เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7
  พิมพ์  
อ่าน: 19720 เวนคืนวังสระปทุม แค่คิดก็ผิดแล้ว
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 02 ก.ค. 14, 11:58

การต่อต้านเมื่อเกือบสามสิบปีที่แล้ว บริษัท เจ้าของโครงการ ที่มีกูมาไก กูมิ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ฟ้องเรียกร้องค่าเสียโอกาสจากรัฐบาล๕๐๐๐ล้านบาท แต่มีการประนีประนอมยอมความกัน มีผลให้ข้อเรียกร้องเดิมระงับไป และทำให้อายุความตามหนี้เดิมสะดุดหยุดลง แล้วอายุความเริ่มต้นเดินใหม่ต่อไปอีก ๑๐ ปี ณ วันลงนามสัญญานั้น

ต่อมาบริษัททางด่วนกรุงเทพเองก็ไปไม่รอด เพราะรายได้โดยรวมต่ำกว่าเป้าหมายมหาศาล ไม่เกี่ยวกับรายได้ที่หายไปเพราะไม่มีทางขึ้นผ่านบ้านครัว ซึ่งเท่ากับเนื้อหนู ไม่สามารถนำไปปะเนื้อช้างได้ กูมาไก ก็ทำท่าจะซาโยนาระ เดินทางไกลกลับญี่ปุ่นไป

(ขอพักเที่ยงหน่อย เดี๋ยวมาต่อตอนสำคัญครับ)
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 02 ก.ค. 14, 12:31

มาสู่ไครแม็กซ์ของเรื่อง ใครคือเจ้าของบริษัททางด่วนกรุงเทพในปัจจุบัน?

เช่นกัน ผมจะไม่คัดลอกข้อความที่คิดว่าไม่เกี่ยวออกไป เอาแต่เนื้อๆที่เรากำลังสนใจกันอยู่ แต่ใครอยากจะอ่านต้นฉบับ ก็มีระโยงไว้แล้วตามเคย

http://info.gotomanager.com/news/details.aspx?id=5208

………สายสัมพันธ์ที่กับทางญี่ปุ่นของปลิว น้องชายคนที่ 7 ของตระกูลในระหว่างที่ไปศึกษาต่อที่นั่น คือข้อต่อสำคัญที่นำพาให้ ช. การช่างเข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการทางด่วนขั้นที่ 2 โดยในขั้นแรกนั้น ช. การช่างและโตคิวได้เข้าไปร่วมรับงานในฐานะผู้รับเหมาช่วง (SUB-CONTRACTOR) จากบริษัททางด่วนกรุงเทพหรือบีอีซีแอล และยังเข้าไปร่วมถือหุ้นอยู่ประมาณ 30% ด้วย โดยมีกูมาไก กูมิ ยักษ์ใหญ่ด้านการก่อสร้างจากญี่ปุ่นถือหุ้นใหญ่ 65%

กรณีพิพาทระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทยและบีอีซีแอล ในเดือนตุลาคม 2536 ที่ผ่านมาเป็นเสมือนเชื้อไฟที่ทำให้ความเชื่อมั่นที่จะให้บริษัทผู้รับสัมปทานจากญี่ปุ่นเช่นกูมาไก เข้ามาร่วมทำงานกับคนไทยดูคลอนแคลนไปเป็นอย่างมาก ประจวบเหมาะกับบริษัทกูมาไก กูมิซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นก็ประสบปัญหาทางด้านการดำเนินการ จนได้มีการประกาศขายหุ้นในบริษัททางด่วนกรุงเทพฯ หรือบีอีซีแอลซึ่งมีอยู่ 65% ให้กับนักลงทุนที่สนใจ
ช. การช่างเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการเจรจาซื้อขายหุ้นจากกูมาไก กูมิ ส่วนหนึ่งก็โดยการผลักดันของกลุ่มธนาคารไทยซึ่งเป็นทั้งเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นของบีอีซีแอลด้วย เพราะหากปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังอยู่ ก็จะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสถาบันการเงินเหล่านี้…..

……..ปัญหาข้อสำคัญคือ เรื่องราคาหุ้นที่ทางกูมาไก กูมิตั้งไว้สูงถึง 63 บาทต่อหุ้น รวมแล้วเป็นมูลค่าที่ผู้ซื้อต้องจ่ายประมาณ 3,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การเจรจาซื้อขายหุ้นครั้งนี้ต้องยืดเยื้อยาวนานถึง 4 เดือนเต็ม เพราะว่าทางผู้ซื้อฝ่ายไทยเห็นว่าแพงเกินไป และทางกูมาไก กูมิ ก็ไม่ยอมรับผิดชอบต่อหนี้สินที่มีอยู่ จะขอรับเงินอย่างเดียว
ทาง ช. การช่างและกลุ่มสถาบันการเงิน โดยคำแนะนำของที่ปรึกษาในการเจรจาแก้ลำด้วยการเสนอราคาหุ้นเป็นเงินก้อนหนึ่ง ในจำนวนที่คงที่ แล้วบวกด้วยส่วนแบ่งรายได้ที่คาดว่า รวมทั้งค่าเสียหายจากกรณีพิพาทที่เป็นความกันอยู่หักด้วยหนี้สิน และค่าเสียหายที่อาจจะต้องเกิดขึ้น โดยให้ทางกูมาไก กูมิรับเงินก้อนจำนวนคงที่นั้นไปก่อน ส่วนที่จะบวกหรือหักนั้นจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเจรจากับทางเจ้าหนี้ หรือรอให้คดีที่มีกับการทางฯ ยุติลงเสียก่อน จึงจะได้รับเป็นตัวเงิน
"เรารู้อยู่แล้วว่า เขารับไม่ได้ เพราะเขาต้องการเผ่น เก็บของกลับบ้านแล้วไปเลย แต่ถ้าใช้วิธีการของเรา จะต้องใช้เวลาอีก 4-5 ปี ต้องฟ้องร้องกับการทางพิเศษฯ ซึ่งเขารอไม่ได้" แหล่งข่าวกล่าว…..
……..ในที่สุดราคาที่กูมาไก กูมิตั้งไว้หุ้นละ 63 บาทก็ลดลงมาเหลือเพียง 13 บาท ซึ่งเป็นราคาพาร์บวกด้วยดอกเบี้ย

…….หุ้น 65% ที่ซื้อมาจากกูมาไก กูมิ สถาบันการเงินที่ถือหุ้นอยู่ก่อนแล้วและเป็นเจ้าหนี้ของบีอีซีแอลด้วยได้แบ่งกันรับซื้อไว้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของตัวเอง เช่นแบงก์กรุงเทพฯที่ขอเข้าไปถือหุ้นร่วมกับบริษัทในเครือเช่นบริษัทหลักทรัพย์เอเชียสูงถึง 18% จากเดิมที่ถือหุ้นไว้เพียง 9.5% เท่านั้น
สรุปแล้ว กลุ่มธนาคารพาณิชย์กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบีอีซีแอล 65% ที่เหลืออีก 35% เป็นของ ช. การช่างซึ่งไปดึงเอาพันธมิตรอื่น ๆ อย่างเช่น สวัสดิ์ หอรุ่งเรืองมาร่วมด้วย
แหล่งข่าวที่ปรึกษาของ ช. การช่างเปิดเผยถึงเหตุผลที่ธนาคาร ให้ความสนใจเข้าไปถือหุ้นต่อจากกูมาไกฯ กันมากนั้น เป็นเพราะผลประกอบการของทางด่วนขั้นที่ 2 หรือเงินรายได้จากการเก็บค่าผ่านทาง ภายหลังจากการแบ่งรายได้ให้กับการทางฯ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะเป็นจำนวนสูงถึง 1.3 แสนล้านบาททีเดียว

…….ปัญหาพิพาทระหว่างการทางฯ กับกูมาไกฯ ในอดีต ที่ต่างฝ่ายต่างยื่นฟ้องศาลอ้างว่าอีกฝ่ายหนึ่งทำผิดสัญญา ก็ได้มีการตกลงกันที่จะให้มีการยอมความกันเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นแล้วยังได้มีการแก้ไขปัญหาซึ่งอาจจะมีขึ้นในอนาคตขึ้นมาอีก โดยเมื่อเกิดกรณีพิพาทใด ๆ ขึ้นในอนาคตหากยังไม่สามารถตกลงกันได้ ก็จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ
ปัญหาที่อาจจะหนักใจสำหรับธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่ให้เป็นผู้ถือหุ้น และให้กู้งานทางด่วนขั้นที่ 2 นี้อยู่บ้างก็คงไม่พ้นปัญหาการก่อสร้างพื้นที่ส่วน C และ D หรือ "ปัญหาชุมชนบ้านครัว" นั่นเอง

จนถึงขณะนี้ได้มีการ "ซื้อเวลา" โดยเลื่อนการตัดสินใจกรณีชุมชนบ้านครัวออกไปเป็นเดือนตุลาคม 2537 ที่จะถึงนี้ ซึ่งแม้ว่าทางฝ่ายการทางฯ จะยังคงยืนยันว่า เส้นทางสาย C,D ที่ผ่านชุมชนบ้านครัวนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรได้ ในขณะที่ฝ่ายชุมชนบ้านครัวก็ยังคงยืนตามมติคณะกรรมการไต่สวนสาธารณะว่าเส้นทางนี้ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาจราจรแต่อย่างใด แต่การก่อสร้างเส้นทางหลักของทางด่วนขั้นที่ 2 ก็ยังดำเนินต่อไปโดยมีกำหนดเสร็จตามกำหนด2 ปีอย่างแน่นอน ซึ่งหากไม่ได้มีการก่อสร้างเส้นทางสาย C, D ก็ไม่ได้เกิดผลกระทบต่อโครงการนี้มากนัก
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 02 ก.ค. 14, 12:58

คำถาม

๑ ในเมื่อการประนีประนอมยอมความยุติลงตั้งแต่ยี่สิบปีที่แล้ว และทำข้อตกลงขึ้นมาใหม่ ถ้ามีเหตุแห่งการผิดข้อตกลง ตามที่สงวนสิทธิ์ไว้ แต่ฝ่ายผู้เสียหายไม่นำความผิดขึ้นฟ้องร้อง อายุความที่กำหนดไว้๑๐ปี ก็หมดลงแล้วตามที่กล่าวไว้แล้วในกระทู้ข้างบน การทางพิเศษมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปออกพระราชกฤษฎีกาออกมาใหม่
ในเมื่อกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ล้วนแล้วแต่เป็นสถาบันการเงินและบริษัทเอกชนคนไทยทั้งหมด ผู้บริหารย่อมเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนหากตะบึงตะบันจะสร้างทางผ่านจุดระเบิดของคนไทยให้ได้  แล้วการก่อสร้างเส้นทางหลักของทางด่วนขั้นที่๒  ก็สร้างเสร็จไปนานนม ตอนนี้นั่งเก็บเงินนับเงินอย่างเดียว ถึงไม่ได้มีการก่อสร้างเส้นทางสาย C, D ก็ไม่ได้กระทบต่อผลกำไรขาดทุนขนาดจะสะดุ้งสะเทือน

๒ เมื่อข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ ผู้ที่มีอำนาจรัฐอยู่ในมือ จะขอเชิญคู่สัญญาทั้งสองมานั่งโต๊ะเจรจากันใหม่จะได้ไหม หาทางคืนความสุขให้ประชาชน โดยพร้อมใจกันเลิกข้อตกลงใดๆเกี่ยวกับการก่อสร้างเส้นทางสาย C, D ซึ่งจะต้องเวนคืนที่ดินที่เสทือนหัวใจของประชาชน จะได้ไม่ต้องมีการหวาดระแวง กล่าวหาคนโน้นคนนี้โดยไม่มีใบเสร็จมาแสดงกันอีก
บันทึกการเข้า
tikky1974
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 78  เมื่อ 02 ก.ค. 14, 14:29

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2530/A/275/1.PDF

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 79  เมื่อ 02 ก.ค. 14, 14:58

ขอบคุณที่เอามาลงครับ
ความสำคัญในข้างบนนั้นคือแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา
ผมนำมาใส่สีให้เห็นชัด เส้นทางสายCคือแนวเวนคืนสีแดงที่เรากำลังว่ากัน ส่วนสายDคือแนวเวนคืนสีเหลืองที่ต่อออกไปชนในแนวตั้งฉากกับถนนราชดำริ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 80  เมื่อ 02 ก.ค. 14, 15:19

มีคำถ่ามอีกแล้ว
พระราชกฤษฎีกาที่การทางพิเศษต่ออายุสายCใหม่ซึ่งกำลังเป็นเรื่องขึ้นมานี้ ทำพร้อมกับสายDด้วยหรือเปล่า เพราะสายDนี่ตัดผ่านWorld Trade Centerไปเลย
ทำ แต่ไม่เป็นข่าว หรือไม่ได้ทำเพราะมีเหตุผลที่หมกเม็ดอื่นๆ


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 81  เมื่อ 02 ก.ค. 14, 15:29

อ. NAVARAT.C  ลองดูแผนที่เวนคืนแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา ตรงทางรถไฟนั่นแยกยมราชเปล่า ?

นึกถึงโรงพยาบาลมิชชั่นเลยครับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 82  เมื่อ 02 ก.ค. 14, 15:38

ใช่ครับ

พื้นที่สามเหลี่ยมสีฟ้าคือส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลมิชชั่น ซึ่งทางขึ้นลงที่ยมราชปัจจุบันไม่ได้ส่งผลกระทบ
แต่อนาคตไไม่แน่นะ เขาอาจจะทำสพานลอยจากถนนใดถนนหนึ่งในบริเวรติ่งสี่เหลี่ยม ข้ามทางรถไฟไปขึ้นทางด่วนเลยก็ได้ เพราะตรงนั้นมันเป็นหลายแยกมาชนกันวุ่นวายอยู่


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 83  เมื่อ 02 ก.ค. 14, 16:16

 ยิ้มเท่ห์


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 84  เมื่อ 02 ก.ค. 14, 16:32

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 85  เมื่อ 02 ก.ค. 14, 19:48

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 86  เมื่อ 03 ก.ค. 14, 19:41

จากเฟซบุ๊คของม.จ.จุลเจิม ยุคล   
อย่างน้อยเสียงของกระทู้ในเรือนไทยก็ถึงท่านและเพื่อนๆของท่านแล้ว


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 87  เมื่อ 03 ก.ค. 14, 21:49

อยากให้ถึงเฟซบุ๊คของท่านนี้ด้วยครับ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 88  เมื่อ 03 ก.ค. 14, 21:51

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
nymmo
อสุรผัด
*
ตอบ: 3


ความคิดเห็นที่ 89  เมื่อ 12 ก.ค. 14, 09:39

ชอบคห.ของคุณประกอบค่ะ
ขอบคุณนะคะที่เตือนสติไม่ให้หลงฟังอะไรโดยไม่ไตร่ตรองไว้ก่อน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง