เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 13
  พิมพ์  
อ่าน: 82710 ดยุคและดัชเชสแห่งวินด์เซอร์ : รักหลังนิราศบัลลังก์
tita
พาลี
****
ตอบ: 242


ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 13 พ.ค. 14, 10:53

จมูกของดัชเชสใน คห. ๙๖ ดูน่ากลัวแท้   ตกใจ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30829

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 13 พ.ค. 14, 10:54

     อยู่ในเมืองนานๆ แม้เป็นเมืองตากอากาศหรูเริ่ดอย่างไรก็ตาม  เศรษฐีก็มักจะป่วยเป็นโรคประจำตัวอันได้แก่โรคเบื่อง่าย    ดังนั้น จิมมี่ก็มักจะชวนผัวเมียคู่นี้เปลี่ยนบรรยากาศ   พาล่องทะเลเมดิเตอเรเนียนในเรือยอทส่วนตัว ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยห้องหับหรูหราไม่แพ้โฮเต็ลห้าดาว   มีไวน์ชั้นเยี่ยมและอาหารชั้นเลิศพร้อมด้วยเชฟและลูกเรือครบชุดคอยประคองรองมือรองเท้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง  ล่องเรือไปในทะเล    ชมวิว  แวะเมืองท่าเมืองไหนก็ได้ตามใจชอบ  วันๆก็สำเริงสำราญ ราวกับว่าเขาไม่ได้อยู่ร่วมโลกเดียวกับชาวบ้านร้านถิ่นอื่นๆที่ต้องทำงานงกๆหาเลี้ยงชีพในแต่ละวัน
   ชีวิตแบบนี้แม้ว่าดยุคและดัชเชสแห่งวินด์เซอร์เคยอยู่อย่างไฮโซก็จริง  แต่ก็ยังไม่สามารถจะบันดาลให้ตัวเองได้เท่ามหาเศรษฐีบันดาลให้    จึงเป็นเหมือนยาเสพติดให้อดีตพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดถอนตัวไม่ขึ้นจนแล้วจนรอด     แม้ว่าทรงรู้ว่ามีกลิ่นทะแม่งอบอวลอยู่ระหว่างเมียรักและเจ้าหนุ่มคราวลูกก็ตาม
   จิมมี่เองก็เบิกบานกับเงินที่แม่ยอมจ่ายให้ไม่อั้นเพื่อเอนเทอร์เทนแขกระดับโลกอย่างผัวเมียคู่นี้     บวกด้วยความบันเทิงซ้ำสองคือเรื่องบนเตียงระหว่างเขากับดัชเชส      ความลับไม่มีในโลก   ต่อให้อยู่ในเรือกลางมหาสมุทร ก็ยังมีคนรับใช้ดูแลห้องนอนของเจ้านายอยู่ดี รู้ตื้นลึกหนาบางจากร่องรอยบนเตียงนอน    และอีกอย่างก็คือจิมมี่เป็นหนุ่มคะนองปาก   ยังไงก็อดคุยไม่ได้กับเพื่อนสนิท  ว่าตัวเขากับดัชเชสนั้นสามารถสร้างความหรรษาให้กันและกันได้มากแค่ไหน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30829

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 13 พ.ค. 14, 10:55

สำนวนอังกฤษคงว่า History repeats itself  แต่สำนวนไทยสงสัยคงจะเป็น กงเกวียนกำเกวียน
ใช่เลยค่ะ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10784



ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 13 พ.ค. 14, 12:07

ขออนุญาตเข้าซอย "สำนวน" ถ้าจะให้ตรงจริง ๆ น่าจะเป็น

History repeats itself  = ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

What goes around, comes around = กงเกวียนกำเกวียน

บันทึกการเข้า
scarlet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 155

โกหกเมียตายไปตกนรก แต่พูดความจริงตายทันที เลือกเอา


ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 13 พ.ค. 14, 12:47

ขออนุญาตเข้าซอย "สำนวน" ถ้าจะให้ตรงจริง ๆ น่าจะเป็น

History repeats itself  = ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

What goes around, comes around = กงเกวียนกำเกวียน


ยิ้มเท่ห์ ยิ้มกว้างๆ ยิงฟันยิ้ม+LIKE
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30829

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 13 พ.ค. 14, 12:52

ดิฉันเข้าใจดี ว่าคุณ tita พูดเรื่องอะไรอยู่ค่ะ
บันทึกการเข้า
scarlet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 155

โกหกเมียตายไปตกนรก แต่พูดความจริงตายทันที เลือกเอา


ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 13 พ.ค. 14, 13:21

ผู้ที่เน้นกงกำกงเกวียนคงสะใจท่าน irresponsible duke มากกว่าอย่างอื่นนะครับ สตรีชอบหะรูหะรา ฟู่ฟ่า ฟุ้งเฟ้ออยู่แล้ว แต่เกิดเป็นบุรุษต้องมีสำนึกรับผิดชอบ รู้หน้าที่ คนธรรมดาเดินดิน รากหญ้ายังมีเลย..

เป็นคนอย่างไร ชีวิตก็ได้อย่างนั้น (วันนี้วิสาขบูชาพอดีเลย)
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 13 พ.ค. 14, 13:44

คิดแทนดยุคแล้ว ก็พอจะเข้าใจได้ คือไม่ว่านางซิมป์สันจะทำตัวต่ำช้าเพียงไร ดยุคก็ทิ้งไปไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นข้อพิสูจน์ความไม่เอาไหนของตัวเองว่าถึงขนาดยอมสละราชสมบัติ ยอมให้คนทั้งโลกหัวเราะเยาะ เพื่อมาเอาผู้หญิงที่ไม่ได้มีคุณสมบัติวิเศษใดๆ เลย ยิ่งถ้าเลิกลากันไปจะยิ่งเป็นตัวตลกยิ่งไปกว่านี้  แถมคนแบบดยุคก็ไม่ใช่คนฉลาดมีปัญญาแต่อย่างไร  แถมยังลดอัตตาไม่ได้

นางซิมป์สันเองก็รู้ข้อนี้ดี เลยเหมือนถือไพ่ไว้เหนือกว่า หรือถ้าดยุคจะทิ้งนางจริงๆ นางก็คงไม่ยอม ต้องเกาะหนึบเหนียวแน่นยิ่งกว่ากาว  เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มาในชีวิตก็อาศัยบารมีสามีเท่านั้น ดังนั้นคู่นี้ไม่มีทางเลิกกันได้ เพราะเลิกกันแล้วมีแต่เสียกับเสีย คนทั้งโลกยิ่งประนามแถมหัวเราะเยาะ ดังนั้นไม่ว่าจะหวานอมขมกลืนแค่ไหน ทั้งคู่ก็ต้องทู่ซี๊กันต่อไป
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30829

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 14 พ.ค. 14, 10:14

     ในตอนเริ่มต้นผูกมิตรกันใหม่ๆ  ท่านดยุคก็แฮปปี้ดี ด้วยความคิดสั้นๆง่ายๆว่ามีมหาเศรษฐีหนุ่มมาพินอบพิเทา ทำตัวเป็นเจ้าบุญทุ่มให้แบบนี้ใครจะไม่เอา        แต่นานๆเข้า ท่านก็ได้เรียนรู้หลักเศรษฐศาสตร์ว่า "ของฟรีไม่มีในโลก"  เพราะราคาที่ต้องจ่ายคือตัวเองกับภรรยาและเจ้าหนุ่มซึ่งบัดนี้กลายเป็นสามคนอลเวงไปเสียแล้ว    ของที่ว่าฟรี เอาเข้าจริงก็ไม่ฟรี   ร้ายที่สุดคือสองคนนั้นเขากลมเกลียวเข้าคู่กันดี ส่วนตัวท่านกลับกลายเป็นส่วนเกิน    เคว้งคว้างไม่มีที่จะแลนดิ้ง
      ท่านดยุคจะถอนตัวก็ถอนไม่ได้ เพราะเมียไม่มีท่าทีว่าจะถอนด้วย    เงินทองและชีวิตไฮโซที่ผัวเมียคู่นี้ถูกปรนเปรอ ก็กลายเป็นยาเสพติดที่ต้องเสพกันอยู่ร่ำไป   เลิกไม่สำเร็จ แม้จะรู้ว่ามันจะทำลายตัวเองจนย่อยยับก็ตาม
     ในค.ศ. 1952  พระเจ้าจอร์ชที่ 6 เสด็จสวรรคต ด้วยพระชนม์เพียง 56 ปี   ว่ากันว่าเป็นผลจากพระพลานามัยทรุดโทรมลงมาก จากพระราชภารกิจอันแสนเครียดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ทรงสูบบุหรี่จัดจนเป็นมะเร็งที่ปอด จนต้องตัดปอดทิ้งไปข้างหนึ่ง      จากนั้นก็ถูกซ้ำเติมด้วยโรคหลอดเลือดแข็ง  (arteriosclerosis) และอาจจะมี Buerger's disease อีกด้วย    คนดีๆที่ทำงานหนักเพื่อบ้านเมืองมักจะตรากตรำสังขารอย่างนี้
    (ทิ้งชื่อเอาไว้อย่างนี้ละค่ะ   เผื่อคุณหมอ CVT หรือท่านอื่นๆที่มีความรู้เรื่องนี้จะกรุณาเข้ามาขยายความด้วย)
    ท่านดยุคไม่มีทางเลือก ที่จะต้องไปร่วมพระราชพิธีฝังพระศพพระอนุชา       ที่ซ้ำร้ายคือต้องไปองค์เดียว  เพราะวอลลิสไม่เป็นที่ยอมรับของพระราชวงศ์มาแต่ไหนแต่ไร     แต่ต่อให้เธอได้รับเชิญในฐานะพระชายา เธอก็ไม่ไปอยู่ดี    เรื่องอะไรจะตามไปสู่พระราชพิธีอันน่าเบื่อหน่ายกับสามีที่น่าเบื่อยิ่งกว่า   ในเมื่อมีเรื่องหรรษารอพร้อมอยู่ทางนี้  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30829

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 14 พ.ค. 14, 10:34

    ระหว่างที่แมวไม่อยู่  หนูก็ระเริงอยู่ทางนี้อย่างสุดเหวี่ยง   วอลลิสไม่แคร์ใครทั้งสิ้นเรื่องความสัมพันธ์อันฉาวโฉ่    ชาวบ้านขาเม้าท์ทั้งหลายจึงมีงานทำไม่หยุดปาก        ท่านดยุคก็ได้แต่กระวนกระวายอยู่ในลอนดอน   ท่านพยายามโทรทางไกลมาหาภรรยาซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้ว่ากี่ครั้ง      ถ้าแม่บ้านรับสาย ท่านก็ได้คำตอบว่าตอนนี้ดัชเชสยังไม่ว่างจะมาพูดด้วย    หรือร้ายกว่านี้ก็คือโทรเท่าไหร่ก็ไม่มีคนรับ   ท่านก็ได้แต่นั่งคอตก เร่งวันเร่งคืนจะกลับมาบ้านมาหาภรรยา ผู้ซึ่งกำลังหลุดลอยไปสู่ชายอื่นต่อหน้าต่อมา

    มีกระแสเสียงบอกว่า วอลลิสคิดถึงขั้นจะเลิกกับสามีถึงขั้นหย่าร้างกัน   เพื่อจะไปใช้ชีวิตคู่กับจิมมี่อย่างเปิดเผย      ถ้าเปรียบเทียบกันอย่างไม่เกรงใจก็ต้องบอกว่าเธอเป็นนางวัวแก่ที่กำลังหลงหญ้าอ่อนอย่างโงหัวไม่ขึ้น     ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ของหนุ่มแน่น  แถมยังรวยล้นฟ้า    จะให้เธออาลัยอาวรณ์สามีผู้ไม่เหลืออะไรให้พิศวาสอีกต่อไปแล้วก็ประหลาดเต็มที       ดังนั้นท่านดยุคกับเธอก็เริ่มห่างเหินกันออกไปทุกที   
    ปีต่อมาเมื่อพระพันปีแมรี่ พระราชมารดาของท่านดยุคสิ้นพระชนม์ไปอีกองค์หนึ่ง    ท่านต้องทำหน้าที่ลูกที่ดี ไปร่วมงานฝังพระศพในลอนดอน    วอลลิสก็ไม่ไปร่วมงานด้วยตามเคย    ท่านดยุคก็จำต้องทิ้งปลาย่างไว้กับแมวอีกครั้ง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30829

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 14 พ.ค. 14, 10:46

    อ่านมาถึงตรงนี้ คงมีผู้อ่านหลายท่านเกิดฉงนสนเท่ห์กับความสัมพันธ์ลับของวอลลิสกับจิมมี่ว่ามันเป็นไปได้ยังไง  ที่ทั้งคู่สามารถคบกันแน่นแฟ้นยืนยาวเป็นปีๆ ตั้งแต่ค.ศ. 1950  มาจนปี 1953 ที่พระพันปีแมรี่สิ้นพระชนม์เข้านี่แล้วก็ยังไม่เลิกกัน   ในเมื่อนายคนนี้เป็นเกย์    ต่อให้เป็นเสือไบก็เถอะ  เพราะเขาว่ากันว่าพวกรักร่วมเพศนี้ยังไงก็ต้องหันกลับไปหาเพศเดียวกับตัวเอง  ไม่มีวันจะหลงใหลเพศตรงข้ามไปได้สักกี่วัน
    ข้อนี้ผู้เขียนกระทู้นี้ก็จนปัญญา    ผิดกับขาเม้าท์ทั้งหลายที่ไม่ยอมแพ้  จึงไปสืบเสาะตั้งสมมุติฐานขึ้นมาจนได้ว่า อันที่จริงวอลลิสเองน่าจะไม่ใช่หญิงแท้   เธอน่าจะมีพัฒนาการบางอย่างเป็นชายมาแต่กำเนิด   จะเห็นได้จากรูปร่างที่ผอมแห้ง ไม่มีสรีระส่วนโค้งอย่างผู้หญิงมีกัน  นิสัยใจคอรึก็แข็งกร้าวห้าวกระด้างอย่างชาย    จึงสามารถข่มสามีเสียอยู่หมัด     ท่านดยุคนั้นเขาว่ากันว่าตอนหนุ่มๆท่านก็ยังไงๆอยู่เหมือนกัน   สมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็ไปคลุกคลีสนิทสนมกับอาจารย์ติวเตอร์ของท่านเสียจนเกินงาม     เพราะฉะนั้นสามคนในเรื่องนี้จะว่าอลเวงมันก็อลเวงจริงๆด้วย
    ไม่รู้ว่าใครเป็นชายแท้ ใครเป็นหญิงแท้ ใครเป็นชายไม่แท้ และหญิงไม่แท้   แท้กันหมด หรือไม่แท้กันหมด ฯลฯ
    แต่เหตุผลแท้จริงเป็นยังไงไม่มีใครรู้   รู้แต่วอลลิสกับจิมมี่ก็คบกันมาถึง 4 ปีจนถึงจุดแตกหัก 


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10784



ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 14 พ.ค. 14, 15:40

       ข้อนี้ผู้เขียนกระทู้นี้ก็จนปัญญา    ผิดกับขาเม้าท์ทั้งหลายที่ไม่ยอมแพ้  จึงไปสืบเสาะตั้งสมมุติฐานขึ้นมาจนได้ว่า อันที่จริงวอลลิสเองน่าจะไม่ใช่หญิงแท้   เธอน่าจะมีพัฒนาการบางอย่างเป็นชายมาแต่กำเนิด   จะเห็นได้จากรูปร่างที่ผอมแห้ง ไม่มีสรีระส่วนโค้งอย่างผู้หญิงมีกัน  นิสัยใจคอรึก็แข็งกร้าวห้าวกระด้างอย่างชาย    จึงสามารถข่มสามีเสียอยู่หมัด  

มีข้อสันนิษฐานข้อหนึ่งว่า วอลลิสอาจมีความผิดปรกติที่เรียกว่า AIS (Androgen Insensitivity Syndrome) คือมีโครโมโซมบ่งชี้ว่าเป็นเพศชาย (XY - เพศหญิงคือ XX) แต่มีความผิดปรกติระดับหน่วยกรรมพันธุ์ (gene) ทำให้บกพร่องต่อการตอบสนองของฮอร์โมนเพศชาย (testosterone) ที่ร่างกายผลิต

เรื่องนี้มีขยายไว้ใน เดลิเมล

ข้างล่างคือภาพของวอลลิสจากวัยแรกรุ่น เข้าสู่วัยสาว ย่างเข้าวัยกลางคน และจบลงที่วัยชรา  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 14 พ.ค. 14, 16:50

รู้สึกว่าสองคนนี้หน้าตาคล้ายๆ กัน  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 14 พ.ค. 14, 20:25

ระหว่างรอคุณครูใหญ่มาต่อ ก็ขอขยายความตามที่ซายาเพ็ญให้ link ไว้จากเดลิเมล ด้วยความรู้ภาษาอังกฤษงูๆ ปลาๆ ยังไงปีนี้ขอรางวัลนักเรียนเรียนดีด้วยนะคร้าบ  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม

ข้อมูลในเดลิเมล เก็บความมาจากหนังสือ THAT WOMAN: The Life Of Wallis Simpson,  Duchess Of Windsor เขียนโดย Anne Sebba  บอกไว้ว่าวอลลิสน่าจะมีความผิดปกติมาแต่กำเนิดเรื่องเพศ คือเป็นคนสองเพศ เป็นกระเทยแท้ หรือ Disorder of Sexual Development (DSD) หรือเรียกว่า intersexuality ซึ่งเด็กเกิดใหม่ในอังกฤษปีละประมาณ 4000 คนมีอาการนี้ ทำให้ไม่สามารถระบุเพศที่แน่ชัดได้ และจะมีความผิดปกติเรื่องฮอร์โมน เช่นมีโครโมโซม XY เป็นเพศชาย แต่ร่างกายไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนเพศชายเพียงพอ เลยทำให้ร่างกายพัฒนาดูเหมือนผู้หญิง หรือมีช่องคลอดที่ตื้นกว่าผู้หญิงปกติ ไม่มีมดลูก แต่มีขายาว มือใหญ่ มีมัดกล้าม หน้าอกเล็ก  กรามเป็นสันนูน เสียงห้าว ซึ่งอาการเหล่านี้ วอลลิสมีครบ บทความบอกด้วยว่า แม้แต่หมอที่ทำคลอดวอลลิสในปี 1898 ก็เห็นความผิดปกติของอวัยวะบ่งบอกเพศของวอลลิส


เนื่องจากร่างกายที่ผิดปกติ ส่งผลต่อจิตใจ ทำให้วอลลิสรักษาหุ่นให้ผอมไว้เสมอ ไม่งั้นกล้ามขึ้น รีบแต่งงาน เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ปลอบใจตัวเองว่าเธอเป็นผู้หญิง  แสดงความเป็นหญิงมาก ชอบเพชรนิลจินดาหรูหราเฟอร์นิเจอร์ แต่จะไม่มีลูก เพราะไม่มีมดลูก  นอกจากนี้วอลลิสไม่ยอมให้สามีทั้งสองล่วงล้ำตัวเธอช่วงล่างเลย อันนี้ก็ไม่รู้คนเขียนรู้ได้ไง ดังนั้นวิชาบนเตียงของวอลลิสอาจจะใช้ความสามารถอื่นๆ มาทดแทน แถมวอลลิสได้ฝึกวิทยายุทธสาขาพวกนี้ตอนมาอยู่แถวๆ จีน ฮ่องกงกับสามีคนที่สอง


อ่านไปอ่านมา เอ๊ะ  ชักสงสัย ควรจะสงสารวอลลิสดีหรือเปล่าเนี่ย  ลังเล  ลังเล

ปล ผมไม่เป็นโรคเดียวกับวอลลิสนะคร้าบบบบ



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
scarlet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 155

โกหกเมียตายไปตกนรก แต่พูดความจริงตายทันที เลือกเอา


ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 15 พ.ค. 14, 12:12

มาสงสารวอลลิสและเจ้าชายเดวิด  / King Edward ด้วยคน

2 ท่านนี้ รวมทั้งจิมมี่ ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดาหรือไม่ใหญ่โต คงไม่มีใครสนใจค้นคว้าขนาดนี้ เป็นชาวบ้านเดินดิน กินข้าวแกงดีกว่า สบายใจดี อลเวงยังไงเดี๋ยวคนก็ลืม

King Edward ถ้าให้ความสำคัญต่อประเทศ ไม่สนใจวอลลิสมากเกินไปก็น่าจะเป็นกษัตริย์ต่อไปได้ ท่านเลือกสละบัลลังก็คงมีเหตุผลอื่นๆ ไม่ใช่วอลลิสอย่างเดียวกระมัง แต่ก็คงไม่อยากบอกใคร สังเกตที่เล่ามาก็ไม่ใช่คนเลวอะไร

เคยรู้เรื่องนี้จากหน้าหนังสือพิมพ์นานมาแล้ว 1-2 บรรทัดเท่านั้น เป็นข่าวสารความรู้ทั่วไป ความจริงเรื่องยาวขนาดนี้ แต่ก็อ่ะนะ ชีวิตคนเรา....

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.659 วินาที กับ 19 คำสั่ง