เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8
  พิมพ์  
อ่าน: 22976 ใครรู้จักหมี่กรอบบ้างคะ....อยากทราบวิธีทำค่ะ
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 05 มิ.ย. 01, 17:46

ผมก็หมายถึงสาหร่ายแห้งแผ่นใหญ่นั่นแหละครับ ใส่เหมือนๆ ทำต้มจืดแหละครับแต่เป็นต้มจืดที่มีน้ำจิ้มสุกี้ด้วย หรือเป็นสุกี้ที่มีสาหร่ายด้วย นึกเสียว่าเป็นผักอีกชนิดหนึ่ง
เอ็มเคเขาคงไม่พลิกแพลงแผลงๆ อย่างผมหรอกครับ แต่ว่าที่จริง ปลาสวรรค์หรืออะไรที่เอามาลงหม้อไฟก็ห่อด้วยสาหร่ายเหมือนกันนะ ของผมแล้วแต่หาเครื่องได้ วันก่อนไปได้เยื่อไผ่ยูนนานมา ผมยังเอามาลงหม้อสุกี้ได้เลย (ตำรับเดิมดูเหมือนเขากินเป็นต้มจืดเหมือนกัน)

ถ้าใส่สาหร่ายตั้งแต่ตอนเคี่ยวน้ำซุป มันอาจจะเละครับไม่เป็นแผ่น อาจจะทำให้ซุปไม่ใส ไม่สวย มีเศษสาหร่ายลอยเต็ม (แต่ถึงยังงั้นเพื่อนผมก็กินมาแล้ว...) บางทีเอามาใส่ทีหลังเป็นผักอาจจะดีกว่า หรือไม่ก็ อันนี้ไม่เคยทำเองนะครับ นึกว่าเอาใส่ห่อผ้าขาวบางก็คงได้ แล้วเวลาจะกินก็เอาห่อผ้าขาวบางออก หรือกรอง แต่น้ำ ซึ่งยุ่งยากมากสำหรับผม ผมใช้วิธียกไปให้กินทั้งน้ำขุ่นๆ นั่นแหละ เอ็งจะกินไม่กินก็ตามใจ ก็เห็นกินกันทู้กที...

สูตรของคุณพวงร้อย มีวิธีทำให้น้ำซุปใส แบบสูตรซุปคอนซอมเม่ของฝรั่งเศส คือใช้นำค้างในเปลือกไข่ ขยำเปลือกไข่ใส่แล้วช้อนออก อันนี้ต้องถามคุณพวงร้อยให้แน่อีกที ส่วนอีกสูตรของเจ้าก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส  ดูเหมือนใช้กวนสารส้มแกว่งเร็วๆ ให้ตะกอนนอนก้น (อย่าแกว่งนาน เดี๋ยวได้รสสารส้มมากไป) แล้วรินแต่น้ำข้างบนมาทำซุปครับ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 05 มิ.ย. 01, 17:54

มีของอีกอย่างที่ทำให้น้ำซุปอร่อยได้ โดยไม่ต้องใส่ผงชูรส คือ ที่เขาเรียกว่า เอ็นหอย ชื่อภาษาจีนเคยรู้ แต่ลืมไปแล้ว ลักษณะเป็นท่อนสั้นๆ สีน้ำตาลอ่อนๆ กลิ่นเค็มๆ คาวๆ ทะเลๆ เอามาต้มซุปอร่อยมากครับ

จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า เอ็นหอยนี่แหละ (แต่เป็นของสด ไม่ใช่ของที่เขาทำตากแห้งมาแล้วที่ผมใช้) มีการกล่าวถึงในบันทึกของนักโทษการเมืองท่านหนึ่งแห่งเกาะตะรุเตาด้วย จะใช่ท่าน สอ เสถบุตรหรือไม่ ไม่แน่ใจ นักโทษเอามาต้มทำเป็นต้มจืดใส่ผักตามมีตามเกิด เป็นอาหารคนยากอย่างหนึ่งที่อร่อยมาก ผมนึกว่าถ้าเป็นเอ็นหอยสดน่าจะยิ่งอร่อย
บันทึกการเข้า
นนทิรา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 05 มิ.ย. 01, 19:04

