เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 3346 ภาษาอเมริกันวันละคำ The Gift of Empathy
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 100


 เมื่อ 29 ธ.ค. 13, 16:13

The Gift of Empathy
ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับเพื่อนร่วมโลกด้วยกัน   
“ปีใหม่หยุดหลายวัน  พี่ไม่ไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือจ๊ะ”  แม่ค้าข้าวแกงข้างถนนเอ่ยถามขณะยื่นอาหารที่สาวไทยสั่งส่งให้กับมือ
“ไม่ชอบเที่ยวหน้าเทศกาลค่ะ  ขี้เกียจไปเบียดเสียดกับผู้คน” สาวไทยตอบ   “แล้วแม่ค้าล่ะคะ”
“โอ๊ย...คนหาเช้ากินค่ำอย่างหนูไม่มีวันหยุดกับเขาหรอกค่ะพี่” แม่ค้าคนสวยตอบ  “หยุดก็ขาดรายได้เท่านั้นเอง”

คำตอบของแม่ค้าข้าวแกงเตือนให้มนุษย์เงินเดือนอย่างสาวไทยรำลึกขึ้นมาได้ว่า   สิ่งที่เรียกว่า “วันหยุด” สำหรับตัวเองนั้น   จริงๆ แล้วก็ยังเป็น “วันทำงาน” ปกติของเพื่อนร่วมชาติจำนวนมาก     และอาจเป็นวันทำงานที่ยาวนานกว่าเดิมด้วยซ้ำสำหรับแรงงานในภาคบริการ    เพราะพวกเขาเหล่านั้นจำต้องทำหน้าที่สนองความต้องการของมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายแหล่ที่ไปเดินสวนกันขวักไขว่ตามห้างสรรพสินค้า   เข้าพักในโรงแรมตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ   หรือใช้บริการของร้านอาหารที่เขาทำงานอยู่             
วันหยุดหน้าเทศกาลแบบนี้   ภาษาอังกฤษเรียกว่า “paid holidays” คือวันหยุดที่ลูกจ้างขององค์กรต่างๆ  ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนได้รับเป็นสิทธิพิเศษ   เมื่อใช้แล้วก็ยังได้เงินเดือนเต็มเม็ดเต็มหน่วย  ไม่เหมือนคนทำงานในอุตสาหกรรมบริการที่อาจถูกหักค่าจ้างรายวันถ้าไม่มาทำงาน   หรือหยุดแล้วขาดรายได้ดังเช่นแม่ค้าข้าวแกงข้างบนโน่น   
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 100


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 29 ธ.ค. 13, 16:14

สถิติล่าสุดของกระทรวงแรงงานระบุว่า  ในประเทศไทยนั้นมีคนทำงานทั้งสิ้น 39.1 ล้านคน   ในจำนวนนี้ประมาณ15.6 ล้านคน หรือร้อยละ 40  เป็นคนทำงานในอุตสาหกรรมบริการ     คนเหล่านี้คือคนที่นอกจากจะไม่มีโอกาสได้หยุดในหน้าเทศกาลอย่างเราๆ ท่านๆ แล้ว   ยังต้องสละวันหยุดของตัวเองเพื่อมาทำให้วันหยุดของพวกเราดำเนินไปอย่างราบรื่น  สะดวกสบายอีกด้วย   (ไม่อย่างนั้น   เราอาจจะต้องทำความสะอาดห้องพักในโรงแรมของเราเอง   ลงมือปรุงและเสริฟอาหารที่เราสั่งตามร้านด้วยตัวเราเอง    หรือต้องเช็คสต๊อคในห้างสรรพสินค้าด้วยตัวเองเวลาไปช็อปปิ้งก็เป็นได้)   

นอกจากนี้ในจำนวนแรงงาน 39.1 ล้านคนที่ว่า  ก็ยังมี “แรงงานนอกระบบ” (informal workers)  หรือผู้มีงานทำแต่ไม่ได้รับความคุ้มครองหรือไม่มีหลักประกันทางสังคมอยู่สูงถึง 25.1 ล้านคนอีกด้วย    คนเหล่านี้อาจเป็นลูกจ้างรายวันที่คอยเสิร์ฟส้มตำไก่ย่างให้เราตามร้านข้างถนน    หมอนวดในร้านนวดแผนโบราณเล็กๆ ตามแหล่งท่องเที่ยว   พนักงานที่เติมน้ำมันให้เราตามปั๊ม     ยืนลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้าหรือตั้งแผงแบกะดินอยู่ในตลาดโต้รุ่ง   คนขายเสื้อผ้าในแพล็ตตินั่ม    หรือคนงานในเรือประมงที่จับอาหารทะเลมาเสิร์ฟเราในแต่ละวันไม่เว้นวันหยุด     
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 100


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 29 ธ.ค. 13, 16:16

สำหรับคนเหล่านี้  วันหยุดเทศกาลปีใหม่อาจจะมีความหมายน้อยมากหรือมีก็ในทางลบ   (เพราะทำให้เขาต้องมีรายได้ลดลง เนื่องจากลูกค้าที่เป็นขาประจำหนีออกไปเที่ยวต่างจังหวัดกันหมด)      ในจำนวนคนงานนอกระบบทั้ง 25 ล้านคนนี้   อาจไม่มีใครถ่างตารอดูพลุริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนเที่ยงคืนหรือเคานท์ดาวน์ปีใหม่ที่เซ็นทรัลเวิลด์กับเรา       ตรงกันข้าม...เขาอาจจะกำลังทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อรายได้วันละ 300 บาท     เพราะสถิติกระทรวงแรงงานอีกนั่นแหละที่ระบุว่า    ร้อยละ 63 ของคนเหล่านี้มีระดับการศึกษาแค่ชั้นประถมหรือต่ำกว่า     ทำให้เขาต้องถูกบังคับโดยโชคชะตาให้ทำงานที่ต้องอาศัยแรงงานเป็นหลักแต่มีรายได้น้อยไปโดยปริยาย      ด้วยเหตุนี้เองสาวไทยจึงแอบหวังว่า   ใครก็ตามที่ไปใช้บริการตามสถานที่ต่างๆ ในช่วงวันหยุดยาวอย่างนี้จะตระหนักถึงความจริงดังกล่าวให้มากๆ    ถ้าไม่อยากจะให้ทิปแก่คนเหล่านั้นเป็นพิเศษ  อย่างน้อยๆ ส่งยิ้มให้เขาสักหน่อยเป็นการขอบคุณก็ยังดี

#   #   #

การรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่นนั้น  ภาษาอังกฤษเรียกว่า empathy  ออกเสียงว่า “เอ๊ม-ผะ-ธี่”     เป็นคุณสมบัติที่มนุษย์ทุกคนควรจะมี   แต่นับว่าจะหาได้ยากขึ้นทุกวัน  โดยเฉพาะในเวลาที่บ้านเมืองแตกแยกไม่มีใครยอมใครแบบนี้    คำว่า empathy นั้นเป็นคำนาม  มีรากมาจากคำในภาษากรีกที่แปลว่าอารมณ์   หรือประสิทธิภาพในการปลุกเร้าให้ผู้อื่นมีความรู้สึกร่วม   คำคำนี้จึงแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่าประสิทธิภาพในอันที่จะรู้สึกร่วมไปกับผู้อื่น  หรือรู้จักที่จะทำความเข้าใจในสถานการณ์ที่ผู้อื่นต้องเผชิญ     ไม่ใช่รู้จักแต่คำว่า I, me, my (แปลเป็นไทยว่าตัวกรู  สิ่งที่กรูคิด  และสิ่งที่กรูต้องการ) แต่เพียงประการเดียว  เฉกเช่นหนุ่มสาวในยุคโซเชี่ยลมีเดียครองเมืองหลายต่อหลายคน   
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 100


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 29 ธ.ค. 13, 16:17

แม่ค้าข้าวแกงคนที่เอ่ยถึงข้างบนนั้นเช่าแผงอยู่ในตลาดข้างที่ทำงานของสาวไทยบนถนนวิทยุ   และเป็นหน้าตาที่สาวไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี  เพราะได้อาศัยฝากท้องกับเธอทุกวันแม้ในวันหยุด   ไม่ไกล้ไม่ไกลจากแผงข้าวแกงของเธอเท่าไหร่   มีร้านกาแฟที่สาวไทยต้องแวะไปอุดหนุนอย่างสม่ำเสมอในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือจากคาเฟอีน    เพราะกาแฟร้อนแบบแก่เป็นพิเศษของที่นั่นมีอานุภาพทำให้สมองที่ยังสะลึมสะลือในตอนเช้าสามารถตื่นตัวขึ้นได้ฉับพลัน     แถมยังได้ส่วนลด 5  เปอร์เซ็นต์เพราะเป็นพนักงานในตึกนั้นด้วย   
แต่แม้จะได้ส่วนลด  ราคากาแฟหนึ่งแก้วที่ต้องดื่มก่อนเริ่มงานในตอนเช้ายังมีมูลค่าเทียบเท่ากับหนึ่งในสามของรายได้ขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนดให้แก่แรงงานที่พูดถึงไปก่อนหน้านี้      ต่อให้กินเพื่ออยู่จริงๆ  ไม่ใช้อะไรอย่างอื่นเลย   เงินอีกสองในสามที่เหลือก็จะโบยบินออกจากกระเป๋าไปก่อนหมดวันทำงานเสียด้วยซ้ำ   ในขณะที่คนงานที่ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำตามสถานที่ก่อสร้าง  หรือวิ่งๆ เดินๆ เสริฟอาหารเป็นเวลาติดต่อกันนานกว่า 10 ชั่วโมงนั้น  ยังต้องเก็บไว้จ่ายค่าเช่าบ้าน  ค่ากินค่าอยู่ของสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ด้วย       
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 100


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 29 ธ.ค. 13, 16:20

คำอีกคำหนึ่งที่อเมริกันชนมักจะใช้แทนคำว่า  empathy  (แต่เป็นการใช้ที่ไม่ถูกต้องเสียทีเดียวนัก) ก็คือคำว่า compassion   ออกเสียงว่า “ค็อม-แพ้ช-ฉึ่น”  แปลว่าความเมตตา  ความสงสาร ความต้องการที่จะช่วยเหลือผู้อื่น     เวลาที่เราให้เงินแก่ขอทานบนบาทวิถีเพื่อให้เขาได้นำเงินนั้นไปใช้ซื้ออาหารประทังชีวิต   แสดงว่าเรามี compassion ต่อผู้อื่น   แต่ไม่ได้หมายความว่าเรามี empathy ด้วย  เพราะเราอาจไม่รู้สึกอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เราทำมากกว่าเป็นการ “ทำทาน” เพื่อสั่งสมกรรมดีให้แก่ตัวเราเองก็เป็นได้     แต่ถ้าเรารู้สึกเห็นอกเห็นใจพนักงานในห้างสรรพสินค้าที่ต้องยืนบริการลูกค้าจนถึงเที่ยงคืนในสองสามวันสุดท้ายก่อนเทศกาลปีใหม่จะสิ้นสุดลง   ทำให้ยืนคอยบริการจากเขาอย่างใจเย็น  ปฏิบัติต่อเขาอย่างสุภาพ   ถ้าหากเขาบกพร่องไปบ้างก็ให้อภัยเพราะเข้าใจว่าวันของเขาคงยืดยาวและน่าเหนื่อยหน่ายกว่าปกติ   นั่นแปลว่าเรามี empathy คือสามารถที่จะรู้สึกร่วมไปกับผู้อื่น 
   
บางครั้ง empathy ก็ไม่ได้เกิดจากความรู้สึกอยากที่จะช่วยเหลือใคร   แต่เกิดขึ้นเพราะเรามีโอกาสได้ไปศึกษาสถานการณ์ที่คนอื่นต้องเผชิญ     ทำให้เราเข้าใจในชะตากรรมหรือความต้องการของเขามากขึ้น  เช่น   คนที่มีโอกาสได้ทำวิจัยเรื่องความเป็นอยู่ในสถานคุมขังผู้ต้องโทษอาจจะเข้าใจได้มากขึ้นว่าทำไมนักโทษบางคนถึงแหกคุก      แต่ความเข้าใจที่ว่าก็อาจไม่ได้นำไปสู่ความเมตตา สงสาร หรือความพยายามที่จะช่วยให้เขาพ้นผิด   อย่างนี้เป็นต้น   จึงเห็นได้ว่า empathy นั้นไม่จำเป็นต้องมีควบคู่ไปกับ  compassion ก็ได้  หรือถ้ามี compassion แต่ปราศจาก empathy  ก็เป็นไปได้อีกเช่นกัน       
ดังนั้น   ถ้ามนุษย์ร่วมโลกคนไหนแสดงให้เราเห็นว่าเขามีทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน   ก็เป็นไปได้ว่าเขาผู้นั้นเป็นคนที่เราน่าจะคบหาไว้เป็นกัลยาณมิตร    เพราะเขาคงไม่ใช่คนที่เห็นแก่ตัวเองเป็นใหญ่แน่ๆ   
# # #
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 100


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 29 ธ.ค. 13, 16:21

สำหรับคนที่กำลังมองหาของขวัญให้แก่ผู้อื่นในวาระขึ้นปีใหม่     empathy อาจเป็นของขวัญชื้นหนึ่งที่คุณจะมีให้แก่เพื่อนร่วมโลกด้วยกันได้     เพราะเมื่อคุณรู้จักที่จะเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มากขึ้น   พยายามมองสถานการณ์หรือปัญหาจากมุมมองของผู้อื่นให้มากกว่าเดิม    คุณก็จะมีส่วนในการกระทำที่จรรโลงโลก     สร้างความสุขให้แก่ผู้อื่น    และบรรเทาความขัดแย้งในสังคมไปด้วยในเวลาเดียวกัน     empathy จึงนับเป็นของขวัญที่มีค่ายิ่ง  ทั้งยังเป็นของขวัญที่เราไม่ต้องซื้อหาด้วยราคาแพงๆ     

การมี empathy นั้น   ไม่ได้หมายความว้าราต้องคิดเหมือนใครเขา   เพียงแต่มันจะช่วยได้มากในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง  หากเราจะพยายามมองสิ่งที่เกิดขึ้นจากมุมมองของผู้อื่นบ้าง     ไม่ใช่ดึงดันแต่จะให้เขายอมรับมุมมองของเราแต่เพียงอย่างเดียว    เพราะไม่มีความขัดแย้งใดในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์สามารถแก้ไขให้ลุล่วงไปได้ด้วยการดึงดันจะเอาแต่สิ่งที่ฝ่ายตนต้องการ    การรู้จักหาจุดยืนร่วมกันและการประนีประนอมต่างหากที่จะทำให้ทุกฝ่ายซึ่งแตกต่างทั้งทางความคิดและความต้องการจะสามารถบรรเทาความขัดแย้งลงได้ 

ขอส่งความปรารถนาดีแด่ผู้อ่านทุกท่านในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ค่ะ

บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 30 ธ.ค. 13, 10:02

ขอบคุณคุณปัญจมา สำหรับของขวัญปีใหม่ชิ้นนี้ ครับ


บันทึกการเข้า
ron199x
อสุรผัด
*
ตอบ: 6


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 30 ธ.ค. 13, 10:19

ขอบคุณ คุณปัญจมามากครับ
หลังจากอ่านจบ ทำให้ผมตั้งใจจะส่งของขวัญชิ้นนี้ไปเยอะๆเลยครับ

สวัสดีปีใหม่ครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 06 ม.ค. 14, 09:30

คุณปัญจมามักจะมีข้อคิดดีๆในข้อเขียนดีๆส่งมาให้เสมอค่ะ

ของแถมต้อนรับปีใหม่

The opposite of anger is not calmness, its empathy.
Mehmet Oz
สิ่งที่ระงับความโกรธได้   ไม่ใช่ความใจเย็น แต่เป็นการรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา

When you start to develop your powers of empathy and imagination, the whole world opens up to you.
Susan Sarandon
เมื่อคุณเริ่มพัฒนาศักยภาพที่จะเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และรู้จักสร้างจินตนาการ  โลกทั้งโลกจะน่าอยู่ขึ้น
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.034 วินาที กับ 19 คำสั่ง