เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 13
  พิมพ์  
อ่าน: 81002 ดยุคและดัชเชสแห่งวินด์เซอร์ : รักหลังนิราศบัลลังก์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 07 พ.ค. 14, 12:09

พิมพ์ผิดค่ะ  สกุลเงิน  ไม่ใช่ สกุลไทย


บันทึกการเข้า
hobo
พาลี
****
ตอบ: 324


ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 07 พ.ค. 14, 13:38

ขอบพระคุณครับ ไม่ได้ตั้งใจจะจับผิดเลย ผมอ่านไม่เข้าใจจริงๆ นึกว่าตัวเองตกข่าว เป็นคำเฉพาะกลุ่มเสียอีกครับ
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 07 พ.ค. 14, 17:18

เสริมเรื่องนางซิมป์สันนิดหน่อย  สมัยที่อยู่ในบาฮามัส  ที่นอกจากจะฟุ่มเฟือยแล้ว นางยังมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อชาวพื้นเมืองด้วย โดยมองว่าเป็นพวกนิโกรขี้เกียจ แสดงความรังเกียจผ่านจดหมายที่เขียนถึงญาติ ตัวดยุคเองก็มองว่าบาฮามัสเป็นอาณานิคมชั้นสามของอังกฤษ

นอกจากนั้นทั้งดยุคและซิมป์สันยังมีการติดต่อกับพวกที่โปรนาซีเป็นประจำ  มีกิจกรรมที่ถูกมองว่าไม่เป็นผลดีต่ออังฤษ  พฤติกรรมต่างๆ ของสามีภรรยาคู่นี้ทางอังกฤษมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแก้แค้นประเทศชาติตัวเอง ที่ปฏิเสธสถานะราชินีของซิมป์สัน
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 08 พ.ค. 14, 08:49

  ขอปูพื้นหลังไว้เล็กน้อยว่า อเมริกาเป็นประเทศที่คนยุโรปประเภทหาเช้ากินค่ำอพยพกันไปตายเอาดาบหน้าที่นั่น    ด้วยความหวังว่านอกจากไม่ตายแล้วยังพอจะเงยหน้าอ้าปากขึ้นมาได้ด้วย      อเมริกามีพื้นที่กว้างขวางให้จับจองได้  มีโอกาสแห่งความเสมอภาคที่จะสร้างฐานะโดยไม่ถูกผูกขาดไว้ด้วยชนชั้นศักดินาอย่างในยุโรป      ฝันนี้เป็นจริงสำหรับผู้อพยพจำนวนมาก   เมื่อประเทศก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมและการค้าแบบแฟรนไชส์  เศรษฐีใหม่จึงเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด
   หนึ่งในจำนวนนั้นคือเศรษฐีตระกูลวูลเวิร์ธ ที่ดิฉันเล่ามาก่อนหน้านี้ในกระทู้เศรษฐินีบาร์บาร่า ฮัตตันยังไงล่ะคะ    แต่คราวนี้สปอตไลท์พุ่งไปที่อีกคน  คือหนุ่มสังคมนามว่า จิมมี่ โดนาฮิว   เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับบาร์บาร่า   เพราะแม่ของทั้งสองเป็นพี่น้องกัน   ทั้งจิมมี่และบาร์บาร่าต่างก็ได้มรดกตกทอดจากคุณตาผู้เป็นเจ้าของกิจการห้างวูลเวิร์ธอันมีสาขามากมายมหาศาล   ส่งผลให้หลานๆไม่ต้องทำอะไร   แค่นั่งกินนอนกินอยู่บนกองเงินกองทอง  ก็แทบจะถูกเงินทองที่ไหลมาเทมาท่วมทับตายอยู่แล้ว

   พวกทายาทเศรษฐีอเมริกันดำเนินชีวิตหรูเริ่ด   อะไรที่เงินซื้อได้ พวกเขาทำหมด    แพงแค่ไหนก็ไม่สะทกสะท้าน  ขอให้ได้ชื่อว่าเลิศและเริ่ดเกินหน้าคนธรรมดาจะมีกันได้ก็พอแล้ว       แต่อย่างหนึ่งที่พวกนี้รู้สึกเป็นปมด้อยอยู่ก็คือ พวกเขาไม่ได้สืบสายเลือดมาจากผู้ดิบผู้ดี  อย่างชาวยุโรปที่ลำดับบรรพบุรุษถอยหลังขึ้นไปได้ยาวไกลเกือบจะถึงลิงอยู่รอมร่อ
   ดังนั้นเมื่อขาดสายเลือดบรรพบุรุษจะอวดได้    พวกนี้ก็ชดเชยด้วยการคบหาสมาคม คลุกคลีกับผู้ดีจากยุโรป ให้โลกเห็นว่า..ฉันก็ผู้ดีนะยะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 08 พ.ค. 14, 09:05

     ความเห่ออยากกระทบไหล่ผู้ดีของบรรดาเศรษฐีอเมริกัน กับความกระหายสังคมไฮโซอลังการงานสร้างของดยุคและดัชเชสแห่งวินด์เซอร์  เป็นสายน้ำที่ไหลมาบรรจบกันพอดี        ผัวเมียคู่นี้ชอบอเมริกามากกว่าอังกฤษ หรือฝรั่งเศส   เพราะในอเมริกาที่ขาดเจ้านายและขุนนาง   ทั้งคู่ได้รับการต้อนรับอย่าง"เจ้า"  เจ้าภาพเศรษฐีพินอบพิเทา เอาอกเอาใจและนอบน้อม ตลอดจนทุ่มเทเงินอย่างไม่อั้นที่จะเชิญทั้งสองไปเป็นแขกพักในคฤหาสน์  ในงานปาร์ตี้ และในเรือยอทที่ล่องทะเลทีละหลายๆวัน      เรื่องสิ้นเปลืองเงินไม่ต้องพูดถึง
     เรื่องนี้  นับว่าถูกรสนิยมของท่านดยุคที่ตัวเองก็อยากจะกลับไปอยู่อย่างเจ้า โดยไม่ต้องแบกภาระหน้าที่อย่างที่พระเจ้าจอร์ชตรากตรำทำอยู่     และวอลลิสเองก็อยากให้คนถอนสายบัว และเอาอกเอาใจเธออย่างเจ้าหญิง      ทั้งสองจึงหาเรื่องไปอเมริกาบ่อยๆเท่าที่จะทำได้
    ในช่วงต้นๆสงครามโลกครั้งที่ 2  เมื่อสมรภูมิยุโรปเต็มไปด้วยความพินาศและความตาย   อเมริกาเป็นประเทศที่ไม่บอบช้ำเพราะสงครามยังข้ามทะเลมาไม่ถึง    ดยุคและดังเชสแห่งวินด์เซอร์นั่งเครื่องบินจากบาฮามาสไปเที่ยวปาล์มบีช ในรัฐฟลอริดาอย่างสบายอารมณ์ตามคำเชิญของเศรษฐินีอเมริกัน เจสซี่ วูลเวิร์ธ โดนาฮิว  ผ่านทางคำรับรองของอดีตข้าราชบริพารคนหนึ่งของท่านดยุค
    เจสซี่อยากได้หน้าได้ตาว่า มีแขกรับเชิญเป็นเจ้านายระดับสูงของอังกฤษ    เป็นทางเดียวที่หล่อนจะไต่ระดับขึ้นจากเศรษฐินีขึ้นเป็นเศรษฐินีไฮโซแถวหน้าของประเทศได้        เจ้านายอื่นๆในยุโรปค่อนข้างจะเชิญยาก  ถ้าไม่มัวหลบภัยสงครามอยู่  ก็ถือตัวเกินกว่าจะมาง่ายๆ   ก็มีสองผัวเมียนี่แหละยินดีรับคำเชิญมาเป็นเกียรติ   เจสซี่กับลูกชายหนุ่มเพลย์บอย จึงมีโอกาสทำความรู้จักวอลลิส 
 
   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 09 พ.ค. 14, 09:26

   เจมส์ พอล โดนาฮิว หรือเรียกกันว่าจิมมี่ โดนาฮิว เป็นชายหนุ่มที่มีโทษสมบัติของลูกเศรษฐีครบ  คือประพฤติตัวเหลวไหล ไม่เรียนหนังสือ  สำมะเลเทเมา เกะกะเกเร  เอาแต่ใจ  อยากทำอะไรก็ทำ   ไม่ว่ามันจะถูกต้องสมควรหรือไม่ ไม่คำนึงถึง    ถ้าพ่อแม่ธรรมดาทั่วไปมีลูกแบบนี้ก็คงนอนก่ายหน้าผาก  ตายตาไม่หลับ      แต่ความที่แม่ของเขาเป็นมหาเศรษฐินี เธอก็เลยไม่เดือดร้อน    จิมมี่จึงลอยนวลอยู่ในสังคมได้ด้วยอิทธิพลเงินของแม่ ไม่มีใครกล้าแตะต้อง
   แต่เขาก็มีคุณสมบัติของลูกเศรษฐีครบไม่น้อยกว่าโทษสมบัติ  คือเป็นชายหนุ่มที่มีเสน่ห์ในการคบหาสมาคม ขี้เล่น สนุกสนาน รู้จักมารยาทสังคมดีเยี่ยมเวลาอยากจะมีมารยาทขึ้นมา   มีรสนิยมในเรื่องไวน์ เรื่องแต่งกายและเรื่องไฮโซทั้งหลาย  สามารถทำให้แขกเพลิดเพลินได้ในงานที่เขาเป็นเจ้าภาพ  นอกจากนี้ยังใจกว้าง ไม่เอาเปรียบใคร แต่ยินดีควักกระเป๋าไม่อั้น 
   ความลับเบื้องหลังเพลย์บอยคนนี้ก็คือ จิมมี่เป็นเกย์  ไม่ใช่ชายแท้    แต่ถ้าดูจากพฤติกรรมแล้ว   นายคนนี้น่าจะเป็นเสือไบมากกว่าเป็นแต๋ว เพราะแกสามารถมีคู่ขาได้ทั้งสองเพศเท่าๆกัน     ในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2   พฤติกรรมรักร่วมเพศเป็นเรื่องผิดกฎหมาย  ดังนั้นลิ่วล้อของแม่จึงต้องสร้างภาพให้จิมมี่เป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ควงสาวๆเปลี่ยนหน้ากันไปเรื่อยๆ  จนไม่ลงเอยกับใครสักที
   จิมมี่มีโอกาสพบดยุคและดัชเชสมาก่อนสงครามโลก  แต่ก็แค่คนรู้จักกันในงานสังคม  ยังไม่ได้สนิทชิดเชื้อจนกระทั่งสงครามโลกจบลง   วงสังคมไฮโซกลับฟู่ฟ่าขึ้นมาอีกครั้ง  ดยุคกับดัชเชสก็ได้รับเชิญมาเป็นสีสันของงาน   ทายาทหนุ่มมหาเศรษฐีจึงยื่นมือเข้ามาตีซี้เป็นเพื่อนสนิทเต็มตัว