ใช่แล้วค่ะ คุณ(ป้า??? ยิ้ม )ก.แก้ว ขนมที่ดิฉันอธิบายมา แต่นึกชื่อไม่ออก คือขนมเล็บมือนางจริงๆด้วย ขอบคุณมากนะคะ แต่หน้าตาเหมือนกับขนมด้วงที่คุณเทาชมพูเอารูปมาแปะให้น่ะค่ะ ก็คงต่างกันที่แป้งอย่างที่คุณก.แก้วว่าไว้  แต่ว่าเดี๋ยวนี้ไม่เคยเห็นใครขายที่ไหนเลยนะคะ ทั้งขนมด้วงและขนมเล็บมือนาง

ตามไปดูเว็บที่คุณเทาชมพูไป copy รูปขนมด้วงมา เห็นรายชื่อขนมแล้วคิดถึงเมืองไทยจริงๆ กลีบลำดวนก็ชอบนะคะ สมัยนี้ก็ยังเห็นทำใส่กล่องวางขายอยู่ บางเจ้าประดิดประดอยทำดอกเล็กๆน่าเอ็นดูมาก แต่ไม่ทราบว่าอุปาทานหรืออคติเองหรือเปล่า แต่รู้สึกว่ากลีบลำดวนสมัยนี้ รสชาติไม่เหมือนกับที่เคยกินตอนเด็กๆ

ขนมผิง....มีอยู่เจ้าหนึ่งที่ดิฉันเคยกินตอนเด็กๆเวลาที่คุณพ่อพาไปเยี่ยมคุณอาที่ทับแก้ว จำได้ว่าอร่อยดี จริงๆอาจจะไม่ใช่รสชาติพิเศษอะไรนัก แต่เป็นสิ่งที่ติดอยู่ใน "ซอกหลืบของความทรงจำ" "รอยรสประทับในหลืบสมอง" (ลอกมาจากคุณพวงร้อยค่ะ) เป็นขนมชนิดหนึ่งที่เคยกินในวัยนั้น พอคุณอาจบไปจากทับแก้วแล้วก็ไม่ค่อยได้กินขนมผิงที่ไหนอีก ไม่ทราบครอบครัวขนมผิงที่ทับแก้วนี่เขายังอยู่หรือเปล่า และยังทำขนมผิงอยู่หรือเปล่าคะคุณเทาชมพู

ต่อด้วยอาหารคาวของคุณนกข. อ่านสูตรสุกี้ของคุณนกข.แล้วรู้สึกอยากกินติดหมัดเลย สุกี้นี่ก็เป็นอาหารที่ติดอยู่ใน "ซอกหลืบของความทรงจำ" เหมือนกันค่ะ อันนี้เป็นอาหารที่จะกินสมัยอยู่รั้วพระเกี้ยว ใช้บัตรนิสิตลด 10% จำได้มั้ยคะ ไปกันทีเป็นฝูง

พูดถึงการต้มน้ำซุป ที่บ้านดิฉันที่เมืองไทย เวลาต้มน้ำซุป บางครั้งก็ใส่กุ้งแห้งด้วยค่ะ นัยว่าทำให้หอมหวาน บางครั้งก็ใส่ปลาหมึกแห้ง แต่ไม่ใช่ปลาหมึกแห้งแบบปลาหมึกเต่าทองนะคะ คิดว่าเป็นปลาหมึกตากแห้งเฉยๆ หรือจะใส่หอยเชลล์แห้งก็ได้ค่ะ หอยเชลล์หรือ scallop เนี่ยแหละ ตากแห้ง หน้าตาจะคล้ายๆอ้อยท่อนสั้นๆตากแห้ง สีออกเป็นสีน้ำตาล ทำซุปข้นๆหน่อยแบบ hot and sour soup ก็ใส่ได้ค่ะ อร่อยดี
บันทึกการเข้า
ฝอยฝน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 05 มิ.ย. 01, 20:41

ฝนได้อ่านความเห็นของเพื่อนๆ  แล้วรู้สึกภาคภูมิใจมากค่ะ  ที่เกิดในเมืองไทย......  
ฝนว่าคนไทยเรานี่ช่างคิดนะคะ....เวลาเรารับวัฒนธรรมของชาติอื่นเข้ามาไม่ว่าจะเป็นงานศิลปทางด้านใด  เราก็รู้จักดัดแปลงให้เข้ากับสถานการณ์รอบตัวนะคะ  ดูแต่พี่ๆที่จากบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่ไกลๆ สิคะ ก็ยังหาหนทางปรุงอาหารไทย  คิดสูตรอาหารได้สุดยอดค่ะ  

ฝนเห็นปรุง อาหารจานหลัก สูตรลดความอ้วน กันไปแล้ว   มาลองทำขนม บ้างไหมคะ....

ขนมที่ฝนชอบอีกอย่างนะคะ  ข้าวเหนียวหน้ากุ้งค่ะ  วันนี้มีสูตรมาฝากค่ะ  ใครไม่กลัวอ้วน ก็ลองทำชิมดูนะคะ  
เครื่องปรุงที่ต้องเตรียมนะคะ มี  กุ้งสด  มะพร้าวขูดขาว  ควรจะขูดด้วยกระต่ายนะคะ ถ้าใครนึกไม่ออก ก็นึกภาพหนูมะหมี่ก็ได้ค่ะ แต่อย่าเพลิน....นึกจนมะพร้าวบูดนะคะ  แล้วก็  พริกไทย  รากผักชี  ตำรวมกันให้ละเอียดค่ะ สูตรของฝนนะคะ  เตรียมมันกุ้งไว้ด้วยค่ะ  ถ้วยโตๆเลยค่ะ  ....
ส่วนเเครื่องปรุงรส  ก็ประกอบด้วย  เกลือ  น้ำตาล  แค่นี้เองค่ะ
เริ่มต้นนะคะ  นำรากผักชี  พริกไทย ที่ตำไว้ลงผัดกับมันกุ้งให้หอมนะคะ  พอจะได้กลิ่นหรือยังคะ  ตามด้วยกุ้งสดค่ะ  ผัดพอสุกนะคะ อย่านานเดี๋ยวแข็งเกินไปค่ะ  แล้วก็ใส่มะพร้าวที่ขูดไว้ลงไปผัดต่อค่ะ  หลังจากนั้นปรุงรสด้วยเกลือ กะ น้ำตาล ตามใจชอบ ลองชิมเองนะคะ  รสชาติถูกปากก็ใช้ได้ค่ะ  
ส่วนข้าวเหนียว  ไม่ยากค่ะ  แช่ข้าว แล้วนึ่งนะคะ
พอสุกนำข้าวเหนียวที่ยังร้อน ชนิดควันขึ้นกรุ่น  มาคลุก  น้ำกะทิ  ที่เคี่ยวสุกแล้ว  น้ำกะทิก็ปรุงรสด้วยน้ำตาล กะ เกลือเช่นกันค่ะ ทิ้งไว้ให้ระอุ  ประเดี๋ยวเดียว    ก็รับประทาน กับ หน้ากุ้งที่เตรียมไว้ได้ค่ะ

แค่นี่ก็อิ่มนะคะ .....อิ อิ  อ้วนด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
แจ้น คนโสด
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 05 มิ.ย. 01, 21:31

ขอบพระคุณคะคุณเทาชมพู  ได้คลิกเข้าไปดูในเว็บที่แนะนำแล้วคะ แต่คงจะไม่ได้ทำเอง เพราะไม่มีฝีมือทางนี้   เคยไปรับประทานที่ร้านอาหารตรงข้ามกับร้านศรแดง ถนนราชดำเนิน   ดูเหมือนจะชื่อร้านอาหารวิจตร... ทำนองนี้แหละคะ
บันทึกการเข้า
ราชาวดี
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 05 มิ.ย. 01, 21:49

ตามคุณแจ้น คนโสด เข้ามาติดๆค่ะ

คืนนี้ทานอาหารคํ่าแล้ว แวะเข้ามาอ่านกระทู้ แล้วก็ยังรู้สึกหิวขึ้นมาอีกค่ะ
บันทึกการเข้า
ก.แก้ว
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 05 มิ.ย. 01, 22:51

วันนี้อิ่มเอมเปรมใจจริง ๆค่ะ ทั้งได้คุยกับเพื่อน ๆ ได้รับประทานอาหารอร่อยด้วยใจมาตลอดวัน มื้อเช้าเป็นหมี่กรอบ  สายหน่อยก็เป็นหมูสะเต๊ะ ตามด้วยทองเอก  กลางวันเป็นยำบุบผา  หรุ่ม ลุดตี่ หันตรา  ม้าห้อ  บ่ายสักหน่อยก็ได้ชืมขนมด้วง แล้วก็เตรียมน้ำซุปสำหรับสุกี้ สูตรคุณเอ็ม เค เค เอ๊ย เอ็น เค เค
เป็นมื้อเย็น ตามด้วยข้าวเหนียวกน้ากุ้ง โอ๊ย
จะแขม่วพุงไปถึงลิฟท์ไหมนะนี่
ขอบคุณคุณเทาชมพูนะคะ ที่กรุณาให้ดูรูปขนมด้วง ตอนที่เล่าให้ฟังลืมไปสีนึงค่ะ คือสีเขียวเห็นรูปแล้วจึงนึกออก อิฉันไม่ได้รับประทานขนมนี้มาได้สัก  30 กว่าปีแล้วค่ะ ไม่น่าเชื่อเลย
ขนมกลีบลำดวนที่คุณนนทิรากล่าวถึงว่ารสชาติไม่เหมือนที่เคยรับประทานสมัยเด็ก คงเป็นเพราะต่างกันที่น้ำมันที่ใช้ผสมแป้งละมัง
สมัยก่อนต้องใช้น้ำมันหมูเจียวใหม่ ๆ ค่ะสูตรของคุณยาย คือ 4:2:1 หมายถึง แป้งสาลี 4 ถ้วย น้ำตาลทราย 2 ถ้วย น้ำมันหมูเจียวใหม่ ๆ 1 ถ้วย นวดให้เข้ากัน แล้วจึงนำมาปั้นเป็นก้อนกลมเท่าผลมะนาว ใช้มีดผ่าก้อนแป้งเป็น 4 ส่วน จะมีลักษณะเมือนกลีบดอกลำดวน  แต่ดอกหนึ่งใช้กลีบแป้งมาติดกันเพียง 3 กลีบ แล้วปั้นแป้งเป็นเม็ดกลมเล็ก ๆ ใส่ตรงกลางเป็นเกศร เทคนิคที่ทำให้แป้งติดกันคือใช้ไข่แดงทา แล้วใช้มีดกรีดกลางเกสรให้เป็นแฉกเหมือดอกจริง แล้วนำเข้าอบ สมัยโบราณที่ไม่มีเตาอบก็จะใช้ผิงไฟถ่าน ด้านล่างและบน เมื่อขนมสุกดี ก็เรียงใส่ขวดโหล
อบเทียนอบจนหอมกรุ่น
มื้อดึกเป็นกลีบลำดวน อร่อยชวนอ้วนดีไหมคะ  ขอความกรุณามีภาพประกอบด้วยนะคะ
คุณเทาชมพู
บันทึกการเข้า
CIEL
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 05 มิ.ย. 01, 23:38

อ่านแล้ว นั่งกลืนน้ำลายไปหลายรอบแล้วค่ะนี่
ยิ่งมาอยู่ไกลบ้าน ยิ่งเห็นด้วยกับที่มีคนเขียนว่า
"เมืองไทยเรานี้แสนดีหนักหนา" จริงๆเลยค่ะ
อยากกลับไปกินอาหารไทยที่เป็นอาหารไทยจริงๆเร็วๆจังเลยค่ะ เฮ้ออออ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 06 มิ.ย. 01, 00:22

จริงๆ แล้ว เคล็ดที่ผมทำสุกี้หม้อไฟนี้ ย้อนกลับไปหารากเดิมที่เป็นญี่ปุ่นมากหน่อย มีทั้งสาหร่าย ทั้งไชเท้า (ญี่ปุ่นเรียก ไดกอง) แถมแอบรินเหล้ามิริน (มิรินก็จะริน...) เหล้าหวานญี่ป่นเติมลงไปอีกต่างหาก

ซุปคล้ายๆ อย่างนี้ เพื่อนคนไทยแต่เป็น นร. เก่าเมืองญี่ปุ่นมากินแล้วร้องโฮก ... บอกว่า ที่จริงญี่ปุ่นเขาเรียก ซันโคนาเบะ ไม่ได้เรียกสุกี้ยากี้ เป็นอาหารบำรุงกำลังในค่ายนักมวยปล้ำซูโม่ แต่นำจิ้มนั้นไม่ใช่ น้ำจิ้มสุกี้แบบไทยนั้น เป็นอะไรที่หากินไม่ได้ในเมืองญี่ปุ่น (และอร่อยกว่าของญี่ปุ่นแท้ๆ เอง) น้ำจิ้มสุกี้สูตรดั้งเดิมที่เราเอามาทำกินในเมืองไทยเป็นสุกี้กวางตุ้ง ปรับรสให้เข้ากับลิ้นคนไทย เดี๋ยวนี้ได้ข่าวว่า โคคาสุกี้ไปเปิดในญี่ปุ่นแล้ว ให้คนญี่ปุ่นได้รู้ว่า สุกี้ของเขากลายพันธุ์ไปอร่อยกว่าเดิมได้ขนาดไหน
บันทึกการเข้า
แจ้น คนโสด
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 06 มิ.ย. 01, 00:54

สุกี้มื้อดึกใส่แต่ผัก คงไม่ทำให้น้ำหนักขึ้นนะคะ
บันทึกการเข้า
เมรี
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 06 มิ.ย. 01, 01:03

แงแง ตามมาอ่านแล้วน้ำลายสอ ท้องร้องโอดโอย ยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยค่ะ แต่ตอนนี้ก็ดึกเกินไปแล้ว เดี๋ยวจะนอนไม่หลับน่ะค่ะ
แต่ เอ ความคิดดิฉันกำลังเตลิดเปิดเปิงน่ะค่ะ อยากให้มีการแนะนำว่า ร้านไหนที่มีอาหารขึ้นชื่อในประเภทต่างๆบ้างน่ะค่ะ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 06 มิ.ย. 01, 02:11

แหะๆๆ ลองแต่นำ้จิ้มค่ะ คุณนิลกังขา  ทำสุกี้นี่ต้องมีหลายๆคนกินถึงจะอร่อย  ไม่งั้นคนน้อยๆก็ทำได้ไม่เต็มที่  แต่รับรองได้ว่าอาหร่อยมาากกเลยค่ะ

ที่อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี  เมื่อสิบกว่าปีก่อน  มีร้านสุกี้อร่อยที่สุดในโลกอยู่ร้่านนึง  อยู่ตรงกลางๆเมืองหน่อยน่ะค่ะ  ถ้าเค้ายังขายอยู่ถามคนในตลาดคงรู้จักกันทั้งนั้น  กินที่ไหนมาก็หาเทียบได้ยากจริงๆค่ะ  พอได้สูตรคุณ นกข แล้วดิฉันเลยนึกขึ้นได้ว่า  ที่ร้านนี้  ในนำ้จิ้มนี่  เค้าใส่นำ้มันงาเจียวกระเทียมค่ะ  ในนำ้จิ้มของเค้าเลยมีกระเทียมเจียวอยู่ด้วย  รถชาติจัดจ้านถึงกึ๋น  แถมหอมอร่อยหาใดเปรียบ  เป็นรสประทับเหมือน รอยสลักในหลืบสมองที่แคะไม่ออกเลยค่ะ ฮ่าๆๆ  หัวเราะแก้กลุ้มด้วยความอยากกินเจงๆ

วิธีทำนำ้ซุปให้ใสนี่น่าเมื่อยมากเลยค่ะ  เค้า(พ่อครัวแม่ครัวฝรั่งเศส)เคี่ยวกระดูกวัวกันค่อนวัน  ช้อนฟองทิ้งๆๆๆ  เอาเครื่องเทศห่อผ้าโยนลงไป  แล้วตักทิ้งทีหลัง  เอากระดูกออก  แล้วเอากลับไปต้มใหม่  ขยำเปลือกไข่หลายๆฟองที่ยังมีนำ้ค้างไข่ติดอยู่ด้วย  ต้มต่อแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง  จะได้ซุปใสแจ๋วเลยค่ะ  ดิฉันเคยลองทำครั้งเดียวก็เข็ดเลยค่ะ เหอๆๆ  สมัยนั้นบ้าดีค่ะ  เดี๋ยวนี้คิดเสียว่า  กรองทำไม  สารอาหารดีๆเป็นประโยชน์ต่อร่างกายท้างน้านน  ข้อแก้ตัวความขี้เกียจน่ะค่ะ
บันทึกการเข้า
นกเงือก
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 06 มิ.ย. 01, 15:31

อ่านแล้วหิวค่ะ เพิ่งเข้ามาค่ะ ดีใจที่เห็นคนรู้จักในนี้นะคะ ที่น้องแพร ทั้งคุณป้าอินทนิล พี่อ้อยขวั้นด้วย
บันทึกการเข้า
บุรา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 06 มิ.ย. 01, 16:02

กำลังหิวๆ เข้ามาในนี้ อิ่ม ทันทีเลยครับ
บันทึกการเข้า
แจ้น คนโสด
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 06 มิ.ย. 01, 16:31

สวัสดีคะคุณนกเงือก   ที่ฃลบุรีมีอาหารอร่อยขึ้นชื่อบางหรือเปล่าคะ    เข้ามาบอกเล่าเก้าสิบกันบ้าง    เท่าที่ทราบ  ช่วงทานเจของคนไทยเชื้อสายจีนที่ชลบุรีนั้น  เขามีอะไรที่อร่อยๆ  น่ารับประทานไม่แพ้จังหวัดอื่นนะคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง