เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 29
  พิมพ์  
อ่าน: 45592 เพลงเก่า เล่าอดีต
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 12 มิ.ย. 14, 10:04

Burning smoke and wing of steel
Breathing fire from flaming wheels
Reaching out for a new frontier
Making sure the way was clear

Iron horse, iron horse
Keep on burning on its course
Iron horse, iron horse
Burning on and on
Keep on burning on

ภาพ Rockey Mountain โดย Howard Fogg


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 13 มิ.ย. 14, 10:50

และ         เชิญชมหนังเงียบระดับ epic ของผู้กำกับ John Ford เรื่อง Iron Horse(1924)
       เนื้อเรื่องอิงการสร้างทางรถไฟสายข้ามทวีป trans-continental ในส่วน Union Pacific
Railroad ของฟากตะวันออก

             



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 13 มิ.ย. 14, 10:52

กลุ่มควันในโปสเตอร์หนังคือฝูงควาย bison ที่ล้มหายตายไปมากมายบนสองข้างทางรถไฟ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 13 มิ.ย. 14, 11:02

            วิกกี้บันทึกว่า ม้าเหล็ก Iron Horse คำนี้มีกำเนิดในสมัยวิคทอเรียตอนต้น(1825–35)
เมื่อเครื่องจักรต่างๆ ยังใช้กำลังม้าขับเคลื่อน ยกเว้น กังหันลมและเครื่องจักรไอน้ำ 
             คำๆ นี้ มีนัยยกย่องพลังของเครื่องจักรลากยานไปบนถนนและรางรถไฟ เปรียบเทียบกับ
กำลังม้าที่ลากรถรางได้อย่างเชื่องช้ากว่า
             สมัยก่อนนั้นม้าลากรถในอัตรา 8 ไมล์/ชั่วโมง ส่วน(หัว)รถไฟเครื่องจักรไอน้ำแล่นด้วย
ความเร็ว 20 - 30 ไมล์/ชั่วโมง

              แต่แหล่งอื่นบอกว่า คำมีกำเนิดในปี 1840 หมายถึง ยานมีล้อประกอบด้วยเครื่องจักรขับ
เคลื่อนด้วยกลไกหรือพลังของเครื่องเองใช้ลากรถไฟไปตามราง(locomotive)

ภาพ 'The Pleasures of the Rail Road - Caught in the Railway!', Henry Heath, 1840
 


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 13 มิ.ย. 14, 11:07

           คำนี้นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหนังสือพิมพ์และนิยายนานกว่าศตวรรษ หลังการชนะ
การประกวดเครื่องจักรกลของ Stephenson's Rocket จัดโดย Liverpool & Manchester
Railway เพื่อค้นหางานออกแบบประดิษฐ์กรรมนำพลังลากแล่นรถไฟไปบนราง

            Stephenson's Rocket เป็นหัวรถจักรไอน้ำที่มีล้อแบบ 0-2-2(ชุดล้อ 2 คู่ เป็นคู่ขับ
ตามด้วยคู่ลาก ไม่มีคู่นำ)  สร้างขึ้นในปี 1829 ที่ Forth Street Works of Robert Stephenson
and Company ใน Newcastle Upon Tyne


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 13 มิ.ย. 14, 11:13

           ต่อจากนี้ เชิญย้อนอดีตไปยังยุคเริ่มต้นของการสร้างทางวางรางเพื่อให้ม้าเหล็กขับเคลื่อน
เชื่อมจากฟากตะวันออกสู่ตะวันตกของสหรัฐอเมริกา

            รถไฟในอเมริกาแรกดำริเริ่มขึ้นในช่วง 1810s - 30s เมื่อนักลงทุนและผู้ประกอบการ
หลายรายเสนอโครงการสร้างทางรถไฟ

            ทางรถไฟสายแรกมุ่งตะวันตกถูกสร้างขึ้นในปี 1827 เชื่อมระหว่าง Baltimore และแม่น้ำ
Ohio ใน Virginia ขับเคลื่อนโดยใช้ใบและพลังม้าควบบนลู่ treadmill

ภาพ “The Flying Dutchman,” a Horse Power Locomotive, 1830
รถไฟกำลังม้า(เดินบน treadmill)    



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 13 มิ.ย. 14, 11:19

           ถึงปี 1830 ในเดือนสิงหาคม เกิดการประลองความเร็วระหว่างม้าเหล็กกับม้าจริง
ระหว่างเครื่องจักร Tom Thumb locomotive กับ รถไฟม้าลาก B&O (Baltimore and
Ohio Railroad car) ผลปรากฏว่า ม้าเหล็กเหนือกว่าสามารถทำความเร็วได้ถึง 15 ไมล์
ต่อชั่วโมง แต่ในที่สุด กลับเป็นฝ่ายพ่ายม้าลากเมื่อเครื่องจักรของม้าเหล็กเกิดขัดข้องจนหยุด
ทำงาน
           ในปีต่อมา B&O Railroad ก็ปลดระวางม้าลากทั้งปวงแล้วแทนที่ด้วยหัวรถจักรไอน้ำ    

The Paintings of Carl Rakeman, 1830 - The Iron Horse Wins


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 15 มิ.ย. 14, 09:06

          เส้นทางรถไฟสายข้ามทวีปสายแรก transcontinental railroad นี้ แรกเรียกว่า
Pacific Railroad และต่อมาเป็น  Overland Route เริ่มก่อสร้างในปี 1863 (หลังเกิด
สงครามฝ่ายเหนือ-ใต้แล้วในปี 1861) เป็นการ(แข่งกัน)สร้างทางมาบรรจบกันจากสองฟาก
โดยสองบริษัท นั่นคือ Central Pacific Railroad Company ใน California (ซึ่งก่อตั้ง
โดยนักธุรกิจใน Sacramento ที่มาแคลิฟอร์เนียยุคตื่นทอง) กับ Union Pacific Railroad
Company
ใน Iowa ทั้งสองทีมสร้างทางแข่งกันสู่ Utah ที่ Promontory Summit


