เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 13
  พิมพ์  
อ่าน: 83459 ดยุคและดัชเชสแห่งวินด์เซอร์ : รักหลังนิราศบัลลังก์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 24 เม.ย. 14, 16:05

นอนรอคุณครู  Z z z z z z z......


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 24 เม.ย. 14, 18:41

ดช.ประกอบ แอบหลับในห้องเรียนอีกแล้ว

ในเมื่อวอลลิสฉลาดพอจะเอาสามีติดสอยห้อยตามไปทุกแห่ง  เป็นโล่กำบังตัว   ขาเม้าท์ทั้งหลายจะนินทาก็ไม่ถนัดปากนัก ได้แต่ซุบซิบกันไปตามเรื่อง  จนกระทั่งค.ศ. 1934   เจ้าชายเสด็จไปพักผ่อนที่เมืองเบียริทซ์ เมืองตากอากาศลือชื่อของฝรั่งเศสตอนใต้  ทรงเชิญสามีภรรยาซิมป์สันไปด้วยในฐานะแขกส่วนพระองค์    แต่เออเนสต์ไม่อยู่ ต้องเดินทางไปทำธุรกิจในช่วงนั้นพอดี     เจ้าชายจึงให้วอลลิสชวนป้าของเธอไปด้วย  กันเสียงครหานินทาทั้งๆมันก็แซ่ดกันมาเป็นแรมปีแล้ว

ป้าของวอลลิสดูออกว่าเจ้าชายหลงรักหลานสาวจนออกนอกหน้า      ตามวิสัยผู้ใหญ่  นางไม่เห็นสมควร เพราะมีแต่ความยุ่งยากรออยู่เบื้องหน้า        นางก็เลยเตือนอย่างผู้ใหญ่ว่า
"   ป้าว่าหลานอย่าคบหาสนิทสนมกับเจ้าชายต่อไปอีกเลยนะ  ยังไงผลข้างหน้ามันก็ไม่ออกมาดีหรอก หลานเอ๋ย"
คำตอบของวอลลิสที่ให้ป้าก็คือ  
"   ป้าไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ หนูเอาอยู่ค่ะ"  

เรื่องอะไรวอลลิสจะยอมถอย     ผู้หญิงไหนๆก็ฝันถึงชีวิตแบบเทพนิยายซินเดอเรลล่าด้วยกันทุกคน     บัดนี้ปรินซ์ชาร์มมิ่งกำลังขอลีลาศด้วยไม่ยอมหยุด    จะให้เธอวิ่งหนีออกจากวังไปทั้งๆยังไม่ถึงสองยามงั้นหรือ   ไม่มีทาง
วอลลิสรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่สาวแส้อะไร   ปีนี้อายุ 35 แล้ว   ไม่ใช่ผู้หญิงสวย   นอกจากนี้ยังไม่รวย  ร่ำเรียนมาก็ไม่สูง ไม่ได้เก่งกาจปราดเปรื่อง    เทียบกับสาวไฮโซอื่นๆทุกคนก็ดูดีกว่าทั้งสิ้น   แต่เจ้าชายก็สยบให้เธออย่างจริงๆจังๆ   แล้วจะให้โง่พอจะขอเลิกเอากลางคันก็บ้าเต็มที

บันทึกการเข้า
scarlet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 155

โกหกเมียตายไปตกนรก แต่พูดความจริงตายทันที เลือกเอา


ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 24 เม.ย. 14, 19:00

แอบเข้ามาอ่านประจำ เพราะสนุกมากกก

แต่พอถึง #46 กลายเป็น Mrs. Wallis Simpson Thai version - Contemporary Huge Flood 2011Edition ไปซะนี่
 อิอิ
 เจ๋ง เจ๋ง ยิงฟันยิ้ม

ผู้น้อยขอคารวะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 24 เม.ย. 14, 19:36

แปลว่าอะไรคะ คุณ Scarlet  คุณว่าดิฉันเขียนน้ำท่วมทุ่งหรือคะ   
ดิฉันไม่ได้แต่งเองนะคะ   เอามาจากเว็บไซต์ของฝรั่งค่ะ
บันทึกการเข้า
scarlet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 155

โกหกเมียตายไปตกนรก แต่พูดความจริงตายทันที เลือกเอา


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 24 เม.ย. 14, 19:42

ขำ/ชอบที่เอาวลีอมตะตอนเกิดน้ำท่วม 2554 มาใช้ครับ
5555555555555

เมืิองไทยเราตอนนี้มีคำเด็ดๆเกิดขึ้นมาแยะครับ ตอนนี้นึกออกก็ สุดซอย อะไรเทือกๆนี้
คนไทยเราเก่งภาษามากครับ หาคำเจ็บๆมาใช้กันไม่หยุด อิอิ

ตอนนี้บังเอิญไปอ่านเรื่องขุนแผน (ชาติวรรณา) ประเภทนี้ก็สุนทรภู่ ครูแจ้ง แหละครับ
อีกท่านคือนักแต่งเพลง (คนหน้าเดืม อีกเพลงก็ แม้ลมหายใจฉันยังกรองให้เธอ ชื่อลืมไปแล้วครับ) สำนวนเจ็บสุดๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 24 เม.ย. 14, 20:06

 ถึงแม้วอลลิสยืนกรานว่าในช่วงเวลานั้น เจ้าชายกับเธอก็ยังไม่ได้มีอะไรเกินเลยกันมากกว่าเพื่อน    แต่มหาดเล็กประจำพระองค์ของเจ้าชายก็สังเกตว่าพระแท่นที่บรรทมของเจ้าชายไม่มีร่องรอยว่ามีคนนอน      เจ้าของแท่นหายไปบรรทมอยู่ห้องไหน  คนรู้เรื่องจากนายคนนี้ก็สามารถเดาได้เอง
 ยิ่งวันความสัมพันธ์ของเจ้าชายกับวอลลิสก็ยิ่งทวีความแน่นแฟ้น    แม้ว่ากลับจากฝรั่งเศสมาลอนดอนแล้ว ต่างคนต่างต้องแยกกันอยู่คนละแห่งก็ตาม    เพื่อนฝูงข้าราชบริพารสังเกตเห็นว่าวอลลิสมีอิทธิพลต่อเจ้าชายอย่างลึกล้ำ มากกว่าพระสนมคนก่อนๆอย่างเทียบกันไม่ได้      มันไม่ได้เป็นแค่สัมพันธ์สวาทของหนุ่มใหญ่สาวใหญ่วัยสามสิบห้า ที่น่าจะมีวุฒิภาวะพอสมควรทั้งสองฝ่าย        แต่มีลักษณะเป็นความผูกพันของแม่กับลูกมากกว่า    เห็นได้จากจดหมายที่ส่งไปมาถึงกัน   จดหมายของเจ้าชายนั้นออดอ้อน  งอนง้อ ติดอีกฝ่ายเหมือนลูกแหง่     ส่วนจดหมายของวอลลิสก็เข้มแข็ง ปกป้อง คุ้มครองอีกฝ่าย   เป็นการส่งและรับที่ลงตัวกันเป๊ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 25 เม.ย. 14, 18:10

หลังจากฉากชีวิตของเจ้าชายและวอลลิสเป็นที่ประจักษ์แก่โลกแล้ว   นักจิตวิทยาขาเม้าท์ทั้งหลายวิเคราะห์กันจนมึนหัว  ว่าเหตุใดชายหญิงที่ดูแล้วไม่น่าจะรักกันได้  จึงรักกันได้  ซ้ำเป็นความรักอันยิ่งใหญ่มหาศาลที่สุดในศตวรรษ      อยู่กันมาได้จนความตายมาพรากจากกัน อย่างที่หนุ่มสาวทุกยุคทุกสมัยปรารถนากันยิ่งนัก

อย่างหนึ่งที่เขาว่ากันว่า...ก็คือเจ้าชายเป็นเด็กที่ว้าเหว่ขาดความรักจากแม่มาตั้งแต่เด็ก     ขึ้นชื่อว่าความรัก ไม่ใช่ว่าพ่อแม่ให้กินอิ่มหมีพีมัน ให้เสื้อผ้าสวยๆ ของเล่นแพงๆทุกชนิด เท่านั้น  แต่ต้องรวมความใกล้ชิด  สัมผัสคลอเคลียกันระหว่างพ่อแม่ลูก  รวมการพูดจาสื่อสารกันใกล้ชิด จะดุจะเอ็ดหรือจะพูดกันอ่อนหวานน่าฟังก็ต้องพูดจากันเสมอ   จึงจะเกิดความผูกพัน ที่ทำให้เด็กคนนั้นโตเป็นผู้ใหญ่อย่างอิ่มเอมในความรัก     ทั้งหมดนี้ราชประเพณีในพระราชวังกีดขวางมิให้เดวิดได้รับ     พระองค์จึงยึดวอลลิสไว้แทน "แม่" ที่ขาดไปในวัยเยาว์   
ข้อนี้นักจิตวิทยาเขาหาหลักฐานมาได้ว่า วอลลิสมักพูดจาไม่เกรงใจเจ้าชายอยู่เสมอ   อยากดุก็ดุ อยากพูดอะไรก็พูด   แม้แต่บางครั้งเหมือนกับหักหน้าเจ้าชาย เธอก็ทำ  เช่นทูลตรงๆว่า "พระสหายเบื่อเต็มทีแล้วเพคะที่ต้องเล่นกอล์ฟกับใต้ฝ่าพระบาท"   
เจ้าชายนอกจากไม่กริ้วแล้ว  ยังรู้สึกว่าวอลลิสพูดออกไปด้วยความห่วงใย  คือเธอ"แคร์" ท่านมากนั่นเอง
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 25 เม.ย. 14, 18:49

ผมเคยเห็นอะไรบางอย่างคล้ายๆ กันนี้ คือชายหนุ่มที่การศึกษาดี ชาติกำเนิด ฐานะดี มีสาวๆ หรือคนที่เข้ามาอี๋อ๋อ กลับแพ้ทางผู้หญิงที่ดูเหมือนจะไม่แคร์ ไม่พินอบพิเทาชายคนนั้น


อาจจะเป็นเพราะความแปลกใหม่ ความท้าทาย ความแตกต่าง ทำให้เจ้าชายหลงไหลก็เป็นได้ เพราะในขณะที่คนอื่นพินอบพิเทายำเกรง วอลลิสกลับปฏิบัติต่อเจ้าชายแตกต่าง เลยกลายเป็นความท้าทายแปลกใหม่สำหรับเจ้าชายก็ได้ ผู้หญิงสวยๆ เอาอกเอาใจหาได้ไม่ยาก แต่ผู้หญิงที่ท้าทายน่าค้นหาลุ่มหลง ไม่เคยปรากฏในชีวิตเจ้าชายมาก่อน  ยิ่งมีบุคลิกเย็นชาหรือคล้ายๆ แม่ตัวเอง ยิ่งน่าครอบครอง เติมเต็มปมส่วนที่ขาดหายในวัยเด็กของเจ้าชายได้
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 25 เม.ย. 14, 19:51

ผมเคยเห็นอะไรบางอย่างคล้ายๆ กันนี้ คือชายหนุ่มที่การศึกษาดี ชาติกำเนิด ฐานะดี มีสาวๆ หรือคนที่เข้ามาอี๋อ๋อ กลับแพ้ทางผู้หญิงที่ดูเหมือนจะไม่แคร์ ไม่พินอบพิเทาชายคนนั้น

อ่านดูตอนแรก นึกว่าเป็นประสบการณ์จากชีวิตจริงของคุณชาย  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 26 เม.ย. 14, 10:24

^
น่าคิด


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 26 เม.ย. 14, 10:34

ถึงแม้ว่าความรักเป็นอารมณ์ที่รู้จักกันดีที่สุดในโลก   ไม่ว่าคนชาติไหนภาษาไหนต่างก็ให้ความสำคัญแก่อารมณ์นี้เหนืออารมณ์อื่นใด   แต่ความรักก็เป็นอารมณ์ที่เข้าใจยากที่สุดในโลกเช่นกัน      ไม่มีใครเข้าใจว่าทำไมนายนี่ถึงรักนางสาวนั่น แทนที่จะรักนางสาวนู่น   หรือนางสาวโน่นดันมารักนายคนนี้ ที่ดูแล้วไม่น่ารักเลย  แทนที่จะรักนายคนนั้นซึ่งดูทางไหนก็สมควรจะรักกว่าเป็นกอง

นักจิตวิทยาทั้งหลายพยายามหาคำเฉลยให้กับอารมณ์นี้ ด้วยคำอธิบายต่างๆนานา ซึ่งฟังแล้วจะเชื่อก็ได้ไม่เชื่อก็ได้    ส่วนใหญ่ดิฉันอ่านแล้วก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่    จึงไม่ขอเอามาลงให้อ่านง่วงกันเปล่าๆ     ในกรณีของเจ้าชายเดวิดและวอลลิส  เอาเป็นว่ามีทฤษฎีจิตวิทยาที่พยายามอธิบายเหตุผลความรักของเจ้าชาย     อย่างหนึ่งน่าจะเข้าข่ายปม Oedipus Complex ของเจ้าทฤษฎีซิกมันด์ ฟรอยด์   คือวอลลิสมีลักษณะเป็นแม่ที่แข็งแกร่ง มีอำนาจ  และโอบอุ้มลูกชายอย่างใกล้ชิด     อันเป็นสิ่งที่เจ้าชายทรงขาดจากพระมารดาของพระองค์      แม่ประเภทนี้ถ้ายังนึกไม่ออกว่าเป็นยังไง  ไปค้นยูทูปดูละครทีวีเรื่อง "วนิดา" เวอร์ชั่นไหนก็ได้    แม่พระเอกก็ลักษณะนี้ละค่ะ

มันจะเป็นอะไรก็ตาม  ผลคือความสัมพันธ์กับวอลลิสทำให้เจ้าชายทำอะไรๆที่พระองค์เองไม่เคยทำมาก่อน   มหาดเล็กประจำตัวเคยเปิดประตูเข้าไปเจอเจ้าชายนั่งอยู่บนพื้นห้องอย่างสบายอารมณ์   ทาเล็บเท้าให้วอลลิส      หลังจากตกตะลึงตาค้าง  มหาดเล็กก็ถอยออกมา แล้วประกาศลาออกจากงานไปเลยเพราะแกเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเสียเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 เม.ย. 14, 11:34 โดย เทาชมพู » บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 26 เม.ย. 14, 11:17

   นักวิเคราะห์ขาเม้าท์บางคนยกสาเหตุที่วอลลิส 'จับ' เจ้าชายได้อยู่หมัด   ว่าไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเรื่องบนเตียง      เพราะวอลลิสเชี่ยวชาญเรื่องกามศาสตร์จากสำนักโคมเขียวในจีน     แต่เรื่องนี้ก็เป็นข่าวเล่าลือที่ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเจ้าตัวทั้งสอง    ขาเม้าท์เองก็แจกแจงไม่ได้มากไปกว่านี้      จะว่าไปเจ้าชายก็ไม่ใช่ไก่อ่อน ทรงมีผู้หญิงอื่นมาก่อนหน้านี้อย่างน้อยก็สองคน  พระชันษาก็สามสิบห้าสามสิบหกเข้าไปแล้ว   จะลุ่มหลงผู้หญิงเหมือนเด็กหนุ่มอายุสิบห้าสิบหกก็คงไม่ใช่     เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างว่าถ้ามีจริง  มันก็คงเป็นส่วนประกอบของความรักเท่านั้นเอง
   
    ความรักที่เจ้าชายทรงมีต่อวอลลิสเพิ่มพูนขึ้นตามวันเวลา   จนกระทั่งทรงรู้สึกว่าจะมีชีวิตต่อโดยปราศจากผู้หญิงคนนี้ไม่ได้อีกแล้ว      จริงอยู่ บัดนี้วอลลิสอยู่ในฐานะพระสนมลับ เช่นเดียวกับหญิงสาวสองคนก่อนหน้านี้ (ซึ่งบัดนี้ตกกระป๋องไปแล้ว ชนิดไม่มีวันปีนขอบกระป๋องขึ้นมาได้)   แต่ฐานะพระสนมลับไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเธอสามารถเดินเคียงข้างเป็นคู่พระทัยได้ในทุกหนทุกแห่ง     ไม่อาจเป็นคู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขได้อย่างคู่ผัวตัวเมีย    และที่สำคัญคือเธอยังมีสามีค้ำคออยู่เป็นอุปสรรค
     ข้อกีดขวางเหล่านี้ทำให้เจ้าชายเป็นทุกข์ยิ่งนัก    ทรงคิดเท่าใดก็คิดไม่ออกว่าจะทูลพระบิดาอย่างไรดี ว่าทรงอยากแต่งงานกับหญิงอเมริกัน   ส่วนวอลลิสช่วยเจ้าชายเท่าที่ทำได้ คือเมื่อตระหนักว่าเจ้าชายอยากแต่งงานกับเธอแน่ๆ   เธอก็ยื่นฟ้องหย่าจากนายซิมป์สันผู้สามีทันที  เพื่อให้สถานภาพเธอปลอดพันธะขึ้นมาขั้นหนึ่ง

ภาพข้างล่างนี้ คือวอลลิส  ป้าเบสซี่ญาติผู้ใหญ่  และนายเออเนสต์ ซิมป์สัน สามี


บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 460


ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 27 เม.ย. 14, 07:29

ป้าคนนี้นี่เองที่หลานสาวรับรองอย่างมั่นอกมั่นใจว่า

     "หนูเอาอยู่"
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 27 เม.ย. 14, 11:02

      เจ้าชายเดวิดยังนึกไม่ออกว่าจะไปทูลพระบิดาอย่างไรดี ถึงปัญหารักที่อัดแน่นอยู่ในอก    พระเจ้าจอร์ชก็ประชวรและเสด็จสวรรคตไปเสียก่อนเมื่อวันที่ 20 มกราคม 1936   ทำให้ราชบัลลังก์อังกฤษตกมาอยู่ในมือของเจ้าชายรัชทายาททันที ตั้งแต่ยังไม่ได้ทำพิธีราชาภิเษก
     เจ้าชายเดวิดผู้ซึ่งบัดนี้กลายเป็นพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษไปแล้ว  กลัดกลุ้มกังวลกับหน้าที่ใหม่ยิ่งนัก     การเป็นกษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักรไม่ได้หมายความแค่มีบัลลังก์ให้นั่งเท่านั้น   แต่หมายถึงพระภารกิจอันหนักหน่วงที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะมีได้หล่นลงมาบนบ่าให้แบกไปตลอดชีวิต    ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีก็แบกงานอยู่แค่ช่วงเวลาที่ได้รับตำแหน่งเท่านั้น   หมดวาระแล้วก็แล้วกัน     แต่เป็นพระราชาจะหลีกหนีไปไหนไม่ได้    ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงจะต้องคำนึงถึงภารกิจอยู่เสมอ   จะทำผิดทำพลาดแม้แต่เล็กน้อย ก็อาจก่อความเสียหายมหาศาลแก่ประเทศ
    ในตอนนั้นอังกฤษก็ยังเป็นจักรวรรดิใหญ่มีอาณานิคมอยู่มากมายทั่วโลก     เจ้าชายจะทรงรับผิดชอบอยู่องค์เดียวได้อย่างไร     พระองค์ต้องการกำลังใจจากผู้อยู่เคียงข้าง  ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกจากวอลลิส ผู้ที่พระองค์ไม่ได้เพียงแต่รักเท่านั้น  แต่ยังยึดมั่นปานประหนึ่งหลักให้พักพิงอีกด้วย 
บันทึกการเข้า
scarlet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 155

โกหกเมียตายไปตกนรก แต่พูดความจริงตายทันที เลือกเอา


ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 27 เม.ย. 14, 11:22

King Edward คงแน่นอกน่าดู

เห็นใจๆๆๆ................ เศร้า ลังเล

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.053 วินาที กับ 19 คำสั่ง