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 09 พ.ค. 14, 10:41

    ในตอนแรก   จิมมี่ตีซี้กับท่านดยุคก่อน   เสน่ห์ของหนุ่มวัย 35 แพรวพราวตามประสาลูกคนมีเงิน  พูดภาษาต่างประเทศได้ปร๋อหลายภาษา   ขับเครื่องบินได้คล่องพอๆกับจัดงานปาร์ตี้ไฮโซ  มีโจ๊กฮาๆ มาเล่าและมาเล่นไม่ซ้ำแบบใคร  ทำให้ท่านดยุคพอพระทัยเขามาก  จนกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน   
    เรื่องนี้นักประวัติศาสตร์ขาเม้าท์ก็ตีความหาหลักฐานกันหัวแทบระเบิดว่า จิมมี่เป็นฝ่ายเล็งพระองค์ท่าน หรือว่าท่านเล็งนายจิมมี่ หรือต่างฝ่ายต่างเล็งกัน      แต่ผลออกมาว่า ไม่ว่าใครเล็งใครหรือไม่ได้เล็งใคร แค่เป็นเพื่อนกันเฉยๆ   คนที่คว้าจิมมี่ไปครองได้ก็กลับตาลปัตรเป็นดัชเชสไปซะนี่
    ตอนที่เริ่มความสัมพันธ์กันนั้น  จิมมี่อายุ 35  เป็นหนุ่มเต็มตัว   ส่วนวอลลิสอายุ 55    แก่พอจะเป็นแม่เขาได้    แต่วัยที่ห่างกันคราวแม่ลูกไม่สามารถดับไฟเสน่หาที่ลุกพรึ่บพรั่บขึ้นมาได้ เมื่อเจอน้ำมันเกรดเอ     
    โลกยังหลงละเมอว่ารักของวอลลิสกับดยุคแห่งวินด์เซอร์นั้นคือรักอมตะที่ยิ่งใหญ่กว่าราชบัลลังก์    แต่สำหรับฝ่ายหญิงเอง   เธอเคยสารภาพกับเพื่อนคนหนึ่งว่า
    "You have no idea how hard it is to live out a great romance."
   หมายความว่าเรื่องรักที่เคยถูกมองว่าไร้เทียมทานนั้นบัดนี้เป็นอดีตไปเสียแล้ว      วอลลิสเหมือนนางละครที่พอถึงฉากจบ  ถึงมีพระเอกยืนโค้งคนดูอยู่ข้างตัว ก็มิได้มีความหวานชื่นใดๆเหลืออยู่     เธอก็กลายเป็นนางฟ้าตกสวรรค์   แต่ต้องหน้าชื่นอกตรมโปรยยิ้มอยู่อย่างนั้น
   ในเมื่อมีหนุ่มถูกตาถูกใจเดินเข้ามาในเส้นทาง   ผู้หญิงอย่างวอลลิสซึ่งไม่เคยเบรคเรื่องทำนองนี้มาแต่ไหนแต่ไร  จะให้ติดเพาเวอร์เบรคขึ้นมาก็ผิดไปละค่ะ


บันทึกการเข้า
Twingle star
อสุรผัด
*
ตอบ: 6


ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 09 พ.ค. 14, 14:58

อ่านแล้วแอบคิดถึง คุณ ยศ ในมาลัยสามชายค่ะ

สาวสวยๆ ดีๆ มีไม่ชอบ กลับไปชอบอย่างทองไพรำ
จนสุดท้ายก็ไม่เหลืออะไร

เพียงแต่กรณีนี้ ยังไม่ถึงกับจนสิ้นเนื้อประดาตัว
แต่ก็ต้องมาใช้ชีวิตแบบสามัญชน คนธรรมดา

ขอให้คำจำกัดความคู่นี้ว่า "คู่เวรคู่กรรม" นะคะ อจ.เทาชมพู
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 10 พ.ค. 14, 10:18

    ประกายไฟสปาร์คขึ้นในค.ศ.1950  เมื่อดยุคและดัชเชสแห่งวินด์เซอร์ลงเรือสำราญควีนแมรี่จากนิวยอร์ค  ไปเมืองแชร์บูร์กในฝรั่งเศส   ความจริงทั้งสองก็เคยไปทริปแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว     แต่ครั้งนี้ผิดจากครั้งก่อนๆเพราะจิมมี่โดยสารไปด้วย  ทำให้มีโอกาสคลุกคลีใกล้ชิดกับสามีภรรยาคู่นี้ทุกวี่ทุกวัน ตั้งแต่ตื่นนอนไปจนเข้านอน
    จิมมี่เป็นคนรู้จักวิธีเอาใจพะเน้าพนอผู้หญิงสูงวัยได้เก่ง       ผิดกับหนุ่มอื่นๆที่มักจะสนใจแต่สาวๆ แล้วมองข้ามคุณป้าคุณยายทั้งหลายไปอย่างไม่ไยดี     ทั้งนี้เพราะตั้งแต่วัยรุ่น   เจสซี่แม่ของเขาชอบให้ลูกชายลาโรงเรียนอยู่บ่อยๆ เพื่อเอาตัวไปเป็นเพื่อนเวลาเธอท่องเที่ยวไปตามประเทศต่างๆ   จิมมี่ก็เลยเรียนรู้ที่จะเป็นเพื่อนคุยแก้เหงาของแม่และเพื่อนๆวัยเดียวกับแม่    ทำให้ป้าๆน้าๆแสนจะเอ็นดูหนุ่มน้อยคนนี้   เพราะเขาสามารถเข้าวงนินทาไฮโซ   เล่นอะไรแผลงๆ  เล่นมุกขำๆ ได้ตลอดไม่มีเบื่อหน่าย 
   มุกนี้แหละที่จิมมี่นำมาใช้กับดยุคและดัชเชสแห่งวินด์เซอร์  จนทำให้เขามีออร่าเจิดจ้าที่สุดในเรือสำราญ    บัดนี้หนุ่มจิมมี่กลายเป็นพระสหายสนิทเคียงข้างไปทุกหนทุกแห่ง  นั่งโต๊ะก็ได้นั่งติดกัน คุยกัน เล่นหัวกัน ราวกับคุ้นเคยกันมาตลอดชีวิต
   


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 10 พ.ค. 14, 10:30

      ขาเม้าท์ทั้งหลายบอกตรงกันว่า ในตอนแรกจิมมี่ไม่ได้สนใจวอลลิสเกินไปกว่าผู้หญิงแก่ที่เขาต้องเอาอกเอาใจ เพื่อสร้างความโดดเด่นให้ตัวเอง    เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวอลลิสรู้สึกอย่างไรกับชีวิตของเธอ   บัดนี้เธอแต่งงานมา 14 ปีแล้ว  แค่ 7 ปีฝรั่งก็เรียกว่า seven-year itch  คือผัวเมียเริ่มเบื่อหน่ายคู่ของกันและกัน  ข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆในสมัยข้าวใหม่ปลามันก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนเรื่องไม่เป็นเรื่องกลายเป็นเรื่องใหญ่    นี่ปาเข้าไป 2 เท่า  น้ำต้มผักก็ยิ่งขมหนักขึ้นไปอีก
      เจ้าชายของซินเดอเรลลาบัดนี้ตกบัลลังก์ลงมาเป็นคนธรรมดา มีแค่ศักดินาลอยๆแปะหน้าอยู่นิดเดียว     นอกจากนี้อดีตพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเมื่อแก่ตัวลงก็ยิ่งจุกจิกเรียกร้องโน่นนี่ เหมือนเด็กงอแง  ตามประสาผู้ชายที่ไม่โตมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว    บางครั้งก็ทรงชอบเล่นแผลงๆ นุ่งผ้าอ้อมเป็นทารก และให้วอลลิสเล่นบทพี่เลี้ยงต้องดุต้องตีเด็กน้อย    มันเป็นการเล่นที่สะท้อนสภาพจิตที่ขาดตกบกพร่องความรักแต่ครั้งเด็กของพระองค์ท่าน
       ครั้งหนึ่งความขาดตกบกพร่องนี้ก็ทำให้วอลลิสก้าวเข้ามากุมอำนาจเหนือพระทัยท่านดยุคได้สำเร็จ  แต่ผ่านมา 14 ปี  นอกจากหมดความตื่นเต้นสำหรับฝ่ายหญิงแล้ว   มันยังน่าเบื่อสุดแสนทนทาน
     นอกจากนี้วอลลิสยังมีปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ  หมอพบว่าเธอเป็นมะเร็ง ซึ่งหมายความว่าจะต้องเข้ารับการบำบัดที่ทรมานกาย   ถ้ารอดตายไปได้ วันเวลาเบื้องหน้าก็คือวัยชราที่อ้างว้างว่างเปล่า   เธอรู้สึกว่าชีวิตเริ่มไร้ความหมาย   สิ่งเดียวที่จะมาเติมชีวิตชีวาให้ได้ ก็คือ..
     ก็คือความเสน่หายาใจในรูปของเจ้าหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์คนนี้แหละค่ะ


บันทึกการเข้า
kulapha
มัจฉานุ
**
ตอบ: 96


ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 10 พ.ค. 14, 11:28

มีโอกาสเห็นโฆษณาหนังยาวประจำวันเสาร์ของช่องทีวีสาธารณะเรื่องนี้ค่ะ



แล้วก็นึกถึง ดัสติน ออฟแมน ตอนรุ่นหนุ่มกระทงในเรื่องนี้



แสดงคู่กับสาวใหญ่ น้าแอน แบนครอฟฟ์
กับเพลงยอดฮิตของยุคนั้น

"Hello Darkness My Old Friend,
I've come to talk with you again."

ลีลาความรักของ Mrs. Robinsons คงไม่ต่างกันกับนางฟ้าตกสวรรค์วอลลิส
แต่คู่ของฝ่ายหลังน่าจะเจนสนามมากกว่านะคะ อายจัง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 10 พ.ค. 14, 11:37

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 12 พ.ค. 14, 20:04

    สัมพันธ์ลับของดัชเชสแห่งวินด์เซอร์และหนุ่มทายาทมหาเศรษฐีอเมริกันเริ่มต้นในเรือนั้นเอง      แต่จะทำอย่างไรแบบไหนถึงรอดจากสายตาท่านดยุคไปได้ ขาเม้าท์ไม่อาจสอดรู้สอดเห็นเข้าไปถึงขั้นนั้น     เอาไปว่านักก๊อสสิปทั้งหลายเชื่อว่าเมื่อดัชเชสเดินขึ้นจากเรือเมื่อไปถึงฝรั่งเศส    เธอก็สวมเขาวัวเขาแกะเขาแพะให้ท่านดยุคผู้สามีเรียบร้อยโรงเรียนวอลลิสไปแล้ว     เช่นเดียวกับท่านดยุคเคยสวมเขาให้นายซิมป์สันสามีคนที่สองของเธอ
    ว่ากันว่าเสน่ห์อีกประการหนึ่งของจิมมี่ นอกจากเจรจาพาทีเก่ง คุยสนุก ใช้ชีวิตไฮโซได้สุดเหวี่ยงถูกรสนิยมวอลลิสแล้ว    สิ่งสำคัญที่จูงใจก็คือเงิน เงิน และเงิน ที่หว่านโปรยจากจิมมี่ราวกับเขาพิมพ์ธนบัตรได้เอง     
     เจสซี่แม่ของเขากุมกระเป๋าเงินเหนียวแน่นเวลาลูกชายมาเบิกเงินก็จริง    แต่ถ้าเป็นไปเพื่อมีหน้ามีตาในสังคมแล้ว เธอไม่อั้น   เท่าไหร่เท่ากัน     จิมมี่จึงสามารถเป็นสปอนเซอร์ให้ดัชเชสซื้อเสื้อเฟอร์แพงๆ   ให้ทริปท่องเที่ยวหรูๆที่สองสามีภรรยาไม่มีเงินมากพอจะจ่ายได้เอง     เขาเชิญทั้งสองเป็นแขกไปพักในบ้านตากอากาศของแม่เขาซึ่งมีอยู่ในสถานท่องเที่ยวแพงระยับในยุโรป หลายแห่ง   ให้ทั้งสองใช้ชีวิตอย่างมหาราชา ตามแบบที่ท่านดยุคโปรดปรานนักหนาที่จะมี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30486

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 13 พ.ค. 14, 10:37

   วอลลิสเป็นคนชอบความโดดเด่น รวมอยู่ในคำว่า "หรู" และ "รวย"  แม้ว่าตำแหน่งราชินีอังกฤษเป็นสิ่งสุดเอื้อม  เธอก็ยังคว้าตำแหน่งราชินีแฟชั่นมาครองจนสำเร็จ    บรรดาดีไซเนอร์ในฝรั่งเศสโหวตลงคะแนนให้ดัชเชสแห่งวินด์เซอร์เป็นสตรีแต่งกายดีที่สุดในโลกติดต่อกันมาหลายปีแล้ว    ของพรรค์นี้ชาวบ้านอย่างเราๆ หมายถึงการลงทุนจ่ายทรัพย์เป็นลูกค้าประจำของห้องเสื้อแพงขูดเลือดขูดเนื้อทั้งหลาย    แต่สำหรับวอลลิส มันได้ผลทางโฆษณาตัวเองคุ้มค่า สำหรับสตรีผู้ประสงค์จะเป็นเป้าสายตาของสังคม 
   จิมมี่ตอบสนองความกระหายอยากเด่นอยากดังของวอลลิสได้สมใจอยาก    เขาไม่เบื่อหน่ายเช่นผู้ชายโดยมาก ในการตระเวนพาเธอไปช็อปปิ้งในย่านดัง แถมคะยั้นคะยอให้ซื้ออย่างไม่อั้น   รวมทั้งเสื้อเฟอร์แพงมหาศาลอีกเป็นตู้ๆ    พอถึงเวลาจ่ายกะตังค์ก็ใครเสียอีกล่ะที่เซ็นเช็คจ่าย อย่างไม่สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย   ก็หนุ่มรายนี้น่ะละ
   ช็อปปิ้งเสร็จก็ต้องไปนั่งพักเหนื่อย กินอาหารกลางวันกันในร้านอาหารหรูระดับโลกในปารีส  กินกันไปหัวเราะต่อกระซิกกันไป เล่าเรื่องขำๆกันไป  ตกค่ำก็แต่งเนื้อแต่งตัวใหม่สวมชุดราตรีอลังการออกไปเต้นรำในไนท์คลับดังๆ     วอลลิสเต้นรำอย่างไม่เหน็ดไม่เหนื่อยกับจิมมี่   ส่วนท่านดยุคผู้ใกล้จะแซยิดในอีกไม่กี่ปีก็หาวแล้วหาวอีก   จนในที่สุดขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อน  ปล่อยเมียและเจ้าหนุ่มวัยคราวลูกให้ร่าเริงบันเทิงใจกันต่อไปสองคน


บันทึกการเข้า
tita
พาลี
****
ตอบ: 234


ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 13 พ.ค. 14, 10:50

ประโยค  "ตกค่ำก็แต่งเนื้อแต่งตัวใหม่สวมชุดราตรีอลังการออกไปเต้นรำในไนท์คลับดังๆ  วอลลิสเต้นรำอย่างไม่เหน็ดไม่เหนื่อยกับจิมมี่  ส่วนท่านดยุคผู้ใกล้จะแซยิดในอีกไม่กี่ปีก็หาวแล้วหาวอีก  จนในที่สุดขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อน  ปล่อยเมียและเจ้าหนุ่มวัยคราวลูกให้ร่าเริงบันเทิงใจกันต่อไปสองคน"

อ่านแล้วเหมือนสถานการณ์ตอนเจ้าชายเดวิดเริ่มพบปะสนิทสนมกับมิสซิสซิมป์สัน   "เมื่อจบอาหารค่ำก็ยังทรงคุยอยู่ดึกดื่นจนบางทีปาเข้าไปตีสี่กว่าจะเสด็จกลับ  วอลลิสเป็นเพื่อนคุยที่สนุกถูกคอเจ้าชาย  ส่วนสามีหล่อนก็ได้แต่นั่งยิ้มไปยิ้มมา  เป็นตัวประกอบอยู่ในห้อง

ช่วงนั้นธุรกิจของนายซิมป์สันเริ่มลำบาก  เขาต้องหอบงานมาทำที่บ้าน  เมื่อเจ้าชายไม่มีท่าทีว่าจะกลับง่ายๆ  ตัวเจ้าบ้านฝ่ายชายเองจะถ่างตาอยู่จนตีสี่  งานการไม่ได้ทำก็ไม่ไหว  หนักเข้าเขาก็ขอตัวไปทำงานต่อในห้องทำงาน  ทิ้งภรรยาไว้กับแขกสำคัญให้คุยกันไปตามสบาย  ส่วนใหญ่ก็คุยกันเกือบจะค่อนรุ่ง"

สำนวนอังกฤษคงว่า History repeats itself  แต่สำนวนไทยสงสัยคงจะเป็น กงเกวียนกำเกวียน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง