เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 13
  พิมพ์  
อ่าน: 81408 ดยุคและดัชเชสแห่งวินด์เซอร์ : รักหลังนิราศบัลลังก์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 17 เม.ย. 14, 10:36

วอลลิสในวัยสาว


บันทึกการเข้า
Twingle star
อสุรผัด
*
ตอบ: 6


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 18 เม.ย. 14, 11:10

ขออนุญาตลงทะเบียนเรียนนะคะ

เรื่องของดยุคและดัชเชสวินเซอร์นี่ คงต้องใช้คำนี้นะคะ
คู่แล้ว ย่อมไม่แคล้วกัน จริงๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 18 เม.ย. 14, 11:27

    ในเมื่อรูปร่างหน้าตาไม่อาจเทียบกับพระสนมลับเฟรด้าและเตลมาผู้สวยหยดย้อยราวกับดาราหนัง  ผู้หญิงอย่างวอลลิสจึงลอยลำเข้าไปใกล้ชิดเจ้าชายได้โดยไม่มีใครคิดว่าหล่อนจะเป็นที่สนพระทัยเป็นพิเศษ        
    ไม่มีใครดูออกว่าผู้หญิงอย่างวอลลิสที่กล้า   คารมคมคาย เป็นตัวของตัวเองไม่ซ้ำแบบผู้หญิงที่ดีแต่สวย    เป็นผู้หญิงแปลกชวนทึ่ง    หล่อนกล้าพูดกล้าต่อปากต่อคำกับเจ้าชายเดวิด อย่างไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำได้   กระทบความสนพระทัยของเจ้าชายซึ่งไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อน
     วันหนึ่งวอลลิสเป็นหวัดอย่างหนัก   คงจะเป็นด้วยอากาศหนาวชื้นของอังกฤษ  และแฟลตที่พักก็มีฮีทเตอร์ในแต่ละห้อง ซึ่งไม่พอเพียง    เจ้าชายตรัสถามหล่อนว่า เป็นหวัดแบบนี้ เสียดายฮีทเตอร์แบบศูนย์รวมของบ้านในอเมริกาซึ่งกระจายความอบอุ่นทั่วบ้านเท่ากันบ้างไหม
     แทนที่จะตอบว่า..เสียดายเพคะ  หรือ ไม่หรอกเพคะ    นางซิมป์สันกลับตอบว่า
     "ขอประทานอภัยนะเพคะ  แต่ใต้ฝ่าพระบาททำให้หม่อมฉันผิดหวังมากเลย"
     " ผิดหวังยังไง เธอ" เจ้าชายไม่เข้าพระทัย
     " ก็ผู้หญิงอเมริกันทุกคนที่มาอยู่ในประเทศของใต้ฝ่าพระบาทจะต้องถูกถามแบบนี้ไม่มีเว้นเลยน่ะซีเพคะ    หม่อมฉันหลงนึกว่าจะเจอคำถามอะไรไม่ซ้ำแบบ จากปรินซ์ออฟเวลส์บ้างเสียอีก"

      คำตอบที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าตอบ ก่อความทึ่งกับเจ้าชายจนถึงกับทรงบันทึกไว้ในภายหลังว่า
      "วอลลิสเป็นคนบุคลิกลักษณะซับซ้อนและปราดเปรียว  ตั้งแต่แรกรู้จักกันแล้ว ข้าพเจ้าเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เป็นอิสระ ไม่ลงให้ใครมากเท่าที่สุดเท่าที่เคยเจอมา"
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 18 เม.ย. 14, 11:28

 ยิ้มกว้างๆ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 18 เม.ย. 14, 11:49

ประวัติของวอลลิสที่ถูกขาเม้าท์ในนามของนักเขียนชีวประวัติขุดคุ้ยกันขึ้นมา ค่อนข้างเสียหายอยู่หลายเรื่อง     ถ้าให้ความยุติธรรมกับเธอก็ต้องบอกว่าเรื่องเหล่านี้ไม่มีพยานหลักฐาน    เป็นแต่ลือซุบซิบกันอยู่ในหมู่เพื่อนฝูงคนรู้จัก    แต่ในเมื่อกระทู้นี้บอกไว้แต่ต้นว่าจะนินทาไฮโซ ก็เลยขอลงเอาไว้    ส่วนท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่วิจารณญาณนะคะ

เรื่องแรกคือวอลลิสแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายสองหน  แต่ผู้ชายในชีวิตเธอก่อนหน้าเจ้าชายเดวิดไม่ได้มีแค่สามีสองคนเท่านั้น   ในช่วงที่ยังแต่งงานกับสามีคนแรกซึ่งเป็นนายทหารเรือต้องไปประจำการอยู่ไกลบ้าน     วอลลิสก็มีกิ๊กเป็นนักการทูตชาวอาเจนตินาชื่อเฟลิเป้ เดอ เอสปิล ( Felipe de Espil)   แต่ก็ไม่ยาวนานนัก   ภายหลังก็เลิกรากันไปเอง   

ขาเม้าท์ยังบอกอีกว่า วอลลิสเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศจีน ทั้งฮ่องกงและปักกิ่ง  ยาวนานถึงหนึ่งปี   ระหว่างนี้เธอหาโอกาสได้อย่างไรก็ไม่ทราบ  ไปเรียนวิชากามสูตรในสำนักโคมเขียวแห่งหนึ่งของจีน    เมื่อพักอยู่ที่ปักกิ่ง  เธอมีกิ๊กคนใหม่ชื่อเคานต์กาลีแอซโซ ชิอาโน ซึ่งภายหลังแต่งงานกับลูกสาวของมุสโสลินีผู้นำเผด็จการของอิตาลี   

ผลจากการลักลอบกันนี้   วอลลิสเกิดพลาดพลั้งตั้งครรภ์  เธอต้องไปทำแท้ง  ซึ่งส่งผลให้เธอไม่สามารถมีบุตรได้อีก    ข่าวลือเรื่องนี้ซุบซิบกันกระฉ่อนเมืองแต่ว่าหาหลักฐานยืนยันไม่ได้      ภรรยาของชิอาโน ผู้เป็นลูกสาวของมุสโลลินีก็ปฏิเสธข่าวนี้ว่าไม่จริง

วอลลิสกับสามีแยกกันอยู่เมื่อกลับจากจีนมาอเมริกา    จนลงเอยด้วยการหย่าร้าง   ต่อมาแต่งงานกับสามีคนที่สอง เป็นชาวอเมริกันด้วยกันชื่อนายซิมป์สัน      จากนั้นก็เดินทางจากอเมริกามาใช้ชีวิตไฮโซอยู่ในลอนดอน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 19 เม.ย. 14, 08:55

  ในเมื่อวอลลิสเป็นผู้หญิงฉลาด  มีไหวพริบปฏิภาณดี  และสังคมเก่ง  เธอก็สามารถผูกมิตรกับสาวไฮโซในลอนดอนจนกลมเกลียวกัน  ได้รับเชิญไปร่วมงานสังสรรค์ของพวกเซเล็บอยู่บ่อยๆ      หนึ่งในบรรดาเพื่อนหญิงที่นับเธอเป็นเพื่อนสนิทคือเตลมา เฟอร์เนส   วอลลิสรู้จักเจ้าชายเดวิดมานานหลายปี  เจ้าชายก็ไม่ได้เอาใจใส่เธอเป็นพิเศษ        ทำให้เตลมาไว้วางใจพอจะเอ่ยปากฝากฝังเจ้าชายไว้กับเพื่อนรัก
  " ฉันต้องไปนิวยอร์คหลายวัน    อยู่ทางนี้กลัวว่าหนุ่มน้อยเดวิดของฉันจะเหงา   เธอช่วยดูแลเจ้าชายด้วยนะจ๊ะ "เตลมาออกปาก
  " ไม่ต้องห่วงจ้ะ" วอลลิสรับปากแข็งขัน

  เตลลาเป็นคนสวยเกินหน้าสติปัญญา   ผิดกับวอลลิสที่สติปัญญาเกินหน้าความสวย    เตลมาจึงจากไปนิวยอร์คด้วยความเบาใจว่าฝากฝังชู้เอาไว้กับเพื่อนรักดิบดีแล้ว      ส่วนทางนี้นางแมวเจ้าเสน่ห์ก็ไม่ได้ปล่อยปลาย่างที่เพื่อนฝากเอาไว้ให้ว้าเหว่      หล่อนพาตัวเองเข้าไปสนิทสนมคลุกคลีกับเจ้าชาย     ภายใน 2 สัปดาห์ที่เตลมาไปนิวยอร์ค    เจ้าชายเดวิดก็ทรงพบเสน่ห์ในตัวหญิงอเมริกันอย่างที่ไม่เคยพบในตัวหญิงใดมาก่อน
  เสน่ห์ของวอลลิสก็จับพระทัยได้อยู่หมัด นับแต่นั้นมาจนตลอดพระชนม์ชีพ

  ขึ้นชื่อว่าคู่แล้วไม่แคล้วกัน เป็นความจริง    แต่คู่มีหลายประเภท  คู่สร้างคู่สม  คู่ทุกข์คู่ยาก  คู่เวรคู่กรรม  คู่ล้างคู่ผลาญ   ฯลฯ
  โปรดติดตามต่อไปว่าทั้งสองเป็นคู่ประเภทไหนนะคะ

  ให้นักเรียนพักครึ่งเวลาได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
kulapha
มัจฉานุ
**
ตอบ: 96


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 19 เม.ย. 14, 09:10

เรียนเชิญอาจารย์แวะดื่มชาและของว่างก่อนนะคะ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 19 เม.ย. 14, 09:14

ขอบคุณค่ะ   น่ากินจริงๆ
เชิญนักเรียนทั้งหลายร่วมวงด้วยนะคะ


บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 458


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 19 เม.ย. 14, 17:43

ขอบคุณครับ คงไม่สายเกินไปนะครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 21 เม.ย. 14, 18:53

ในตอนต้นก็ไม่มีอะไรผิดปกติ   เจ้าชายเสด็จเยือนแฟลตของสองสามีภรรยาซิมป์สันอย่างเพื่อนฝูง   ต่อมาก็ประทับอยู่นานหลังดื่มคอกเทลจนถึงอาหารค่ำ  เมื่อจบอาหารค่ำก็ยังทรงคุยอยู่ดึกดื่นจนบางทีปาเข้าไปตีสี่กว่าจะเสด็จกลับ     วอลลิสเป็นเพื่อนคุยที่สนุกถูกคอเจ้าชาย   ส่วนสามีหล่อนก็ได้แต่นั่งยิ้มไปยิ้มมา เป็นตัวประกอบอยู่ในห้อง
ช่วงนั้นธุรกิจของนายซิมป์สันเริ่มลำบาก  เขาต้องหอบงานมาทำที่บ้าน  เมื่อเจ้าชายไม่มีท่าทีว่าจะกลับง่ายๆ   ตัวเจ้าบ้านฝ่ายชายเองจะถ่างตาอยู่จนตีสี่ งานการไม่ได้ทำก็ไม่ไหว    หนักเข้าเขาก็ขอตัวไปทำงานต่อในห้องทำงาน   ทิ้งภรรยาไว้กับแขกสำคัญให้คุยกันไปตามสบาย  ส่วนใหญ่ก็คุยกันเกือบจะค่อนรุ่ง

ถ้าถามว่าสามีไม่ว่าอะไรบ้างหรือ  วอลลิสก็ยอมรับว่าเขา "โวยนิดหน่อย"  แต่เธอไม่ได้ยุติมิตรภาพกับเจ้าชาย   ตรงกันข้ามเธอกลับเดินหน้าต่อไปไม่หยุดยั้ง     แม้จะรู้ว่าข่าวซุบซิบเริ่มกระเซ็นกระสายกันบ้างแล้ว ว่าเธอน่าจะกลายเป็นพระสนมลับรายใหม่    แต่เธอก็ยืนยันว่า "ไม่มีอะไรกันนะจ๊ะ" ในช่วงนั้น

