียงร่ำลือพาดพิงถึงบุคคลที่ได้ประโยชน์
หนึ่งคือ เจ้าจอมมารดาเรียม พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และเป็นพระราชชนนีของกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์
หนึ่งคือ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ที่ขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ที่แม้จะเป็น "ลูกชายคนโต" และมีทั้งอำนาจและบารมีในขณะนั้น แต่โดยราชประเพณีของการสืบสันตติวงศ์ต้องถือว่าพระองค์ไม่มีสิทธิ
เสียงร่ำลือดังยาวนานมาเกือบ 200 ปี เบาบ้าง ตามเหตุบ้านการเมืองแต่ละช่วง


เรื่องนี้เป็นข้อหาฉกาจฉกรรจ์  ถ้ากล่าวหาอย่างเต็มปากเต็มคำขนาดนี้ก็ต้องมีแหล่งอ้างอิงที่กล่าวหาเต็มปากเต็มคำเช่นกัน   จึงน่าแปลกใจว่าผู้เขียนไม่ได้อ้างเลยว่า เสียงร่ำลือที่ยาวนานมาเกือบ 200 ปีนั้นมีหลักฐานจากที่ใดบ้าง   
เรื่องร้ายกาจขนาดนี้ และถ้าลือกันยาวนานขนาดนี้น่าจะเป็นที่รู้กันทั่วไป   เพราะจะต้องมีหลักฐานมากกว่าหนึ่ง  และสืบทอดบอกเล่ากันมาในหลายรัชกาล  ไม่ใช่ว่าผุดขึ้นมาในบทความ ศิลปวัฒนธรรม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30548

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 10:26

2   
"สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดำรงราชสมบัติมาตั้งแต่ปีมะเส็งเอกศก มาถึง ณ วันพุธ เดือนแปด แรมสี่ค่ำ ปีวอกฉศก ทรงพระประชวรให้มึนเมื่อยพระองค์ เรียกพระโอสถชื่อจารในเพชรข้างที่ ที่เคยเสวยนั้นมาเสวย ครั้นเสวยแล้วให้ร้อนเป็นกำลัง เรียกทิพยโอสถมาเสวยอีก พระอาการก็ไม่ถอยให้เชื่อมซึมไป แพทย์ประกอบพระโอสถถวายก็เสวยไม่ได้ มิได้ตรัสสิ่งไร มาจนถึง ณ วันพุธ เดือนแปด แรมสิบเอ็ดค่ำ เวลาย่ำค่ำแล้วห้าบาทเสด็จสู่สวรรคต"

จารในเพชร และทิพยโอสถ เป็นพระโอสถชนิดใด มีคุณสมบัติอย่างไร ผู้เขียน (ปรามินทร์) ตรวจสอบค้นหาชื่อและสรรพคุณทางยาจาก ตำราพระโอสถ ครั้งรัชกาลที่ 2 หากไม่พบยาชื่อดังกล่าวทั้งที่เป็นพระโอสถ "ที่เคยเสวย"

พระโอสถชื่อ "จารในเพชร" พระโอสถที่เรียกเสวยได้เองน่าจะเป็นยาสามัญพื้นฐานทั่วๆ ไป แต่กลับเกิดพระอาการ "ร้อนเป็นกำลัง"


ในเมื่อคุณปรามินทร์เองก็ยังตรวจสอบไม่ได้ว่าพระโอสถทั้งสองอย่างนั้นเป็นยาอะไรแบบไหน    ก็ไม่ควรจะเดาต่อว่าเป็นยาสามัญหรือยาเฉพาะทาง เพราะข้อนี้เรียกว่าขาดหลักฐานเสียแต่ต้นมือแล้ว เกิดจากผู้ค้นคว้าหาคำอธิบายต่อไม่พบ    จึงไม่ควรเหมาต่อไปอีกเพื่อสนับสนุนความเชื่อของตน
การใช้คำว่า เสวยยาสามัญก็เกิดพระอาการร้อนเป็นกำลัง    เหมือนบอกใบ้ว่า เพราะทรงถูกวางยาพิษ เลยเกิดอาการร้อนขึ้นมาในพระองค์   ทั้งๆเสวยยาสามัญ ไม่น่าจะเกิดอาการนี้   
จริงๆแล้วเราเองก็ไม่รู้ว่าทรงประชวรเป็นโรคอะไร   มันจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับยาสองอย่างนั้นก็ได้   คนป่วยด้วยโรคหนึ่งไปกินยาที่ไม่ได้รักษาอาการโรคนั้น    อาการกำเริบขึ้นมา ก็ไม่แปลก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30548

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 10:33

3   กลับไปถึงเสียงร่ำลือที่พาดพิงถึงเจ้าจอมนั้น หมอมัลคอล์ม สมิธ หมอหลวงประจำราชสำนักรัชกาลที่ 5 บันทึกถึงสิ่งที่เขาได้ยินได้ฟังมาในวังหลวงไว้ในหนังสือราชสำนักสยามฯ ว่า

"หลังจากที่ทรงผนวชได้เพียง 2 สัปดาห์ พระราชบิดาของพระองค์ [รัชกาลที่ 2] ก็เสด็จสวรรคตลงอย่างปัจจุบันทันด่วน พระนั่งเกล้าฯ พระเชษฐาซึ่งมีตำแหน่งสำคัญในราชอาณาจักรและยังทรงได้รับการสนับสนุนจากพระมารดาซึ่งแม้จะมีฐานะเป็นเพียงเจ้าจอมแต่ก็เป็นหญิงที่มีเล่ห์เหลี่ยม ทำให้พระองค์ทรงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดราชสมบัติ"


นี่ก็เหมือนจะให้เข้าใจว่าสมเด็จพระศรีสุลาลัยอยู่เบื้องหลังแผนวางยาพิษ       ถ้าจะเอาความจริงจากการอ้างนี้ก็ควรจะไปหาต้นฉบับมาดูให้สิ้นสงสัยว่า "มีเล่ห์เหลี่ยม" นั้นหมอสมิธใช้คำว่าอะไร   cunning  หรือ  sophisticated  หรืออะไรกันแน่          และหมอสมิธพูดอะไรให้เห็นว่า  สมเด็จพระศรีสุลาลัยท่านช่วยกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์กำจัดพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ 
หมอสมิธไม่ได้อยู่ใต้กฎหมายสยาม   เขียนเรื่องเล่านี้เป็นภาษาอังกฤษ ตีพิมพ์ในเมืองนอก    แกไม่จำเป็นต้องมากลัวเกรงอะไรถ้าจะเอ่ยถึงข่าวลือในสามรัชกาลก่อนหน้านี้     ถ้าไม่มี  นอกจากคำว่า มีเล่ห์เหลี่ยม ที่ผู้แปลแปลเป็นไทยอีกที    ก็ถือว่ายังไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือได้

คุณเพ็ญชมพูน่าจะมีหนังสือของหมอสมิธ ซึ่งแปลกันสองสำนวน     พอจะค้นมาบอกกันได้ไหมคะ   ดิฉันก็มีเหมือนกันแต่ตอนนี้ยังหาไม่เจอ
บันทึกการเข้า
hobo
พาลี
****
ตอบ: 324


ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 11:37

ผมมีต้นฉบับของ Malcolm Smith พิมพ์ครั้งแรก หน้า 21 แกว่า

..., Pra Nang Klao, with the support of a scheming mother, a small but powerful clique of his own, and because he had already held high office in the State, secured the throne.
บันทึกการเข้า
hobo
พาลี
****
ตอบ: 324


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 11:41

ส่วนแม่ท่านจะวางแผนอย่างใด นั้นสุดจะทราบได้ ล้วนเป็นการคาดเดาทั้งสิ้นครับ ที่น่าสงสัยคือหมอสมิทไม่รู้ไม่เห็นด้วยตัวเองแน่ๆ ไปฟังมาจากใคร คนที่พูดให้ฟัง แสดงว่าเรื่องนี้เป้นที่รู้กันหรือพูดกันมาก่อนใช่หรือไม่ เพราะการอ้างถึงเจ้าจอมมารดาคนหนึ่งอย่างนี้ โดยไม่มีเหตุมาก่อน น่าประหลาดครับ ไม่มีความจำเป็นเลย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 11:50

ข้อ ๒.
ขอให้คุณเพ็ญหาเอกสารมาสนับสนุนข้อความเหล่านี้หน่อย

๑"หลังจากที่ทรงผนวชได้เพียง 2 สัปดาห์ พระราชบิดาของพระองค์ [รัชกาลที่ 2] ก็เสด็จสวรรคตลงอย่างปัจจุบันทันด่วน พระนั่งเกล้าฯ พระเชษฐาซึ่งมีตำแหน่งสำคัญในราชอาณาจักรและยังทรงได้รับการสนับสนุนจากพระมารดาซึ่งแม้จะมีฐานะเป็นเพียงเจ้าจอมแต่ก็เป็นหญิงที่มีเล่ห์เหลี่ยม ทำให้พระองค์ทรงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดราชสมบัติ"
เหตุการณ์ใดที่บ่งบอกว่าเจ้าจอมมารดาเรียมเป็นหญิงที่มีเล่ห์เหลี่ยม และที่สำคัญคือมีอำนาจเหนือเจ้านายฝ่ายหน้าและมุขอำมาตย์ทั้งหลาย

คุณเพ็ญชมพูน่าจะมีหนังสือของหมอสมิธ ซึ่งแปลกันสองสำนวน     พอจะค้นมาบอกกันได้ไหมคะ   ดิฉันก็มีเหมือนกันแต่ตอนนี้ยังหาไม่เจอ

สำนวนแปลของ คุณพิมาน แจ่มจรัส ในชื่อหนังสือ  "หมอฝรั่งในวังสยาม" แปลจากหนังสือชื่อ "A Physician at the Court of Siam"  ของ นพ.มัลคอล์ม สมิธ พิมพ์ครั้งที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๕๑ หน้า ๑๑ ความว่า

หลังจากผนวชเพียงสองสัปดาห์ พระบรมราชชนกก็เสด็จสวรรคตกะทันหัน พระเชษฐาคือ พระนั่งเกล้าฯ เสด็จขึ้นครองราชย์ ทั้งนี้เป็นผลจากการสนับสนุนของพระราชชนนีผู้ชาญฉลาด กับพระบรมวงศานุวงศ์กลุ่มเล็ก ๆ แต่มีอำนาจยิ่งของพระองค์รวมทั้งการที่ได้ดำรงพระยศอยู่ในลำดับสูงตามลำดับการสืบราชสันตติวงศ์

คำว่า "มีเล่ห์เหลี่ยม" กับ "ผู้ชาญฉลาด" เป็นวาทะของผู้แปลโดยแท้ ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 12:16

อ้างถึง
เหตุการณ์ใดที่บ่งบอกว่าเจ้าจอมมารดาเรียมเป็นหญิงที่มีเล่ห์เหลี่ยม และที่สำคัญคือมีอำนาจเหนือเจ้านายฝ่ายหน้าและมุขอำมาตย์ทั้งหลาย

ข้างบนของคุณเพ็ญ เป็นแค่คำใส่ร้ายของฝรั่งที่มาเมืองไทยสมัยร๔-ร๕ แล้วคนไทยบางคนมาอ้างกันต่อ แต่มีเอกสารไทยใดๆมายืนยันเรื่องนี้บ้าง คุณเพ็ญยังไม่ได้ตอบผมนะครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30548

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 12:16

     หมอสมิธ เป็นคนที่สนใจรายละเอียดเล็กน้อยของสังคมไทยอยู่มาก  ไม่ได้บันทึกเฉพาะเหตุการณ์ใหญ่ๆในประวัติศาสตร์ที่ตัวเองประสบเท่านั้น   แต่พยายามเข้าใจความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ของบุคคลต่างๆที่เขาได้พบปะคลุกคลีด้วย     บันทึกของหมอจึงทำให้เราเข้าใจได้หลายอย่างถึงเรื่องที่คนไทยไม่ได้บันทึกไว้     อ่านสนุกมากค่ะ

    ส่วนเรื่องข้างบนนี้หมายถึงอะไร  ก็พอจะตีความได้จากคำบอกเล่าที่อ่านพบมาก่อน  หนึ่งในนั้นคือจากหนังสือของคุณจุลลดา ภักดีภูมินทร์์ หรือม.ล.ศรีฟ้า ลดาวัลย์ที่บรรพบุรุษของท่านสืบสายตรงจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ      ท่านเล่าว่าเมื่อกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงมีวังของพระองค์เองอยู่ตรงมหาวิทยาลัยศิลปากรในปัจจุบัน    เจ้าจอมมารดาเรียมก็กราบถวายบังคมลาออกมาจากพระบรมมหาราชวังมาอยู่กับท่าน      
    กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงรับผิดชอบงานบ้านเมืองหลายอย่าง ในฐานะพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ที่พระชันษาเป็นผู้ใหญ่แล้ว  จึงมีทั้งพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางไปเฝ้ากันตามหน้าที่   เจ้าจอมมารดาเรียมผู้มีฝีมือด้านเครื่องเสวยก็ต้อนรับคนเหล่านี้ด้วยสำรับคับค้อนอย่างดี    ข้อนี้ย่อมผูกใจได้มากว่ามีน้ำพระทัยกว้างขวาง
     ข้อนี้จะเรียกว่า scheming ของแม่ได้หรือไม่     เพราะแม่ที่ฉลาดย่อมช่วยลูกสร้างคะแนนนิยม     จะมุ่งหวังถึงราชบัลลังก์หรือไม่ก็ตาม ไม่มีหลักฐาน    อย่างน้อยที่เห็นๆกันคือช่วยสร้างพระบารมีให้น่านิยมชมชื่น  การทำงานก็จะราบรื่นตามมา  ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องกลัวสิ้นเปลือง  เพราะกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ท่านเป็น "เจ้าสัว" ค้าขายกับเมืองจีนจนมั่งคั่งอยู่แล้ว
    บุคคลพวกนี้เองคือคนที่หมอสมิธเรียกว่า a small but powerful clique of his own

   ในเมื่อมีผู้สนับสนุน มีตำแหน่งสูงในราชการ   การขึ้นสู่ราชบัลลังก์ก็สบายหายห่วง  secured the throne.
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 12:52

หม่อมเรียม
กำเนิดท่านเป็นสามัญชนก็จริงอยู่  แต่ด้วยวาสนาบารมี ส่งเสริมให้ท่านเป็นที่รักและเคารพ ของกษัตริย์ทุกๆพระองค์ที่ได้ทรงรู้จักกับท่าน

ท่านเรียมเป็นธิดาของพระยานนทบุรี เจ้าเมืองนนทบุรี ทางมารดาเป็นมุสลิม นิกายสุหนี่ จึงไม่แปลกที่นามว่า"เรียม"ของท่าน มาจากคำว่ามาเรียมหรือมาริอา ท่านมีผิวพรรณขาวคมคายเป็นที่โปรดปรานในพระสวามียิ่งนัก ภายหลังเมื่อสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จเถลิงราชย์ จึงโดยเสด็จเข้าพระบรมมหาราชวัง ที่พระสนมเอก และทรงว่าห้องเครื่องด้วยจนสิ้นรัชกาล (จะว่าห้องเครื่องได้ต้องเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยอย่างสูงสุดและยังต้องมีฝีมืออย่างเอกอีกด้วย น้อยคนนักจะถึงพร้อม)
 
จะเล่าเลยต่อไปถึงพระอัธยาศัยของท่านเรียมอีกสักหน่อยซึ่งจะสืบไปถึงพระราชอัธยาศัยในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯด้วย  เจ้าคุณจอมมารดาเรียม ท่านกล่าวกันว่าทรงเฉลียวฉลาด และเป็นเจ้าจอมมารดาที่ทรงโปรดปรานยิ่ง ทั้งยังมีพระราชโอรสถวายเป็นกำลังสำคัญแก่แผ่นดินอีกด้วย แต่ท่านก็มิได้เย่อหยิ่งอย่างใด  เป็นเรื่องที่ควรกล่าวไว้ ณ ที่นี้เลย เมื่อสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯทรงมีความสัมพันธ์กับ เจ้าฟ้าบุญรอด(หลังเจ้าจอมมารดาเรียม ๑๕ ปี พระองค์เจ้าทับ พระชนมายุ ๑๔ ปี) เจ้าจอมมารดาเรียมก็ลงให้พระอัครชายาผู้มาที่หลังอย่างเรียบร้อย และต้องด้วยขนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณี (เป็นแบบฉบับให้พระองค์เจ้าทับทรงได้ซึมซับเป็นอย่างดี)  ทั้งยังทรงโอบอ้อมอารีไม่เลือกหน้าหรือชนชั้น วังของท่านคือวังท่าพระ(มหาวิทยาลัยศิลปากรปัจจุบัน)นั้น ที่หน้าวังของท่านตั้งโรงทานสำหรับราษฎรทุกชนชั้น  ส่วนในวังนั้นเป็นที่สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการขุนนาง พอกลับจากเข้าเฝ้าฯในวังหลวงแล้ว วังกรมหมื่นเจษฎาฯจึงเป็นที่พึ่งด้วย เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีร้านอาหาร

และพระจริยวัตรในสมเด็จพระศรีสุลาลัย(เจ้าจอมมารดาเรียม)ที่เป็นที่ซาบซึ้งยิ่งนัก ตอนที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯเสด็จเสวยราชย์ เจ้าฟ้าบุญรอดถึงที่"หมดวาสนา"แล้ว ต้องเสด็จออกจากพระบรมมหาราชวังตามพระราชประเพณี ไปประทับกับพระราชโอรสพระองค์เล็กที่พระราชวังเดิมนั้น ต้องเสด็จข้ามฝากโดยเรือที่ตำหนักแพ คุณจอมมารดาเรียมซึ่งขณะนั้นอยู่ในฐานะพระบรมราชชนนีเป็นที่สูงสุดแล้ว พระองค์ก็ยังทรงอ่อนน้อม เชิญหีบพระศรีตามไปส่งเสด็จถึงตำหนักแพ และลงหมอบถวายหีบพระศรี(เหมือนที่ทรงเคยกระทำ)  สมเด็จพระศรีสุริเยนทราฯทรงก้มพระองค์ลงรับ และตรัสว่า"ลาก่อนละนะ เรียม"
 
พระจริยวัตรอันงดงาม เป็นผู้ดี กอปรทั้งน้ำพระทัยประเสริฐนี้ เป็นเครื่องส่งเสริมบุญวาสนาให้สถิตที่พระอิสริยศสูงยิ่ง  เป็นที่รักของบุคคลทุกชั้นไม่เว้นแม้กษัตริย์


(เก็บความจาก เวียงวัง ของจุลลดา ภักดีภูมินทร์ และคุณกัมม์)

ย่อหน้าสุดท้ายนี้ ยืนยันได้จากรัชสมัยต่อมา เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติแล้ว พระองค์ก็ทรงรับเป็นพระราชภาระในการสร้างวัดที่นนทบุรีต่อจากที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้าง หมายจะทรงอุทิศให้พระราชมารดา กรมสมเด็จพระศรีสุลาลัย และพระอัยกาอัยกี แต่ยังค้างไว้นั้นจนแล้วเสร็จ และพระราชทานชื่อว่า วัดเฉลิมพระเกียรติ

ถ้าทรงหมางพระทัยอยู่ ก็อาจจะไม่เป็นเช่นนี้
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 14:51

ข้อ ๒.๑
อ้างถึง
เหตุการณ์ใดที่บ่งบอกว่าเจ้าจอมมารดาเรียมเป็นหญิงที่มีเล่ห์เหลี่ยม และที่สำคัญคือมีอำนาจเหนือเจ้านายฝ่ายหน้าและมุขอำมาตย์ทั้งหลาย

ข้างบนของคุณเพ็ญ เป็นแค่คำใส่ร้ายของฝรั่งที่มาเมืองไทยสมัยร๔-ร๕ แล้วคนไทยบางคนมาอ้างกันต่อ แต่มีเอกสารไทยใดๆมายืนยันเรื่องนี้บ้าง คุณเพ็ญยังไม่ได้ตอบผมนะครับ

คำตอบของคุณเทาชมพูใน #๕๒ คงจะใช้ได้

ข้อ ๓
๒ซึ่งก่อนหน้านั้น ในรัชกาลที่ 4 แหม่มแอนนาก็เคยได้ยินคำเล่าลือทำนองนี้มาแล้ว
แกเขียนไว้ว่าอย่างไร จะได้วิจารณ์ต่อว่าจริงหรือมั่วนิ่ม

ตรงนี้ยังหาเอกสารยืนยันไม่ได้  ยิ้มกว้างๆ

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 14:59

ข้อ ๔
๓เอกสารชิ้นสุดท้ายที่ปรามินทร์อ้างอิงถึงในครั้งนี้คือ พระราชนิพนธ์ภาษาบาลี ว่าด้วยพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกล่าวถึงสาเหตุแห่งการสวรรคตของพระราชบิดาว่า เสมือนพบเจอกับอสรพิษทำให้สวรรคตกะทันหันไม่ทันพระราชทานพระราชสมบัติให้ผู้ใด
พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นภาษาบาลี? ช่วยหามาดูกันหน่อยเถอะครับ

ข้อมูลตรงนี้ผิดพลาด ที่ถูกต้องคือ  พระราชนิพนธ์ภาษาบาลี ว่าด้วยพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีแปลเป็นภาษาไทยโดย หลวงญาณวิจิตร์  คุณนวรัตนสามารถหาอ่านฉบับเต็มออนไลน์ได้ที่ สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อยู่ลำดับที่ ๓๕ (ตอนนี้อาจจะขัดข้องอยู่ แต่คงเข้าไปอ่านได้ในไม่ช้า)  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 15:13

อ้างถึง
อ้างถึง
อ้างถึง
เหตุการณ์ใดที่บ่งบอกว่าเจ้าจอมมารดาเรียมเป็นหญิงที่มีเล่ห์เหลี่ยม และที่สำคัญคือมีอำนาจเหนือเจ้านายฝ่ายหน้าและมุขอำมาตย์ทั้งหลาย

ข้างบนของคุณเพ็ญ เป็นแค่คำใส่ร้ายของฝรั่งที่มาเมืองไทยสมัยร๔-ร๕ แล้วคนไทยบางคนมาอ้างกันต่อ แต่มีเอกสารไทยใดๆมายืนยันเรื่องนี้บ้าง คุณเพ็ญยังไม่ได้ตอบผมนะครับ
คำตอบของคุณเทาชมพูใน #๕๒ คงจะใช้ได้

ตกลงผู้ที่มีน้ำใจกว้าง ตั้งโรงทานให้ผู้คนทั่วไปและโรงเลี้ยงญาติมิตร กลายเป็นหญิงที่มีเล่ห์เหลี่ยมหรือครับ
อ้างถึง
ทั้งยังทรงโอบอ้อมอารีไม่เลือกหน้าหรือชนชั้น วังของท่านคือวังท่าพระ(มหาวิทยาลัยศิลปากรปัจจุบัน)นั้น ที่หน้าวังของท่านตั้งโรงทานสำหรับราษฎรทุกชนชั้น  ส่วนในวังนั้นเป็นที่สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการขุนนาง พอกลับจากเข้าเฝ้าฯในวังหลวงแล้ว วังกรมหมื่นเจษฎาฯจึงเป็นที่พึ่งด้วย เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีร้านอาหาร

การตีความข้างล่างเป็นคนละความหมายกับบทความที่คุณเพ็ญชมพูยกมา ตกลงจะเอาทางไหนแน่

อ้างถึง
ข้อนี้จะเรียกว่า scheming ของแม่ได้หรือไม่     เพราะแม่ที่ฉลาดย่อมช่วยลูกสร้างคะแนนนิยม     จะมุ่งหวังถึงราชบัลลังก์หรือไม่ก็ตาม ไม่มีหลักฐาน    อย่างน้อยที่เห็นๆกันคือช่วยสร้างพระบารมีให้น่านิยมชมชื่น  การทำงานก็จะราบรื่นตามมา  ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องกลัวสิ้นเปลือง  เพราะกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ท่านเป็น "เจ้าสัว" ค้าขายกับเมืองจีนจนมั่งคั่งอยู่แล้ว
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 15:20

อ้างถึง
อ้างถึง
ข้อ ๓
อ้างจาก: NAVARAT.C ที่  26 ส.ค. 14, 20:22

๒ซึ่งก่อนหน้านั้น ในรัชกาลที่ 4 แหม่มแอนนาก็เคยได้ยินคำเล่าลือทำนองนี้มาแล้ว
แกเขียนไว้ว่าอย่างไร จะได้วิจารณ์ต่อว่าจริงหรือมั่วนิ่ม
ตรงนี้ยังหาเอกสารยืนยันไม่ได้  ยิ้มกว้างๆ

อ้างถึง
อ้างถึง
ข้อ ๔
อ้างจาก: NAVARAT.C ที่  26 ส.ค. 14, 20:22

๓เอกสารชิ้นสุดท้ายที่ปรามินทร์อ้างอิงถึงในครั้งนี้คือ พระราชนิพนธ์ภาษาบาลี ว่าด้วยพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกล่าวถึงสาเหตุแห่งการสวรรคตของพระราชบิดาว่า เสมือนพบเจอกับอสรพิษทำให้สวรรคตกะทันหันไม่ทันพระราชทานพระราชสมบัติให้ผู้ใด
พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นภาษาบาลี? ช่วยหามาดูกันหน่อยเถอะครับ


ข้อมูลตรงนี้ผิดพลาด ที่ถูกต้องคือ  พระราชนิพนธ์ภาษาบาลี ว่าด้วยพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีแปลเป็นภาษาไทยโดย หลวงญาณวิจิตร์  คุณนวรัตนสามารถหาอ่านฉบับเต็มออนไลน์ได้ที่ สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  อยู่ลำดับที่ ๓๕ (ตอนนี้อาจจะขัดข้องอยู่ แต่คงเข้าไปอ่านได้ในไม่ช้า)  ยิงฟันยิ้ม

ถ้างั้น ก็ตอบตรงนี้เลยครับ

NAVARAT.C
อ้างถึง
แล้วตกลงว่า คุณเพ็ญชมพูเชื่อว่ารัชกาลที่๒ ถูกลอบปลงพระชนม์จริงหรือเป็นข่าวลือ ช่วยแสดงจุดยืนหน่อย
เทาชมพู
อ้างถึง
มาลงชื่อว่าเกาะขอบจอรอคุณเพ็ญชมพูอีกคน

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 15:21

คำว่า "มีเล่ห์เหลี่ยม" กับ "ผู้ชาญฉลาด" เป็นวาทะของผู้แปลโดยแท้ ยิงฟันยิ้ม

ตกลงผู้ที่มีน้ำใจกว้าง ตั้งโรงทานให้ผู้คนทั่วไปและโรงเลี้ยงญาติมิตร กลายเป็นหญิงที่มีเล่ห์เหลี่ยมหรือครับ

ขออนุญาตตีความว่าเป็น "ผู้ชาญฉลาด"  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 27 ส.ค. 14, 15:23

ข้อ ๕
แล้วตกลงว่า คุณเพ็ญชมพูเชื่อว่ารัชกาลที่๒ ถูกลอบปลงพระชนม์จริงหรือเป็นข่าวลือ ช่วยแสดงจุดยืนหน่อย

มิบังอาจตั้งตนเป็นผู้พิพากษาคดีนี้ดอก ก็ได้แต่รับฟังและยืนอยู่ระหวางข้อมูลทั้ง ๒ ด้าน อย่างความเห็นของคุณ Eddie Atsadang Yommanak ก็มีข้อมูลทางการแพทย์ที่น่ารับฟังอยู่  ยิงฟันยิ้ม

บทความข้างต้นที่เขียนโดยคุณปรามินทร์ เครือทอง ใน "ศิลปวัฒนธรรม" ฉบับเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ นี้ผมได้อ่านจนจบ และหลังจากนั้นในศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ได้มีการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ โดย ผศ.นพ.เอกชัย โควาวิสารัช ว่าคุณปรามินทร์เขียนขึ้นจากหลักฐานเพียงอย่างเดียวจากหนังสือเรื่อง Rex siamen sium หรือพระเจ้ากรุงสยาม ที่เขียนโดย ส.ธรรมยศ ซึ่งได้รับข้อมูลนั้นมาจากคุณหมอสมิธและจอห์น ครอว์ฟอร์ดอีกที โดยที่ทั้ง ๒ ท่านนี้ไม่ได้อ้างอิงหลักฐานใด ๆ เพียงแต่ได้ยินคนนินทาให้ฟังเท่านั้น ในหน้งสือของ ส.ธรรมยศ มีการให้ข้อมูลที่ผิด ๆ หลายอย่าง เช่น บอกว่า เจ้าจอมมารดาเรียม (แม่ของ ร.๓) คือผู้วางแผนการเปลี่ยนพระมหากษัตริย์ ตลอดจนจัดให้เจ้าฟ้ามงกุฎ (ร.๔) ทรงอุปสมบทโดยทันทีทันใด (หลังจาก ร.๒ สวรรคต) ซึ่งความเป็นจริง เจ้าฟ้ามงกุฎบวชได้ ๒ สัปดาห์แล้ว ร.๒ ถึงสวรรคต คุณปรามินทร์ตั้งประเด็นโดยสมมุติฐานว่า ๑.มีแผนกำจัด เจ้าฟ้ามงกุฎ โดยให้ออกผนวช ๒.ลอบปลงพระชนม์ โดยเจ้าจอมมารดาเรียม (แม่ ร.๓) โดยคุณหมอเอกชัยวิเคราะห์ว่า ร.๒ น่าจะมีอาการพระโรคสมองอักเสบ หรือโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือโรคเนื้องอกของสมอง และสาเหตุการสวรรคตน่าจะเกิดจากการแพ้ยา ไม่ใช่ถูกวางยาพิษ ตามเอกสารอ้างอิงที่กล่าวว่า "ทรงประชวรไข้พิษอันแรงกล้า มิได้รู้สึกพระองค์ ได้แต่เรียกพระโอสถชื่อจาระไนเพ็ชร์..." ซึ่งพอสรุปได้ว่าอาการประชวรของพระองค์เป็นมาก่อนที่จะเสวยยาจาระไนเพ็ชร์ และตามประวัติศาสตร์ ร.๒ ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (ต่อมาคือ ร.๓)กำกับดูแลราชการสำคัญมากมาย มีอำนาจเป็นรองก็เพียง ร.๒ เท่านั้น ในพงศาวดารบันทึกว่า หลังจาก ร.๒ สวรรคต มิได้ตรัสมองราชสมบัติให้ผู้ใด ร.๓ ได้ครองราชสมบัติต่อมาโดย "อเนกมหาชนนิกร สโมสรสมมุติ" คือพระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี และข้าราชการน้อยใหญ่ได้ประชุมกันเห็นว่าพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ใหญ่ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ทรงพระสติปัญญาเฉลียวฉลาด ได้ว่าราชการต่างพระเนตรพระกรรณในพระเจ้าอยู่หัวมาช้านาน มีความจงรักภักดี สมควรจะครองสิริราชสมบัติสืบไป" การจะศึกษาประวัติศาสตร์ ต้องศึกษาวิเคราะห์ให้ถ่องแท้ อย่าฉาบฉวย นักประวัติศาสตร์รุ่นใหม่ ๆ ต่างมีมุมมองที่ต่างกันออกไป อย่าเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างในทันที ต้องศึกษาให้ดีเสียก่อน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.048 วินาที กับ 19 คำสั่ง