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 15 มิ.ย. 14, 09:11

          ช่วงเวลานั้นทั้งแคลิฟอร์เนียและเนวาด้าเจริญเติบโตมีประชากรอาศัยอยู่มากมาย
จากเหตุตื่นทองในแคลิฟอร์เนีย(และตื่นเงินที่เนวาด้า ในเวลาต่อมา) เส้นทางรถไฟสายนี้
จะเป็นตัวเชื่อมแคลิฟอร์เนียกับสห(รัฐ) เพื่อกันการถูกยึดไปเป็นของอังกฤษ และอีกจุดประสงค์
(ร้าย) คือเพื่อการขนย้ายกำลังพลและอาวุธเพื่อใช้ในสงครามกับชนพื้นเมือง
          Pacific Railroad นี้ คือ ทางรถไฟข้ามทวีปสายแรกของโลก ซึ่งก่อสร้างด้วยเทคโนโลยี
ก้าวหน้าล้ำยุคแห่งศตวรรษที่ 19


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 15 มิ.ย. 14, 09:14

          และเรื่องราวที่ต้องกล่าวถึงไว้ไม่อาจละเว้นได้เลย ก็คือเรื่องของมวลกรรมกรเจ้าของ
สองมือนี้ที่ก่อสร้างทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สร้างชาติ

            ในส่วนสายเริ่มต้นจากแคลิฟอร์เนียของบริษัท Central Pacific Railroad นั้น


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 15 มิ.ย. 14, 09:16

           แรกเริ่มเป็นชาวผิวขาวชาวไอริชแต่มีจำนวนไม่เพียงพอ อีกทั้งหลายคนยังทิ้งงานไปทำ
เหมืองเงินในปี 1865 ในที่สุดจึงจำต้องหาคนงานชาวจีนมาเสริมในปี 1864 จนมีจำนวนมากถึง
80% ของคนงานจำนวน 4,000 คน และเพิ่มเป็น 90% ในปีต่อมา


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 15 มิ.ย. 14, 09:17

            ช่วงพีคของการก่อสร้างมีกรรมกรชาวจีนร่วม 10,000 คน แม้จะโดนดูถูกว่าตัวเล็ก ไม่แกร่ง
ไม่น่าจะทำงานหนักไหวในช่วงแรก แต่คนงานชาวจีนก็ได้พิสูจน์ตัวเองในเวลาต่อมาว่า สู้งาน ทำงาน
ขยันขันแข็งและไว้ใจได้


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 15 มิ.ย. 14, 09:21

           พวกเขาทำงานก่อสร้างวางรางในจุดที่ยากที่สุด ต้องเสี่ยงชีวิตระเบิดเขาเจาะอุโมงค์
15 แห่ง ห้อยกระเช้าแขวนที่เทือกเขา Sierra Nevada ซึ่งเป็นช่วงที่อันตรายและงานดำเนิน
ไปได้เชื่องช้าด้วยว่าหินผาแกร่งนัก พ้นไปแล้วจึงข้าม Nevada ไป Utah

อุโมงค์ทั้ง 15 แห่งของ Central Pacific (ในขณะที่ทาง Union Pacific เจาะอุโมงค์ 4 แห่ง)
ต้องใช้ระเบิดจำนวนมหาศาล หลังจากเกิดเหตุ Nitroglycerine รั่วแล้วระเบิดระหว่างการขนส่ง
ที่ปานามาและซาน ฟรานซิสโก ทางการได้สั่งห้ามการใช้ไนโตร. ทีมงานจึงต้องหันไปใช้ดินดำ
(black powder) เพียงอย่างเดียว



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 16 มิ.ย. 14, 10:14

            คนงานจีนเหล่านี้ เป็นคนจีนจากมณฆลกวางตุ้งที่หนีความยากจนมาขึ้นฝั่งที่แคลิฟอร์เนีย
ในปี 1850 ส่วนใหญ่เป็นชายที่แต่งงานแล้วและมีความหวังว่าจะมาทำงานเพื่อเก็บเงินแล้วกลับบ้าน
และอีกส่วนคือคนงานจีนที่นำเข้ามาสมทบ 

ภาพวาดกรรมกรชาวจีนที่ Sierra Nevada


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 16 มิ.ย. 14, 10:17

          เหล่าคนงานผิวเหลืองทำงานอย่างไม่ระย่อต่อร้อนหรือหนาว ทำงานไม่หยุดแม้เมื่อพายุหิมะ
กระหน่ำ ในขณะที่คนงานอื่นหยุดพัก แต่พวกเขากลับได้รับค่าแรงน้อยกว่าคนขาว ทั้งยังต้องจัดหา
อาหารตลอดจนเต๊นท์ที่พักเอง และผลตอบแทนที่ได้รับจากคนผิวขาวส่วนใหญ่ก็คือการเหยียดผิว
กับการกีดกัน  
          ด้วยงานที่หนัก เสี่ยงภัยจากหิมะและระเบิด ทำให้คนงานชาวจีนทิ้งร่างไว้ที่นี่ไม่ได้กลับบ้าน
นับร้อยนับพันคน

อุโมงค์ Great Summit Tunnel ณ Sierra Nevada


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 29
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง