เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 19 20 [21] 22 23 ... 25
  พิมพ์  
อ่าน: 14371 รูปเก่าเล่าเรื่อง-เมืองบางกอก 2
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 300  เมื่อ 10 ก.ย. 10, 20:40

ใครเหมือนลูกน้ำตัวไหน โปรดดูกันเอาเอง  ยิงฟันยิ้ม

รูปข้างบนนี้ เจ้าพระยารามราฆพค่ะ
บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 301  เมื่อ 10 ก.ย. 10, 20:59

ขอบคุณสำหรับลูกน้ำจากอาจารย์ Navarat ค่ะ ได้เอามาใช้เป็นภาพประจำตัวให้คุ้มค่า

ขอถามนอกเรื่องกับอาจารย์เทาชมพู ท่านเจ้าเรือนค่ะ

ตำแแหน่ง หนุมาน อสุรผัด หรือ มัจฉานุ มีหลักเกณฑ์อะไรในการตั้งหรือไม่ค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 302  เมื่อ 10 ก.ย. 10, 21:02

เป็นหลักที่ดร. อ๊อฟแห่งเว็บวิชาการตั้งไว้แต่แรกค่ะ   เลื่อนระดับชื่อตามจำนวนที่โพสต์ ค่ะ
ถ้าชอบหนุมานก็กระหน่ำโพสต์เข้าไปให้หนักๆหน่อย  
แต่ดิฉันไม่รู้ว่าเกณฑ์นี้ยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า   ต้องถามคุณม้าเวบมาสเตอร์

รูป#711  มองเห็นพระปรางค์วัดอรุณอย่างเดียว  แต่กะไม่ถูกว่าท่าน้ำอยู่ตรงไหนของแม่น้ำเจ้าพระยา  ถึงบางยี่ขันหรือไม่?
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 303  เมื่อ 10 ก.ย. 10, 21:03

วิเคราะห์ภาพ
1. ภาพนี้กลับด้านหรือไม่ / ถ้ามองปกติยืนฝั่งสถานีบางกอกน้อยมองลงไปยังวัดอรุณ และตามด้วยวัดกัลยา แต่ถ้ากลับภาพจะเห็นวัดกัลยาก่อน และอีกฝั่งจะเห็นบ้านเรือนแน่นกว่านี้ ดังนั้นภาพนี้ไม่กลับด้าน
2. มุมซ้ายภาพเห็นยอดพระมหาปราสาท (น่าจะเป็นพระที่นั่งดุสิตฯ) (ไม่ใช่กระโดงเรือเพราะอยู่บนฝั่ง)
3. เรือแจวคนไทย คนนั่งชุดขาวเป็นชายฝรั่ง + แหม่มสวมหมวก (มาทำอะไรกันที่นี่)
4. ถ้าดูทิศควรอยู่แถวปากคลองบางกอกน้อย ไม่ควรเลยไปไกล เพราะไกลกว่านี้มุมโค้งฝั่งวังหลวงจะบังมุมหมด
5. จากข้อ 3. มีฝรั่งข้ามฟาก มาจากโรงพบาบาลวังหลังหรือ ? และในแผนที่มีบอกว่าบริเวณวังหลัง มี American Missonary (Girl School) ตั้งอยู่ (มีแนวโน้มสูง)


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 304  เมื่อ 10 ก.ย. 10, 21:13

ภาพนี้ถ่ายจากระเบียง รพ.ศิริราช ชั้น 14 เมื่อสองปีก่อน จะเห็นมุมทำนองเดียวกัน คือ ถ้าอยู่ท่าเรือศิริราช จะเห็นมุมยอดพระมหาปราสาท - พระปรางค์วัดอรุณ - วัดกัลยาณมิตรฯ


บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 305  เมื่อ 10 ก.ย. 10, 21:17

คุณหนุ่มสยามเก่งมากค่ะ วิธีวิเคราะห์ภาพแบบนี้ ดิฉันไม่เอาไหนเลย
ภาพนี้ ถ่ายจากท่าน้ำของ ร.ร.กุลสตรีวังหลัง หรือ ร.ร.แหม่มโคล ในสมัย ร.5 ค่ะ
ปัจจุบัน คือ ร.พ.ศิริราชค่ะ

เฉลยแล้ว ถามต่อว่ามีใครรู้จักบุคคลในภาพนี้บ้างไหม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 306  เมื่อ 10 ก.ย. 10, 21:58

ไม่เคยเห็นภาพนี้ค่ะ น่าจะเป็นครูใหญ่ไทยกับครูใหญ่แหม่ม
แหม่มคงมาจัดตั้งโรงเรียนในไทย     ทรงผมและเสื้อผ้าเป็นแบบปลายวิกตอเรียน (ปลายศตวรรษที่ ๑๙ ต่อกับต้นศตวรรษที่ ๒๐)ตรงกับปลายรัชกาลที่ ๕
ผ้าพาดไหล่นั้นเหมือนพวกสก๊อต   เธอคงมีเชื้อสายสก๊อต
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 307  เมื่อ 10 ก.ย. 10, 22:08

พูดถึงวังหลังแล้วนึกถึงแหม่มโคล์ซึ่งอยุ่ในฐานะคุณครูของพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉิดโฉม (ไม่แน่ใจจะเป็นดังในภาพหรือไม่)

“พระองค์เฉิดโฉมเป็นพระเจ้าลูกเธอในสมเด็จพระปิ่นเกล้า
เวลานั้นยังประทับอยู่ในวังหน้า ต่อมาวังหน้าถูกรื้อหมด  จึงไปประทับในวังหลวง

เสด็จพระองค์เฉิดโฉมทรงคุณวุฒิหลายประการ
ท่านทรงรอบรู้ทางโหราศาสตร์ นาฏศาสตร์
และทั้งมีพระชนมายุแล้ว  ยังหัดอ่านเขียนภาษาอังกฤษจนอ่านและเขียนได้
เพราะวังหน้าไม่ห้ามผู้หญิงฝรั่งเข้าวัง
ท่านได้ติดต่อกับแหม่มโคล์วังหลัง  แหม่มยอร์ช (นางอาจวิทยาคม)”
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กษัตริย์วังหน้า


บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 308  เมื่อ 10 ก.ย. 10, 22:19

เฉลยด้วยภาพค่ะ


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 309  เมื่อ 10 ก.ย. 10, 22:20

จากรากแก้ว วัฒนาวิทยาลัย เรื่องแหม่มโคล และพระองค์เฉิดโฉม และซื้อที่ดินบางกะปิ

แหม่มโคลเล่าไว้ว่า ท่านผู้หนึ่งที่รู้เรื่องนี้ และก็มาเสนอขายที่ดิน ก็คือคุณหลวงวิฆเนตรฯ อาจารย์เกื้อ ศาลิคุปต์ เมื่อศึกษาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาไปเยี่ยมท่าน แหม่มโคลเล่าความหลังให้ฟังว่า ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว คุณหลวงวิฆเนตรฯมาหา และรบเร้าให้ท่านซื้อที่ดินบางกะปิไว้ คุณหลวงมาหาทีไรก็พูดแต่เรื่องที่ดิน วันนั้นมิสโคลชิงพูดดักคอเสียก่อนว่า “คงพูดเรื่องที่ดิน” ก็จริงอย่างว่า ซึ่งก็คือที่ดินของท่านที่พระอาจซื้อไว้เพื่อช่วยคุณหลวงวิฆเนตรฯ ลูกศิษย์เลขประจำตัวหมายเลข 1 ของโรงเรียนแพทย์ที่พระอาจวิทยาคมสอนอยู่ โดยพระอาจวิทยาคมขายให้ในราคาต้นทุน แหม่มโคลซื้อโดยไม่มีใครในคณะมิชชั่นเห็นด้วย จึงต้องซื้อด้วยเงินส่วนตัว ท่านกำชับไว้กับอาจารย์เกื้อว่า “อย่าพูดเรื่องนี้กับใครนอกจากว่าฉันตายแล้ว”

ที่ดินซื้อไว้ในปี 1914/2457 ตึกเรียนหลังแรกสร้างขึ้นในปี 1919/2462 ซึ่งก็มั่นคงแข็งแรงอยู่ให้เราเห็นได้ทุกวันนี้ โรงเรียนกุลสตรีวังหลังย้ายมาที่ทุ่งบางกะปิโดยเรือ ใช้เวลาขน 2 อาทิตย์ เปิดทำการสอนในปี 1921/2464 เปิดคริสตจักรขึ้นเพื่อสนองความต้องการทางด้านจิตวิญญาณของครูและนักเรียนในปี 1922/2465 แหม่มโคลจากสยามไปในปี 1923/2466 ในปีเดียวกันนั้นชื่อของโรงเรียนก็ได้เปลี่ยนไปด้วย ในเดือนมกราคมได้ชื่อใหม่ว่า วัฒนาวิทยาลัย อันเป็นมงคลนามที่ได้จาก พระนางเจ้าสว่างวัฒนา

     แหม่มโคลไม่ประสงค์ที่จะให้สร้างอนุสาวรีย์สำหรับท่าน ดังที่ครูศรีสะอาด บุนนาค ศิษย์เก่าผู้เข้มแข็งท่านหนึ่งได้เขียนไว้ว่า “โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยไม่มีแผ่นโลหะจารึกชื่อมิสโคลไว้เลยสักแห่งเดียว มีแต่ของมิสซิสแฮเรียต เอ็มเฮ้าส์” อนุสาวรีย์ของท่าน ก็คือ ชีวิตของคนที่เปลี่ยนแปลงไป และชีวิตคนที่ได้สร้างคุณงามความดีให้แก่ประเทศชาติและสังคม ดังเช่นเรื่องของพระองค์เจ้าหญิงเฉิดโฉม พระธิดาในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นมิตรสนิทของมิสโคล โดยดอกเตอร์ ยอร์ช แมคฟาร์แลนด์ ผู้เป็นนายแพทย์ประจำพระองค์เป็นผู้แนะนำ เสด็จพระองค์หญิงโปรดปรานมิสโคลมาก เพราะนอกจากจะได้เรียนภาษาอังกฤษแล้ว มิสโคลยังได้เล่าเรื่องโลกภายนอกที่เสด็จพระองค์หญิงไม่เคยได้รู้ได้ฟังเลยให้ทรงทราบด้วย วันหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งกับเสด็จพระองค์หญิงเฉิดโฉมว่า “เฉิดโฉม อะไรทำให้เธอเปลี่ยนไปนะ เธอเคยเป็นคนอารมณ์ร้าย เดี๋ยวนี้เธอเป็นคนละคนไปทีเดียว” เสด็จพระองค์หญิงกราบบังคมทูลว่า หมอยอร์ชกับแหม่มโคลเป็นคนถวายความเปลี่ยนแปลงนี้
     แหม่มโคลซื้อที่ดินจากพระอาจวิทยาคมไว้ 25 ไร่ แล้วท่านก็ซื้อเพิ่มเติมอีก ทีละแปลงสองแปลง อาจารย์ภิญโญ ณ นครเขียนไว้ว่า แหม่มโคลซื้อที่ดินไว้ 18 โฉนด จำนวน 10 แปลง สิ่งที่ท่านไม่ลืมและเป็นหัวใจของท่านก็คือ มีแปลงหนึ่งที่จะเก็บและสงวนไว้สำหรับสร้างโบสถ์ต่อไป

     ในปี ค.ศ. 1924/2467 แหม่มแมรี่ ภรรยาของพระอาจวิทยาคมถึงแก่ความตายโดยวัณโรค ท่านจึงยกที่ดินแปลงที่อยู่ทางตะวันออกของคลอง ซึ่งท่านขุดไว้นั้นให้แก่โรงเรียน จำนวน 17 ไร่ครึ่ง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่ท่านมีต่อภรรยาท่าน  

คุณครูศรีสะอาด บุนนาค ได้เขียนไว้ว่า “แหม่มโคลตกลงซื้อที่ดินริมคลองแสนแสบ ห่างจากพระนครไปทางทิศตะวันออกราว 280 เส้น ไม่มีการคมนาคมทางอื่นนอกจากทางน้ำ ด้วยประการฉะนี้ มิสโคลจึงทำหนังสือขึ้นถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานถนน ซึ่งพระองค์ท่านทรงรับว่าจะพระราชทานให้ พร้อมกับมีพระราชกระแสรับสั่งถามมาอีกว่า ต้องการให้ถนนอยู่ใกล้โรงเรียนเท่าใด ถนนสุขุมวิท ตั้งแต่ทางรถไฟมาจนถึงถนนวัฒนาเข้าโรงเรียน ควรจะถือได้ว่าเป็นผลงานของมิสโคลอีกอย่างหนึ่ง ถนนวัฒนาควรจะได้ชื่อว่าถนนแหม่มโคล เพราะทุกคนเห็นพ้องกันดังนี้ แต่เจ้าของชื่อก็ไม่ยอมรับ แม้จะชราลงสักปานใดก็ตาม นิสัยถ่อมตัวและไม่ชอบโอ้อวดยังมีอยู่อย่างไรเมื่อแรกมาถึงประเทศไทย จนบัดนั้นซึ่งอยู่ใกล้ในวัยชราแล้ว ก็ยังมีอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง” ตึกเรียนซึ่งมิสโคลเป็นผู้สร้างขึ้นนั้น มีจารึกอยู่มุมตึกว่า Erected 1919 ซึ่งเป็นปีที่สร้างขึ้น มีประวัติและความเป็นมาที่น่าสนใจยิ่งและมีเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนโฉมหน้าคริสตจักรในประเทศไทยล้วนเกิดขึ้นที่นี้ เงินทุนที่ใช้ในการก่อสร้างนั้น ได้มาจากการบริจาคภายในประเทศ ซึ่งล้วนเป็นเงินที่ให้แก่แหม่มโคลด้วยความรู้สึกชื่นชมยินดี และชมเชยในความมานะพยายามของท่าน อาคารหลังนี้ เป็นอาคารเรียนที่ใหญ่ที่สุดของคณะมิชชันนารีสมัยนั้น


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 310  เมื่อ 10 ก.ย. 10, 22:27

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
จำชื่อพระองค์เจ้าหญิงเฉิดโฉมได้ว่า  ทรงเป็นผู้ที่ขัดขวาง"ยาขอบ" มิให้เขียนตอนบุเรงนองอภิเษกกุสุมา   คู่กับตละแม่จันทราได้สำเร็จ

ในหนังสือ "ชีวิตและงานของยาขอบ" มีข้อความที่"ยาขอบ"เขียนเล่าถึงพระองค์หญิงเฉิดโฉมว่า
          "..เป็นหญิงร่างใหญ่ ท่วงทีสง่า ผมดัด แต่งกายเรียบแต่สะอาดภาคถูมิ สวมเสื้อขาวเกลี้ยงๆ แบบผู้ใหญ่ นุ่งผ้าโจงกระเบนสีเทาดังที่เรียกกันว่าสีนกพิราบ สวมรองเท้าคัทชูส์อย่างที่ผู้ชายนิยมสวมกับกางเกงในสมัยนั้น แต่ที่ประหลาดก็คือสวมถุงสั้นครึ่งน่องด้วย ข้าพเจ้าเพิ่งเคยเห็นผู้หญิงนุ่งผ้า สวมถุงสั้นเป็นครั้งแรก มือขวาถือพัดด้ามจิ้ว และเมื่อเดินมาหาข้าพเจ้า ก็ควงพัดด้ามจิ้วในมือเล่น คล้ายควงกระบอง ทำให้ดูไหล่ผาย หลังตรงผ่าเผย ผิดคนในปูนนั้น สิ่งสำคัญที่บอกชาติตระกูลหญิงผู้นี้ก็คือที่คอเสื้อ เห็นเข็มทองคำลงยาขนาดใหญ่ ทำเป็นลายเซ็นด้วยตัวหนังสือเอนๆ ยาวราวสักสี่นิ้วว่า “พระปิ่นเกล้า”
          เมื่อพบ"ยาขอบ" พระองค์เจ้าเฉิดโฉมตรัสว่า
          “ไม่มีใครเขาจะพิเรนทร์หรอกพ่อเอ๋ย จะได้เอาผู้หญิงที่ถูกฉุดถูกคร่าจนเนื้อตัวเสียไปเข้ามาสู่พิธีแต่งงาน  เชิดหน้าชูตาพร้อมกับผู้หญิงที่เป็นพรหมจารีและดีเสียเหลือแสนอย่างตละแม่จันทราฯ"
          พระราชดำรัสของพระองค์หญิงนั้น เบื้องต้น“ยาขอบ”ไม่ยอม เพราะได้วางพล็อตเรื่องไว้เรียบร้อยแล้ว และการจะเปลี่ยนแนวเรื่องใหม่ที่กุสุมาอดแต่งงานต้องเขียนแนบเนียนและคงต้องใช้เวลา 
        ในที่สุด พระองค์เจ้าเฉิดโฉมตรัสว่า
          “พ่อยาขอบ อย่าให้เสื่อมความจำเริญเสียเพราะความหัวรั้นเลยเอายังงี้เถอะ อย่าเถียงกันเลยว่าอย่างฉันว่าควร  หรืออย่างที่พ่อว่าจะสมควร เอาเพียงว่าพ่อดูฉันซิ ว่าป่านนี้แล้วจะอยู่ไปได้อีกสักกี่ปี อีกไม่ช้าก็คงตาย พ่อยาขอบช่วยฉันหน่อยได้ไหม นึกว่าเหมือนหลานช่วยย่า ให้ตายด้วยมีความสุข ว่าลูกหลานไม่ได้ทำความผิด    หรือพอจะทำความผิดฉันเตือนเขาก็ยกให้  ไม่ทำ    เอ้าใครผิดใครถูกไม่ต้องพูดกันเอาแต่เพียงพ่อเปลี่ยนตามฉัน นึกว่าทำบุญให้คนแก่ตายสบายใจได้ไหม”
               ยาขอบรู้สึกเหมือน " ฟ้าผ่าลงมากลางกบาล" แต่ก็ต้องยอมแก้เหตุการณ์ในเรื่อง ไม่ให้กุสุมาได้แต่งงานพร้อมกับตละแม่จันทราตามที่คิดไว้แต่เดิม ด้วยการให้"แม่นางเลาชี" มารดาของจะเด็ดออกมาห้าม โดยขู่ว่า หากตละแม่กุสุมานั่งเสมอกับตละแม่จันทราเมื่อใด นางก็จะผูกคอตายเมื่อนั้น..
บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 311  เมื่อ 10 ก.ย. 10, 22:32

อ้างถึง
จำชื่อพระองค์เจ้าหญิงเฉิดโฉมได้ว่า  ทรงเป็นผู้ที่ขัดขวาง"ยาขอบ" มิให้เขียนตอนบุเรงนองอภิเษกกุสุมา   คู่กับตะละแม่จันทราได้สำเร็จ

รออ่านข้อมูลนี้นะคะ คุณวันดีเจ้าขา ไม่เคยทราบมาก่อนเลยค่ะ

เนื่องจากเราได้พูดกันถึงวันเปิดพิพิธภัณฑ์ที่วังหน้า ก็ขอเอาข้อมูลเกี่ยวกับวังหน้าที่ฝัร่งเล่าให้ฟังมาให้ได้อ่านกันต่อค่ะ



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 312  เมื่อ 10 ก.ย. 10, 22:38

ไปเจอข้อมูลในเน็ตค่ะ    เลยลบประโยคเดิมออก   ไม่ต้องรบกวนคุณวันดี
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 313  เมื่อ 10 ก.ย. 10, 23:03


กำลังจะไปหาผู้ชนะสิบทิศเลยค่ะ
      

  
บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 314  เมื่อ 11 ก.ย. 10, 02:49

กราบขออภัยทุกท่านค่ะ ใจเร็วด่วนสรุปไปแล้ว พบว่าผิดพลาด (คงจะถูกยึดลูกน้ำที่บ้านไปหมด)
ภาพ 494 ของคุณหลวงเล็ก ความจริงมีผู้ทักท้วงแล้วว่า ไม่น่าจะเป็นถนนบำรุงเมือง หรือ กระทรวงมหาดไทย

บังเอิญไปพบภาพเปรียบเทียบได้ชัดเจนจากเวปรถรางและ หนังสือบางรักในอดีต จึงเอามาให้ดู ไถ่บาปค่ะ
1. คือ รั้วของห้างขายยาอังกฤษ British Dispensaryริมถนนเจริญกรุงใกล้ตรอกโอเรียนเตล
2. คือ ตึกแถวริมถนนที่อยู่ตรงกันข้าม ยืนยันจากเวปรถรางค่ะ

สารภาพผิดแล้ว ขอลูกน้ำคืนด้วยนะเจ้าคะ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 19 20 [21] 22 23 ... 25
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.057 วินาที กับ 19 คำสั่ง