มีผู้เริ่มสังเกตว่าในงานปาร์ตี้ส่วนพระองค์    เจ้าชายเริ่มเต้นรำกับพระสหายสาวอเมริกันบ่อยครั้งยิ่งขึ้นทุกที      จนเป็นที่เพ่งเล็ง   แต่ใครจะเล่าลือยังไงวอลลิสไม่สะทกสะท้าน     เธอลากสามีไปด้วยทุกงานเป็นเกราะป้องกันเสียงครหา   มิให้ใครฟันธงลงไปได้มากกว่านี้
แต่เธอก็ไม่หยุดความสนิทชิดเชื้อกับเจ้าชายจนแล้วจนรอด     ยังไงก็ไม่หยุด...
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 21 เม.ย. 14, 18:59

 ยิ้มกว้างๆ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 22 เม.ย. 14, 09:25

    ย้อนกลับมาถึงพระสนมลับเตลมา   หล่อนมัวไปเริงร่าอยู่ในวงสังคมไฮโซของนิวยอร์คเสีย 2 เดือน    มีเจ้าชายเพลย์บอยจากตะวันออกกลางผู้ร่ำรวยและที่มีรสนิยมวิไลกับสาวอเมริกันเป็นเจ้าภาพจัดปาร์ตี้บ่อยๆ พระนามว่าเจ้าชายอากาข่าน   เตลมาก็เลยสนุกสนานอยู่ที่นั่นโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่เลยว่าเกิดอะไรขึ้นทางนี้
   เมื่อกลับมา  เตลมามองเห็นความเปลี่ยนแปลงของเจ้าชายโดยไม่ต้องสังเกต    เมื่อได้รับเชิญไปร่วมงานดินเนอร์ที่พระตำหนักส่วนพระองค์     หล่อนมองเห็นเจ้าชายหันไปหัวเราะต่อกระซิกกับวอลลิสผู้ได้ที่นั่งติดกัน    ขำอะไรกันกิ๊กกั๊กสองคน  วอลลิสกล้าถึงกับตีพระหัตถ์เจ้าชายแบบหยอกเอินต่อหน้าคนทั้งโต๊ะ   ไม่มีเกรงใจพระสนมผู้นั่งตาค้างมองอยู่

    เตลมาแอบไปต่อว่าต่อขานเจ้าชายหรือไม่ ไม่มีใครรู้      รู้แต่ว่านับแต่วันนั้นหล่อนไม่ได้รับเชิญจากเจ้าชายอีกเลย   รวมทั้งเฟรด้าพระสนมลับอีกคนก็ตกกระป๋องมองไม่เห็นฝุ่นไปด้วย    เจ้าชายเดวิดไม่ไยดีผู้หญิงรายเก่าของพระองค์อีกแม้แต่น้อย     ทรงเงียบหายไปจากชีวิตของหล่อนเหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกี่ยวข้องกัน
    ทั้งเตลมาและเฟรด้าถูกลืมเลือนไปจากสังคม    เพราะชาวไฮโซทั้งหลายเมื่อดูออกว่าวอลลิสกลายเป็น 'คนโปรด' คนใหม่   บัตรเชิญทั้งหลายก็กระหน่ำกันไปที่หล่อน   ด้วยความหวังว่าถ้าหากวอลลิสรับเชิญ   หล่อนก็จะพาเจ้าชายรัชทายาทอังกฤษมาร่วมงาน ให้เจ้าภาพหน้าบานได้หน้าได้ตาอวดผู้คนได้ ว่างานฉัน เจ้าชายเสด็จมาเชียวนะ
บันทึกการเข้า
Twingle star
อสุรผัด
*
ตอบ: 6


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 22 เม.ย. 14, 13:46

คำตอบของวอลลิส เรื่องฮีทเตอร์
สาวสมัยนี้ยังอึ้งและทึ่งค่ะ  ขยิบตา




บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 23 เม.ย. 14, 11:37

     มาถึงช่วงนี้  สามีภรรยาซิมป์สันก็กลายเป็นเซเล็บดวงขึ้นสุดๆ   เพราะทุกสุดสัปดาห์เขาและเธอจะต้องได้รับเชิญเป็นแขกประจำที่พระตำหนักส่วนพระองค์ในชนบทนอกกรุงลอนดอน     เขาและเธอได้ร่วมโต๊ะเสวยทุกครั้ง   เสด็จไหนทำอะไรก็ต้องมีวอลลิสเป็นเงาตามตัว   มีสามีพ่วงท้ายไปด้วยอีกคน
     อ่านมาถึงตรงนี้   ท่านผู้อ่านเรือนไทยคงจะสงสัยว่าตัวนายเออเนสต์ ซิมป์สันเองแกรู้สึกยังไง  เพราะแกก็รู้ตัวว่าแกไม่ใช่เพื่อนรักเพื่อนเกลออะไรของเจ้าชาย   พระองค์ก็ไม่ได้โปรดปรานแกเท่าเทียมกับภรรยาของแก     เราไม่พบหลักฐานจากบันทึกหรือจดหมายอะไรที่บอกให้รู้ถึงความในใจของเออเนสต์     แต่มีจดหมายที่วอลลิสเขียนไปถึงป้าของเธอว่าเออเนสต์ก็มีแต่ปลื้มในพระกรุณาของเจ้าชาย  ที่ยกย่องให้เกียรติเขาเป็นพระสหายสนิท
     ดูตามรูปการณ์แล้ว   เออเนสต์ไม่มีทางเลือก     ถ้าเป็นตัวเราเองก็น่าเห็นใจอยู่เหมือนกันว่าไม่มีทางอื่นนอกจากตกกระไดพลอยโจน      ใครมันจะบ้าระห่ำปฏิเสธเมื่อรัชทายาทของราชอาณาจักรโปรดให้เข้าเฝ้าอย่างสนิทสนมในพระตำหนักส่วนพระองค์   ได้นั่งร่วมโต๊ะเสวย  ได้ดื่มได้กินอย่างหรูหรา มีมหาดเล็กพินอบพิเทาและแขกไฮโซของลอนดอนต่างก็เอาอกเอาใจเขากันทุกคน
     ถึงตอนนี้ วอลลิสกลายเป็นเจ้าภาพฝ่ายหญิงในงานเลี้ยงของเจ้าชายอย่างเต็มตัว   เธอมีสิทธิ์และอำนาจเต็มที่จะเลือกเมนูพระกระยาหารให้เจ้าชายและแขก     มีสิทธิ์จะสั่งจัดห้องหับเฟอร์นิเจอร์แล้วแต่จะชี้นิ้ว     เมื่อเจ้าชายกับพระสหายออกรอบไปตีกอล์ฟ  เธออยู่ในพระตำหนักก็พาสุนัขสองตัวของเจ้าชายไปเดินเล่น     เจ้าชายทรงรักสัตว์เลี้ยงสองตัวนี้เป็นชีวิตจิตใจ    เมื่อวอลลิสแสดงความรักและเอ็นดูพระสหายสี่ขา   เจ้าชายก็ยิ่งทรงปลื้มถึงกับวันหนึ่ง ทรงกำนัลของขวัญมีชีวิตให้เธอ เป็นหมาเทอเรียขนฟูน่ารัก  ซึ่งต่อมาทั้งสองช่วยกันตั้งชื่อว่า "สลิปเปอร์  " เจ้าสลิปเปอร์นี่ก็ได้เสนอหน้าอยู่ในรูปถ่ายส่วนพระองค์ด้วย


บันทึกการเข้า
hobo
พาลี
****
ตอบ: 324


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 23 เม.ย. 14, 17:09

ริมผีปากบางและขนคิ้วแปลกๆ แบบนี้ตามตำราว่าร้ายนัก
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง