เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10 11 ... 25
  พิมพ์  
อ่าน: 14188 รูปเก่าเล่าเรื่อง-เมืองบางกอก 2
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 120  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 09:07

คุณเพ็ญชมพู   นี่หาข้อมูลได้เก่งจังเลยครับ  เจ๋ง
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 121  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 09:51

นักช้อนลูกน้ำอยู่หนาย อย่าเพิ่งหายไป มาทายกันหน่อย

ที่ไหนครับ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 122  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 09:53

บ้านหลังนี้ ถ้าช้อนลูกน้ำอยู่แถวนั้น ก้ไม่น่าจะยาก


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 123  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 09:58

ตอบรูปก่อนหน้านั้น

กินรีนาวา

เย้ยฟ้าท้าดินที่สวนลุม



 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 124  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 10:03

มัวแต่พิมพ์ข้อความ ช้าไปนิด สวิงชนกัน


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 125  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 10:37

นักช้อนลูกน้ำอยู่หนาย อย่าเพิ่งหายไป มาทายกันหน่อย

ที่ไหนครับ
บ้านหลังนี้ไม่ถนัดครับอาจารย์ NAVARAT.C

ขอแปลงร่างเป็นยุง มุ่งสู่ฟ้า มองลงมาเบื้องล่าง คือที่ใด ?


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 126  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 10:41

ใครจำได้บ้างครับ กินรีนาวาสร้างปีไหน

อยากรู้จริงๆครับ เพราะลืมไปแล้ว จะเป็นหลังจอมพลป.กลับจากไปเยือนพม่าแล้วเห็นภัตตาคารลอยน้ำที่ชื่อการเวกที่ทะเลสาปย่างกุ้ง เลยอยากให้สร้างอย่างนั้นบ้างหรือเปล่า
แต่บังเอิญคนออกแบบจะมีรสนิยมล้ำหน้าพม่าไปหลายขุม

แล้วจำร้านศรีไทยเดิมได้ไหมครับ?
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 127  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 10:52

ที่ไหนน้า

นักช้อนลูกน้ำช่วยกันรุมยุงหน่อย


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 128  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 10:53

ฝากข้อมูลให้อ่านกัน

แต่ก่อนริมสระน้ำด้านถนนวิทยุ จะมีร้านอาหารดังชื่อ  ศรีไทยเดิม ลูกค้าที่ขับรถมามักจะไม่เข้านั่งในร้าน เสยหัวรถเข้าริมสระ
ฝั่งตรงข้ามถนนของร้าน จะมีบริการอาหารเครื่องดื่มถึงรถ โดยมีถาดติดขาเสียบเข้าที่ประตูรถเปิดกระจกแทนโต๊ะ
ปัจจุบันร้านศรีไทยเดิมก็ยังอยู่ แต่ถูกย้ายไปชิดรั้วด้านถนนพระราม 4 เปิดขายตั้งแต่ 04.30 น.ถึง 10.00 น.
บริการผู้มาออกกำลังกายตอนเช้า


รูปนางกินรีครึ่งตัวเชิดหน้าเป็นหัวเรือกลายเป็นที่วิพากวิจารณ์กันมากในขณะนั้น

เคยมีภัตตาคารที่โด่งดังสนั่นเมืองอีกแห่งหนึ่ง เป็นภัตตาคารอาหารจีนขนาดใหญ่ สร้างเป็นรูปเรืออยู่กลางน้ำใกล้เกาะลอย
แม้จะมีสะพานสั้นๆ เชื่อมกับฝั่ง แต่ทางภัตตาคารก็มีบริการรับส่งทางเรือ นัยว่าให้ได้บรรยากาศเหมือนภัตตาคารที่อ่าวอาเบอร์ดีน
ในฮ่องกง แต่ที่โด่งดังกว่าไอเดียนี้ก็คือศิลปะที่ใช้ตกแต่ง

  ภัตตาคารนี้มีชื่อภาษาอังกฤษว่า  Peninsula  แต่ชื่อภาษาไทยคือ  กินรีนาวา จึงทำเป็นรูปนางกินรีครึ่งตัวเชิดหน้าเป็นหัวเรือ
ที่ดังก็เพราะนางกินรีไม่ได้เชิดแค่หน้า แต่ยื่นถัน 2 เต้าเปลือยเปล่าให้เป็นจุดสะดุดตา

 เลยเกิดข้อวิจารณ์กันทั้งเมือง และเป็นข่าวพาดหัว นสพ.อยู่หลายวัน ว่าเป็นศิลปะหรืออนาจารกันแน่
บางคนก็ตั้งฉายาว่า ‘ภัตตาคารจ้ำบ๊ะ’

  เมื่อเป็นข่าวเกรียวกราว ภัตตาคารก็เอาผ้ามาคลุมถันไว้กันอุจาด แต่ก็เป็นผ้าบางมองได้ทะลุปรุโปร่ง
เสียงเรียกร้องจึงให้รื้อออกสถานเดียว แต่ก็ไม่สามารถบังคับภัตตาคารได้ เพราะคณะเทศมนตรีเทศบาลนครกรุงเทพฯ
ได้เซ็นสัญญาให้บริษัทประสิทธิ์สิน จำกัด เจ้าของคิงส์โฮเตล เช่าที่เดือนละ 6,000 บาทตั้งแต่ปี 2504 เป็นเวลา 20 ปี
ทั้งอนุมัติรูปนางกินรีแอ่นอกที่หัวเรือไว้แล้วด้วย

นอกจากนี้ ‘กินรีนาวา’ ยังถูกโจมตีว่าเป็นต้นเหตุทำให้น้ำในสระสวนลุมฯ เน่าส่งกลิ่นเหม็น เพราะเทเศษอาหารลงน้ำ
นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล เขียนลงใน นสพ.ว่าขับรถผ่านสวนลุมฯ ก็ได้กลิ่นแล้ว และส่งกลิ่นไปรบกวนคนไข้ถึงใน ร.พ.จุฬาฯ

  ภัตตาคารก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นต้นเหตุ แต่แล้วปัญญาที่สะสางกันไม่ออกนี้ก็ยุติลงได้ราวปาฏิหาริย์
เมื่อไฟไหม้กินรีนาวาวอดไปทั้งลำ โดยต้นเพลิงเกิดจากห้องครัวของภัตตาคารเอง ภัตตาคารแบบอาเบอร์ดีนและกินรีจ้ำบ๊ะ
จึงเหลือเป็นเพียงตำนานหนึ่งของสวนลุมพินี


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 129  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 10:57

ที่ไหนน้า

นักช้อนลูกน้ำช่วยกันรุมยุงหน่อย

ทราบแล้วแต่อย่าลืมแวะไปรูปที่ถามด้วยนะครับ แต่อยากบอกแค่นี้พอ เดี่ยวเสียรสชาติ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 130  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 11:14

จากบทความชิ้นนี้ ร้านกินนรีนาวา สร้างหลังจากร้านศรีไทยเดิม 10 ปี

"ศรีไทยเดิม" ร้านอาหารชุดแรก ร้านแรกในสวนลุมพินี ซึ่งมีอายุยืนยาวกว่า 50 ปี ในสมัยนั้นยังไม่มีร้านอาหารมากมายนัก

ผู้ที่ก่อตั้งและบุกเบิกร้าน คือสว่างและสังเวียน เชยกลิ่นเทศ เดิมสว่างเป็นทหารร่วมรบในสงครามมหา เอเชียบูรพา หลังจากลาออกจากทหาร ได้กลายมาเป็นพ่อค้าหาบเร่ขายขนมโบราณและของกิน เช่น เนื้อสวรรค์ มะม่วง มะขามแช่อิ่ม ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อซื้อของอย่างละ 50 กิโลกรัม และนำกลับมาทำเพื่อออกขาย เป็นที่เลื่องลือในฝีมือและรสชาติ

ต่อมาได้รับการชักชวนจากพลเอกเรือง เรืองวรุยุทธ ให้ไปเปิดขายในสวนลุมพินี

ซึ่งในช่วงแรกเปิดร้านเป็นเพิงเล็กๆ ทุกคนต้องมาซื้อหากลับบ้านเสมอ ไม่ว่าจะเป็นบรรดานักการเมือง หรือพวกเศรษฐี และได้ขยับขยายกิจการเพิ่มขึ้นในระยะเวลาต่อมา

เทรนด์สมัยนั้นของศรีไทยเดิม ที่ทำโดยไม่มีร้านใดเคยทำมาก่อน คือเสิร์ฟและรับประทานอาหาร โดยใช้ถาดเสิร์ฟอาหารเกาะติดกับตัวรถ ซึ่งอาหารเด่นๆ ยอดนิยมของคนในยุคนั้น คือเย็นโตโฟ ที่ได้พ่อครัวจีนซึ่งมีสูตรต้นตำรับจากจีน ปลาหมึกย่างกรอบๆ และอาหารรสไทยแท้ตำรับชาววัง โดยคุณยายทวดเคยเป็นแม่ครัวในวังมาก่อน อาหารทุกจานของศรีไทยเดิมนอกจากรสชาติเด็ดแล้ว ยังปราศจากผงชูรส และรสจะไม่ใช้รสหวานนำเช่นอาหารของคนยุคนี้

ต่อมาได้ขยายกิจการไปที่ "ศรีไทยเดิม" อาคารบริษัทเดิน อากาศไทย (บดท.) หลานหลวง (ปัจจุบันเป็นอาคารสำนักงานการบินไทย) ได้ฉีกแนวโดยมีวงดนตรี อ.พยงค์ มุกดา และนักร้อง อัญชนา วงค์เกษม และนักร้องที่โด่งดังในเพลงลาทีปากน้ำ นพดล ชาวไร่เงิน มาขับขาน ทำให้ยิ่งได้รับความนิยมมาก ทั้งยังสามารถ นั่งชมวิวถนนราชดำเนินตลอดทั้งสาย มองเห็นศาลาเฉลิมไทยได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

สิ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง คือในเวลาต่อมา ศรีไทยเดิม ณ สวนลุมพินี ถึงทางตัน ด้วยเหตุว่า กทม.มีนโยบายปิดประตูสวนลุมพินี ห้ามนำรถเข้า ทำให้ลูกค้าน้อยลง รายได้ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย สู้ต่อมาอีกหลายปี จนต้องถึงกาลอวสานจนได้

ส่วนศรีไทยเดิม ณ บดท. หลานหลวง มีอันต้องจากไปเช่นกัน หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 มาเยือน

เมื่อเล่าถึงศรีไทยเดิมแล้วจะไม่คุยถึงภัตตาคารจีนขนาดใหญ่ สำหรับคนกรุงเทพฯ ในยุคนั้นเช่นกันก็อาจทำให้กลายเป็นคนตกเทรนด์ ตกยุคไป ซึ่งภัตตาคารนี้มาเปิดหลังศรีไทยเดิมสัก 10 ปี

โดยสร้างเป็นรูปเรืออยู่กลางน้ำ มีสะพานเชื่อมกับริมฝั่งบริการแก่ลูกค้า แต่ผู้คนนิยมที่จะนั่งเรือจากฝั่งไปภัตตาคาร เพื่อสัมผัสลมเย็นที่พัดผ่านอย่างมีอรรถรส ดังเช่นภัตตาคารในต่างประเทศ


ฝากภาพบรรยากาศสวนลุม 248 กว่าๆครับ อาคารแพด้านหลังเหมือนเป็นร้านอาหารเลย คุ้นกันไหมครับ


บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 131  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 11:24

มาเช็คชื่อเข้าเรียนค่ะ ลาไปทำหน้าที่ลูกจนไม่มีเวลาช้อนลูกน้ำ

ตอบภาพวังบางขุนพรหมก่อนนะคะ ภาพที่ 543 และ ก่อนหน้านั้นที่มองจากด้านบนลงมา อยู่ริมแม่น้ำ และมีอาคารเล็ก ริมนั้านั้น เป็นเรือนที่ สมเด็จกรมหลวงศรีรัตนโกสินทร์ทรงประทับ ระหว่างประชวรวัณโรคค่ะ

จำได้ดี เพราะมีหนังสือ วังบางขุนพรหม เห็นหรือยังคะ อาจารย์เทาชมพู หากไกลบ้าน ต้องมีหนังสือช่วย ไม่ค่อยรู้อะไรกับเขาหรอกค่ะ

ภาพบ้านสีขาวดำ ของอาจารย์ Navarat ยังนึกไม่ออกนะคะ สงสัยจะต้องยอมแพ้ จ่ายค่าปรับด้วยลูกน้ำ 1 กระป๋อง
บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 132  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 11:31

1. ตำหนักสมเด็จกรมหลวงศรี ฯ
2. ตำหนักสมเด็จพระมาตุฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี
3. ตำหนักใหญ่ ที่ประทับ เจ้าฟ้าบริพัตร & ม.จ.ประสงค์สม


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 133  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 11:39

ยอดเยี่ยมเลยครับ คุณRuamrudee
บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 134  เมื่อ 07 ก.ย. 10, 11:41

ขออภัยค่ะ ใส่เลข 1 ผิดที่ ที่ถูกจะต้องเป็นเรือนที่อยู่ถัดเข้าไป ไม่ใช่หลังที่อยู่ติดแม่น้ำค่ะ


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10 11 ... 25
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง